5 สัญญาณบอกความเสี่ยง ว่าลูกเข้าข่ายการเป็นออทิสติก | บ้านอุ่นรัก

5 สัญญาณบอกความเสี่ยง ว่าลูกเข้าข่ายการเป็นออทิสติก | บ้านอุ่นรัก

อาการออทิสติก (Autistic Disorder) เป็นอาการที่มีผลกระทบต่อพัฒนาการหลายด้านของเด็ก คือ ความบกพร่องทางสังคมและปฎิสัมพันธ์แบบสองทางกับบุคคลรอบข้าง ความล่าช้าหรือความบกพร่องทางภาษาและการสื่อความหมาย พฤติกรรม และอารมณ์ของเด็กออทิสติก โดยเริ่มสังเกตเห็นอาการตั้งแต่ก่อนอายุ 2-3.6 ขวบ

ในวันนี้ ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการบ้านอุ่นรักมีบทความมานำเสนอ เรื่อง “5 สัญญาณบอกความเสี่ยงว่าลูกเข้าข่ายการเป็นออทิสติก” เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้คอยระวัง เฝ้าสังเกตอาการของลูกน้อยค่ะ

1 ขาดความสนใจต่อสิ่งรอบข้าง

เด็กขาดความสนใจที่จะเข้าไปคลุกคลีหรือสานต่อกับคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ พี่ น้อง หรือเด็กในวัยเดียวกัน เช่น เลี่ยงการสบตา แยกตัว ชอบเล่นคนเดียว ขาดการพยักพเยิด ไม่ออดอ้อน ไม่ชี้ชวน ไม่สนใจเลียนแบบหรือทำตามแบบ ไม่สนใจเข้ามาพูดคุยหรือมีท่าทีชวนเล่น สานต่อ หรือชวนแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคนรอบข้าง

2 พูดช้า ไม่สมวัย

เด็กพูดช้า หรือแม้พูดได้ แต่พูดแบบมีพัฒนาการทางด้านภาษาไม่สมวัย ทั้งในแง่การพูด การฟัง โดยไม่สนใจที่จะตอบสนองต่อคำสั่งง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่หันตามเสียงเรียกชื่อ เมื่อถึงวัย 1-2 ขวบ ยังไม่เริ่มพูด บางรายคล้ายพูดภาษาต่างดาวแบบตนเอง หรือบางรายเคยพูดแล้วมาหยุดชะงัก หรือพัฒนาการทางการพูดถดถอย บางรายพูดได้แต่พูดในเรื่องที่ตนสนใจสั้น ๆ ได้วงจำกัด เช่น พูดคำศัพท์สั้น ๆ คำเดิม ๆ ท่องตัวอักษร พูดวลีที่ตนเองสนใจซ้ำ ๆ กับตนเอง ไม่ใช่การพูดเพื่อสื่อสารกับคนอื่น ไม่สนใจที่จะสานต่อบทสนทนาแบบต่อเนื่อง

3 การแสดงออกไม่ชัดเจน

การแสดงออกทางแววตาของเด็ก รวมถึงสีหน้า ท่าทาง ไม่ชัดเจนแบบเด็กวัยเดียวกัน

4 ชอบทำอะไรซ้ำ ๆ ย้ำคิดย้ำทำ

เด็กมีความชอบรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบเดิม ๆ ถ้าเปลี่ยนแปลงหรือขัดใจจะหงุดหงิด ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง บางรายพฤติกรรมซ้ำ ย้ำคิดย้ำทำ เช่น ทานอาหารแบบเดิมได้ไม่กี่ชนิด ใส่เสื้อผ้าแบบเดิม ถ้าเปลี่ยนเส้นทางเดินทางจากที่คุ้นเคยจะหงุดหงิด ฯลฯ

5 วิธีการเล่นมีรูปแบบเฉพาะตัว

วิธีการเล่นของเด็กมีรูปแบบเฉพาะตัว มีการเล่นแบบเดิมซ้ำ ๆ ขาดความสนใจสิ่งรอบตัว มักไม่ค่อยเข้าไปสำรวจ ทดลอง หรือนำของเล่นมาเล่นประกอบจินตนาการ เหมือนเด็กวัยเดียวกัน โดยเด็กออทิสติกมักจะหมกมุ่นกับสิ่งของเฉพาะอย่าง เล่นแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีกเป็นระยะเวลานาน บางรายชอบเล่นในแบบกระตุ้นระบบการรับสัมผัส เช่น เรียงของเพื่อเพ่งมอง เล็งระนาบ ชอบดูของที่หมุนได้ เคาะของเล่นเพื่อฟังเสียง บางรายพบการเคลื่อนไหวอวัยวะซ้ำ เช่น สะบัดมือ หมุนตัว อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย วิตกกังวลสูง ดูเหมือนปรับตัวยาก อารมณ์กวัดแกว่ง การรับรู้ไว ตื่นตัวถูกรบกวนจากประสาทสัมผัสได้ง่าย เช่น กลัวและเลี่ยงหนี หรือทางกลับกัน บางรายอาจจะหมกมุ่นกับสิ่งของบางอย่างบางเรื่องเป็นพิเศษ หากถูกขัดขวางจะหงุดหงิด

