by admin | บทความทั่วไป
การสร้างความเข้าใจว่า “ฉันคือใคร” และ “เธอคือใคร” เป็นจุดเริ่มต้นของพัฒนาการด้านสังคม (social development) และอัตลักษณ์ (self-identity) ของเด็กเล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กที่มีความล่าช้าทางพัฒนาการหรือเด็กออทิสติก การแยกแยะระหว่าง “ฉัน” และ “เธอ” จะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในบทบาทของตนเองและผู้อื่นในบริบททางสังคม
สิ่งที่เราต้องการให้ลูกเข้าใจ
- “นี่คือฉัน” : รู้จักและบอกข้อมูลสั้น ๆ เกี่ยวกับตนเองได้
- “นี่คือเธอ” : รู้จักและแยกแยะผู้อื่นออกจากตนเองได้
ตัวอย่างกิจกรรมกระตุ้นความเข้าใจผ่านการสื่อสาร
การใช้คำศัพท์ “ฉัน” และ “เธอ” ควบคู่กับการมอง การพูด และการชี้ ช่วยให้เด็กเข้าใจความแตกต่างระหว่างตนเองและผู้อื่นได้อย่างเป็นรูปธรรม
การฝึกใช้คำว่า “เธอ”
- ให้เด็กมองไปที่เพื่อนข้าง ๆ
- กระตุ้นให้พูดว่า “เธอ” พร้อมชี้ไปที่เพื่อน
- ชวนพูดบอกรายละเอียด เช่น “เธอชื่ออะไร ใส่เสื้อสีอะไร มีผม ตา หู ปาก อย่างไร”
การฝึกใช้คำว่า “ฉัน”
- ให้เด็กพูดคำว่า “ฉัน” และชี้ที่ตนเอง
- กระตุ้นให้พูดรายละเอียดเกี่ยวกับตนเอง เช่น “ฉันชื่ออะไร ใส่เสื้อสีอะไร” พร้อมชี้ที่ผม ตา หู ปาก ใบหน้าของตนเอง
กิจกรรมเสริมต่อยอดความเข้าใจ
- ชวนวาดภาพ “ฉัน” และ “เธอ” จากสิ่งที่เห็น เช่น เสื้อผ้า สีผม
- เขียนคำว่า “ฉัน” “เธอ” หรือชื่อเล่น โดยใช้แบบประหรือเส้นประ
- 🎶 ร้องเพลง “ฉันและเธอ” ร่วมกับเพื่อน
คลิกเพื่อฟังเพลง
เครดิตเพลง “ฉันและเธอ”: 108kids สื่อข่าวสารและสาระการเรียนรู้อนุบาล เพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย
บ้านอุ่นรัก: เสริมพัฒนาการเด็ก | เด็กออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้าไม่สมวัย | เด็กวัย 2-5 ขวบ
🕘 วัน-เวลาทำการ: จันทร์ – ศุกร์ | 09:00 – 15:00 น.
บ้านอุ่นรัก สวนสยาม ถนนสวนสยาม 24 แยก 2
📞 โทร: 086-775-9656 🟢 ไลน์ไอดี: 0867759656
บ้านอุ่นรัก ธนบุรี ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26
📞 โทร: 087-502-5261 🟢 ไลน์ไอดี: @aunrak2
by admin | บทความทั่วไป
สำหรับเด็กเล็ก การได้เรียนรู้ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ๆ ในกลุ่มไม่ใช่เพียงแค่ “การเรียน” แต่ยังเป็นการซึมซับทักษะทางสังคม การสื่อสาร และการมีส่วนร่วมที่มีความหมายต่อการเติบโตในทุกมิติ โดยเฉพาะในเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการ การเรียนรู้ในรูปแบบกลุ่มสามารถเป็น “สะพาน” ที่เชื่อมพวกเขาไปสู่การเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมั่นใจ
เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้จากกิจกรรมกลุ่ม เช่น…
- ฝึกการนั่งรอคิว พูดคุยผลัดกัน
- ฝึกสายตาจับจ้อง และทำงานร่วมกับผู้อื่น
- ฝึกการฟังคำสั่งและทำตามร่วมกัน
- เพิ่มสมาธิและการควบคุมอารมณ์ในระยะเวลาสั้น ๆ
- พัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปในบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้
สำหรับเด็กเล็กที่มีปัญหาพัฒนาการ หากเด็กได้รับการดูแล บำบัดรักษา และเสริมทักษะอย่างถูกวิธีตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กหรือจิตแพทย์เด็ก นักบำบัด และครูเสริมพัฒนาการประจำตัวเด็ก เด็กจะมีโอกาสเตรียมความพร้อมและความสามารถเพื่อการเข้าเรียนร่วมกับเพื่อนในกลุ่มหรือแม้แต่การเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาลอย่างมีความหมายได้ต่อไป
