by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
หลายครั้งที่พ่อแม่พยายามเรียกชื่อลูก พยายามชวนลูกมองหน้ากัน หรือพยายามให้ลูกสบตา แต่ลูกกลับวิ่งไปมา หมุนตัว กระโดด หรือโยกตัวอยู่กับจังหวะของตัวเอง จนพ่อแม่รู้สึกเหมือนเข้าไม่ถึงโลกของลูก ซึ่งในความเป็นจริง ลูกออทิสติกไม่ได้ปิดกั้นการเชื่อมโยง เพียงแต่ลูกกำลังประมวลผลข้อมูลที่ตนกำลังได้รับ ยิ่งข้อมูลเยอะ ยิ่งสบสนจนหาประตูเชื่อมกับคนตรงหน้าไม่เจอ โพสต์นี้ บ้านอุ่นรักจึงอยากชวนให้พ่อแม่หาทางเชื่อมโยงกับลูกอีกแบบด้วยการที่เราซึ่งเป็นผู้ใหญ่ต้องค่อย ๆ แทรกตัวเข้าไปอยู่ในจังหวะเดียวกันกับลูกให้ได้เสียก่อน
ลูกออทิสติกบางรายชอบเคลื่อนไหวร่างกายซ้ำ ๆ เช่น หมุนตัว วิ่งไปมา โยกตัว หรือแกว่งมือ ซึ่งในเชิงวิชาการด้านพัฒนาการเด็ก พฤติกรรมเหล่านี้ถูกพิจารณาว่าเป็นวิธีที่เด็กทำเพื่อช่วยให้ตนเองสามารถ “จัดระเบียบระบบประสาท” หรือช่วยให้ตัวเองรู้สึกสงบและรับมือกับสิ่งรอบตัวได้ดีขึ้น ดังนั้น หากพ่อแม่เปิดเพลงที่ลูกชอบแต่ลูกก็ยังไม่ค่อยสนใจ ให้ลองใช้ “ดนตรีและการเคลื่อนไหวร่วมกัน” เข้าสนับสนุนเพิ่มเติมเพื่อเชื่อมโยงลูกกับเราอย่างเป็นธรรมชาติ
ที่บ้านอุ่นรัก ครูใช้ทั้งเสียงเพลง จังหวะ และการเคลื่อนไหวเป็นประตูใจในการเข้าไปหาเด็ก เมื่อครูสามารถแทรกตัวเข้าไปอยู่ในจังหวะเดียวกับเด็ก ๆ ได้ เด็ก ๆ จำนวนมากจะเริ่มเปิดรับการมีปฏิสัมพันธ์มากขึ้น ทั้งการมองหน้า การรอคอย การตอบสนอง และการเชื่อมโยงทางอารมณ์ เช่น เด็กบางคนอาจยังไม่ยอมสบตาเวลาถูกเรียกชื่อ แต่เมื่อครูเริ่มโยกตัว เต้น หรือกระโดดไปพร้อมกับเขา เด็กก็เริ่มหันมามอง ยิ้ม รอจังหวะ หรือพยายามตอบสนองกลับมากขึ้นทีละน้อย ซึ่งช่วงเวลาเล็ก ๆ เหล่านี้เอง คือจุดเริ่มต้นสำคัญของการสื่อสารและความสัมพันธ์
เมื่อลูกอยู่ที่บ้าน พ่อแม่ลองนำความชอบการเคลื่อนไหวของลูกมาประกอบการฟังเพลงเพื่อเพิ่มการสบตาและกระตุ้นพัฒนาการด้านอื่น ๆ ไปพร้อมกันได้ เช่น
• ชวนลูกเคลื่อนไหวเลียนแบบกันหรือเต้นตามกันไปมา
• เล่นเกมผลัดกันเป็นคนนำเต้น เพื่อฝึกการรอคอยและการสังเกต
• แทรกการเรียกชื่อ การมองหน้า หรือการสบตาสั้น ๆ ระหว่างกิจกรรม
• ฝึกให้เด็กตอบสนองต่อคนรอบข้างและสิ่งต่าง ๆ อย่างมีเป้าหมาย
• ส่งเสริมการรับรู้อารมณ์และการสื่อสารแบบไม่ใช้คำพูด
• เพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ทักษะทางสังคมผ่านกิจกรรมที่เด็กสนุกและรู้สึกปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม การชอบขยับร่างกายของลูกออทิสติกเปรียบเสมือนเหรียญที่มีสองด้าน
