เพื่อนช่วยเพื่อน | บ้านอุ่นรัก

เพื่อนช่วยเพื่อน | บ้านอุ่นรัก

“เพื่อนช่วยเพื่อน” เป็นกรอบความคิดและแนวปฏิบัติที่ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการบ้านอุ่นรักให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการทำงานด้านการกระตุ้นพัฒนาการให้กับเด็ก ๆ

เราให้ความสำคัญกับแนวคิดและแนวปฏิบัติเรื่อง “เพื่อนช่วยเพื่อน” เพราะตระหนักว่าการกระตุ้นพัฒนาการให้กับเด็ก ๆ ที่มีความต้องการเป็นพิเศษให้สำเร็จ ทำได้ต่อเนื่องอย่างมีความหมายต่ออนาคตของเด็ก และเห็นผลได้อย่างทันท่วงที ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันเป็นทีม ไม่ใช่การลงมือทำเองโดยลำพัง

ทีมแพทย์ ทีมบำบัด คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง คุณครู ทีมโรงเรียน และบ้านอุ่นรัก จึงอยู่เป็นเพื่อนที่คอยช่วยเพื่อนกันในทุกยามที่เราต่างฝ่ายต่างต้องการข้อมูล คำปรึกษา ความช่วยเหลือ หรือกำลังใจ

สมาชิกแต่ละคนในบ้านของเด็ก ๆ ที่อยู่ร่วมกัน คอยเป็นเพื่อน ทุ่มเทใจ จับมือไปด้วยกัน และร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคและขวากหนามอย่างไม่ย่อท้อ

เพื่อน ๆ ที่โรงเรียนของลูกศิษย์บ้านอุ่นรัก ที่คอยช่วยเหลือและนำพาเด็ก ๆ ของเราตามกำลัง ตามวัย ตามความสามารถ หลังจากลูกศิษย์ของบ้านอุ่นรักพร้อมก้าวเดินออกจากบ้านอุ่นรักสู่การเรียนร่วมในรั้วโรงเรียน ซึ่งนั่นยังหมายรวมถึงความเมตตากรุณาของคุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครองของเพื่อน ๆ ที่อนุญาตให้ลูก ๆ ของตนเองได้ทำหน้าที่เป็นเพื่อนที่คอยช่วยเพื่อนที่มีความต้องการเป็นพิเศษที่โรงเรียน ซึ่งเพื่อนผู้ปกครองเหล่านี้ เปรียบไปแล้วก็คือเพื่อน ๆ ที่แอบส่งใจช่วยคุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครองของเด็ก ๆ ที่มีความต้องการเป็นพิเศษ พร้อม ๆ กันไปด้วย

คุณครูที่โรงเรียนของเด็ก ๆ ครูประกบ และครูกระตุ้นพัฒนาการของบ้านอุ่นรัก ที่พร้อมเป็นเพื่อนครูช่วยเพื่อนครูในการเฝ้าสังเกต เก็บข้อมูล วางแนวทางในการช่วยเหลือ และประสานงานกัน เพื่อฟื้นฟูสร้างเสริมพัฒนาการ ปรับพฤติกรรม และช่วยให้เด็ก ๆ เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมายได้อย่างแท้จริง

ผู้บริหารและทีมงานของมูลนิธิออทิสติกไทยที่เป็นเพื่อนในระดับองค์กร ผู้คอยส่งเสริมและสนับสนุนการทำงานของบ้านอุ่นรัก เพื่อประโยชน์ที่เด็กและครอบครัวของเด็กจะได้รับที่ปลายทาง

มหาวิทยาลัยรังสิตที่เป็นเพื่อนสนับสนุน ช่วยเหลือ ผลิตสื่อ และคอยเป็นสื่อกลางที่ช่วยสื่อสารเรื่องราวของเด็ก ๆ และบ้านอุ่นรัก ให้สังคมวงกว้างได้ทำความรู้จักและเข้าใจมากยิ่งขึ้น