ผู้ปกครองที่สงสัยว่าลูกอาจมีอาการเข้าข่ายเด็กออทิสติก ควรรีบพาลูกไปพบจิตแพทย์เด็กหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก เพื่อรับคำวินิจฉัย อย่าครุ่นคิดสงสัย กังวลใจนานเกินไปนะคะ เพราะพัฒนาการของลูกรอไม่ได้ ถ้าลูกมีอาการอะไร จะได้รีบหาทางบำบัดรักษา ถ้าลูกไม่เป็นอะไร จะได้สบายใจ ไม่ต้องเก็บความวิตกกังวลคิดวนซ้ำอยู่คนเดียว ไม่ว่าจะเกิดอะไรทุกอย่างมีทางแก้นะคะ ยิ่งแก้ไขเร็ว ยิ่งลดความสูญเสีย   พวกเราทีมงานบ้านอุ่นรักได้นำเสนอความรู้และแนวทางการแก้ไขไว้หลายรูบแบบ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับพัฒนาการของลูก สามารถติดต่อมาพูดคุยกับพวกเราได้ค่ะ ตามช่องทางที่ท่านสะดวกค่ะ

มหัศจรรย์ … ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายใน

มหัศจรรย์ … ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายใน

สำหรับคนที่ติดตามบทความของบ้านอุ่นรัก คงเคยได้ยินครูนิ่มพูดเสมอว่า “ลูก ๆ ของเราไม่ใช่เด็กที่บุบสลายหรือไร้ค่า แต่ลูกเป็นเด็กที่มีศักยภาพที่พิเศษสุดซ่อนอยู่ภายใน”

———-

คำถามมีแค่ว่า… How can you encourage a child? … คุณจะช่วยนำทางและเสริมสร้างศักยภาพให้ลูกได้อย่างไร

คำตอบ… Use your imagination … ใช้จินตนาการของคุณลองคิดดู

———-

———-

เราขอเวลาของคุณแค่ 1.31 นาทีในการชมคลิปนี้เพื่อได้เรียนรู้และค้นพบว่า “ลูกออทิสติกไม่ใช่เด็กที่บุบสลาย แต่ลูกเป็นเด็กที่มีศักยภาพที่พิเศษสุดซ่อนอยู่ในตัว”

———-

สรุปคำบรรยายคลิป

ในชั่วโมงวาดเขียน ครูให้เด็กนักเรียนวาดรูปสัตว์ชนิดใดก็ได้ตามแต่จินตนาการของเด็ก

ภาพที่เด็ก ๆ วาดจึงมีทั้งเจ้าเหมียวปิกาจู้สีเหลืองสดใส กระต่ายน้อยสีชมพูหูยาวตะมุตะมิ และด้วงมูชิคิงผู้พิทักษ์แห่งขุนเขา

———-

แต่…เด็กน้อยคนหนึ่งเอาแต่ระบายสีดำลงไปในกระดาษ แผ่นแล้วแผ่นเล่าอยู่อย่างนั้นไม่ยอมหยุด และทำเช่นนั้นต่อเนื่องจากในชั้นเรียน นอกเวลาเรียน ระบายสีลงไปในกระดาษอยู่อย่างนั้นตอนอยู่ที่โรงเรียนและที่บ้าน จนกระทั่งครูและครอบครัววิตกกังวลจนครอบครัวต้องพาเด็กไปพบแพทย์

———-

แพทย์ถามหนูน้อยว่า “บอกคุณหมอหน่อยได้มั๊ยว่าหนูกำลังวาดรูปอะไร” แต่เด็กก็ไม่ยอมพูดตอบ ในที่สุดทีมแพทย์ต้องขอให้เด็กหยุดพักการเรียนเพื่อเข้ารักษาอาการที่โรงพยาบาล

———-

ในระหว่างที่อยู่ในโรงพยาบาล เด็กยังคงระบายสีต่อไปไม่หยุด … จนกระทั่งวันหนึ่ง นางพยาบาลฉุกคิดขึ้นได้ว่าภาพต่าง ๆ ที่เด็กวาด หากเรานำมันมาเรียงต่อกันให้ถูกต้อง ภาพนั้นน่าจะมีความหมายอะไรสักอย่าง!

———-

เธอและทีมแพทย์จึงช่วยกันนำภาพแต่ละภาพมาเรียงร้อยเข้าหากัน ซึ่งการทำแบบนั้น ทำได้ไม่ง่ายเลย และในที่สุด ภาพนั้นก็เติมเต็ม….เป็นภาพ…..? (คนที่รู้คำตอบแล้ว ห้ามสปอยล์นะคะ)

———-

… หากคุณอยากรู้ว่าลูกออทิสติกคนนี้วาดอะไร ?

… เราขอเวลาแค่ 1.31 นาทีในการชมคลิปนี้ เพื่อคุณได้เรียนรู้และค้นพบว่าลูกออทิสติกของคุณ ไม่ใช่เด็กที่บุบสลาย แต่ลูกเป็นเด็กที่มีศักยภาพที่พิเศษสุดซ่อนอยู่ในตัว … ส่วนคุณ คุณจะนำทางลูก สร้างเสริมพัฒนาการและผลักดันให้ลูกได้แสดงศักยภาพได้อย่างไร โปรดลองคิดดู…

———-

Clip Credit: Support The Children’s Foundation, Japan Ad Council และ FairyRingDancer

