by admin | Video
มาชม Clip เรื่องแนวทางการสอนลูกออทิสติกและลูกสมาธิสั้นเรื่องการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในสถานการณ์ฉุกเฉิน
การสอนลูก ๆ เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ จำเป็นต้องมีสอนอย่างเป็นขั้นตอน มีการซักซ้อม สรุปทวนความ มีการสร้างบทบาทสมมุติหรือจำลองสถานการณ์ซ้ำ ๆ ให้เป็นแบบฝึกหัดและการฝึกซ้อม อันส่งผลให้ลูกได้มีประสบการณ์ตรงบ่อย ๆ เพื่อว่าเมื่อลูกถูกเพื่อแกล้ง ถูกน้องแย่งของ หรือเมื่อลูกเผชิญกับปัญหาเฉพาะหน้าที่อาจเกิดขึ้นได้ในการดำรงชีวิต ลูกจะรู้วิธีแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนที่ชัดเจน แก้ไขปัญหาได้เร็วขึ้น หรือถ้าลูกแก้ไขปัญหานั้น ๆ ด้วยตนเองไม่ได้ ลูกจะได้รู้ว่าตนเองควรพูด ควรทำ หรือควรไปขอความช่วยเหลือจากใคร ที่ไหน และอย่างไรต่อไป
อย่าลืมช่วยกันกด Like กด Share และอย่าลืมกด Subscribe YouTube Channel ของ Classroom by Baan Aun Rak ด้วยนะคะ เพื่อจะได้ไม่พลาดข้อมูลและ Clips ความรู้เพิ่มเติมที่เราพร้อมแบ่งปัน
สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง ที่ต้องการคำปรึกษา หรือพูดคุยกับพวกเรา สามารถโทรติดต่อหรือนัดหมายเข้ามาพบหรือพาลูกมาประเมิน เพื่อปรึกษาวางแนวการดูแล ได้ที่บ้านอุ่นรัก สาขาที่ท่านสะดวกค่ะ
by admin | Video
บทบาทของคุณพ่อ
———-
ในเรื่องการดูแลและเลี้ยงดูลูก คุณพ่อมักรู้สึกว่าคุณพ่อดูแลลูกได้ไม่ดีเท่าคุณแม่ แต่จริง ๆ แล้วคุณพ่อมีบทบาทที่สำคัญยิ่งในการดูแลทั้งคุณแม่และลูกโดยที่คุณพ่ออาจไม่รู้ตัว
———-
แล้วบทบาทอะไรบ้างนะที่คุณพ่อทำได้อย่างวิเศษสุด ?

———-
บทบาทของคุณพ่อ คือ
———-
1. เป็นร่มเงา เป็นเพื่อนคู่คิด เป็นกำลังใจเคียงข้างให้คุณแม่รู้สึกมั่นคงในชีวิตและไม่รู้สึกโดดเดี่ยวที่ต่อสู้อยู่คนเดียว ความรู้สึกดี ๆ สามารถถ่ายทอดให้คุณแม่รับรู้ได้ด้วยการกอด ลูบหัว จับมือ และใช้คำพูดในการกล่าวคำขอบคุณ การพูดกล่าวรับรู้ถึงความพยายามของคุณแม่ที่กำลังพยายามอย่างหนักที่จะทำดีที่สุดเพื่อลูก เพื่อสามี และเพื่อครอบครัว การถ่ายทอดความรู้สึกดี ๆ นี้ จะทำให้คุณแม่หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งได้
———-
2. เป็นผู้ช่วยของคุณแม่ สิ่งที่คุณพ่อทำได้ คือ การช่วยเหลือง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน แอบช่วยเหลือคุณแม่อยู่เงียบ ๆ ในสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เมื่อมีเวลาว่างพอ ที่จะทำได้ เช่น ช่วยล้างจานที่กองอยู่เต็มซิงค์ล้างจาน เพื่อให้คุณแม่ได้เข้านอนเร็วขึ้น ช่วยวิ่งเก็บผ้าเมื่อเห็นฝนตก ช่วยพาลูกไปเดินเล่น เพื่อให้คุณแม่ได้มีเวลาพักสักครู่ การแสดงน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ บ่อย ๆ เป็นการย้ำและแสดงออกถึงความรักความห่วงใยผ่านการกระทำ ซึ่งคุณแม่จะรับรู้ได้อย่างชัดเจนมากกว่าการพูด
———-