“เพื่อนช่วยเพื่อน” ไม่ได้มีเพียงแค่นี้ … เมื่อเราทุกคนเปิดใจ ยอมรับความช่วยเหลือ และค่อย ๆ ส่งมอบลูก ๆ เด็ก ๆ ของเราให้กลายคนของสาธารณะ เราก็จะพบว่า ที่จริงแล้ว เพื่อนที่พร้อมจะคอยช่วยลูกและเรา มีอยู่มากมายที่ตรงนั้น ตรงนี้ รายรอบ ข้าง ๆ ตัวเรา เราทุกคนที่เดินอยู่บนเส้นทางสายขรุขระนี้ จึงไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวโดยลำพัง

“เพื่อนช่วยเพื่อน” นี้เอง คือ คำตอบสำคัญที่มีความหมายในการทำให้เราได้เรียนรู้ เข้าใจ ยอมรับ พบแนวทางที่จะใช้ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับลูก และผลักดันให้เราช่วยลูกได้อย่างเต็มกำลังและความสามารถ

สำหรับบ้านอุ่นรัก “เพื่อนช่วยเพื่อน” ทำให้เราได้กล่าวคำว่า “ขอบพระคุณ”

เราขอบพระคุณ คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง คุณครู ทีมโรงเรียน ทีมแพทย์ ทีมบำบัด หน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ และเพื่อน ๆ อีกมากมาย ที่อยู่เป็นเพื่อนของเรา และส่งมอบความรัก ความปรารถนาดี ความช่วยเหลือ กำลังใจ และที่สำคัญคือความไว้วางใจให้เราได้เป็นครูกระตุ้นพัฒนาการของลูก ๆ เด็ก ๆ จนเราสามารถทำงานด้านนี้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องมาร่วม 27 ปีด้วยความภาคภูมิและสุขใจ

เราจึงอยากให้ “เพื่อนช่วยเพื่อน” ได้เป็นกรอบความคิดและแนวปฏิบัติในวงที่กว้างขึ้น เพื่อท้ายที่สุด เราทุกคนที่อยู่เป็นเพื่อนกัน จะช่วยกันเติมเต็มสิ่งที่เราขาด และสามารถช่วยลูก ๆ เด็ก ๆ ของพวกเรา ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและสามารถดำรงชีวิตได้ด้วยตนเอง

Credit ภาพ: Dhruv Mehra | Unsplash

ออทิสติก คนที่มีโลกของตัวเอง | บทความสุขภาพน่ารู้ จาก หมอชาวบ้าน

ออทิสติก คนที่มีโลกของตัวเอง | บทความสุขภาพน่ารู้ จาก หมอชาวบ้าน

อย่างไรจะเรียกว่าเป็นออทิสติก

แพทย์จะตรวจรู้ได้อย่างไรว่าเป็นออทิสติก

ออทิสติกเกิดขึ้นได้อย่างไร

ออทิสติกกินยารักษาได้ไหม

เป็นออทิสติกแล้วรักษาได้อย่างไร

สภาพจิตที่รับรู้ของเด็กปกติและเด็กออทิสติกมีลักษณะตัวอย่างเช่นใด

ใครคนไหนกันนะที่จะช่วยเหลือเด็กออทิสติกได้

มาพบคำตอบได้จากบทความสุขภาพที่น่ารู้ของเว็บไซต์หมอชาวบ้านกันในวันนี้นะคะ

https://www.doctor.or.th/article/detail/3121

Credit ข้อมูล: เว็บไซต์หมอชาวบ้าน

Credit ภาพ: Greg Rakozy | Unsplash

เรียนรู้ออทิสติกผ่านภาพยนตร์ที่สร้างมาจากชีวิตจริง | บ้านอุ่นรัก

เรียนรู้ออทิสติกผ่านภาพยนตร์ที่สร้างมาจากชีวิตจริง | บ้านอุ่นรัก

เรามาเรียนรู้ออทิสติกผ่านภาพยนตร์ 2 เรื่องที่สร้างมาจากชีวิตจริงกันบ้าง ดีมั๊ยคะ

ภาพยนตร์เรื่องที่ 1: Running Boy ปาฏิหาริย์รักจาก…แม่

ภาพยนตร์เกาหลีเรื่องนี้ได้รับความนิยมมากที่สุดใน Box Office 5 สัปดาห์ซ้อน และทำรายได้รวมทั้งปีของเกาหลีได้เป็นอันดับ 3 อีกทั้งได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์แดจองครั้งที่ 42