———-

Clip Published on June 26, 2015

———-

คำแปลบรรยายคลิปโดยจินตวีร์ สายแสงทอง

———-

6 สิ่งที่ต้องฝึก ให้เด็กออทิสติกรับผิดชอบในชีวิตประจำวัน | บ้านอุ่นรัก

6 สิ่งที่ต้องฝึก ให้เด็กออทิสติกรับผิดชอบในชีวิตประจำวัน | บ้านอุ่นรัก

เพราะความหวังสูงสุดของคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็คือ ในอนาคต ลูกของเราจะต้องสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยตนเองในโลกใบนี้นั่นเอง 

จากเป้าหมายนี้ …. สิ่งแรกที่เป็นรูปธรรมที่จะเป็นตัวทำนายหรือชี้วัดผลสำเร็จได้ชัดเจนที่สุด ว่าลูกเราจะยืนอยู่บนโลกนี้ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นมากนัก คือ ลูกจำเป็นต้องดูแลตนเองในกิจวัตรประจำวันได้เกือบ 100 % ก่อนอายุ 7-12  ปี

เพราะเรามีความเชื่อว่า ความรัก ทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้

บ้านอุ่นรัก

งั้นเรามาเริ่มต้นทำความหวังให้เป็นจริงตั้งแต่วันนี้ เรามาเริ่มต้น จับมือลูก นำลูกทำสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตตนเอง และเรามาฝึกลูกในการช่วยเหลือตนเองให้ได้ โดยทีมงานบ้านอุ่นรักขอนำเสนอแนวคิด ดังนี้ค่ะ

6 สิ่งที่ต้องฝึก ให้เด็กออทิสติกรับผิดชอบในชีวิตประจำวัน

1. ฝึกลูกดูแลตนเอง

ปลูกฝังทัศนคติที่ถูกต้องว่าลูกจะต้องดูแลตนเอง โดยจับนำ ฝึกให้ลูกร่วมลงมือทำ ในทุกกระบวนการ แล้วค่อย ๆ ลดการช่วยลงทีละน้อย จนถึงจุดที่ลูกทำได้ด้วยตนเอง

2. ฝึกลูกด้านสุขอนามัย

ให้ความสำคัญ ในเรื่องการดูแลเรื่องสุขลักษณะ สุขอนามัย โดยไม่ปล่อยผ่าน แม้ลูกจะมีท่าทีฝืนหรือต่อต้าน (เด็กออทิสติกจะมีการรับรู้ไวจึงมักจะเลี่ยงกิจวัตรที่กระตุ้นการรับสัมผัสด้านต่าง ๆ) เราจำเป็นต้องตะล่อมนำให้ลูกทำได้จนเป็นกิจวัตรตามปกติตามที่ควรจะเป็นจริงให้ได้ เช่น การอาบน้ำ การแปรงฟัน การตัดเล็บ การสระผม ตลอดจนค่อย ๆ จับนำให้ลูกสามารถดูแลสุขลักษณะอื่น ๆ ตามจริงด้วยตนเอง เช่น ล้างมือ เช็ดมือ เช็ดน้ำมูก ฯลฯ

3. ฝึกลูกร่วมลงมือทำ

ร่วมกันลงมือทำกิจวัตรประจำวันด้านการช่วยเหลือตนเอง โดยจับมือนำ กระตุ้นให้ลูกมีส่วนร่วมลงมือกระทำจริงตามสถานการณ์ที่เกิดจริงตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน เช่น การเก็บที่นอน การทำความสะอาดร่างกาย การแต่งกาย การทานอาหาร-ดื่ม การขับถ่ายและเข้าห้องน้ำ การเก็บสิ่งของเครื่องใช้ของตน จนถึงการเข้านอน

4. ฝึกให้ลูกมีส่วนร่วมรับผิดชอบ

ร่วมรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองเป็นผู้กระทำตามวัย ตามความสามารถ เช่น  จับมือให้ลูกร่วมเช็ดน้ำที่ทำหก ถอดเสื้อผ้าของตนเองใส่ไว้ในตะกร้า เก็บรองเท้าขึ้นชั้นวางรองเท้า

5.  ฝึกให้ลูกมีส่วนร่วมในงานบ้าน

ซึ่งได้แก่งานบ้านที่เกี่ยวข้องกับตนเอง เช่น เก็บภาชนะของตนหลังทานอาหาร   ทิ้งขยะลงถัง หรือเก็บสิ่งของเครื่องใช้ ของเล่น หนังสือ ที่ตนรื้ออกมาเก็บให้เข้าที่

6.  ฝึกลูกรับผิดชอบภารกิจตนเอง

ฝึกรับผิดชอบภารกิจที่เกี่ยวข้องกับตนเอง เช่น ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ก่อนเข้านอนในตอนค่ำ เพื่อลูกตื่นนอนตอนเช้าได้ด้วยตนเอง จัดกระเป๋า ตารางสอน ของใช้สำหรับไปโรงเรียนตั้งแต่ตอนค่ำ รับผิดชอบงานของตนเองให้เสร็จ เช่น ทำการบ้านให้เสร็จ เป็นต้น

