เปลี่ยน “การเล่นดันถังเล่น ๆ” ให้กลายเป็นการอัปพลังพัฒนาการของเด็ก | บ้านอุ่นรัก

“เล่นดันถัง” = การอัปพลังพัฒนาการของเด็ก

หลายคนอาจมองว่าแค่ให้เด็กดันถังไปมาในบ้านเป็นเพียงการเล่นธรรมดา แต่ความจริงแล้ว กิจกรรมง่าย ๆ แบบนี้ซ่อนประโยชน์ไว้มากกว่าที่คิด นี่คือหนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการได้รอบด้าน เล่นง่าย ทำได้ทุกวัน และใช้อุปกรณ์เพียงแค่ “ถังเปล่า” ใบเดียว

แม้จะดูเรียบง่าย แต่การดันถังต้องอาศัยการประสานงานของร่างกายหลายส่วน เด็กจะได้ออกแรง ใช้สมาธิ และเรียนรู้การควบคุมร่างกายไปพร้อม ๆ กัน จึงถือเป็นกิจกรรมที่ “เล่นก็สนุก แถมได้เสริมสร้างพัฒนาการ” อย่างแท้จริง

ประโยชน์ของการเล่นดันถัง

  • เสริมกำลังกล้ามเนื้อแขน ไหล่ และลำตัว
  • ฝึกการวางแผนการเคลื่อนไหว (motor planning)
  • กระตุ้นระบบรับความรู้สึกของร่างกาย
  • ฝึกการควบคุมแรง และช่วยให้ทรงท่าทางได้ดีขึ้น
  • เพิ่มความมั่นคงของร่างกาย
  • ช่วยให้เด็กมีสมาธิมากขึ้น

อุปกรณ์: ถังเปล่า ๆ (น้ำหนักเบา ปลอดภัย ไม่มีขอบคม)

ขั้นตอนการเล่น

  • ให้เด็กยืนจับถังในท่าที่ถนัดและมั่นคง
  • ผู้สอนสาธิตการดันช้า ๆ โดยใช้แรงจากไหล่ แขน และลำตัว
  • ให้เด็กลองทำ โดยผู้สอนช่วยประคองท่าทางให้ถูกต้อง
  • ค่อย ๆ เพิ่มระยะทาง หรือเพิ่มความหนักตามความเหมาะสม
  • กล่าวชมเชย และให้เด็กพักเป็นช่วง ๆ เพื่อไม่ให้เหนื่อยเกินไป

ข้อควรระวัง

  • เลือกพื้นที่เรียบ ไม่ลื่น และไม่มีสิ่งกีดขวาง
  • หลีกเลี่ยงถังที่มีขอบคมหรือแตกเสียหาย
  • ไม่ควรเพิ่มน้ำหนักเร็วเกินไป ควรค่อย ๆ ปรับตามความสามารถของเด็ก
  • สังเกตอาการเหนื่อยล้า หากเด็กเริ่มอ่อนแรงควรให้พักทันที
  • ควรมีผู้ใหญ่ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดการเล่น

กิจกรรมเล็ก ๆ ที่ทำได้ในบ้านแบบนี้ อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของพัฒนาการที่ยิ่งใหญ่สำหรับเด็ก เพียงแค่ปรับมุมมองจาก “การเล่นธรรมดา” ให้เป็น “การเล่นอย่างมีเป้าหมาย” ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีได้ทุกวัน

“บ้านอุ่นรัก” เสริมพัฒนาการเด็กออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้าไม่สมวัย (เด็กวัย 2-7 ขวบ)

บ้านอุ่นรักสวนสยาม ถนนสวนสยาม 24 แยก 2 | โทร 086 775 9656 | LINE ID: 0867759656

บ้านอุ่นรักธนบุรี ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26 | โทร 087 502 5261 | LINE ID: @aunrak2

เครดิตภาพ: Google Gemini | Slides Carnival

หยิบสลับ จับให้แม่น สมองแล่น ร่างกายพร้อม | กิจกรรม “หยิบ–วาง สลับมือ ฝึกทรงตัว” | บ้านอุ่นรัก

กิจกรรม “หยิบ–วาง สลับมือ ฝึกทรงตัว”

กิจกรรมง่าย ๆ ที่ช่วยพัฒนาเด็กได้รอบด้านทั้งการทรงตัว การใช้มือซ้าย–ขวา และการทำงานประสานกันของสมองและร่างกาย เหมาะสำหรับเล่นได้ทั้งที่บ้านและในห้องเรียน

