by admin | บทความทั่วไป, บทความบ้านอุ่นรัก
“ลูกเรียกชื่อของได้ แต่ไม่เคยพูดเป็นประโยค”
“ลูกพูดว่า ‘น้ำ’ เวลาหิวน้ำ แต่ไม่เคยพูดว่า ‘ขอน้ำ'”
“ลูกรู้คำศัพท์หลายคำ แต่เวลาจะสื่อสารกลับพูดเพียงคำเดียว”
ประโยคเหล่านี้เป็นความกังวลที่ทีมครูบ้านอุ่นรักได้ยินจากครอบครัวของลูกออทิสติก สมาธิสั้น หรือพัฒนาการล่าช้าไม่สมวัยอยู่เสมอ หลายครอบครัวทุกข์ใจว่าลูก “ยังพูดไม่ได้” และพยายามกระตุ้นให้ลูกพูดมากขึ้น เช่น “พูดใหม่สิ” “พูดว่า ‘ขอน้ำ’ ก่อน แล้วแม่จะให้” หรือ “พูดให้เป็นประโยคนะ” ซึ่งความตั้งใจเหล่านี้ล้วนเกิดจากความรักและความปรารถนาดีต่อเด็ก แต่สำหรับเด็กบางคน การพูดเป็นประโยคยังเป็นเป้าหมายที่ไกลเกินกว่าความสามารถในขณะนั้น เด็กยังต้องการเวลา ประสบการณ์ และแบบอย่างทางภาษาที่เหมาะสมก่อนที่จะก้าวไปให้ถึงจุดนั้น
บ้านอุ่นรักอยากชวนผู้ปกครองมองอีกมุมหนึ่งว่าทุกครั้งที่ลูกพูดได้เพียง “หนึ่งคำ” นั่นอาจเป็นสัญญาณสำคัญว่าเด็กกำลังเปิดประตูสู่การเรียนรู้ภาษาและเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ผู้ใหญ่จะแทรกการขยายภาษาของลูก ดังนั้น ในสถานการณ์นี้ เราอาจไม่จำเป็นต้องรีบแก้ให้ลูกพูดให้ถูกหรือพูดให้ครบเป็นประโยคเสมอไป แต่เราสามารถเลือก “เติมภาษา” ให้ลูกได้ยินในจังหวะที่เขากำลังพยายามสื่อสารแทนได้
ลองจินตนาการถึงสถานการณ์เหล่านี้
- เมื่อลูกพูดว่า “น้ำ” แทนที่เราจะตอบเพียง “อืม” แล้วส่งแก้วน้ำให้ หรือรีบให้ลูกพูดใหม่เป็นประโยค เราอาจตอบว่า “เอาน้ำครับ” “ขอน้ำใช่ไหม” “น้ำเย็นนะ” พร้อมยื่นแก้วน้ำให้ลูกทันที
- เมื่อลูกพูดว่า “รถ” ผู้ใหญ่อาจตอบว่า “รถสีแดง” “รถกำลังวิ่ง” “เอารถคันนี้ใช่ไหม” พร้อมชี้หรือหยิบรถให้ลูกเล่น
เด็กเรียนรู้ภาษาได้ดีที่สุดเมื่อคำที่ได้ยินเชื่อมโยงกับสิ่งที่ตนกำลังสนใจอยู่ในขณะนั้น เพราะสมองกำลังเชื่อม “คำ” เข้ากับ “ประสบการณ์จริง” ยิ่งผู้ใหญ่พูดในช่วงเวลาที่ลูกกำลังมอง จับ หรืออยากได้สิ่งนั้น เด็กก็ยิ่งเข้าใจความหมายของภาษาได้ง่ายขึ้น
แนวทางนี้สอดคล้องกับเทคนิค “พูดพร้อมชี้” (Show and Say) ที่มีองค์ประกอบ 3 ขั้นตอน คือ
1. พูดขยายคำของลูก (Say More): เมื่อลูกพูดเพียงคำเดียว ผู้ใหญ่ช่วยเติมคำให้สมบูรณ์ขึ้น โดยใช้ประโยคสั้น ๆ ที่เหมาะกับระดับภาษาของลูก ไม่จำเป็นต้องยาวหรือซับซ้อน จาก “น้ำ” อาจขยายเป็น “เอาน้ำครับ” หรือ “น้ำเย็น”
2. แสดงสิ่งที่กำลังพูดถึง (Show): ใช้ท่าทาง ชี้สิ่งของ หรือหยิบของจริงให้ลูกเห็นขณะพูด เพราะเมื่อเด็กทั้ง “ได้ยิน” และ “ได้เห็น” พร้อมกัน สมองจะเชื่อมโยงคำศัพท์กับความหมายได้ง่ายขึ้น
3. ตอบสนองต่อความพยายามของลูกทันที (Respond): เมื่อลูกพยายามสื่อสาร แม้จะพูดได้เพียงคำเดียว ผู้ใหญ่ควรตอบสนองต่อความต้องการของลูกทันที เพื่อให้เด็กเรียนรู้ว่า “เมื่อเราพูด คนอื่นเข้าใจเรา” ประสบการณ์เช่นนี้จะช่วยให้เด็กเห็นคุณค่าของการสื่อสาร และค่อย ๆ อยากใช้ภาษาเพื่อสื่อสารมากขึ้น
สิ่งสำคัญของเทคนิค “พูดพร้อมชี้” ไม่ได้เน้นให้ลูกต้องพูดตามทุกครั้ง แต่คือการที่ผู้ใหญ่ทำหน้าที่เป็นแบบอย่างทางภาษาให้ลูกได้ยินซ้ำ ๆ ในสถานการณ์จริง ซึ่งช่วงเวลาที่ผู้ใหญ่และเด็กใช้ชีวิตจริงร่วมกันในแต่ละวันนี่เองที่จะเป็นห้องเรียนที่ดีที่สุดสำหรับการเรียนรู้ด้านภาษาของเด็ก ๆ