สิ่งสำคัญคือ “การวางแผนการเรียนการสอนเฉพาะเด็กเป็นรายบุคคล” ที่ชัดเจน โดยการทำงานร่วมกันหลายฝ่ายระหว่าง:
- แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กหรือจิตแพทย์เด็ก
- นักกิจกรรมบำบัด นักกระตุ้นพัฒนาการ และนักจิตวิทยาเด็ก
- คุณครูที่เข้าใจพื้นฐานพัฒนาการของเด็กแต่ละคน
สำหรับบ้านอุ่นรักแล้ว “ไม่มีคำว่าสายเกินไป” เพราะเราจะเริ่มต้นการช่วยเหลือเด็กแต่ละคนจากการทำความเข้าใจเด็ก และเราเชื่อมั่นว่าทุกเด็กสามารถเติบโตงดงามได้ในแบบของตนเอง
เด็กเล็กที่มีปัญหาพัฒนาการ…ก็พร้อมได้ ถ้าเริ่มต้นถูกทาง
“บ้านอุ่นรัก” อยู่เคียงข้างคุณเสมอในการเสริมพัฒนาการให้เด็ก ๆ ก้าวไปในจังหวะของตนเองอย่างมั่นคง
🕘 วัน-เวลาทำการ: จันทร์ – ศุกร์ | 09:00 – 15:00 น.
บ้านอุ่นรัก สวนสยาม ถนนสวนสยาม 24 แยก 2
📞 โทร: 086-775-9656 🟢 ไลน์ไอดี: 0867759656
บ้านอุ่นรัก ธนบุรี ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26
📞 โทร: 087-502-5261 🟢 ไลน์ไอดี: @aunrak2
by admin | บทความทั่วไป
การฝึกให้เด็ก ๆ ดูแลกิจวัตรประจำวันของตนเองไม่เพียงช่วยให้ชีวิตประจำวันราบรื่นแต่ยังเป็นโอกาสทองในการส่งเสริมพัฒนาการรอบด้านของเด็ก โดยเฉพาะในเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เช่น เด็กออทิสติก เด็กสมาธิสั้น หรือเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า
บ้านอุ่นรักขอแนะนำแนวทางสำคัญที่ควรใส่ใจเมื่อฝึกเด็กในกิจวัตรต่าง ๆ เช่น การแต่งตัว กินข้าว ล้างมือ หรือจัดของใช้ส่วนตัว
เน้นการจดจ่อและมีสมาธิ:
ส่งเสริมให้เด็กรู้ตัวอยู่กับสิ่งที่กำลังทำ สร้างบรรยากาศที่สงบ และใช้คำพูดสั้น ๆ ชัดเจนเพื่อช่วยให้เด็กโฟกัสได้ดีขึ้น
เน้นปฏิสัมพันธ์แบบสองทาง:
การฝึกไม่ใช่การสั่ง แต่คือการสื่อสาร เด็กเรียนรู้ได้ดีจากความรู้สึกว่า “เราเป็นทีมเดียวกัน”
เน้นประสบการณ์จริงและการลงมือทำ:
เด็กควรมีโอกาสลงมือทำด้วยตนเองมากกว่าการถูกทำให้ แม้จะใช้เวลานานกว่า แต่จะช่วยให้การเรียนรู้หยั่งรากลึกและมั่นคง
เน้นโอกาส ไม่เน้นความสมบูรณ์แบบ:
ความผิดพลาดคือส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ให้กำลังใจและให้เด็กได้ลองซ้ำบ่อย ๆ จะช่วยให้พัฒนาการค่อย ๆ เติบโตขึ้นเองตามธรรมชาติ
เน้นการฟังและตอบสนองอย่างเข้าใจ:
การฟังอย่างตั้งใจและตอบสนองอย่างเหมาะสมช่วยให้เด็กเรียนรู้แบบมีความหมาย และเกิดความรู้สึกปลอดภัยในการเรียนรู้ร่วมกัน
เน้นหลากหลาย ครบทุกด้าน:
ฝึกในหลายกิจกรรม ครอบคลุมทั้งทักษะชีวิต ทักษะการเคลื่อนไหว ทักษะสื่อสาร และการเข้าสังคม เพื่อสร้างพัฒนาการอย่างสมดุล
ให้กิจวัตรประจำวันของลูกเป็นเวทีฝึกทักษะชีวิต ไม่ใช่แค่ “สิ่งที่ต้องทำ” แต่คือ “สิ่งที่ได้เติบโต” ในทุก ๆ วัน
“บ้านอุ่นรัก” เสริมพัฒนาการเด็กออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการล่าช้าไม่สมวัย
บ้านอุ่นรักสวนสยาม ถนนสวนสยาม 24 แยก 2: 📞 โทร: 086 775 9656
บ้านอุ่นรักธนบุรี ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26: 📞 โทร: 087 502 5261
🕘 วันและเวลาทำการ: จันทร์ – ศุกร์ | 09.00 – 15.00 น.