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงของบุคคลออทิสติกผู้มีความพยายาม และด้วยใจรักและความพยายามในการฝึกฝนการวิ่งอย่างไม่ย่อท้อ เขาจึงสามารถเข้าร่วมวิ่งในรายการวิ่งมาราธอนที่ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมงได้สำเร็จ

นอกจากนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังสะท้อนเรื่องราวจากมุมมองของผู้เป็นแม่ ที่ต้องรับภาระและความกดดันต่าง ๆ นับจากวันที่ได้รู้ว่าลูกชายวัย 5 ขวบของเธอเป็นเด็กออทิสติก แม้ยากที่จะยอมรับความจริงที่น่าเจ็บปวดนี้ แต่ผู้เป็นแม่ก็สู้ไม่ถอย ยอมทุ่มเททั้งเวลาและความรักทั้งหมดให้กับลูก สอนให้ลูกเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายที่จะให้ลูกสามารถช่วยเหลือตนเองและปรับตัวให้เข้ากับสังคมภายนอกได้ ด้วยความที่เธอดูแลลูกอย่างใกล้ชิด เธอจึงรู้ว่าลูกชอบอะไรและพยายามต่อยอดสิ่งนั้น ทุ่มเทเวลาฝึกลูก จนในที่สุด ลูกสามารถทำสิ่งที่ลูกชอบได้ประสบความสำเร็จ

คุณแม่ท่านนี้กล่าวถึงการนำเรื่องของลูกและเธอไปสร้างเป็นภาพยนตร์ว่าบางส่วน “ถ้าเรื่องราวของลูก ทำให้ผู้คนเข้าใจผู้ป่วยออทิสติกได้ดีขึ้น ก็เป็นสิ่งที่ยินดีมาก”

ภาพยนตร์เรื่องที่ 2: Temple Grandin เทมเพิล แกรนดิน

ภาพยนตร์สารคดีที่สร้างจากชีวิตจริงของผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นบุคคลออทิสติก ที่เมื่ออายุ 4 ขวบก็ยังไม่พูด จนแม่ของเธอเกิดความกังวล จนต้องพาเธอไปพบแพทย์

เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าเธอเป็นเด็กออทิสติก แพทย์ได้แนะนำผู้เป็นแม่ว่าวิธีที่ดีที่สุดคือต้องส่งลูกไปรับการรักษาที่สถาบัน แต่แม่ของเธอเชื่อมั่นว่าการดูแลและสอนลูกเองด้วยตนเองอย่างใกล้ชิดน่าจะดีที่สุดสำหรับลูก

นอกจากเด็กคนนี้โชคดีที่แม่ตัดสินใจที่จะดูแลและสอนลูกเอง เธอยังโชคดีซ้ำสองที่ได้พบกับครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจและเห็นพรสวรรค์ในตัวเธอ ครูของเธอพบว่าลูกศิษย์ออทิสติกคนนี้ เพียงแค่ได้เห็นอะไรแค่เสี้ยววินาที ก็สามารถที่จะจดจำภาพได้ราวกับกล้องถ่ายรูป แถมยังเป็นเด็กที่รู้จักต่อยอดความคิดและความสามารถให้เป็นสิ่งอื่น ๆ ต่อไปได้ ราวกับเป็นคอมพิวเตอร์

แม้เทมเพิล แกรนดินมีความแตกต่างและใช้ชีวิตได้ยากลำบากเพราะภาวะออทิสติก แต่เธอก็ก้าวผ่านสิ่งเหล่านั้น มุ่งมั่น ค้นพบพรสวรรค์ และเปลี่ยนมันให้เป็นความสำเร็จในชีวิตได้

ตัวอย่างผลงานและความสำเร็จของเธอ เช่น การออกแบบฟาร์มปศุสัตว์และโรงฆ่าสัตว์ที่มีมนุษยธรรม การเรียนจบปริญญาโทด้านสัตววิทยา และปริญญาเอกจนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสัตวภิบาล และเป็นศาตราจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยโคโลราโดอันเลื่องชื่ออีกด้วย

