ฮาวทู ใช้การเล่นและการทำกิจกรรมร่วมกันกับลูกที่บ้าน เพื่อกระตุ้นให้ลูกเข้ามามีส่วนร่วม | บ้านอุ่นรัก

ฮาวทู ใช้การเล่นและการทำกิจกรรมร่วมกันกับลูกที่บ้าน เพื่อกระตุ้นให้ลูกเข้ามามีส่วนร่วม | บ้านอุ่นรัก

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563 องค์กรออทิซึมสปีค (Autism Speaks) โดยความร่วมมือจากองค์การอนามัยโลก (World Health Organization หรือ WHO) ได้เผยแพร่วิดีโอชุดใหม่เกี่ยวกับเคล็ดลับง่าย ๆ ในการเพิ่มทักษะการดูแลเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่มีปัญหาด้านพัฒนาการ เช่น เด็กออทิสติก

องค์กรออทิซึมสปีคตั้งเป้าหมายให้วิดีโอชุดนี้เป็นเครื่องมือในการให้ความรู้ บอกเคล็ดลับ ตลอดจนแสดงตัวอย่างและขั้นตอนง่าย ๆ ในการลงมือทำที่จะช่วยให้พ่อแม่ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กมีแนวทาง ทราบขั้นตอนการลงมือทำ และได้ฝึกทักษะการดูแลเด็กอันจะส่งผลดีในการช่วยสร้างเสริมพัฒนาการให้กับเด็ก ๆ ที่บ้านด้วยตนเองได้ต่อไป

สำหรับวิดีโอเคล็ดลับการเพิ่มพูนทักษะการดูแลเด็กที่มีความต้องการเป็นพิเศษที่เรานำมาแชร์ในวันนี้ เป็นการแสดงตัวอย่าง “ฮาวทู” (How To) ใช้การเล่นและการทำกิจกรรมร่วมกันกับลูกที่บ้าน เพื่อกระตุ้นให้ลูกอยากเข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมนั้น ๆ กับเรา

ประโยชน์ที่พ่อแม่ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กจะได้รับจากการชมวิดีโอนี้ คือ

  • มีแนวทางในการฝึกฝนทักษะการดูแลเด็ก
  • ได้รู้วิธีใช้การเล่นเพื่อเข้าแทรกตัวไปคลุกคลีกับลูก

ประโยชน์ที่ลูกจะได้รับ

  • เสริมสร้างพัฒนาการผ่านการเล่นร่วมกับพ่อแม่ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็ก
  • เรียนรู้การเข้าไปมีส่วนร่วม
  • ทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น
  • เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกันกับผู้อื่น

สำหรับท่านที่สนใจชมวิดีโอโปรแกรมพัฒนาทักษะการดูแลเด็ก ท่านสามารถชมวิดีโอต่าง ๆ จากช่องยูทูปขององค์กรออทิซึมสปีค หรือจะศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฝึกอบรมทักษะผู้ดูแลเด็กจากเว็บไซต์ขององค์การอนามัยโลก หรือจะชมวิดีโอผ่านช่องยูทูปหรือเฟซบุ๊คของศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” ก็ได้เช่นเดียวกัน

วิดีโอ เรื่อง ใช้การเล่นและการทำกิจวัตรประจำวันที่บ้านเพื่อสร้างเสริมการมีส่วนร่วมของลูก (คลิกที่ลิงค์ข้างล่างนี้เพื่ออ่านบทความต้นฉบับและชมวิดีโอ)

https://www.autismspeaks.org/science-news/autism-speaks-releases-new-cst-caregiver-quick-tips-videos-support-parents-and

สถานการณ์ตัวอย่างจากวิดีโอ:

แมรี่ (แม่) และนีล (ลูกชาย) นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่บ้าน

จากวิดีโอ ผู้บรรยายแนะนำให้เราใช้ “การสังเกต”