by admin | บทความทั่วไป, บทความบ้านอุ่นรัก
ในการสอนลูกเลียนแบบ เช่น เลียนแบบการขยับปาก การออกเสียงพูด การทำท่าทาง หรือการลงมือทำตามสิ่งต่าง ๆ ที่จะช่วยเสริมสร้างทักษะด้านการช่วยเหลือหรือการดูแลตนเอง เราจะพบว่าในระยะแรก ๆ หรือแม้แต่ผ่านไปสักพักใหญ่แล้ว ลูกก็ยังอาจไม่ให้ความร่วมมือ หรือแม้ลูกร่วมมือ ลูกก็ยังเลียนแบบผิด ๆ ถูก ๆ จนเราเกิดความท้อใจ
หากเราตกอยู่ในภาวะนี้ ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” อยากให้กำลังใจว่าอย่าเพิ่งถอดใจ การถอดใจไม่ใช่คำตอบ เพราะสิ่งที่เราเห็นลูกทำหรือไม่ทำในวันนี้ยังไม่ใช่ตัวจริงของลูก หัวใจสำคัญคือเราต้องยึดมั่น ต้องให้เวลาลูกได้เรียนรู้ ให้โอกาสลูกได้ทำซ้ำได้ซักซ้อมทำตามบ่อย ๆ เราต้องยื้อแบบไม่ปล่อยผ่าน และที่สำคัญคือเราต้องไม่ตั้งเงื่อนไขที่ยากหรือสลับซับซ้อนมากเกินไปจนลูกเป็นฝ่ายถอดใจไปก่อนเสียเอง
เราจะวัดความสำเร็จเรื่องการสอนลูกเลียนแบบได้อย่างไร?
ทุกความสำเร็จมีลำดับขั้นตอน ขอให้สังเกตให้ดี เราจะพบความสำเร็จเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่น่าชื่นใจ
• ลูกมองเราเมื่อเราสาธิตหรือแสดงแบบให้ลูกดู
• ลูกสบตาเราในขณะเรียนรู้การเลียนแบบ
• ลูกสนใจฟังสิ่งที่เรากำลังสอน
• ลูกเลียนแบบเราได้อย่างสอดคล้องกับการนำของเรา
• ลูกเข้าใจเราว่าเราต้องการให้ลูกทำอะไร
• ลูกพยายามเลียนแบบ ส่วนจะทำได้เป๊ะหรือไม่เป๊ะนั้น เป็นรายละเอียดที่เราสามารถจัดเก็บให้เข้าที่ได้ในเวลาต่อ ๆ ไป
ในการเรียนรู้ของลูกที่มีอาการออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้ากว่าวัย ลูกจำเป็นต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ใช้เวลายาวนาน และต้องพากเพียรพยายามมากกว่าเด็กโดยทั่วไปอยู่มาก เราจึงควรใช้ความสม่ำเสมอ ใช้ระยะเวลา ใช้ความถี่ที่เพียงพอ และใช้ความเข้มแข็งในใจในการสอนจนกว่า “ลูกจะเข้าใจและตระหนักรู้ว่าตนเองทำเป็นและจำเป็นต้องทำบางอย่างสานต่อกลับมา”
แนวทางการเติมเต็มทักษะการเลียนแบบ
• หาจังหวะเข้าแทรกและกระตุ้นให้เหมาะสม เช่น ระหว่างที่เล่นสนุกกับลูก
• กระตุ้นให้ลูกเลียนแบบการกระทำที่กำลังเกิดตรงหน้า
• แทรกการวางเงื่อนไขอย่างเป็นธรรมชาติไม่ให้ลูกรู้ตัว
• กระตุ้นนำให้ลูกเลียนแบบง่าย ๆ เช่น ชี้สิ่งที่ต้องการ ทำท่าตาม หรือพูดตาม
• รอจนกว่าลูกจะพยายามทำ ลองทำ หรือแม้แต่การจับนำให้ลูกทำสำเร็จตามการนำ ก่อนที่จะให้ลูกได้รับสิ่งที่ลูกต้องการ
จากประสบการณ์การทำงานด้านนี้ของ “บ้านอุ่นรัก” ยาวนานต่อเนื่องเกิน 30 ปี ขอให้เชื่อเถอะว่าในความไม่ทำและความไม่เป๊ะของลูก ลูกของเราเขาพยายามอย่างหนักและสักวันลูกของเราจะทำได้ดีกว่าที่ทำอยู่ในวันนี้อย่างแน่นอน
“บ้านอุ่นรัก” ขอเป็นกำลังใจให้
#ทำแล้วทำอยู่และต้องทำต่อ
ติดต่อ ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก”
บ้านอุ่นรักสวนสยาม โทร 086 775 9656
บ้านอุ่นรักธนบุรี ถนนพุทธมณฑลสายสอง โทร 087 502 5261
วันและเวลาทำการ: จันทร์ – ศุกร์ | 09.00 น. – 15.00 น.