- ด้านหนึ่ง เราสามารถนำความชอบนี้มาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างการเรียนรู้ การสบตา และการเชื่อมโยงทางสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- แต่อีกด้านหนึ่ง หากเด็กขยับร่างกายซ้ำ ๆ ตามความเคยชินตลอดเวลา โดยไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม ก็อาจส่งผลต่อทักษะด้านอื่นได้เช่นกัน เช่น การจดจ่อ การฟังคำสั่ง การเล่นร่วมกับผู้อื่น หรือการเข้าสังคมในชีวิตประจำวัน
ดังนั้น เป้าหมายสำคัญในกิจกรรมเต้นประกอบเพลงนี้จึงไม่ใช่การ “ห้ามลูกขยับร่างกาย” แต่คือการค่อย ๆ ช่วยให้ลูกเรียนรู้การควบคุมร่างกายและปรับระดับการเคลื่อนไหวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ผ่านวิธีที่สอดคล้องกับพัฒนาการและความต้องการของลูกของเรา
จากประสบการณ์ในการทำงานของครู นักเรียนของบ้านอุ่นรักสามารถเชื่อมโยงสายตา สานสัมพันธ์ และเปิดรับผู้คนรอบข้างได้ค่ะ เพียงแต่การเชื่อมโยงระหว่างเด็ก ๆ และครูอาจไม่ได้เริ่มจากการบอกให้เด็ก “มองตาครู” เสมอไป บ่อยครั้งความสัมพันธ์เริ่มต้นได้เพราะครูแทรกตัวเข้าไปอยู่ในโลกและจังหวะของเด็ก ๆ จากนั้น ครูจะค่อย ๆ นำทางให้เด็กออกมาเรียนรู้โลกของการสื่อสารและความสัมพันธ์ร่วมกับผู้อื่นทีละน้อยอย่างอบอุ่นด้วยความเข้าใจ
“บ้านอุ่นรัก” เสริมพัฒนาการเด็กออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้าไม่สมวัย
บ้านอุ่นรักสวนสยาม ถนนสวนสยาม 24 แยก 2 โทร 086 775 9656 | LINE ID: 0867759656
บ้านอุ่นรักธนบุรี ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26 โทร 087 502 5261 | LINE ID: @aunrak2
Image Credit: Google Gemini | Slides Carnival
by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
พ่อแม่ย่อมรู้สึกกังวลเมื่อลูกไม่สบตา เรียกชื่อแล้วลูกไม่หันมอง หรือหลบสายตาเวลาพูดคุย จนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า “ลูกไม่สนใจเราใช่ไหม” แต่จากประสบการณ์การทำงานด้านการเสริมพัฒนาการเด็กออทิสติกมานานมากกว่า 30 ปี ครูบ้านอุ่นรักอยากชวนทุกคนมองเรื่องนี้ด้วยความเข้าใจมากขึ้น
เด็กออทิสติกที่ไม่สบตาไม่ได้แปลว่าเขาไม่รักพ่อแม่หรือไม่ต้องการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัว หลายครั้ง การมองตาเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กเพราะสมองต้องเปิดรับข้อมูลจำนวนมากเกินไปในขณะเดียวกัน ทั้งสีหน้า น้ำเสียง และอารมณ์ของคนตรงหน้า จนทำให้เด็กรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือไม่สบายใจเมื่อต้องสบตาโดยตรง ดังนั้น การฝึกสบตาที่ได้ผลอาจไม่ได้เริ่มต้นจากการสั่งซ้ำ ๆ ว่า “มองแม่สิ” เสมอไป แต่เริ่มจากกิจกรรมที่ช่วยให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย สนุก และอยากเชื่อมต่อกับคนตรงหน้าอย่างสมัครใจด้วยตัวเอง ซึ่งหนึ่งในวิธีที่บ้านอุ่นรักใช้แล้วเห็นผลอย่างต่อเนื่อง คือ ครูใช้ “ดนตรีบำบัด” เป็นทางเชื่อมการสบตาและเพิ่มทักษะทางสังคมให้กับเด็ก