การได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ เราจะได้ทราบทั้งชีวประวัติของผู้หญิงออทิสติกคนหนึ่ง อีกทั้งได้เข้าใจวิถีชีวิตของบุคคลออทิสติกว่าจะต้องฝ่าฟันอุปสรรคและความยากลำบากไปให้ได้ จึงจะจนพบความสำเร็จในปลายทาง

ภาพยนตร์ 2 เรื่องนี้ จะทำให้เราได้ทั้งความบันเทิง ความประทับใจ และเหนือสิ่งอื่นใด คือเราจะเข้าใจบุคคลที่มีความต้องการพิเศษและครอบครัวของพวกเขาได้ดีขึ้น และความเข้าใจเช่นนี้นี่เองคือสิ่งที่พวกเขาต้องการจากเราทุก ๆ คนมากที่สุดค่ะ

What & Why | บ้านอุ่นรักทำอะไร เพราะอะไรจึงทำ | บ้านอุ่นรัก

What & Why | บ้านอุ่นรักทำอะไร เพราะอะไรจึงทำ | บ้านอุ่นรัก

What บ้านอุ่นรักทำอะไร 

ทำสิ่งที่ดีและถูกต้องในทุก ๆ วันในฐานะครูกระตุ้นพัฒนาการ เพื่อกระตุ้นพัฒนาการและแก้ไขอาการที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และเป็นปัญหาที่ทำให้การดำรงชีวิตของเด็ก ๆ ไม่ปกติสุข ฝึกการดำรงชีวิต ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ทางบวก และเตรียมความพร้อมให้กับลูกศิษย์ที่มีอาการออทิสติก สมาธิสั้น หรือพัฒนาการช้าไม่สมวัย ให้เด็ก ๆ มีความพร้อมมากพอที่จะช่วยเหลือตนเองได้ตามวัยมากยิ่งขึ้น อันจะส่งผลให้เด็ก ๆ รายที่มีความพร้อมมากพอเหล่านี้ ได้เข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาลในลำดับถัดไป

ทำสิ่งที่ดีและถูกต้องในทุก ๆ วันในฐานะเพื่อนคู่คิดของคุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง เพื่อให้ท่านมั่นใจว่าการเดินทางของท่านบนเส้นทางสายนี้ แม้จะขรุขระและมีอุปสรรคขวากหนาม แต่ท่านยังเราซึ่งมีทั้งองค์ความรู้และประสบการณ์ตรงในการทำงานด้านนี้มากว่า 26 ปี เป็นที่ปรึกษา อีกทั้งจะมีเราเป็นเพื่อนแท้ ผู้คอยรับฟัง ส่งมอบกำลังใจ ให้คำแนะนำ และแนวทางการดูแล ฟื้นฟู และสร้างเสริมพัฒนาการให้ลูก ได้อย่างถูกต้องที่บ้านด้วยตัวของท่านเองต่อจากเรา จนกว่าลูก ๆ จะเติบโตและช่วยเหลือตนเองได้

ทำสิ่งที่ดีและถูกต้องในทุก ๆ วันในฐานะผู้ประสานงานการเรียนร่วม เพื่อคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง และคุณครูที่โรงเรียนของลูกรายที่มีความพร้อมในการเข้าเรียนร่วม มั่นใจได้ว่าเราจะอยู่เป็นเพื่อนคู่คิด ผู้คอยส่งเสริม ประสานงาน และร่วมกันหาวิธีที่ถูกต้องไปกับท่านในการช่วยให้ลูก ๆ และเด็ก ๆ ได้เรียนร่วมอย่างต่อเนื่องและมีความหมายอย่างแท้จริง

Why ทำเพราะอะไร

เพราะเรามั่นใจว่าด้วยความรักที่คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง คุณครู และเรา ต่างมีและมอบให้กับเด็ก ๆ จะ “ทำให้ทุกอย่างที่ดีกว่านี้เป็นไปได้”

เพราะเด็ก ๆ ทุกคนมีศักยภาพและความสามารถซ่อนอยู่ภายใน เด็ก ๆ กำลังรอให้เราร่วมใจ ร่วมมือกัน และลงมือค้นหา ส่งเสริม ให้การสนับสนุน จนเขาสามารถเติบโตและเบ่งบานได้อย่างสวยงามตามรูปแบบที่เหมาะสมกับเขาแต่ละคนอย่างแท้จริง