  1. สังเกตกิจกรรมที่ลูกกำลังทำ (ลูกกำลังเล่นต่อบล็อก)
  2. สังเกตสิ่งที่แม่ลงมือทำในแต่ละขั้นตอน
    • แม่นั่งอยู่ตรงหน้า ในระดับที่สายตาของลูกจะมองเห็นแม่ได้โดยง่าย
    • ในขณะที่ลูกกำลังเล่นต่อบล็อก แม่ก็ทยอยเก็บของเล่นชิ้นอื่น ๆ เข้าที่ เพื่อขจัดสิ่งรบกวนอื่น ๆ รอบตัวที่อาจทำให้ลูกวอกแวก ทั้งนี้ การลงมือจัดการสิ่งแวดล้อมรอบตัวส่งผลดีคือช่วยให้ลูกไม่วอกแวก ลูกจึงพุ่งความสนใจมาที่แม่และกิจกรรมที่แม่จะชวนลูกร่วมทำได้ง่ายขึ้น
    • แม้แม่จัดเก็บของเล่นชิ้นอื่น ๆ ที่เกลื่อนอยู่บนพื้นเข้าที่ แต่แม่ไม่เก็บบล็อก เพราะลูกกำลังเล่นต่อบล๊อกเหล่านั้นอยู่
    • หลังเก็บของเล่นชิ้นอื่น ๆ เข้าที่เสร็จแล้ว แม่ยื่นบล็อกสองชิ้นไปตรงหน้าลูก รอสักครู่ จนลูกสนใจสิ่งที่แม่ยื่นให้ แม่สบตาและยิ้มให้ลูก แม่พูดกับลูกว่า “เรามาต่อบล็อกด้วยกันนะ”
    • เมื่อพูดจบ แม่ลงมือต่อบล็อกหนึ่งชิ้นให้ลูกเห็นเป็นการนำทางและชี้ชวนให้ลูกเรียนรู้และเข้าใจว่าแม่และลูกกำลังเล่นอะไรร่วมกัน ในขณะเดียวกัน แม่เก็บ (ถือ) บล็อกอีกชิ้นไว้ในมืออีกข้างของตนเอง
    • ลูกมองแม่ต่อบล็อก ลูกหยิบบล็อกมาอีกหนึ่งชิ้นและต่อบล็อก ลูกพูดว่า “ต่อบล็อก”
    • แม่ชมว่า “ลูกต่อบล็อกได้ดีมากจ๊ะ”
    • แม่เริ่มเลียนแบบสิ่งที่ลูกทำ คือ แม่วางบล็อกอีกชิ้นหนึ่ง (ที่ถือไว้ในมือ) ลงบนพื้นใกล้ ๆ กับบล็อกชุดแรกที่ลูกได้ต่อเอาไว้แล้ว
    • ลูกมองแม่และเห็นสิ่งที่แม่ทำ

จากการที่แมรี่ (แม่) เลียนแบบสิ่งที่นีล (ลูก) ทำ จากนั้นแม่ก็เริ่มสร้างการมีส่วนร่วมด้วยการพูดชักชวนให้ลูกทำกิจกรรมนั้น ๆ ด้วยกัน ซึ่งในสถานการณ์นี้ คือ แม่ใช้การเล่นมากระตุ้นให้ลูกสนใจมองมาที่แม่ + สนใจกิจกรรมตรงหน้าที่แม่ชักชวนให้ลูกทำร่วมกันกับแม่ + ลูกลงมือทำกิจกรรมนั้น ๆ ร่วมกันกับแม่ได้สำเร็จ

สรุปขั้นตอน

  1. สังเกตว่าเด็กกำลังสนใจและทำกิจกรรมอะไรอยู่ในขณะนั้น
  2. ขจัดสิ่งรบกวนอื่น ๆ รอบตัวออกไปให้หมดเพื่อช่วยให้เด็กเรียนรู้การทำกิจกรรมตรงหน้านั้น ๆ ร่วมกับผู้ใหญ่ได้ง่ายขึ้น (อีกทั้งยังเป็นการจัดการสถานที่และสิ่งแวดล้อมให้มีความปลอดภัยในการทำกิจกรรมอีกประการหนึ่งด้วย)
  3. นั่งหันหน้าเข้าหาเด็ก อยู่ในระดับสายตาเด็กเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน
  4. กล่าวชมเด็กเมื่อเด็กทำกิจกรรมตามที่เราชักชวนได้สำเร็จ ทั้งนี้ ต้องกล่าวชมให้ชัดเจนและเฉพาะเจาะจงว่าเด็กกำลังทำสิ่งใดได้ดีจึงได้รับคำชมนั้น
  5. เมื่อถึงคิวที่เราต้องทำกิจกรรมต่อเนื่องจากเด็ก ให้เราใช้การเลียนแบบสิ่งที่เด็ก