เมื่อครูเปิดเพลง สิ่งที่เด็ก ๆ ทำส่งผลให้ครูชื่นใจ:
- เด็กที่ดูเหมือนไม่สนใจคนรอบตัว กลับเริ่มตอบสนองต่อกิจกรรมอย่างน่าประหลาดใจ
- เด็กยอมเคาะจังหวะโต้ตอบกับครู ทั้งที่ปกติไม่เล่นกับใครเลย นี่คือจุดเริ่มต้นของ “การให้ความสนใจร่วม” หรือ Joint Attention ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการสื่อสารและการเข้าสังคม
- เด็กหยุดฟังทันทีเมื่อได้ยินเพลงที่ชอบ
- เด็กบางคน แม้ยังไม่สามารถพูดได้ ก็เริ่มฮัมเพลงหรือออกเสียงสั้น ๆ ตามจังหวะ นี่คือรูปแบบของ “การสื่อสารก่อนภาษา” ซึ่งเป็นพัฒนาการสำคัญก่อนการพูดเป็นคำหรือประโยค
- สิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นระหว่างกิจกรรมดนตรีบำบัดที่บ้านอุ่นรัก คือ เด็กจะค่อย ๆ เรียนรู้การ “รอ” อีกฝ่าย รอจังหวะ รอฟังเสียง หรือรอการตอบกลับจากคนที่เล่นด้วยกัน และในช่วงเวลานั้นเอง เด็กมักเริ่มสังเกตสีหน้า มองหาคนที่กำลังมีปฏิสัมพันธ์กับตนเองจนเกิดการสบตาแบบธรรมชาติขึ้นโดยไม่ถูกบังคับ การสบตาเพียงเสี้ยววินาทีอาจดูเป็นเรื่องเล็กสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับเด็กออทิสติก นั่นเป็นก้าวสำคัญของการเปิดประตูสู่โลกทางสังคม
เหตุผลที่ดนตรีช่วยเพิ่มทักษะการสบตาให้ดีขึ้นได้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเพราะเด็กออทิสติกจำนวนมากตอบสนองต่อ “จังหวะ” และ “รูปแบบซ้ำ ๆ” ได้ดี สมองของเด็กสามารถคาดเดาเสียงและลำดับของดนตรีได้ เด็กจึงรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลาย เมื่อความกังวลลดลง พวกเขาจะเริ่มมีความพร้อมที่จะเปิดรับการเชื่อมต่อกับคนตรงหน้าผ่านการสบตาและมองหน้ากันได้ดีขึ้นและบ่อยครั้งขึ้น
แม้ผลลัพธ์ของการใช้ดนตรีบำบัดเพื่อเพิ่มทักษะการสบตาจะแตกต่างกันในเด็กแต่ละคน แต่บ้านอุ่นรักอยากชวนพ่อแม่ลองเริ่มต้นกิจกรรมดนตรีบำบัดง่าย ๆ ที่บ้านด้วยการเปิดเพลงที่ลูกชอบ เลือกเพลงที่มีจังหวะซ้ำ ๆ ร้องหรือฮัมเพลงสลับกัน เคาะจังหวะไปด้วยกัน หรือขยับร่างกายตามเสียงเพลง กิจกรรมเล็ก ๆ เหล่านี้จะช่วยเปลี่ยนช่วงเวลาแห่งความกดดันในการสอนลูกสบตาให้กลายเป็นช่วงเวลาของความสุขที่สามารถเพิ่มโอกาสในการเชื่อมโยงสายตาและหัวใจเข้าหากัน
- จากเดิมที่ลูกหลีกเลี่ยงสายตา เขาอาจกลายเป็นเด็กที่เริ่มมองหาใครบางคนผ่านเสียงเพลงที่คุ้นเคย