วัตถุประสงค์

  • ฝึกการทรงตัวของร่างกาย
  • พัฒนาการประสานงานระหว่างมือและตา
  • กระตุ้นการใช้มือซ้าย–ขวาอย่างเหมาะสม
  • ส่งเสริมการคิดวางแผนการเคลื่อนไหว
  • ฝึกสมาธิและการทำตามคำสั่ง

ช่วงวัยที่เหมาะสม

เด็กอายุประมาณ 3–6 ปี (สามารถปรับตามความสามารถของเด็กได้)

อุปกรณ์

  • กระดานทรงตัวหรือเก้าอี้เตี้ย ๆ ที่มั่นคงและปลอดภัย
  • ตะกร้า 2 ใบ
  • ลูกบอลสีต่าง ๆ ขนาดเล็กหลายลูก

วิธีการทำกิจกรรม

1. เตรียมตัว

  • ให้เด็กยืนบนกระดานทรงตัวหรือบนเก้าอี้เตี้ย ๆ
  • วางตะกร้าไว้ด้านซ้ายและขวา อย่างละ 1 ใบ

2. ฝึกใช้มือซ้าย

  • ให้เด็กใช้มือซ้ายไพล่ไปหยิบลูกบอลจากตะกร้าด้านขวา
  • จากนั้นนำลูกบอลที่หยิบขึ้นมาแล้วนั้นไปใส่ตะกร้าด้านซ้าย
  • ฝึกทำซ้ำจนเด็กเข้าใจ

3. สลับตำแหน่ง

  • สลับตำแหน่งตะกร้าทั้งสองด้าน

4. ฝึกใช้มือขวา

  • ให้เด็กใช้มือขวาหยิบลูกบอลจากตะกร้าด้านซ้าย
  • นำไปใส่ตะกร้าด้านขวา
  • ฝึกซ้ำจนคล่อง

ตัวอย่างคำสั่งสนุก ๆ

  • “มือซ้าย หยิบขวา ใส่ซ้าย!”
  • “มือขวา หยิบซ้าย ใส่ขวา!”
  • “สีแดงไปซ้าย สีฟ้าไปขวา!”
  • “ลองทำให้เร็วขึ้นอีกนิด!”

ระดับความยาก

ระดับง่าย

  • ยืนบนเก้าอี้เตี้ย  ๆ
  • หยิบ–วางช้า ๆ

ระดับกลาง

  • ยืนบนกระดานทรงตัว
  • ใช้มือสลับตามคำสั่ง

ระดับยาก

  • สั่งสลับมือแบบสุ่ม
  • เพิ่มจำนวนลูกบอล
  • จับเวลาหรือเล่นแข่ง

เคล็ดลับเพิ่มความสนุก

  • ชวนเด็กนับจำนวนลูกบอล
  • ให้เด็กพูดชื่อสีของลูกบอลไปพร้อม ๆ กัน
  • เปิดเพลงจังหวะสนุก ๆ ระหว่างเล่น
  • เล่นเป็นเกม เช่น “ส่งของข้ามฝั่ง” หรือ “แข่งกับเวลา”
  • ให้คำชมและกำลังใจทุกครั้งที่เด็กทำได้

วิธีประเมินผล

สังเกตพฤติกรรมระหว่างกิจกรรม เช่น

  • ยืนทรงตัวได้ดีขึ้น
  • ใช้มือซ้าย–ขวาได้ถูกต้อง
  • หยิบและวางได้แม่นยำขึ้น
  • มีสมาธิและทำกิจกรรมต่อเนื่องได้
  • มีความสนุกในระหว่างทำกิจกรรม

ข้อควรระวัง

  • ควรมีผู้ใหญ่ดูแลอย่างใกล้ชิด
  • ตรวจสอบอุปกรณ์ให้มั่นคง ไม่ลื่น
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่สูงหรือไม่ปลอดภัย
  • สำหรับเด็กเล็ก ควรมีผู้ช่วยจับพยุง

ข้อแนะนำสำหรับผู้ปกครอง

  • ปรับระดับกิจกรรมให้เหมาะกับเด็ก
  • ไม่เร่งหรือกดดันจนเกินไป ให้เด็กเรียนรู้ตามจังหวะของตนเอง
  • ชื่นชมและให้กำลังใจเสมอเพื่อสร้างความมั่นใจ