ลองทำกันดูนะคะ ลองค่อย ๆ แทรกตัวเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ ลูกผ่านกิจกรรมประจำวันง่าย ๆ ที่บ้านตามวิถีชีวิตจริง เช่น การเล่น จากนั้นก็หาทางขยับขยายชักชวนลูกไปทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่จะช่วยสร้างเสริมพัฒนาการและทักษะที่รอบด้าน โดยนำขั้นตอนข้างต้นมาประยุกต์ใช้ไปตามสถานการณ์ค่ะ

#ผลลัพธ์ที่ได้ ขึ้นอยู่กับการลงมือทำ 

เครดิตบทความและวิดีโอ: Autism Speaks

เครดิตภาพประกอบบทความ: Unsplash by Dan Burton

เตรียมอย่างไรให้พร้อม ในภาวะ Social Distancing และ School Closure | บ้านอุ่นรัก

เตรียมอย่างไรให้พร้อม ในภาวะ Social Distancing และ School Closure | บ้านอุ่นรัก

ในช่วงนี้ที่เชื้อโควิด-19 ระบาด ลุงตู่และทีมงานได้ประกาศใช้มาตรการหลัก 2 ประการ คือ (1) การทิ้งระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และ (2) การปิดการเรียนการสอน (School/Program Closures) เพื่อลดโอกาสเสี่ยงการติดเชื้อ แต่มาตรการทั้ง 2 ประการก็ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่ต้องตระเตรียมความพร้อมในการรับมือภาวะการกักตัวลูกเล็กเด็กแดงไว้ที่บ้านตามไปด้วย

สำหรับลูกออทิสติกที่ต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน พ่อแม่ผู้ปกครองคงต้องเตรียมความพร้อมที่จะรับมือให้รัดกุม เพื่อไม่ให้ลูกได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ ด้านพัฒนาการ และความปลอดภัย ในช่วงที่ลูกต้องทิ้งระยะห่างทางสังคมกับทีมแพทย์ ทีมบำบัด ทีมโรงเรียน และทีมกระตุ้นพัฒนาการ ด้วยการงดหรือหยุดเข้ารับบริการด้านการฝึก การเรียนการสอน และการกระตุ้นพัฒนาการไปสักระยะหนึ่ง

เพื่อการเตรียมพร้อมและนำพาลูกออทิสติกฝ่าวิกฤติ “การทิ้งระยะห่างทางสังคม” และ “การปิดการเรียนการสอน” ไปให้ได้ เว็บไซต์ Autism Speaks ได้โพสต์แนวทางการเตรียมความพร้อมสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองชาวอเมริกันไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งแนวทางบางประการ เราสามารถนำมาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทแบบไทย ๆ ได้ ดังนี้ คือ

1. การเตรียมตัวดูแลลูก

2. การพูดคุยกับทีมโรงเรียน ทีมบำบัด หรือทีมกระตุ้นพัฒนาการของลูก เกี่ยวกับบริการต่าง ๆ และ

3. การติดต่อองค์กรในท้องถิ่น โซเชียลมีเดีย หรือกลุ่มทางสังคมที่สามารถให้ความช่วยเหลือหากลูกและท่านต้องการความช่วยเหลือ

