by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
หนึ่งในความท้าทายของครูการศึกษาพิเศษคือการทำให้ “เรื่องเดิมที่เด็กต้องเรียน” กลายเป็น “การเรียนรู้ที่มีความหมาย” มากขึ้นในทุกครั้ง ไม่ใช่แค่ให้เด็กจำได้ แต่ต้องเข้าใจ อยากสื่อสาร และมีแรงจูงใจจากภายในตนเองเพื่อเข้ามีส่วนร่วมในการลงมือทำกิจกรรมเสริมสร้างพัฒนาการต่าง ๆ
สำหรับครูบ้านอุ่นรัก “ภาพ” จึงไม่ใช่แค่สื่อที่ครูใช้เพื่อแสดงให้เด็กดู แต่ครูจะเปลี่ยนภาพให้กลายเป็นเครื่องมือสร้างภาษาและการสื่อสารให้ได้ผลดี
วิธีใช้ภาพให้พัฒนาการสื่อสาร “น่าสนใจและลึกขึ้น”
1. เพิ่ม “ตัวเลือก” ให้เด็กได้คิดและตัดสินใจ แทนที่จะใช้ภาพเดียว ลองเพิ่มเป็น 2–3 ตัวเลือก เช่น 👕 เสื้อ / 🩳 กางเกงขาสั้น / 👖 กางเกงขายาว
ลองถาม:
- “เอาอะไรดี?”
- “น้อง…ใส่อะไรดี?”
เด็กจะได้ฝึก:
- ฟังคำถาม
- คิดเปรียบเทียบ
- ตัดสินใจ
- สื่อสารความต้องการ
2. ขยายจาก “คำ” เป็น “ประโยค” จากคำสั้น ๆ เช่น “ใส่เสื้อ”
ลองขยายเป็น:
- “น้องมีนใส่เสื้อสีแดง”
- “น้องบอสใส่กางเกงขาสั้น”
เด็กจะได้เรียนรู้:
- คำคุณศัพท์ (สี/ลักษณะ)
- โครงสร้างประโยค (ใคร ทำอะไร อะไร)
3. เพิ่ม “คำกริยา” ให้หลากหลาย อย่าหยุดแค่คำว่า “ใส่”
ลองเพิ่ม:
- “หยิบ”
- “ถอด”
- “แขวน”
- “เก็บใส่กระเป๋า”
ตัวอย่าง:
- “น้องมีนหยิบเสื้อสีแดง”
- “น้องบอสถอดรองเท้า”
เด็กจะ:
- เข้าใจความหมายของการกระทำที่แตกต่าง
- ไม่จำกัดการสื่อสารอยู่แค่คำเดิม ๆ
- ได้ลงมือทำจริง ไม่จำเจ
4. เล่น “บทบาทสมมติ” ให้การเรียนมีชีวิต
เช่น:
- ใส่เสื้อให้ตุ๊กตา
- หยิบเสื้อส่งให้เพื่อน
แล้วต่อยอดด้วยคำถาม:
- “น้องมีนกำลังทำอะไร?”
- “น้องบอสส่งเสื้อให้ใคร?”
- “น้องวินขอบคุณเพื่อน (น้องบอส) แล้วหรือยังที่เขาส่งเสื้อให้?”
เด็กจะได้:
- เข้าใจความหมายเชิงลึก
- สื่อสารโต้ตอบจริง
- ฝึกใช้คำพูดเชิงมารยาททางสังคม (ขอบคุณ ขอโทษ)
5. ใช้ “คำถามหลายระดับ” เพื่อกระตุ้นความคิด
ไล่จากง่าย → ยาก
1️⃣ นี่อะไร?
2️⃣ ใครใส่เสื้อ?
3️⃣ ทำไมต้องใส่เสื้อ?
4️⃣ ถ้าไม่ใส่เสื้อจะเป็นยังไง?
ช่วยให้เด็ก:
ไม่ใช่แค่ “จำ” แต่ “คิดต่อยอด” ได้
6. เทคนิคสำคัญ: “พูดนำ → พูดตาม → พูดเอง”
ตัวอย่าง:
- ครู: “เสื้อสีแดง”
- เด็กพูดตาม
- ครูถาม: “นี่อะไร?”
- เด็กตอบเอง
เป้าหมายคือ:
- ลดการพึ่งพาครู
- ให้เด็ก “สื่อสารได้ด้วยตัวเอง”
ตัวอย่างกิจกรรม
หัวข้อ: เครื่องแต่งกาย
- ดูภาพ → พูดคำศัพท์
- เลือก → “เอาเสื้อหรือกางเกง?”
- เรียง → “น้องต้นใส่เสื้อ”
- ขยาย → “น้องต้นใส่เสื้อสีฟ้า”
- ลงมือทำ → ใส่เสื้อให้ตุ๊กตา
- ถาม → “ใครใส่เสื้อ?”
เทคนิคสำคัญสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
- ใช้คำสั้น ชัด และ “ซ้ำบ่อย”
- ชมทันทีเมื่อเด็กพยายาม (แม้ยังไม่ชัด)
- ใช้ท่าทาง สีหน้า และการชี้ช่วยสื่อสาร
- ไม่กดดันให้ตอบถูก 100%
จาก “ภาพธรรมดา” สู่ “ประโยคแรกของชีวิต”
บ้านอุ่นรักอยากชวนผู้ปกครองลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ที่บ้าน เพียงแค่เพิ่มตัวเลือก ขยายประโยค เล่นบทบาทสมมติ ตั้งคำถามหลากหลาย สิ่งเล็ก ๆ ที่เพิ่มเข้าไปเหล่านี้จะช่วยให้เด็ก
- สนุกกับการเรียน
- ได้ฟัง ได้คิด ได้สื่อสาร
- ที่สำคัญที่สุด…ภาพธรรมดา ๆ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “การสื่อสารที่มีความหมาย” ของเด็ก
“บ้านอุ่นรัก” เสริมพัฒนาการเด็กออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้าไม่สมวัย
Image Credit: Google Gemini
by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษกลุ่มออทิซึม สมาธิสั้น หรือพัฒนาการล่าช้า “ทักษะด้านการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร” มักไม่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เด็กจำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ
แม้จะมีเครื่องมือการสอนหลายรูปแบบ แต่หนึ่งในเครื่องมือที่เรียบง่าย เข้าใจง่าย และได้ผลดีน่าประทับใจ คือ “การใช้ภาพ” เพราะภาพช่วยให้เด็กเชื่อมโยงสิ่งที่เห็นกับความหมายและต่อยอดไปสู่การสื่อสารได้อย่างเป็นรูปธรรม
โครงสร้างการสอน (เรียงจากง่ายสู่ยาก)
- เริ่มจากการพูดคำศัพท์จากภาพ
เช่น เสื้อ / กางเกง เพื่อให้เด็กคุ้นเคยกับคำพื้นฐาน
- ฝึกทำตามคำสั่งง่าย ๆ
เช่น หยิบเสื้อ / ชี้กางเกง เพื่อเสริมความเข้าใจภาษา
- เรียงคำเป็นประโยคจากภาพ
เช่น ชื่อ… ใส่… เพื่อเริ่มต้นการสื่อสารเป็นประโยค
- อ่านประโยคจากภาพที่เรียงแล้ว
ช่วยให้เด็กเชื่อมโยงคำ → ประโยค → ความหมาย
- ฝึกตอบคำถามจากภาพ
เช่น นี่อะไร / น้อง…ทำอะไร / ใครใส่กางเกงขาสั้น เพื่อกระตุ้นการคิดและการใช้ภาษาอย่างมีความหมาย
เป้าหมายการสอน
- เด็กสามารถจดจำคำศัพท์ได้
- เด็กเข้าใจความหมายของภาษา
- เด็กใช้ภาษาได้เหมาะสมกับสถานการณ์
- เด็กเชื่อมโยงสิ่งที่เห็น → เข้าใจ → สื่อสารออกมาได้
- เด็กฟังและเข้าใจคำถาม คิดหาคำตอบ และตอบได้อย่างเป็นขั้นตอน
- กล้าแสดงออกและมีส่วนร่วมในการเรียนรู้
- พัฒนาทักษะภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ จากคำง่าย ๆ ไปสู่การใช้งานจริง
- เป้าหมายสำคัญที่สุด คือ ให้เด็กเข้าใจภาษา+สื่อสารได้+ใช้ภาษาเพื่อบอกความต้องการของตนเองได้จริง
สำหรับลูกศิษย์ที่บ้านอุ่นรัก ทีมครูตั้งใจเสริมพัฒนาด้านการสื่อสารให้กับเด็ก ๆ อย่างเต็มที่ทุกวัน โดยมีเป้าหมายว่าจากภาพหนึ่งใบที่เด็กมองเห็น ครูจะค่อย ๆ ช่วยให้ภาพที่เด็กเห็นกลายเป็น “คำ ๆ แรก” และ “คำถัด ๆ ไป” ที่เด็กสามารถใช้สื่อสารได้อย่างมั่นใจ
แต่…ครูมีเทคนิคอย่างไรที่จะสอนเรื่องเดิมทุกวัน แต่ยังคงความสนุกและไม่น่าเบื่อเพื่อจูงใจเด็ก? ผู้ปกครองอย่าลืมติดตามอ่านในโพสต์ถัดไปนะคะ
“บ้านอุ่นรัก” เสริมพัฒนาการเด็กออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้าไม่สมวัย
บ้านอุ่นรักสวนสยาม ถนนสวนสยาม 24 แยก 2 โทร 086 775 9656
บ้านอุ่นรักธนบุรี ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26 โทร 087 502 5261
Line: บ้านอุ่นรักสวนสยาม LINE ID: 0867759656