นอกจากนี้ การฝึกภาษาไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพงหรือต้องใช้เวลาฝึกเป็นชั่วโมง แต่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกกิจวัตร ไม่ว่าจะเป็นเวลากินข้าว อาบน้ำ แต่งตัว เล่นของเล่น หรือออกไปเดินเล่น หากผู้ใหญ่คอยสังเกต รอจังหวะ และเติมภาษาให้สอดคล้องกับสิ่งที่ลูกกำลังสนใจ ทุกช่วงเวลาธรรมดา ๆ ที่อยู่ร่วมกันก็จะกลายเป็นโอกาสในการขยายการเรียนรู้ด้านภาษาเพื่อการสื่อสารของเด็กได้
บ้านอุ่นรักเข้าใจดีว่าการเลี้ยงลูกที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษไม่ใช่เส้นทางที่ง่าย บางวันคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองอาจรู้สึกเหนื่อย ท้อ หรือกังวลว่าลูกจะพูดสื่อสารบอกความต้องการได้หรือไม่หรือพูดยาวกว่านี้ได้เมื่อไร แต่เราอยากชวนมองว่าเมื่อลูกพูดได้หนึ่งคำ เราสามารถใช้คำนั้นเป็นสะพานพาเขาไปสู่คำต่อไปได้ เพราะพัฒนาการทางภาษาไม่ได้เกิดจากการฝึกครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่จะค่อย ๆ เติบโตจากช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ผู้ใหญ่ตอบสนองต่อความพยายามของลูกอย่างอบอุ่นและสม่ำเสมอในทุกวัน
ทีมครูบ้านอุ่นรักจะคอยแบ่งปันแนวทางและกิจกรรมที่ผู้ปกครองสามารถนำไปปรับใช้ที่บ้านเพื่อให้ทุกกิจวัตรเล็ก ๆ กลายเป็นโอกาสในการเรียนรู้ของลูก
อย่างไรก็ตาม การฝึกที่บ้านเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการส่งเสริมพัฒนาการ เด็กควรได้รับการติดตามกับกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก รวมถึงรับบริการจากนักแก้ไขการพูด นักกิจกรรมบำบัด และผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้รับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของเด็กแต่ละคน
เครดิตแนวคิด: บทความนี้เรียบเรียงจากประสบการณ์การทำงานของบ้านอุ่นรักด้านการเสริมพัฒนาการเด็กมานานมากกว่า 30 ปี ร่วมกับแนวคิดจากหลักสูตร Caregiver Skills Training (CST) ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งส่งเสริมให้ผู้ปกครองใช้กิจวัตรประจำวันเป็นโอกาสในการพัฒนาการสื่อสารและการเรียนรู้ของเด็ก
เครดิตภาพ: Google Gemini AI Image
“บ้านอุ่นรัก” เสริมพัฒนาการเด็กออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้าไม่สมวัย
บ้านอุ่นรักสวนสยาม ถนนสวนสยาม 24 แยก 2 โทร 08 6775 9656 | LINE ID: 0867759656
บ้านอุ่นรักธนบุรี ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26 โทร 08 7502 5261 | LINE ID: @aunrak2
by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
เห็นภาพ → คิด → พูด = สื่อสาร
การใช้ภาพจริงและของจริงช่วยให้เด็กออทิสติกเข้าใจความหมายของคำศัพท์ได้ง่ายขึ้น เด็กได้เชื่อมโยงข้อมูล และใช้ภาษาในการสื่อสารอย่างเป็นธรรมชาติ
- เพิ่มคลังคำศัพท์
- พัฒนาความเข้าใจภาษา (Receptive Language)
- ฝึกการตอบคำถามและการสนทนา
- ส่งเสริมการคิดเชื่อมโยงและการจัดหมวดหมู่
- กระตุ้นการพูดในชีวิตประจำวัน
วิธีสอน
- นำภาพหรือวัตถุจริงมาให้เด็กสังเกต
- พูดชื่อสิ่งของให้เด็กฟัง
- ฝึกชี้ หยิบ หรือเลือกภาพ จึงได้สิ่งที่ต้องการ
- วางเงื่อนไขออกเสียง หรือพูด จึงจะได้สิ่งที่ต้องการ