กิจกรรม “หยิบ–วาง สลับข้าง” เป็นการเล่นที่เรียบง่ายที่ช่วยพัฒนาทั้งสมองและร่างกายได้อย่างครบถ้วน เพียงขยับข้ามซ้าย–ขวาเล็กน้อย ก็ช่วยให้เด็กฝึกการคิด การทรงตัว และการควบคุมร่างกายได้ดีขึ้น…เล่นสนุกง่าย ๆ แต่กลับได้พัฒนาการครบแบบนี้…ลองชวนลูกเล่นดูนะคะ

“บ้านอุ่นรัก” เสริมพัฒนาการเด็กออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้าไม่สมวัย (เด็กวัย 2-7 ขวบ)

บ้านอุ่นรักสวนสยาม ถนนสวนสยาม 24 แยก 2 | โทร 086 775 9656 | LINE ID: 0867759656

บ้านอุ่นรักธนบุรี ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26 | โทร 087 502 5261 | LINE ID: @aunrak2

เครดิตภาพ: Google Gemini | Slides Carnival | Unsplash

VDO เด็กออทิสติก – ฝึกพัฒนาการด้วย SI (Sensory Integration)

VDO เด็กออทิสติก – ฝึกพัฒนาการด้วย SI (Sensory Integration)

VDO ความรู้เรื่องนี้จะช่วยให้คุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง ทราบข้อมูลต่าง ๆ ดังต่อไปนี้เพิ่มมากขึ้น

  • ระบบประสาทรับความรู้สึก หรือกระบวนการทำงานภายในสมองที่คอยจัดระเบียบคัดกรองความรู้สึกและสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามากระตุ้นร่างกายผ่านระบบประสาทรับความรู้สึก และสั่งให้ร่างกายแสดงออกมาในรูปแบบของพฤติกรรมที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ
  • ประโยชน์ของการฝึกพัฒนาการด้านการบูรณาการการรับรู้ความรู้สึก (Sensory Integration หรือ SI) และ
  • ตัวอย่างกิจกรรมบำบัด ซึ่งส่วนหนึ่งก็คือการเล่นที่มีเป้าหมายในการสร้างเสริมพัฒนาการให้กับเด็ก ๆ นั่นเอง

ส่วนระบบประสาทรับความรู้สึกทั้ง 7 จะประกอบด้วย

  1. การมองเห็น (Visual System)
  2. การได้ยิน (Auditory System)
  3. การรับสัมผัสทางผิวหนัง (Tactile System)
  4. การได้กลิ่น (Olfactory System)
  5. การรับรส (Gustatory System)
  6. การรับรู้ท่าทางของร่างกายผ่านข้อต่อ (Proprioception)
  7. การทรงท่า (Vestibular)

ทั้งนี้ เด็กที่มีปัญหา SI จะมีลักษณะดังต่อไปนี้ และพบบ่อยในเด็กออทิสติก เด็กสมาธิสั้น และเด็กที่มีพัฒนาการช้า

  1. ชอบการเคลื่อนไหวมาก ๆ เช่น กระโดด สะบัดมือ เดินเขย่งเท้า
  2. หลีกหนีสิ่งเร้า เช่น กลัวชิงช้า กลัวที่สูง ไม่มั่นคง ไม่สัมผัสอาหาร หรือของเล่นที่นุ่มนิ่ม
  3. ไวต่อสิ่งกระตุ้นมากเกินไป เช่น ตื่นตระหนก อ่อนไหวง่าย
  4. ความรู้สึกช้า ไม่แสวงหาสิ่งเร้า เช่น มีสีหน้าเรียบเฉยง่วงนอนตลอดเวลา ไม่รับรู้สิ่งแวดล้อม ดูนิ่ง ๆ ซึม ๆ
  5. ดีสแพร็กเซีย (Dyspraxia) เช่น มีการวางแผนการเคลื่อนไหวที่ไม่ดีทำให้เกะกะเก้งก้าง ใส่เสื้อผ้าเองลำบาก เรียนรู้กิจกรรมใหม่ ๆ ได้ช้า