1. การเตรียมตัวดูแลลูก

  • จัดเตรียมข้าวของ เครื่องใช้ ของเล่น อุปกรณ์การเรียนการสอนแบบง่าย ๆ ที่พอหาได้ และสถานที่ให้พร้อมในการดูแลลูก
  • จัดเตรียมชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินและเวชภัณฑ์ประจำบ้าน เช่น เครื่องวัดอุณหภูมิ ยาลดไข้ และยาอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในกรณีลูกเจ็บป่วย
  • ตรวจสอบความปลอดภัยของข้าวของ เครื่องใช้ และสถานที่ เพื่อลูกที่อยู่ที่บ้านได้รับความปลอดภัย
  • จัดเตรียมอาหารให้เพียงพอ ทั้งนี้ต้องเป็นอาหารที่ไม่กระตุ้นอาการและการตื่นตัวของลูก
  • เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับอาการของลูก บันทึกทางการแพทย์และสุขภาพ ข้อมูลการประเมิณอาการต่าง ๆ ของลูก และวิธีดูแลลูกไว้ให้พร้อมหากต้องนำมาใช้งาน
  • เตรียมตารางนัดหมายกับแพทย์และทีมบำบัด ตลอดจนยืนยันวันนัดหมายล่วงหน้าให้เรียบร้อย
  • เตรียมตารางกิจวัตรประจำวันประจำบ้านที่ช่วยสร้างเสริมพัฒนาการของลูกให้รอบด้าน เช่น การกระตุ้นกล้ามเนื้อมัดเล็ก กิจกรรมออกกำลังกายช่วงเช้าและเย็นที่มีผลต่อการควบคุมการเคลื่อนไหวอย่างมีทิศทางและการสร้างปฏิสัมพันธ์แบบสองท้างกับบุคคลรอบข้าง การเสริมทักษะการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร กิจกรรมเสริมสร้างการสบตา กิจกรรมสร้างเสริมการคงสมาธิ การช่วยเหลือตนเอง และกิจกรรมช่วยงานบ้านง่าย ๆ ที่ลูกสามารถทำได้สำเร็จ เป็นต้น
  • บันทึกข้อมูลการติดต่อ เบอร์โทรศัพท์ ไลน์ เฟซบุ๊ก หรือช่องทางการติดต่ออื่น ๆ ของทีมแพทย์ ทีมบำบัด ทีมโรงเรียน และทีมกระตุ้นพัฒนาการของลูก
  • ในกรณีที่พ่อแม่ผู้ปกครองมีความจำเป็นต้องไปทำงานนอกบ้าน ท่านควรติดต่อเครือข่ายผู้ปกครองลูกออทิสติกที่ท่านรู้จัก เพื่อนหรือคนในครอบครัวของท่านที่รู้จักและคุ้นเคยกับลูกเป็นอย่างดี ทีมบำบัดหรือทีมกระตุ้นพัฒนาการของลูก เพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องการผลัดกันมาดูแลลูกแทนท่าน

2. การพูดคุยกับทีมโรงเรียน ทีมบำบัด หรือทีมกระตุ้นพัฒนาการของลูก เกี่ยวกับบริการต่าง ๆ เช่น

  • บริการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ ทางไลน์ ผ่านระบบวีดีโอคอล หรือเฟซบุ๊กกลุ่มปิด เป็นต้น
  • บริการที่สามารถจัดส่งถึงบ้าน
  • บริการในกรณีฉุกเฉิน

3. การติดต่อองค์กรในท้องถิ่น โซเชียลมีเดีย หรือกลุ่มทางสังคมที่สามารถให้ความช่วยเหลือหากลูกและท่านต้องการความช่วยเหลือ

คลิ๊กลิงค์นี้เพื่ออ่านบทความต้นฉบับ เรื่อง “How to handle clinical care during social distancing and school/program closures” จากเว็บไซต์ Autism Speaks

https://www.autismspeaks.org/science-news/how-handle-clinical-care-during-social-distancing-and-schoolprogram-closures

คลิ๊กลิงค์นี้เพื่ออ่านบทความต้นฉบับ เรื่อง “How to handle school closures and services for your child with autism” จากเว็บไซต์ Autism Speaks

https://www.autismspeaks.org/science-news/how-handle-school-closures-and-services-your-child-autism