- ถามคำถามง่าย ๆ เช่น “นี่อะไร?” “กินมั้ย-กินอะไร”
- เพิ่มคุณภาพการพูดเป็นประโยคสั้น ๆ
“บ้านอุ่นรัก” เสริมพัฒนาการเด็กออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้าไม่สมวัย
บ้านอุ่นรักสวนสยาม ถนนสวนสยาม 24 แยก 2 โทร 086 775 9656 | LINE ID: 0867759656
บ้านอุ่นรักธนบุรี ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26 โทร 087 502 5261 | LINE ID: @aunrak2
by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
อะไรคือหัวใจสำคัญของการส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาและการพูด?
หัวใจสำคัญของการส่งเริมพัฒนาการทางภาษาและการพูด คือ
- การกระตุ้นให้ลูกพยายามพูดบ่อย ๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นลูกให้พูดบอกความต้องการเสียก่อนจึงจะให้การช่วยเหลือหรือให้สิ่งของที่ลูกต้องการ ทั้งนี้ หากลูกยังพูดเองไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองสามารถพูดบอกบทนำและกระตุ้นให้ลูกพูดตาม โดยต้องกระตุ้นถามทวนซ้ำสัก 3-5 รอบ เช่น น้อง จะไปไหน : น้อง-ไป-ฉี่ หรือ น้องจะทำอะไร: น้อง-ดื่มน้ำ เป็นต้น
- การเพิ่มการใช้ภาษาท่าทางเพื่อสื่อสารตามสถานการณ์นั้น ๆ หากลูกใช้ภาษาท่าทางไม่สมวัย พ่อแม่สามารถเริ่มจากจากการจับนำให้ลูกใช้ท่าทางประกอบการสื่อสารให้ชัดเจนมากขึ้น เช่น จับมือฝึกลูกชี้สิ่งที่ต้องการแทนพฤติกรรมการดึงพ่อแม่ไปโดยไม่สื่อสารอย่างชัดเจน หรือฝึกการผงกหัวรับเพื่อสื่อความหมายว่า “เอา” “ใช่” หรือส่ายหน้าแทนคำว่า “ไม่เอา” “ไม่ใช่” เป็นต้น
โดยสรุปแล้ว การส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาและการพูดให้ลูกต้องเน้นการรวมพลังของบุคคล 3 ฝ่ายเพื่อช่วยลูกให้ถูกวิธี ซึ่งประกอบด้วย (1) แพทย์ (แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กหรือจิตแพทย์เด็ก) (2) ผู้เชี่ยวชาญ (นักวจีบำบัดหรือครูฝึกพูด) และ (3) คนที่บ้าน (คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองและทุกคนที่บ้านที่เกี่ยวข้องกับลูก) นอกจากนี้ การใช้ “ภาพ” นับเป็นสื่อการสอนสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการฝึกลูก ส่วนคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองและคนที่บ้านควรรู้วิธีฝึกลูก ตลอดจนมีการกระตุ้นให้ลูกพยายามพูดบ่อย ๆ ในชีวิตประจำวัน และควรเพิ่มการใช้ภาษาท่าทางเพื่อลูกสามารถใช้ท่าทางในการสื่อสารตามสถานการณ์ให้ได้ด้วย
ปัญหาความล่าช้าทางพัฒนาการทางภาษาและการพูดในลูกออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้า ไม่ว่าจะตั้งต้นอยู่ที่ระดับใด ตั้งแต่ลูกไม่พูดเลยหรือลูกพูดได้แต่คุณภาพการพูดไม่สมวัย คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองและคนที่บ้านสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการคลี่คลายปัญหาได้ และศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” จะช่วยสนับสนุนข้อมูลและความรู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองและลูก ๆ ต่อไป
เครดิตภาพ: Hulki Okan Tabak | Unsplash
by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
จะช่วยให้ลูกพูดตอบคำถาม โดยลดการพูดตามได้อย่างไร?