บ้านอุ่นรัก…ใช้องค์ความรู้และประสบการณ์ตรงที่มีในการลงมือกระตุ้นพัฒนาการ ปรับพฤติกรรม และเตรียมความพร้อมให้กับเด็ก ๆ

บ้านอุ่นรัก…เชื่อมั่นตลอดมาว่าความรักของท่านที่มีให้กับลูก ๆ เด็ก ๆ ทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้

บ้านอุ่นรัก…มั่นใจว่าเด็ก ๆ ทุกคนล้วนมีศักยภาพและความสามารถในแบบของตนเอง

…นั่นคือ What & Why ในการลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ที่ดีและถูกต้องในทุก ๆ วันของพวกเรา 

VDO เด็กออทิสติก – ฝึกพัฒนาการด้วย SI (Sensory Integration)

VDO เด็กออทิสติก – ฝึกพัฒนาการด้วย SI (Sensory Integration)

VDO ความรู้เรื่องนี้จะช่วยให้คุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง ทราบข้อมูลต่าง ๆ ดังต่อไปนี้เพิ่มมากขึ้น

  • ระบบประสาทรับความรู้สึก หรือกระบวนการทำงานภายในสมองที่คอยจัดระเบียบคัดกรองความรู้สึกและสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามากระตุ้นร่างกายผ่านระบบประสาทรับความรู้สึก และสั่งให้ร่างกายแสดงออกมาในรูปแบบของพฤติกรรมที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ
  • ประโยชน์ของการฝึกพัฒนาการด้านการบูรณาการการรับรู้ความรู้สึก (Sensory Integration หรือ SI) และ
  • ตัวอย่างกิจกรรมบำบัด ซึ่งส่วนหนึ่งก็คือการเล่นที่มีเป้าหมายในการสร้างเสริมพัฒนาการให้กับเด็ก ๆ นั่นเอง

ส่วนระบบประสาทรับความรู้สึกทั้ง 7 จะประกอบด้วย

  1. การมองเห็น (Visual System)
  2. การได้ยิน (Auditory System)
  3. การรับสัมผัสทางผิวหนัง (Tactile System)
  4. การได้กลิ่น (Olfactory System)
  5. การรับรส (Gustatory System)
  6. การรับรู้ท่าทางของร่างกายผ่านข้อต่อ (Proprioception)
  7. การทรงท่า (Vestibular)

ทั้งนี้ เด็กที่มีปัญหา SI จะมีลักษณะดังต่อไปนี้ และพบบ่อยในเด็กออทิสติก เด็กสมาธิสั้น และเด็กที่มีพัฒนาการช้า

  1. ชอบการเคลื่อนไหวมาก ๆ เช่น กระโดด สะบัดมือ เดินเขย่งเท้า
  2. หลีกหนีสิ่งเร้า เช่น กลัวชิงช้า กลัวที่สูง ไม่มั่นคง ไม่สัมผัสอาหาร หรือของเล่นที่นุ่มนิ่ม
  3. ไวต่อสิ่งกระตุ้นมากเกินไป เช่น ตื่นตระหนก อ่อนไหวง่าย
  4. ความรู้สึกช้า ไม่แสวงหาสิ่งเร้า เช่น มีสีหน้าเรียบเฉยง่วงนอนตลอดเวลา ไม่รับรู้สิ่งแวดล้อม ดูนิ่ง ๆ ซึม ๆ
  5. ดีสแพร็กเซีย (Dyspraxia) เช่น มีการวางแผนการเคลื่อนไหวที่ไม่ดีทำให้เกะกะเก้งก้าง ใส่เสื้อผ้าเองลำบาก เรียนรู้กิจกรรมใหม่ ๆ ได้ช้า