Tips เล็กๆ น้อยๆ จากบ้านอุ่นรัก

ลองนั่ง list รายการกิจวัตรประจำวันของลูกตั้งแต่ตื่นเช้าถึงเข้านอน  

นำกิจวัตรทีละอย่างมานั่งนึกถึงขั้นตอน แยกส่วนเป็นขั้นตอนย่อย ๆ โดยคิดเป็นภาพของการทำในแต่ละขั้นตอนของกิจวัตรนั้น ๆ ทีละเรื่อง คิดเป็นภาพสั้น ๆ ทีละ shot ที่ต่อเนื่องกันตั้งแต่จุดเริ่มต้นของกิจกรรมจนถึงขั้นสุดท้าย ในเรื่องที่คาดว่าลูกจะเข้าใจได้ยาก เราอาจวาดรูปหรือถ่ายภาพกิจวัตรนั้น ๆ ทีละขั้นมาประกอบการสอนลูก เพราะการใช้ภาพช่วยสอนลูก จะทำให้ลูกเข้าใจขั้นตอนต่าง ๆ ได้ง่ายกว่าการพูดอธิบายแต่อย่างเดียว เช่น จะสอนลูกเรื่องการแปรงฟัน เราจะคิดเป็นภาพย่อย ๆ ทีละขั้น ได้ดังนี้

หยิบแปรงสีฟัน  à บีบยาสีฟันลงบนแปรง à เปิดก้อกน้ำ à เอาแปรงจุ่มน้ำ à แปรงจุดละ 10 ครั้ง (พร้อมนำให้แปรงทีละจุดจนทั่วทั้งปาก)  à บ้วนปาก à ล้างแปรง à เก็บแปรง

ฝึกลูกให้มีส่วนร่วมลงมือทำ เริ่มจากนำให้ลูกมีส่วนร่วมลงมือทำในกิจวัตรที่เกี่ยวข้องกับตัวเองทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการ ในระยะแรก อาจจับทำ บอกบท แล้วค่อย ๆ ลดการช่วยทีละน้อย  

กระตุ้นให้ลูกทำด้วยตนเองมากที่สุด จนปล่อยให้ลูกทำเอง

ฝึกทุกวัน เริ่มจับนำให้ลูกทำตามสถานการณ์จริง โดยเริ่มต้นฝึกเร็วที่สุดตั้งแต่ยังเล็ก ฝึกช่วยเหลือตนเองมาตั้งแต่ลูกอายุ 3-5 ปี ขวบ จนอายุ 7 ขวบ  หรือ อาจถึง 10 ขวบ

เลือกสอนทีละงาน เริ่มจากเรื่องที่ง่ายที่สุด 

พ่อแม่หรือสมาชิกในบ้านจัดเวลาลงมาจับนำในสถานการณ์จริง ทำด้วยความสุขที่จะได้ใช้เวลาเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ร่วมกัน

เรามีภารกิจนี้ร่วมกับลูกนะคะ และยังพอมีเวลาอีกยาวนานที่จะเตรียมตัวลูกให้สามารถดำรงชีวิตให้ได้ในวัยผู้ใหญ่ เรามาเริ่มลงมือทำจริง ๆ ตั้งแต่วันนี้นะคะ ใช้กิจวัตรตามจริงจับนำแล้วปล่อยให้ลูกทำอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่นานนัก อาจจะใช้เวลาไม่เกิน 4-7 ปี เป็นช่วงชีวิตดี ๆ ที่เราได้จะใช้เวลาร่วมกับลูก ในที่สุดความรัก ความพยายามที่เราทุ่มเทให้ไป จะถึงจุดที่ลูกสามารถช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวันได้ตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน ในอนาคต จึงมั่นใจได้ว่าลูกจะยืนหยัดอยู่บนโลกนี้อย่างมีศักดิ์ศรี โดยไม่เป็นภาระของใครค่ะ

ท่านที่สนใจเรียนรู้ตัวอย่างการคิดกิจวัตรและขั้นตอนการสอน ให้สำเร็จได้จริง ท่านสามารถติดตามจากสื่อการสอนของบ้านอุ่นรัก ชุดการฝึกช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน ตามช่วงวัย ตั้งแต่ อายุ 2-12 ปี ได้ ตามช่องทางของบ้านอุ่นรักที่ท่านสะดวกค่ะ

20 คำศัพท์ ที่ต้องรู้ เมื่อพูดถึง “ออทิสติก”

20 คำศัพท์ ที่ต้องรู้ เมื่อพูดถึง “ออทิสติก”

เรื่องการบำบัดรักษาอาการลูกออทิสติกนั้น   นอกจากการบำบัดรักษาจากผู้เชี่ยวชาญแบบสหวิชาชีพเข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วคุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องเรียนรู้และ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการออทิสติกให้มากพอ  เมื่อมีความรู้เรา จะเกิดความมั่นใจ มีกำลังใจ ไม่กลัวในสิ่งที่เราจินตนาการเกินจริง และเกิดความเชื่อมั่นว่าขอเพียงรู้แนวทาง ปัญหาอุปสรรคทุกอย่างแก้ไขได้ แน่นอนค่ะ

พวกเราชาวบ้านอุ่นรัก  มีความตั้งใจว่านอกจากงานกระตุ้นพัฒนาการเด็กๆในศูนย์ฯแล้ว  พวกเราจะเป็นเพื่อนคู่คิด จัดหาให้ข้อมูลและข่าวสาร  ในรูปแบบต่างๆ  ที่มีประโยชน์ต่อการช่วยลูก ๆ ออทิสติกของพ่อแม่ผู้ปกครองทุก ๆ บ้านค่ะ