เมื่อลูกเริ่มออกเสียงตาม “ภาพ” ได้แล้ว เราจะเพิ่มศักยภาพทางภาษาให้ลูกผ่านการฝึกตอบคำถามและลดการพูดทวนตาม โดยมีวิธีฝึก ดังนี้
- ถามคำถามตามภาพ เช่น เมื่อกี้ ลูกกินอะไร (ผู้สอนชี้ภาพและพูดตามคำตอบว่า น้อง (ชื่อเด็ก) | กิน | ข้าว)
- ถามซ้ำและชี้ภาพคำตอบ โดยผู้สอนงดการพูดนำคำท้ายลงทีละคำ เช่น เมื่อกี้ ลูกกินอะไร (ผู้สอนชี้ภาพ และพูดตามคำตอบว่า น้อง (ชื่อเด็ก) | กิน | …ทั้งนี้ ผู้สอนไม่ต้องพูดนำว่า “ข้าว” แต่ผู้สอนชี้ที่ “ภาพข้าว” เพื่อให้ลูกตอบเอง) สำหรับขั้นตอนนี้ ผู้สอนจำเป็นต้องอดใจรอให้ลูกพยายามตอบเองแบบ Spontaneous Response หรือการตอบสนองที่เกิดขึ้นเองทีละน้อย จนถึงขั้นที่ผู้สอนสามารถลดการพูดนำลงไปทีละน้อยได้
- กรณีที่ลูกยังตอบคำถามเองไม่ได้ ผู้สอนจะบอกบทและกระตุ้นให้ลูกพูด (คำตอบ) ตามสัก 3 รอบ จากนั้น ต้องมีการถามซ้ำอีกรอบทันที พร้อมกับกระตุ้นให้ลูกมองภาพคำศัพท์นั้น ๆ ควบคู่กันไปด้วย
- กรณีถามหลายครั้ง แต่ลูกยังตอบไม่ได้หรือ พูดทวนคำถาม ให้ผู้สอนถามคำถามด้วยเสียงเบาพอได้ยิน และพูดคำตอบในลักษณะการบอกบท พูดนำคำตอบต่อคำถามทันทีด้วยเสียงที่ดังขึ้น และกระตุ้นให้ลูกพูดคำตอบตาม
บทความของศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” เรื่อง “การส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาและการพูด” ตอนต่อไปซึ่งเป็นตอนสุดท้าย เราจะบอกหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองและคนที่บ้านสามารถช่วยลูกสร้างเสริมพัฒนาการทางภาษาและการพูดให้ได้ผลที่ดียิ่งขึ้น โปรดติดตามอ่านในตอนต่อไป
เครดิตภาพ: Julian Larcher | Unsplash
by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
“ภาพ” จะช่วยให้ลูกพูดเป็นประโยคที่ยาวขึ้นได้อย่างไร?
ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” ใช้ “ภาพที่เป็นรูปธรรม” ในการสอนลูกศิษย์ออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้า ให้พูดเป็นประโยคที่ยาวขึ้น ทั้งนี้เพราะ “ภาพ” เป็นสื่อการสอนที่ช่วยให้เด็กเข้าใจสิ่งที่ครูกระตุ้นพัฒนาการกำลังพูด กำลังสอน หรือต้องการสื่อสารในสถานการณ์นั้น ๆ ได้ชัดเจนขึ้น อีกทั้ง “ภาพ” เป็นตัวช่วย (Cue) ให้เด็กเข้าใจความหมายของสิ่งต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรมได้
โดยทั่วไป ครูกระตุ้นพัฒนาการ (ผู้สอน) มีวัตถุประสงค์ขั้นต้นในการใช้ “ภาพ” ในการสอน ดังนี้
- ช่วยให้เด็ก ๆ พูดได้ยาวขึ้น
- กระตุ้นให้เด็ก ๆ พยายามออกเสียงออกมาเองแบบ Spontaneous Response หรือการตอบสนองที่เกิดขึ้นเองทีละน้อยจนถึงขั้นที่ครูกระตุ้นพัฒนาการ (ผู้สอน) สามารถลดการพูดนำลงได้ทีละน้อย
ส่วนวิธีใช้ “ภาพ”เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาและการพูด มีขั้นตอนดังนี้
- แปลงคำพูดในประโยค ให้เป็น “คำ”
- แปลงคำทุกคำให้เป็น “รูปภาพ” ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
- นำภาพมาเรียงเป็นช่องตามจำนวนคำในประโยคนั้น
- ผู้สอนพูดสั้น ๆ เป็นคำ ๆ ตามภาพ โดยพูดนำช้า ๆ ใช้คำพูดสั้น ๆ เป็นคำที่ตรงตามภาพ และจับนิ้วเด็กร่วมชี้ไปตามภาพอย่างช้า ๆ พร้อมกับพูดนำ โดยผู้สอนจะทำเช่นนี้ซ้ำ ๆ สัก 3-5 รอบ
- กระตุ้นให้เด็กชี้และพูดตามสัก 3-5 รอบ ซึ่งอาจต้องรอเวลาชั่วครู่เพื่อให้เด็กพูดตาม
- เมื่อเด็กเริ่มคุ้นเคยที่จะพูดตามเป็นประโยค ผู้สอนจะชี้ภาพทีละพยางค์ เริ่มลดการพูดนำ เพียงแค่ชี้ไปที่ภาพแทนการพูดนำ เพื่อให้เด็กพยายามออกเสียงพูดออกมาด้วยตนเอง
-
- กรณีเด็กยังพูดเองไม่ได้ ให้ใช้วิธีข้างต้นซ้ำ ๆ ทำบ่อย ๆ ทุกวัน หรือให้เด็กพยายามต่อคำ
- กรณีเด็กออกเสียงได้ แต่ยังไม่มั่นใจ หรือยังไม่เข้าใจ ผู้สอนจะชี้ภาพและออกเสียงพูดนำโดยลดเสียงลง เช่น ประโยค “น้อง (ชื่อเด็ก) | กิน | ข้าว”
- ทำซ้ำบ่อย ๆ ชวนเด็กชี้และพูดตามภาพ และลดการพูดนำ รอเวลาชั่วครู่ให้เด็กพยายามคิดและพูดเอง โดยสามารถชี้นำด้วยการชี้ที่ภาพคำตอบ
เนื่องจาก “ภาพ” เป็นสื่อที่ใช้ได้ดีในการสื่อความหมายให้เด็กเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ที่เราต้องการสอนได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรมและช่วยสร้างเสริมพัฒนาการทางภาษาและการพูดให้กับเด็ก ๆ ได้ ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” จึงได้จัดทำ “ชุดสมุดภาพเพื่อกระตุ้นการพูด” เพื่อจัดจำหน่าย โดยหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองและคนที่บ้านที่ต้องการใช้ “ภาพ” ในการส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาและการพูดให้กับลูก ๆ ในขณะที่ลูกอยู่บ้านต่อไป
ชมตัวอย่าง “ชุดสมุดภาพเพื่อกระตุ้นการพูด” กดลิงก์ข้างล่างนี้
https://www.facebook.com/255269831707213/posts/852651015302422/
บทความ เรื่อง “การส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาและการพูด” ยังมีอีก 2 ตอนซึ่ง “บ้านอุ่นรัก” ฝากทุกท่านโปรดติดตามอ่านเพื่อได้ข้อมูลและแนวทางเพิ่มเติมในการสร้างเสริมพัฒนาการให้กับลูก ๆ ต่อไป
เครดิตภาพ: Quokkabottles | Unsplash