https://www.youtube.com/watch?v=mFSNcJkhjx0&feature=youtu.be

เมื่อชมคลิปจนจบ ก็รู้สึกทึ่งที่เด็กชายออทิสติกตัวน้อย ๆ ที่มีอายุเพียง 4 ขวบคนหนึ่ง ที่เคยอยู่ไม่นิ่ง ยืนโยกตัวค่อนข้างตลอดเวลา ไม่มองหน้า ไม่สบตาเลย ชอบเล่นเสียง เอาแต่ใจ โวยวาย ไม่ยอมทำกิจกรรม ไม่ยอมให้ความร่วมมือ ไม่ฟังคำสั่ง ไม่เข้าใจภาษา แสดงออกทางภาษาน้อย รอคอยไม่ได้เลย มีปัญหาการเรียนรู้และสุขภาพอนามัย ไม่เข้าสังคม และใช้ชีวิตประจำวันแบบไม่ปกติสุข แต่เมื่อเด็กได้เข้ารับการฝึกทักษะการรับความรู้สึกผ่านระบบประสาทสัมผัส 7 ด้านด้วยการทำกิจกรรมบำบัดเพื่อปรับความสมดุลระบบประสาทสัมผัสรับความรู้สึกของร่างกายให้ตอบสนองต่อสิ่งเร้าและแสดงพฤติกรรมโต้ตอบต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมทุกสัปดาห์ ๆ ละ 1 ครั้ง ๆ ละ 1 ชั่วโมง พัฒนาการหลายด้านของเขาก็ดีขึ้นได้ภายใน 1 ปี  

กรณีการฝึกนี้ ทำให้เรามีกำลังใจและฮึดสู้เพื่อลูกขึ้นมาได้ เพราะเราได้เห็นตัวอย่างแล้วว่าเพียงหนูน้อยคนนี้เข้ารับการฝึกพัฒนาการด้วยกิจกรรมบำบัดอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอทุกสัปดาห์ ๆ ละ 1 ครั้ง ๆ ละ 1 ชั่วโมงเป็นเวลา 1 ปี เขาก็สามารถเพิ่มพูนพัฒนาการหลายด้านของตนเองได้ เพราะฉะนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้าสมาชิกในครอบครัวของลูกออทิสติก ลูกสมาธิสั้น ลูกที่มีพัฒนาการช้าไม่สมวัย รู้วิธีการฝึกที่ถูกต้องและร่วมใจกันลงมือฝึกลูกหลานที่บ้านควบคู่กันไปด้วย เด็ก ๆ ก็จะยิ่งเก่งได้มากกว่านี้และเก่งขึ้นในทุก ๆ วันอย่างเห็นได้ชัดมากมายเพียงใด  

สำหรับผู้ปกครองที่อยากไปฝึกลูกเองต่อที่บ้าน ท่านควรทำดังนี้ คือ 

  1. พาลูกไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กหรือจิตแพทย์เด็ก เพื่อรับการวินิจฉัยอาการและรู้ปัญหาที่แท้จริงของลูก เพื่อจะได้เสริมสร้างพัฒนาการได้ถูกด้านต่อไป
  2. คลุกคลีและเล่นร่วมกันกับลูกที่บ้านบ่อย ๆ ทั้งนี้ ท่านสามารถประยุกต์ใช้กิจกรรมง่าย ๆ ที่บ้าน หรือแม้แต่ให้ลูกช่วยทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ง่าย ๆ ก็สามารถฟื้นฟูและสร้างเสริมพัฒนาการให้ลูกได้
  3. ขอคำแนะนำจากนักกิจกรรมบำบัดหรือครูกระตุ้นพัฒนาการของลูกเมื่อมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

พัฒนาการของลูกเราสามารถร่วมกันสร้างเสริมให้ลูกได้ ขอเพียงเริ่มต้นเรียนรู้ ทำตามแนวทางที่ถูกต้องทุกวัน ทำต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญคือต้องไม่ถอดใจ เราก็จะประสบความสำเร็จและช่วยลูกได้ค่ะ

บ้านอุ่นรักจะอยู่เป็นเพื่อนคู่คิดให้กับทุกท่าน และพร้อมที่จะรับฟัง เป็นที่ปรึกษา ตลอดจนให้คำแนะนำที่มีประโยชน์แก่ทุกท่านเสมอค่ะ 

Credit คลิปและข้อมูล: รายการโทรทัศน์ มูลนิธิเด็ก | ก.บ. ปานิศรา วาริสสอน (ครูน้อยหน่า นักกิจกรรมบำบัดประจำสถาบันวิชาการ มูลนิธิเด็ก)

Credit ภาพ: Bekah Russom | Troy T | Bruce Warrington | Unsplash