- ลูกอาจเริ่มสบตาแม่เพียงหนึ่งวินาทีสั้น ๆ ก่อนค่อย ๆ เพิ่มเป็นสอง-สาม-สี่วินาที แล้วตามมาด้วยรอยยิ้มหรือเสียงหัวเราะร่วมกัน
- ความสำเร็จเล็ก ๆ เหล่านี้เป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาทักษะการสบตา การสื่อสาร และการเปิดโลกทางสังคมของลูกออทิสติกในระยะยาว
นอกจากดนตรีที่ช่วยลดความตึงเครียดในระหว่างแทรกการสอนการสบตาให้กับเด็ก ๆ แล้ว ครูพบว่าเด็กบางคนสามารถสบตาได้ดีขึ้นเพราะได้แกว่งตัวหรือเต้นตามเพลง ดังนั้น ในตอนหน้า ครูจะพาไปดูว่าทำไม “การเคลื่อนไหวร่างกายตามเสียงเพลง” จึงอาจช่วยให้เด็กออทิสติกพร้อมเชื่อมโยงทางสายตากับคนรอบตัวได้ดีขึ้น
ติดตามอ่านกันนะคะ
“บ้านอุ่นรัก” เสริมพัฒนาการเด็กออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้าไม่สมวัย
บ้านอุ่นรักสวนสยาม ถนนสวนสยาม 24 แยก 2 โทร 086 775 9656 | LINE ID: 0867759656
บ้านอุ่นรักธนบุรี ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26 โทร 087 502 5261 | LINE ID: @aunrak2
Image Credit: Google Gemini | Slides Carnival
by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
พ่อแม่หลายบ้านเริ่มกังวลว่าลูกอาจเป็นเด็กออทิสติกเมื่อพบว่าลูกไม่สบตา ไม่มองหน้า เรียกแล้วไม่หัน เวลาพ่อแม่ยิ้มให้หรือทักทายลูก ลูกกลับมองผ่านไปเหมือนไม่เห็นไม่ได้ยินอะไรเลย
หากพ่อแม่ยังไม่ทราบความจริงเบื้องหลังการไม่สบตา พฤติกรรมเหล่านั้นของลูกอาจกลายเป็นความเจ็บปวดเงียบ ๆ ของท่าน เพราะท่านก็เหมือนเรา ๆ ทั่วไปที่ใช้การสบตาเป็นวิธีพื้นฐานในการเชื่อมโยงความรู้สึกระหว่างกัน และเมื่อลูกไม่สบตา ไม่มองหน้า พ่อแม่จึงอดคิดไม่ได้ว่า…
- ลูกกำลังปิดตัวเอง
- ลูกไม่สนใจเรา หรือแม้แต่…
- ลูกไม่รักเรา!
ความจริงนั้น “การไม่สบตา” กับ “ไม่รัก” เป็นคนละเรื่องกัน การไม่สบตาของลูกออทิสติกไม่ได้เกิดจากเขาไม่รักเรา แต่เป็นไปได้ว่ามันอาจเกิดจากการที่สมองของเขากำลังหาทางรับมือกับข้อมูลจำนวนมากที่ท่วมท้นและได้รับในเวลาเดียวกัน
- เวลาที่คนทั่วไปสบตากับคู่สนทนา “การสบตา” นั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่ทำได้เลยแบบอัตโนมัติ…แต่
- สำหรับลูกออทิสติก การมองตา มองหน้าใครสักคน อาจเป็นช่วงเวลาที่ลูกต้องใช้สมองเพื่อประมวลผลข้อมูลที่ถาโถมเข้ามาพร้อม ๆ กันทั้งสีหน้า แววตา น้ำเสียง จังหวะการพูด อารมณ์ที่ซ่อนอยู่บนใบหน้า ภาษาท่าทาง และการเคลื่อนไหวของดวงตาและร่างกายของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
เมื่อลูกได้รับข้อมูลจำนวนมากพร้อม ๆ กัน สมองของลูกอาจประมวลผลไม่ทัน ดังนั้น ลูกจึง….