วันนี้พวกเราพบบทความที่น่าสนใจเรื่อง “20 คำศัพท์ที่ต้องรู้เมื่อพูดถึงออทิสติก” หรือ “20 Words to Know When Discussing Autism (Vocab)” ซึ่งโพสต์โดย We Rock the Spectrum Kid’s Gym ทีมงานบ้านอุ่นรักจึงแปลสรุปความมาแชร์ให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้อ่านไปด้วยกัน ส่วนข้อมูลต้นฉบับ สามารถอ่านได้จากลิ้งค์ข้างล่างนี้นะคะ

(หมายเหตุ: We Rock the Spectrum Kid’s Gym เป็นโรงยิมออกกำลังกายสำหรับเด็ก ตั้งอยู่ที่เมืองลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอมเริกา โรงยิมแห่งนี้ต้องการให้เด็ก ๆ ได้รับประโยชน์จากการใช้อุปกรณ์ประสาทสัมผัส จึงมีการออกแบบอุปกรณ์เหล่านี้มาโดยเฉพาะเพื่อช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่มีปัญหาด้านการประมวลผลทางประสาทสัมผัส)

20 คำศัพท์ที่ต้องรู้เกี่ยวกับอาการของลูกออทิสติก

1 Echolalia

คือ อาการที่ลูกเปล่งเสียงซ้ำ ๆ พูดคำซ้ำ ๆ หรือพูดประโยคซ้ำ ๆ แต่การออกเสียง เอ่ยคำ หรือพูดวลีซ้ำ ๆ นั้น ลูกไม่ได้ใช้ในการสื่อความหมายอย่างมีประสิทธิภาพ หรือลูกไม่ได้ทำเพื่อแสดงออกในเรื่องต่าง ๆ ตามที่ลูกคิด ลูกแค่เปล่งเสียงตามที่เคยรู้หรือได้ยินมา หรือลูกเพียงพูดเลียนแบบ เช่น เมื่อเราตั้งคำถามให้ลูกตอบ ลูกก็จะพูดทวนคำถามที่ลูกได้ยิน แต่ลูกจะไม่ตอบคำถามนั้น ๆ เป็นต้น

2 Scripting

เป็นอาการที่ลูกออทิสติกมักพูดคำซ้ำ ๆ หรือพูดประโยคเดิม ๆ ลูกมีการออกเสียงสูง ๆ ต่ำ ๆ ซ้ำไปซ้ำมา หรือลูกพูดตามถ้อยคำของคนอื่นที่ลูกได้เห็นหรือได้ยินมา ไม่ว่าจะเป็นการได้ยินมาจากการชมภาพยนต์ ได้ฟังมาจากคำพูดของคนอื่น หรือได้อ่านมาจากหนังสือเล่มโปรด ทั้งนี้ บางครั้งเราจะพบว่ามีการใช้คำว่า Scripting และ Echolalia ในความหมายที่คล้าย ๆ กันในการพูดถึงโรคออทิซึมค่ะ

3 Perseveration

คือ อาการหรือพฤติกรรมที่ลูกติดอยู่ หรือยังคงเพียรพยายามทำซ้ำ ๆ ต่อเนื่องอยู่ แม้สิ่งเร้าที่ทำให้ลูกเกิดอาการหรือแสดงพฤติกรรมนั้น ๆ ได้จบลงไปแล้วก็ตามที อาการที่ลูกติดอยู่กับบางเรื่องบางอย่างนี้ ส่งผลให้ลูกไม่สามารถปรับใจหรือยากที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลงได้นั่นเอง

4 Applied Behavioral Analysis Therapy

เรียกย่อ ๆ ว่า ABA เป็นทฤษฎีที่ว่าด้วยการวิเคราะห์พฤติกรรมเพื่อนำผลที่ได้มาประยุกต์ใช้ในการบำบัดรักษาต่อไป ทฤษฎีนี้ใช้หลักของการเรียนรู้ หลักการใช้แรงจูงใจ อันจะส่งผลต่อการเกิดพฤติกรรม ทั้งนี้ นักบำบัดหลาย ๆ ท่านได้ใช้ทฤษฎี ABA นี้ในการบำบัดรักษาลูก ๆ ออทิสติก ในแง่การเพิ่มทักษะการสื่อสาร การเล่น การเข้าสังคม การเรียนรู้ด้านวิชาการ หรือแม้แต่การดูแลช่วยเหลือตนด้วยค่ะ 

5 504 Plan

หรือ แผน 504 เป็นแผนที่รับประกันว่านักเรียนผู้มีความบกพร่องหรือความพิการ ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกายหรือจิตใจ จะต้องได้รับการอำนวยความสะดวกในการขอรับความช่วยเหลือเรื่องการศึกษาเล่าเรียนจนกว่าจะเรียนจบ ทั้งนี้ แผนนี้เป็นของประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนในประเทศไทยก็มีกฏหมายสำคัญ ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกันค่ะ

6 Individualized education program

เรียกย่อ ๆ ว่า IEP หรือแผนการศึกษารายบุคคล แผนการศึกษาแบบนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้เด็ก ๆ ที่มีความต้องการพิเศษได้เข้าสู่ระบบการศึกษาที่มีรูปแบบสอนเฉพาะแบบที่เหมาะสมเฉพาะตนกับเด็ก อีกทั้งเด็กต้องได้รับบริการที่เกี่ยวเนื่องในด้านต่าง ๆ อันจะส่งผลให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