ไม่ว่าสถานการณ์โควิด-19 จะจบเร็วหรือช้า บ้านอุ่นรักขอส่งมอบกำลังใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองและลูก ๆ และเราพร้อมอยู่เป็นเพื่อนคู่คิดของท่านในการเผชิญหน้ากับวิกฤตนี้ เพื่อผ่านพ้นไปด้วยกันให้ได้ด้วยดี

เครดิตบทความ: www.autismspeaks.org

เครดิตภาพ: Paul Hanaoka | Unsplash

ความรู้สึกและประสบการณ์ของพ่อแม่ผู้ประสบความสำเร็จในการกระตุ้นพัฒนาการเพิ่มเติมให้ลูกที่บ้าน | บ้านอุ่นรัก

ความรู้สึกและประสบการณ์ของพ่อแม่ผู้ประสบความสำเร็จในการกระตุ้นพัฒนาการเพิ่มเติมให้ลูกที่บ้าน | บ้านอุ่นรัก

หลายวันก่อนครูนิ่มได้คุยเคสกับครอบครัว ๆ หนึ่งของลูกศิษย์บ้านอุ่นรักสวนสยาม ครูรู้สึกประทับใจที่คุณพ่อคุณแม่ตระหนักรู้ถึงบทบาทของตนเอง เมื่อลูกมีพฤติกรรมใหม่ ๆ ที่ควรปรับ คุณพ่อคุณแม่มักจะนำข้อมูลมาพูดคุยและขอคำปรึกษาเพื่อหาแนวทางและร่วมมือทำร่วมกันกับครู อีกทั้งให้ความสำคัญในการลงมือปรับพฤติกรรมและกระตุ้นพัฒนาการของลูกที่บ้านด้วยตนเองต่อจากครู ทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าแบบก้าวกระโดด

ครูประทับใจและสบายใจว่าครอบครัวนี้เป็นอีกครอบครัวหนึ่งที่จะนำพาลูกเดินต่อไปได้อย่างดีแน่นอน จึงได้ขอความกรุณาคุณพ่อคุณแม่ให้ช่วยเขียนความรู้สึกของตนเองมาลงให้เพื่อน ๆ ผู้ปกครองท่านอื่น ๆ ได้อ่าน และคุณพ่อคุณแม่คู่นี้ได้กรุณาอนุญาตให้เราแชร์ข้อความเพื่อเป็นแรงบันดาลใจร่วมกันต่อไปค่ะ

กำลังใจถึงคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน

จากคุณพ่อ:

ในวันที่ได้รู้ว่าลูกน้อยของเราเป็นเด็กพิเศษหรือที่เรียกว่าออทิสติก เชื่อว่าคนที่เป็นพ่อแม่ทุกคนย่อมเศร้าเสียใจและเป็นทุกข์ ผมและภรรยาก็เช่นกัน แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ไร้เดียงสาของลูก ทำให้ได้คิดว่าต่อให้เสียใจแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้ลูกดีขึ้นมาได้ ถ้าเราอ่อนแอ ลูกก็จะอ่อนแอตามเพราะเค้าช่วยตัวเองไม่ได้ ตัวพ่อแม่เองต้องเข้มแข็งก่อน ความคิดของเราแวบเดียวอาจจะเป็นตัวตัดสินใจเปลี่ยนชีวิตใครบางคนทั้งชีวิต ผมกับภรรยาให้กำลังใจซึ่งกันและกันมาตั้งแต่ตอนนั้น ถ้าเราสามารถหลุดพ้นจากความเสียใจได้เร็วแค่ไหน ก็จะสามารถหาวิธีการช่วยลูกได้เร็วขึ้นเท่านั้น จากนั้นทุกอย่างจะเริ่มง่ายขึ้น เราช่วยกันหาข้อมูล ปรึกษาคุณหมอ ผู้เชี่ยวชาญและคุณพ่อคุณแม่เด็กพิเศษที่ลูกโตแล้ว เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลลูก

สรุปคร่าว ๆ ได้ดังนี้

หนึ่ง: กิจกรรมบำบัดหรือ SI จำเป็นอย่างยิ่ง ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

สอง: ปรับพฤติกรรมและกระตุ้นพัฒนาการด้านต่าง ๆ

สาม: ฝึกการพูด ออกเสียง จัดรูปปาก

สี่: ฝึกลากเส้นระบายสี รู้จักพยัญชนะและตัวเลขเพื่อเตรียมเข้าเรียนอนุบาล

ห้า: เลือกโรงเรียนที่เข้าใจเรื่องเด็กพิเศษจริง ๆ และควรมีครูประกบเพื่อช่วยให้ปรับตัวตามการเรียนในห้องเรียนได้

ขณะที่ผมกำลังเขียนอยู่นี้ ลูกผมกำลังยิ้ม สนุกกับการเรียนว่ายน้ำ ชอบไปโรงเรียนและร่วมทำกิจกรรมต่าง ๆ กับเพื่อน ๆ เที่ยวกับครอบครัวได้หลาย ๆ วัน ทานอาหารหลากหลาย นอนหลับปกติ ทำกิจวัตรประจำวันเองแทบทุกอย่าง

ผมจึงอยากจะเล่าเพื่อแบ่งปันสิ่งที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่ของเด็ก ๆ ทุกคน

ขอเป็นกำลังใจให้มีความเข้มแข็งไปด้วยกันครับ

จากคุณแม่:

อยากให้คุณพ่อคุณแม่ถ้ามีโอกาสเข้ารับการอบรมเพื่อเข้าใจลูกและเรียนรู้เทคนิควิธีการฝึกลูกที่บ้าน

ค่อย ๆ ฝึกไปเรื่อย ๆ นะคะ

จากที่ใส่รองเท้าเองไม่เป็น ติดกระดุมเสื้อไม่ได้ ซักวันหนึ่งลูกจะทำได้ และจะพัฒนาไปได้อีกเรื่อย ๆ ในอีกหลาย ๆ เรื่องเลยค่ะ

หนักแน่นเข้าไว้นะคะ

รักและเอ็นดูลูกมาก ๆ เค้าน่ารักค่ะ

เครดิต Icon: Flaticon.com

ความรู้สึกของแดเนี่ยล แทมเม็ต ผู้เขียนหนังสือ เรื่อง “จากออทิสติกสู่อัจฉริยะ (Born on a Blue Day)” | บ้านอุ่นรัก

ความรู้สึกของแดเนี่ยล แทมเม็ต ผู้เขียนหนังสือ เรื่อง “จากออทิสติกสู่อัจฉริยะ (Born on a Blue Day)” | บ้านอุ่นรัก

คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง อาจเคยสงสัยในบางครั้งว่าลูกออทิสติกที่วันนี้ยังไม่ยอมพูดไม่ยอมจา ไม่สบตา หรือไม่บอกรักเรา เขารู้สึกอย่างไรต่อเรากันนะ….?

ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” ขอนำข้อความที่ “แดเนี่ยล แทมเม็ต” (ผู้เขียนหนังสือ เรื่อง “จากออทิสติกสู่อัจฉริยะ (Born on a Blue Day)) เขียนถึงคุณพ่อและคุณแม่ของเขาไว้อย่างน่ารักจับใจมาฝาก ทั้งนี้ เรามั่นใจว่า…ลูกของคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองก็รู้สึกเช่นนี้เช่นกัน

“…..ผมนั่งอยู่ตรงนี้ในเวลานี้…เพื่อเล่าเรื่องราวในอดีตสมัยเป็นเด็ก…ผมรู้สึกอัศจรรย์ใจกับความพยายามและอดทนที่พ่อกับแม่มีให้ผมอย่างมากมายแม้จะได้รับผลตอบกลับเพียงเล็กน้อย เทียบกับเวลาที่เสียไป

เวลาที่ฟังพ่อแม่เล่าถึงช่วงเวลาหลายปีในวัยเยาว์ของผม  มันเหมือนต้องมนตราอันแปลกประหลาด 