https://www.youtube.com/watch?v=mFSNcJkhjx0&feature=youtu.be

เมื่อชมคลิปจนจบ ก็รู้สึกทึ่งที่เด็กชายออทิสติกตัวน้อย ๆ ที่มีอายุเพียง 4 ขวบคนหนึ่ง ที่เคยอยู่ไม่นิ่ง ยืนโยกตัวค่อนข้างตลอดเวลา ไม่มองหน้า ไม่สบตาเลย ชอบเล่นเสียง เอาแต่ใจ โวยวาย ไม่ยอมทำกิจกรรม ไม่ยอมให้ความร่วมมือ ไม่ฟังคำสั่ง ไม่เข้าใจภาษา แสดงออกทางภาษาน้อย รอคอยไม่ได้เลย มีปัญหาการเรียนรู้และสุขภาพอนามัย ไม่เข้าสังคม และใช้ชีวิตประจำวันแบบไม่ปกติสุข แต่เมื่อเด็กได้เข้ารับการฝึกทักษะการรับความรู้สึกผ่านระบบประสาทสัมผัส 7 ด้านด้วยการทำกิจกรรมบำบัดเพื่อปรับความสมดุลระบบประสาทสัมผัสรับความรู้สึกของร่างกายให้ตอบสนองต่อสิ่งเร้าและแสดงพฤติกรรมโต้ตอบต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมทุกสัปดาห์ ๆ ละ 1 ครั้ง ๆ ละ 1 ชั่วโมง พัฒนาการหลายด้านของเขาก็ดีขึ้นได้ภายใน 1 ปี  

กรณีการฝึกนี้ ทำให้เรามีกำลังใจและฮึดสู้เพื่อลูกขึ้นมาได้ เพราะเราได้เห็นตัวอย่างแล้วว่าเพียงหนูน้อยคนนี้เข้ารับการฝึกพัฒนาการด้วยกิจกรรมบำบัดอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอทุกสัปดาห์ ๆ ละ 1 ครั้ง ๆ ละ 1 ชั่วโมงเป็นเวลา 1 ปี เขาก็สามารถเพิ่มพูนพัฒนาการหลายด้านของตนเองได้ เพราะฉะนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้าสมาชิกในครอบครัวของลูกออทิสติก ลูกสมาธิสั้น ลูกที่มีพัฒนาการช้าไม่สมวัย รู้วิธีการฝึกที่ถูกต้องและร่วมใจกันลงมือฝึกลูกหลานที่บ้านควบคู่กันไปด้วย เด็ก ๆ ก็จะยิ่งเก่งได้มากกว่านี้และเก่งขึ้นในทุก ๆ วันอย่างเห็นได้ชัดมากมายเพียงใด  

สำหรับผู้ปกครองที่อยากไปฝึกลูกเองต่อที่บ้าน ท่านควรทำดังนี้ คือ 

  1. พาลูกไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กหรือจิตแพทย์เด็ก เพื่อรับการวินิจฉัยอาการและรู้ปัญหาที่แท้จริงของลูก เพื่อจะได้เสริมสร้างพัฒนาการได้ถูกด้านต่อไป
  2. คลุกคลีและเล่นร่วมกันกับลูกที่บ้านบ่อย ๆ ทั้งนี้ ท่านสามารถประยุกต์ใช้กิจกรรมง่าย ๆ ที่บ้าน หรือแม้แต่ให้ลูกช่วยทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ง่าย ๆ ก็สามารถฟื้นฟูและสร้างเสริมพัฒนาการให้ลูกได้
  3. ขอคำแนะนำจากนักกิจกรรมบำบัดหรือครูกระตุ้นพัฒนาการของลูกเมื่อมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

พัฒนาการของลูกเราสามารถร่วมกันสร้างเสริมให้ลูกได้ ขอเพียงเริ่มต้นเรียนรู้ ทำตามแนวทางที่ถูกต้องทุกวัน ทำต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญคือต้องไม่ถอดใจ เราก็จะประสบความสำเร็จและช่วยลูกได้ค่ะ

บ้านอุ่นรักจะอยู่เป็นเพื่อนคู่คิดให้กับทุกท่าน และพร้อมที่จะรับฟัง เป็นที่ปรึกษา ตลอดจนให้คำแนะนำที่มีประโยชน์แก่ทุกท่านเสมอค่ะ 

Credit คลิปและข้อมูล: รายการโทรทัศน์ มูลนิธิเด็ก | ก.บ. ปานิศรา วาริสสอน (ครูน้อยหน่า นักกิจกรรมบำบัดประจำสถาบันวิชาการ มูลนิธิเด็ก)

Credit ภาพ: Bekah Russom | Troy T | Bruce Warrington | Unsplash