7 Transition

หรือช่วงเปลี่ยนผ่าน ที่เปลี่ยนผ่านจากสภาพแวดล้อมหรือกิจกรรมหนึ่งไปยังสภาพแวดล้อมหรือกิจกรรมอื่น สำหรับลูกออทิสติก ก่อนการเปลี่ยนผ่านระหว่างกิจกรรมต่าง ๆ พ่อแม่ผู้ปกครองหรือคนที่เกี่ยวข้องควรบอกหรือเตือนให้ลูกรู้ล่วงหน้าก่อน เพื่อลดความสับสน หรือความวิตกกังวลให้ลูก ๆ ค่ะ

8 Meltdown

เป็นอาการของลูกออทิสติกที่แสดงออกทางอารมณ์ ไม่ว่าจะแสดงออกมาอย่างเกรี้ยวกราดหรือทำแบบเงียบ ๆ ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นวิธีที่ลูกแสดงปฏิกริยาตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ลูกรู้สึกว่าสับสนหรือมีตัวกระตุ้นที่ท่วมท้นมากมายจนเกินไปนั่นเอง

9 Stimulatory Behavior (Stimming)

หรือพฤติกรรมซ้ำ ๆ ของลูก ไม่ว่าจะเป็นการหมุนสิ่งของ การเปล่งเสียงแบบเลียนแบบ การทำอากัปกริยาซ้ำไปซ้ำมา ทั้งนี้ การที่ลูกทำพฤติกรรมซ้ำ ๆ เพราะลูกใช้มันในการลดหรือบรรเทาความเครียดจากการที่ลูกได้รับการกระตุ้นจากสิ่งเร้ารอบตัวที่มากจนเกินไปนั่นเอง

10 Visual Schedule

หรือตารางภาพกิจวัตรที่ช่วยให้ลูกออทิสติกรู้ลำดับของกิจวัตรหรือเรื่องที่ลูกต้องทำตามลำดับล่วงหน้าก่อน ทั้งนี้ การที่ลูกได้รู้ลำดับของกิจวัตรที่จะเกิดตามลำดับจากการดูตารางภาพกิจวัตรจะเป็นตัวช่วยลดความสับสนและวิตกกังวลสำหรับลูกออทิสติกค่ะ

11 Elopement

หรือการแยกตัว ทั้งนี้ลูกออทิสติกมักแยกตัวไปโดยไม่บอกกล่าว ไม่ขออนุญาตก่อนที่จะไป และไม่บอกว่าจะไปไหน การแยกตัวในลักษณะนี้นับเป็นพฤติกรรมที่น่ากังวลและต้องหาทางป้องกันหรือแก้ไขค่ะ

12 Savant

หรือการเป็นผู้รู้ กล่าวคือ ลูกออทิสติกมีลักษณะการเป็นผู้รู้นี้ ลูกจะมีความรู้อย่างละเอียดลออในเรื่องที่ลูกสนใจค่ะ

13 Splinter skill

หรือการที่มีลูกมีทั้งทักษะที่ดีและด้อยกว่าระดับปกติผสมผสานกันไป กล่าวคือ ลูกออทิสติกจะมีทักษะบางอย่างที่ดีมากกว่าคนอื่น ๆ แต่ในขณะเดียวกัน ลูกก็จะมีทักษะหรือความสามารถในเรื่องอื่น ๆ ที่ด้อยกว่าคนอื่น ๆ ด้วยค่ะ

14 Sensory Processing Disorder

หรือ SPD เป็นความผิดปกติของระบบประมวลผลการรับสัมผัสทางประสาทสัมผัส เมื่อสภาวะของระบบประสาทรับสัมผัส การประมวลผลการรับสัมผัสขาดประสิทธิภาพ ลูกออทิสติกจึงตอบสนองต่อการรับสัมผัสนั้น ๆ แบบผิดปกติก เช่น ลูกออทิสติกที่มีการประมวลผลทางประสาทสัมผัสไวกว่าปกติ จะรู้สึกไวเมื่อสัมผัสกับผิวของผ้าบางชนิดหรือลูกอาจรู้สึกไวต่อพื้นผิวของอาหารบางแบบที่ลูกสัมผัสเมื่อได้ทานเข้าไป เป็นต้น

15 Vestibular System

หรือระบบการทรงตัว ตามปกตินั้น ระบบประสาทสัมผัสที่สมดุล ทำให้เรามีการเคลื่อนไหวแบบต่าง ๆ ที่สอดประสานกันระหว่างอวัยวะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวนั้น ๆ แต่สำหรับลูกออทิสติกแล้ว ลูกจะมีปัญหาเรื่องการทรงตัว การเคลื่อนไหวของลูกมักมีลักษณะไม่สมดุลและขาดการสอดประสานกันระหว่างอวัยวะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ลูกจึงมีท่าเดินและจังหวะการเดินที่ผิดไปจากปกตินะคะ

16 Comorbidity

คือ ภาวะที่ลูกจะมีอาการของความเจ็บป่วยสองโรคคู่กันไป เช่น ลูกจะเป็นโรคลมชักและโรคย้ำคิดย้ำทำคู่กันไป เป็นต้น