ได้รับรู้ว่าท่านต้องปรับเปลี่ยนบทบาทของตัวเองในการเลี้ยงดูผมอย่างไร เมื่อท่านเริ่มเข้าใจถึงปัญหาหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้นมากมายจนทำให้ผมสามารถยืนหยัดในโลกนี้อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ 

แม้ผมจะมีปัญหามากมาย ทั้งการร้องไห้อาละวาดและความยากอื่น ๆ ในการเลี้ยงดู..พ่อกับแม่ก็ยังรักผม  โดยปราศจากเงื่อนไขใดใดและยอมอุทิศตน  เสียสละทุกอย่าง เพื่อช่วยเหลือผมทีละเล็กทีละน้อยวันแล้ววันเล่า

พวกท่านเป็นยอดคนของผมอย่างแท้จริง”

คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง อย่ายอมแพ้กลางคันนะคะ เพราะทุกท่านคือ The Back-Up ผู้เป็นคนเบื้องหลัง ผู้เต็มไปด้วยพลังแห่งรัก และเป็น “ยอดคนของลูก” ที่สามารถทำสิ่งดี ๆ เพื่อลูกได้เสมอค่ะ

VDO รายการ “พบหมอรามา ช่วง Big story ตอน เด็กสมาธิสั้นกับเด็กไฮเปอร์ แตกต่างกันอย่างไร” | บ้านอุ่นรัก

VDO รายการ “พบหมอรามา ช่วง Big story ตอน เด็กสมาธิสั้นกับเด็กไฮเปอร์ แตกต่างกันอย่างไร” | บ้านอุ่นรัก

คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง เคยสงสัยกันหรือไม่ว่าอาการซุกซนและอยู่ไม่สุขของลูกตัวน้อย ๆ ที่บ้าน ถ้าจัดระดับแล้ว ความซนของลูกเป็นแค่ความซุกซนตามธรรมชาติของเด็ก ๆ หรือซนเพราะลูกมีอาการสมาธิสั้น หรือซนระดับเซียนเพราะลูกมีทั้งอาการสมาธิสั้นผสมความหุนหันพลันแล่นกันแน่?

เรามาไขข้อข้องใจดังกล่าวด้วยการชมคลิปความรู้ จากรายการ “พบหมอรามา” ของช่อง Rama Channel ช่วง Big story ตอน “เด็กสมาธิสั้น” กับ “เด็กไฮเปอร์” แตกต่างกันอย่างไร? กันค่ะ เพื่อทราบข้อมูลเบื้องต้นในเรื่องนี้

ไม่ว่าลูกน้อยจอมซนที่บ้านจะซุกซนแค่ไหน ขอให้คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครองที่สงสัยและกังวลใจ หมั่นสังเกตลูกสักระยะหนึ่ง ตลอดจนจดบันทึกอาการที่ได้จากการสังเกต พาลูกไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กหรือจิตแพทย์เด็ก และนำข้อมูลที่ได้จากการสังเกตและจดบันทึกไปพูดคุยและปรึกษากับแพทย์นะคะ

การทำเช่นนี้จะเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่ช่วยให้ท่านได้ทราบข้อเท็จจริงทางการแพทย์ว่าความซุกซนของลูกเป็นปัญหาด้านพัฒนาการหรือไม่ และหากความซนนั้นเป็นปัญหา ท่านก็จะได้มีแพทย์เป็นผู้ให้แนวทางการบำบัดรักษา ดูแล เลี้ยงดู และช่วยเหลือลูกที่มีปัญหาด้านพัฒนาการอย่างถูกวิธีต่อไปค่ะ

กดที่ภาพเพื่อชม VDO

เครดิต VDO และข้อมูล: รายการพบหมอรามา ช่อง Rama Channel ช่วง Big story  ตอน “เด็กสมาธิสั้น” กับ “เด็กไฮเปอร์”  แตกต่างกันอย่างไร?

เครดิตภาพ: Alvin Mahmudov | Unsplash