- เลือกที่จะ “หลบตา” เพื่อให้ตัวเองรับมือกับโลกตรงหน้าได้ง่ายขึ้น หากต้องสบตากันตรง ๆ มันก็หนักเกินไปสำหรับระบบประสาทของลูกในขณะนั้น ๆ
- ตัดสินใจ “มองเพียงแวบเดียว” แล้ว “หลบตา”
- ฟังอยู่ตลอด แม้ “ไม่ได้มองหน้า”
- เลือก “มองด้านข้าง” แทนการจ้องตาตรง ๆ
- “หันหนี” เวลาถูกเรียกชื่อ แต่ยังรับรู้ว่าเรากำลังพูดกับเขา
สำหรับลูกออทิสติกที่มีปัญหาด้านการรับรู้ประสาทสัมผัส (Sensory Processing) การสบตาอาจทำให้ลูกอึดอัด กดดัน หรือเกิดความเหนื่อยล้าทางประสาทสัมผัสได้จริง ดังนั้น เมื่อพ่อแม่รู้ความจริงเบื้องหลังการไม่สบตา พ่อแม่ก็จะเข้าใจว่าลูกที่ไม่มองหน้า ไม่ได้แปลว่าลูกไม่รักเรา ลูกที่ไม่หันตามเสียงเรียก ไม่ได้แปลว่าเขาไม่รู้สึกผูกพันกับเรา แม้ลูกไม่สบตาและไม่แม้แต่จะหันมอง แต่เขาก็รักเราและกำลังพยายามหาวิธีสานความสัมพันธ์กับเราในแบบที่ระบบประสาทของเขาจะทำได้ดีที่สุดในขณะนั้น ๆ เท่านั้นเอง
ความเข้าใจความจริงอีกมากมายที่อยู่เบื้องหลังการไม่สบตาจะทำให้พ่อแม่เปลี่ยนแนวทางการฝึกลูกออทิสติกจาก “ทำอย่างไร? ให้ลูกจ้องตาเราได้นานที่สุด” เป็น “ควรทำอย่างไร? ให้ลูกรู้สึกปลอดภัยและสบายใจมากพอที่จะค่อย ๆ เชื่อมโยงกับเราผ่านการสบตา”
“ดนตรีบำบัด” เป็นหนึ่งในวิธีที่ทีมครูบ้านอุ่นรักใช้ประกอบการฝึกให้เด็กสบตา เมื่อใช้ดนตรีบำบัดแล้ว ครูพบว่า…
- ในระหว่างที่เด็กฟังเพลง ร้องเพลง หรือเคลื่อนไหวตามจังหวะเพลง เด็ก ๆ ผ่อนคลายมากขึ้นและค่อย ๆ เรียนรู้การสบตาอย่างเป็นธรรมชาติได้ดีขึ้น
- นักเรียนเริ่มมองหน้าครูได้บ่อยขึ้น สบตาได้นานขึ้น และยิ้มตอบเมื่อครูยิ้มให้ โดยไม่รู้สึกว่ากำลังถูกบังคับ
ในโพสต์หน้าของบ้านอุ่นรัก เราอยากพาทุกท่านไปดูว่า “ดนตรีบำบัด” ใช้จังหวะและเสียงเพลงช่วยลดความตึงเครียดจากการสบตาได้อย่างไร ติดตามอ่านกันให้ได้นะคะ
“บ้านอุ่นรัก” เสริมพัฒนาการเด็กออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้าไม่สมวัย
บ้านอุ่นรักสวนสยาม ถนนสวนสยาม 24 แยก 2 โทร 086 775 9656 | LINE ID: 0867759656
บ้านอุ่นรักธนบุรี ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26 โทร 087 502 5261 | LINE ID: @aunrak2
Image Credit: Google Gemini