17 Joint Attention

เป็นสภาวะที่เรามีความสนใจร่วมกันกับคนอื่น ๆ เรื่องความสนใจร่วมกันนี้เป็นทักษะทางสังคมที่พัฒนาตั้งแต่ลูกยังเล็กค่ะ ความสนใจร่วมกันนี้รวมความไปถึงการชี้ชวน แบ่งปันเรื่องที่สนใจ และการมองตามคนอื่น ๆ ด้วย เช่น ในขณะที่เด็ก ๆ เล่นด้วยกันนั้น เด็ก ๆ มักชอบพูดว่า “ดูฉันสิ” หรือชอบชี้ให้คนอื่นมองตามสิ่งที่เด็กเห็น แต่ลูกออทิสติกจะมีความสนใจร่วมกันกับคนอื่นในระดับที่ต่ำมากจนกระทั่งถึงไม่มีความสนใจร่วมกับคนอื่นเลยค่ะ

18 Prosody

หรือจังหวะของเสียงที่เปล่งออกมาเป็นภาษาพูด เวลาที่เราพูด เราจะมีระดับเสียงสูง-ต่ำตามการผันคำ มีการกำหนดระดับเสียง มีการเน้นเสียง มีการเปลี่ยนเสียงสูง-ต่ำ และมีท่วงทำนองของเสียงที่เราพูด แต่ลูกออทิสติกจะมีโทนเสียงที่ต่างจากปกติ กล่าวคือ ลูกอาจพูดเสียงเดียวราบเรียบแบบไม่มีเสียงสูงหรือเสียงต่ำเลย หรือในอีกกรณีคือ ลูกจะพูดเสียงสูง ๆ ต่ำ ๆ เหมือนกำลังร้องเพลง เป็นต้นค่ะ

19 Discrete Trial

หรือการแยกย่อยส่วนงาน เป็นโครงสร้างของการสอนงานลูก ๆ ออทิสติกที่มีการย่อยงานออกเป็นส่วน ๆ เพื่อให้ลูกเข้าใจงานที่ละส่วนได้โดยง่าย งานแต่ละอย่างที่จะสอนให้ลูกทำ จะถูกแยกย่อยออกเป็นขั้นตอนจากต้นจนจบ การบำบัดแบบ ABA ก็ใช้การย่อยงานในการบำบัดรักษาด้วยเช่นกันค่ะ (สำหรับการย่อยงานนี้ บ้านอุ่นรักก็ใช้หลักการนี้ในการสอนลูก ๆ ออทิสติกเช่นกัน แต่เราใช้คำว่า Task Analysis ซึ่งก็มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่า Discrete Trial นะคะ)

20 Cognitive Behavioral Therapy

หรือ CBT หรือการบำบัดด้วยการเปลี่ยนความคิดอันส่งผลให้พฤติกรรมเปลี่ยนตาม การบำบัดแบบนี้เป็นรูปแบบจิตบำบัดที่จะเปลี่ยนชุดความคิดในทางลบที่บุคคลมีต่อตนเองและต่อโลก กล่าวคือ เมื่อความคิดที่เรามีอยู่เปลี่ยนไป พฤติกรรมของเราที่จะแสดงออกก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย รูปแบบการบำบัดนี้ใช้เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์หรือบำบัดความผิดปกติทางอารมณ์ เช่น โรคซึมเศร้า ส่วนกรณีของลูกออทิสติกที่มีความวิตกกังวลสูงและมีภาวะซึมเศร้า พบว่า การบำบัดแบบนี้ช่วยลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์และบรรเทาความรู้สึกต่าง ๆ ทางลบได้ด้วยการปรับเปลี่ยนความคิดและการรับรู้ที่ลูกมีต่อเรื่องต่าง ๆ ค่ะ

(ข้อมูลเพิ่มเติมที่ทีมงานหามา พบว่าแนวทางในการบําบัดแบบ CBT นี้ คือ ถ้าเราสามารถประเมิน (evaluate) ความคิดให้ถูกต้อง ตามความเป็นจริงหรืออยู่ในโลกของความเป็นจริงได้ (realistic) อาการเกี่ยวกับอารมณ์และพฤติกรรมของเราก็จะดีขึ้น ทั้งนี้ มีขั้นตอน คือ การทําให้เราเข้าใจก่อนว่าความคิดใดที่มีไม่สมเหตุสมผล ไม่สมเหตุสมผลอย่างไร  ให้เราประเมิณและแก้ไขความคิดให้ดีขึ้นต่อไป – ที่มาของข้อมูลเพิ่มเติม http://www.thaidepression.com/www/56/CBTdepression.pdf)

คำที่เกี่ยวข้องกับอาการออทิสติกยังมีอีกมากมายค่ะ ไว้เราจะทยอยลงในบทความอื่น ๆ ต่อไปนะคะ

ทีมงานบ้านอุ่นรัก ขอขอบพระคุณ

คุณจินตวีร์  สายแสงทอง

ผู้แปลและเรียบเรียงบทความนี้ มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

5 สิ่งต้องรู้ เพื่อการสอนเด็กออทิสติก เมื่อเขาเริ่มมีความต้องการทางเพศ | บ้านอุ่นรัก

5 สิ่งต้องรู้ เพื่อการสอนเด็กออทิสติก เมื่อเขาเริ่มมีความต้องการทางเพศ | บ้านอุ่นรัก