Line: บ้านอุ่นรักธนบุรี LINE ID: @aunrak2
Image Credit: Google Gemini
by admin | บทความทั่วไป
รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงจันท์ฑิตา พฤกษานานนท์ ได้เขียนบทความวิชาการ หัวข้อ “เด็กพูดช้า” ไว้ในจุลสาร “สื่อสารกุมารแพทย์” ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจโดยสรุป ดังนี้
ปัญหาเด็กพูดช้าเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในเวชปฏิบัติ จึงเป็นหน้าที่ของกุมารแพทย์ในการส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาในเด็ก ตรวจวินิจฉัย และแก้ไขปัญหาเสียแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัยและป้องกันปัญหาที่จะเกิดตามมา เพราะเมื่อติดตามในระยะยาว เด็กพูดช้าอาจมีปัญหาการอ่าน การเขียน การเรียนรู้ การเข้าสังคม ปัญหาพฤติกรรม และปัญหาทางอารมณ์เมื่อโตขึ้น
พัฒนาการทางการพูดสื่อสารในเด็ก เด็กแรกเกิดจนกระทั่งถึง 6 ปี ควรมีการรับรู้ภาษา การพูด หรือการแสดงออกอย่างไร
การเฝ้าระวังติดตามและตรวจคัดกรอง ควรทำทุกครั้งที่พ่อแม่ผู้ปกครองได้พาเด็กมาพบแพทย์
ควรสงสัยว่าเด็กมีปัญหาทางการพูดเมื่อใด ถ้าสังเกตให้ดี เด็กอาจมีพฤติกรรมที่แสดงว่าอาจมีปัญหาในการพูดตั้งแต่ขวบปีแรก ซึ่งรองศาสตราจารย์แพทย์หญิงจันท์ฑิตา พฤกษานานนท์ ได้ระบุข้อบ่งชี้ง่าย ๆ ในการสังเกตว่าเด็กอาจมีปัญหาในการพูดหรือไม่ ไว้ในบทความนี้ด้วย
สาเหตุของเด็กพูดช้า
- ปัญหาการได้ยิน (hearing problems) จากภาวะต่าง ๆ
- ความผิดปกติของการทำงานของสมองจากสาเหตุต่าง ๆ ตั้งแต่ก่อนคลอด ขณะคลอด และหลังคลอด
- ความผิดปกติของอวัยวะที่ใช้ในการเปล่งเสียงพูด
- สภาพแวดล้อมการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมและไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาทางการพูดและการใช้ภาษา
- Autism ออทิซึม
- Specific language impairment (SLI) หรือเด็กมีความบกพร่องในการเข้าใจหรือใช้ภาษา ทั้งภาษาพูดและท่าทาง การเข้าใจคำศัพท์ ความหมายของคำ รูปประโยค ไวยากรณ์
การตรวจและวินิจฉัย
- ซักประวัติอย่างละเอียด
- ตรวจร่างกายและพัฒนาการ
- Formal Audiologic Examination (ตรวจคัดกรองสมรรถภาพการได้ยิน) ในกรณีที่สงสัยว่าเด็กมีปัญหาการได้ยิน
หากพัฒนาการช้าหลายด้านหรือสงสัยว่าสติปัญญาบกพร่อง หรือ มีพัฒนาการถดถอย ควรส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจเพิ่มเติมโดยละเอียดต่อไป
การดูแลรักษา ใช้หลัก
EARLY IDENTIFICATION ตรวจโดยเร็วที่สุดเพื่อหาสาเหตุของการพูดช้าให้พบ
EARLY INTERVENTION แทรกแซงเพื่อกระตุ้นการพูดให้เร็วที่สุด
EARLY REFERAL ส่งต่อไปยังทีมแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อช่วยแก้ปัญหาการพูดช้าให้เร็วที่สุด
คลิกที่ลิงก์เพื่ออ่านจุลสารและบทความฉบับเด็ม
http://www.thaipediatrics.org/Media/media-20181220121505.pdf
เนื่องจากการพูดเป็นรูปแบบการสื่อสารกับผู้อื่นที่มีความสำคัญ ปัญหาเด็กพูดช้าจึงต้องได้รับการดูแลและแก้ไขให้ถูกต้องเสียแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่เด็กจะมีปัญหาการอ่าน การเขียน การเรียนรู้ การเข้าสังคม ปัญหาพฤติกรรม และปัญหาทางอารมณ์ตามมา
เครดิตข้อมูล: จุลสาร “สื่อสารกุมารแพทย์” จุลสารราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ปีที่ 39 ฉบับที่ 3 กันยายน – ธันวาคม 2561 หน้า 4-6
เครดิตภาพ: Unsplash | Alexander Schimmeck