Photo Credit: Igor Omilaev | Unsplash
by admin | บทความทั่วไป
เด็กออทิสติก ตลอดจนเด็กดาวน์ซินโดรม สมาธิสั้น และเด็กที่วิตกกังวล อาจเดินเตร็ดเตร่จนพลัดหลงด้วยเหตุผลต่าง ๆ เช่น เด็กอยากเดินไปสถานที่อื่น ไปหยิบของที่อยู่ในอีกสถานที่หนึ่ง อยากหลบออกจากสถานการณ์ที่ตนไม่ชอบ หรืออาจแค่สับสนจับทิศทางไม่ถูกจนเดินหลงทาง เป็นต้น
เมื่อเราพบเด็กออทิสติกพลัดหลง ขอให้เข้าใจว่าแม้พ่อแม่ผู้ดูแลเด็กจะอดหลับอดนอนหรือสอดส่องเฝ้าดูเด็กด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุดแล้ว แต่เผลอนิดเดียว เด็กก็อาจเดินออกจากบ้านหรือเดินพ้นสายตาไปจากการดูแลของพ่อแม่ผู้ดูแลจนพลัดหลงได้ ซึ่งประเด็นนี้มี นิตยสารด้านกุมารเวชศาสตร์ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้เผยแพร่ข้อมูลจากการสำรวจพ่อแม่ผู้ดูแลเด็กออทิสติกว่าพ่อแม่ผู้ดูแลกลุ่มนี้ยอมสละเวลาของตนเอง ไม่ออกไปเที่ยว ไม่ออกไปทานอาหารนอกบ้าน และแม้แต่ไม่ได้หลับได้นอนเพื่อจะเฝ้าดู ระแวดระวัง อยากให้ลูกปลอดภัยและไม่พลัดหลง แต่ถึงกระนั้น ร้อยละ 49 ของพ่อแม่ผู้ดูแลก็ยังพบว่าลูก ๆ ออทิสติกของพวกเขาเคยเดินพลัดหลงไปจากพวกเขาอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา
จากข้อมูลข้างต้น ทำให้เราต้องตระหนักว่าสถานการณ์พลัดหลงอาจเกิดกับเด็กออทิสติกได้ ดังนั้น เมื่อเราพบเห็นเด็กออทิสติกที่พลัดหลงจากพ่อแม่ผู้ดูแลเด็ก เราสามารถช่วยกันส่งเด็กกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยด้วยการทำตาม 3 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้ คือ
1. หยุดเพื่อให้ความช่วยเหลือ หยุดและถามเด็กว่าเด็กต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ (ไม่ว่าเด็กจะตอบหรือไม่ ขอให้เราทำตามข้อ 2 และ 3 ต่อไป เพราะเด็กออทิสติกบางคนไม่พูด ไม่สบตา และไม่สื่อสารบอกความต้องการ)
2. ค้นหาและขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่
3. อยู่ตรงนั้นกับเด็กจนกว่าเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของหน่วยงานที่เราติดต่อไปจะมาถึง
“บ้านอุ่นรัก” ได้สืบค้นเบอร์โทรของหน่วยงานที่พอจะช่วยเรารับเรื่องกรณีพบเห็นเด็กออทิสติกพลัดหลง ดังนี้
• สายด่วนกระทรวง พ.ม. (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) โทร 1300
• สถานีวิทยุ จ.ส. 100 โทร 1137
• สถานีวิทยุข่าวจราจรและความปลอดภัย สวพ. 91 โทร 1644
• ศูนย์บริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โทร 1599
• สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย โทร 191
• สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งตำรวจท่องเที่ยว โทร 1155
• สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งตำรวจทางหลวง โทร 1193
• สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งตำรวจจราจร โทร 1197
• สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ กองบังคับการตำรวจจราจร โทร 02 354 6324
• มูลนิธิออทิสติกไทย โทร 099 454 5395
• มูลนิธิสถาบันแสงสว่าง 02 381 5362
• ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา โทร 080 775 2673 และ 02 973 2236-7
เครดิตบทความ: Community Resources | connectingforkids.org
คลิกลิงก์เพื่ออ่านบทความต้นฉบับ
https://connectingforkids.org/Community
เครดิตภาพ: Jonathan Sanchez | Unsplash