จากประสบการณ์ให้คำปรึกษาพ่อแม่เด็กออทิสติกในวัยรุ่น และจากการที่ครูนิ่มได้ไปบรรยาย โดยมักจะสอดแทรกเรื่องนี้บ่อยๆ ครูนิ่มพบว่าเป็นเรื่องเพศเป็นประเด็นที่เรามักหลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึง หรือไม่มีใครพูดถึงประเด็นนี้อย่างชัดเจน วันนี้จึงขอนำประเด็นนี้มากล่าวถึงพอสังเขป และคุณพ่อคุณแม่ที่สนใจในรายละเอียดเพิ่มเติม ทีมงานบ้านอุ่นรักได้เขียนแนวทางเรื่องการเลี้ยงลูกในวัยรุ่น และประเด็นเรื่องเพศของเด็กออทิสติก ในแง่มุมมต่างๆไว้ค่อนข้างละเอียดในคอร์สออนไลน์ เรื่อง การดูแลเด็กออทิสติก ในหัวข้อการเลี้ยงดูลูกออทิสติกในวัยรุ่น ท่านที่สนใจ ติดตามได้นะคะ

การสอนเรื่องเพศ เราควรสอนสอดแทรกไปตามเวลา สถานการณ์ที่เหมาะสม สอนตามเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน

1.อายุที่ควรเริ่มสอดแทรกการสอนเรื่องเพศ

ในเด็กผู้หญิง  ร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในช่วงอายุ 9-16 ปี   เด็กผู้ชาย อายุ 10-18 ปี ( การเปลี่ยนแปลงที่สังเกตเห็น เช่น เด็กผู้หญิงเริ่มมีเต้านม มีประจำเดือน เริ่มมีสิว เด็กผู้ชายเสียงเปลี่ยน เริ่มมีขน เริ่มฝันเปียก )

2. หลักการสอนเรื่องเพศ

               *  หลีกเลี่ยง        * ป้องกัน             *  แก้ไข

การคำนึงถึง สภาพแวดล้อมด้าน บุคคล สถานที่ สถานการณ์ ที่ปลอดภัยเพื่อลดโอกาสเสี่ยงของลูก มีการสอน ล่วงหน้าเป็นขั้นตอนชัดเจน ถึงการป้องกันการถูกล่วงเกินละเมิดทางเพศ การป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ เลี่ยงประสบการณ์ตรง เช่น สื่อที่ยั่วยุอารมณ์เพศ หรือความอยากรู้ อยากลอง     

3. การจัดการตนเองเมื่อมีความต้องการทางเพศ 

เราคงเลี่ยงการเจริญเติบโตตามธรรมชาติไม่ได้  เมื่อถึงวัยเจริญพันธ์ จริงๆทั้งลูกสาวลูกชายจะเริ่มสนใจเพศตรงข้าม  โดยเฉพาะลูกชาย ลูกจะเริ่มรู้สึกชัดเจนถึงอวัยวะเพศแข็งตัว  เริ่มฝันเปียก  มีการหลั่ง เริ่มหาวิธีช่วยตนเองในการปลดปล่อยความรู้สึกทางเพศ ทั้งการถูไถและหาอุปกรณ์เสริมต่างๆ ซึ่งจริงๆแล้วเราไม่ได้ห้ามที่ลูกจะปลดปล่อย คุณพ่อ  พี่ชาย หรือญาติผู้ชาย ควรมีบทบาทในการลอบสังเกตและเมื่อเห็นจังหวะเหมาะอาจสอนวิธีการให้ลูกสามารถปลดปล่อยได้ตามธรรมชาติ แต่ต้องระบุและตั้งกฎเหล็กชัดเจนว่าทำได้ที่ไหน ส่วนใหญ่แนะนำห้องน้ำเฉพาะที่บ้าน ทำได้วันละกี่ครั้งโดยดูตามธรรมชาติของลูก แต่ไม่มากเกินไปจนหมกมุ่น

4. สอนให้ลูกปฏิบัติตัวให้ สุภาพ เหมะสมตามวัย

เช่น ไม่เข้าไปคลอเคลีย  ประชิดตัว มีระยะห่าง ไม่เข้าไปใกล้ชิดกับบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกในบ้าน ระวังการพูดคุยกับบุคคลอื่นหรือการตั้งคำถามที่ลูกอาจถามคำถามที่ย้ำคิดย้ำทำประเด็นเรื่องเพศ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่พบบ่อย ซึ่งจะสร้างความระแวง เกิดความรู้สึกทางลบได้

5. พบแพทย์ประจำตัวทางกายและพัฒนาการของลูก

ควรพบแพทย์ อย่างน้อยปีละครั้ง และทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับคำปรึกษาและร่วมวางแผนรับมือล่วงหน้า กับภาวะทางร่างกายโดยเฉพาะช่วงรอยต่อสู่วัยรุ่น เช่น การวางแผนเรื่องประจำเดือนของเด็กผู้หญิง การรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ที่เด็กมักจะกลับมามีอารมณ์รุนแรงชัดเจนขึ้นในวัยรุ่น

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ 5 สิ่งต้องรู้ เพื่อการสอนเด็กออทิสติก เมื่อเขาเริ่มมีความต้องการทางเพศ ซึ่งถ้าหากท่านใด มีข้อสงสัย หรือต้องการข้อแนะนำเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามกลับมาทางบ้านอุ่นรักได้ตามช่องทางที่ท่านสะดวก คลิกที่นี่เลยค่ะ

และหากเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ ก็อย่าลืมช่วยกันแชร์ ให้กับคนที่คุณรัก ได้อ่านกันด้วยนะคะ ทีมงานบ้านอุ่นรัก ขอขอบคุณค่ะ

Call BaanAunRak