3. เป็นผู้สร้างประสบการณ์ดี ๆ ให้กับลูก หน้าที่นี้ที่คุณพ่อมีต่อลูก คือ การสร้างภาพจำดี ๆ ของพ่อและลูก พ่อที่มีความอดทนและเมตตา พ่อที่เข้าใจเสมอว่าลูกคนนี้ไม่ได้ดื้อแต่ตอนนี้ยังไม่เข้าใจจริง ๆ พ่อที่วิ่งเล่นไล่จับไปด้วยกัน พ่อที่พาลูกเดินเล่น พ่อที่เข็นและซ่อมจักรยานให้ พ่อที่พาลูกไปเล่นน้ำ พ่อที่ใส่เสื้อให้อย่างเก้งก้าง พ่อที่ถักผมเปียโย้เย้ให้ลูกไปโรงเรียน อยากบอกความลับว่าอีกสิ่งที่ผู้หญิงประทับใจที่สุด คือ การหันไปมอง แล้วเห็นภาพพ่อกับลูกเล่นและหัวเราะร่วมกันอย่างสนุกสนาน บทบาทนี้ของคุณพ่อจึงนับเป็นการสร้างประสบการณ์ดี ๆ ให้กับลูกและคุณแม่ที่เฝ้ามองไปพร้อม ๆ กัน
———-
4. เป็นผู้ดูแลคุณแม่ หน้าที่หลักของคุณพ่อก็คือการดูแลคุณแม่นั่นเอง
———-
เห็นมั๊ยคะว่าจริง ๆ แล้วคุณพ่อคือผู้ให้ร่มเงาและให้ความอบอุ่นแก่คุณแม่และลูกอย่างแท้จริง แต่สิบปากว่า ก็ไม่เท่าสองตาเห็น ดังนั้น วันนี้ เราขอแชร์คลิปจาก TNN24 เรื่อง “คุณพ่อต้นแบบบุคคลออทิสติก” กันอีกสักครั้ง
———-
คลิปเรื่องนี้มี 2 ตอน กดลิ้งค์ข้างล่างนี้เพื่อรับชมได้เลยค่ะ
———-
———-
Clip Credit: TNN24 เรื่อง “คุณพ่อต้นแบบบุคคลออทิสติก”
———-
Photo Credit: Joanna Nix on Unsplash
by admin | Video
ทฤษฏี ABA (Applied Behavior Analysis หรือการวิเคราะห์พฤติกรรมประยุกต์) กับการปรับพฤติกรรมเด็กออทิสติก/เด็กสมาธิสั้น
———-
ในปัจจุบัน มีการนำทฤษฎีหลายทฤษฎีมาประยุกต์ใช้ในการบำบัดรักษาเด็กออทิสติก/เด็กสมาธิสั้น และประเด็นสำคัญประการหนึ่งที่จำเป็นต้องวางแผนในการบำบัดรักษาเด็กสองกลุ่มนี้ คือ ต้องมีการปรับพฤติกรรมของเด็ก ๆ เพื่อลดข้อจำกัดที่กำลังขัดขวางการดำรงชีวิตตามปกติสุขและปิดกั้นการเรียนรู้ของพวกเขา ซึ่งหากจะให้เกิดผลดี เราอาจจะต้องนำแนวทางการปรับพฤติกรรมจากหลาย ๆ ทฤษฎีมาประยุกต์ใช้ผสมผสานกันอย่างมีศาสตร์และศิลป์
———-
ในตอนนี้ จะกล่าวถึงทฤษฏี ABA (Applied Behavior Analysis) หรือ ทฤษฏีการวิเคราะห์พฤติกรรมประยุกต์ ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยอิแวน โลวาส (Ivan Lovass) และได้รับการยอมรับว่าเป็นอีกทฤษฎีหนึ่งที่สามารถนำมาปรับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในแง่การปรับพฤติกรรมเด็กออทิสติก/เด็กสมาธิสั้น
———-
ทฤษฎี ABA เชื่อว่า “พฤติกรรมสามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยการวิเคราะห์กระบวนการที่ทำให้เกิดพฤติกรรมที่มีลักษณะเฉพาะเป็นรายบุคคลว่าในกระบวนการเกิดพฤติกรรมจะมีองค์ประกอบสำคัญ คือ มีสิ่งเร้ามากระทบทำให้เกิดพฤติกรรม และมีแรงเสริมบางอย่างที่จะมีผลให้พฤติกรรมนั้น ๆ เกิดเพิ่มมากขึ้นหรือลดน้อยลงในอนาคต จากนั้น จะนำผลการวิเคราะห์ที่ได้ มาวางแผนและปรับกระบวนการทางพฤติกรรมเสียใหม่ เพื่อปรับลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์หรือเพิ่มพฤติกรรมใหม่ที่พึงประสงค์”
———-
เพื่อให้เพื่อน ๆ เห็นภาพการประยุกต์ใช้ทฤษฎี ABA ในทางปฏิบัติได้ชัดเจนขึ้น เราจึงนำตัวอย่างการจำลองภาพการปรับพฤติกรรมแบบ ABA (หนึ่งเหตุการณ์ แต่ดำเนินเรื่องในสองลักษณะ) มาให้เพื่อน ๆ รับชมตามคลิปนี้
———-
———-
Changing Behavior – Autism Therapy Video
วีดีโอแสดงตัวอย่างแนวทางการปรับพฤติกรรมแบบ ABA
———-
เหตุการณ์แบบที่ 1:
-> เด็กใช้คอมพิวเตอร์อยู่
-> ครูเดินมาบอกว่าหมดเวลาการใช้คอมพิวเตอร์แล้ว
-> เด็กโวยวายตะโกนยืนกรานว่าตนเองต้องได้ใช้คอมพิวเตอร์ต่อ
-> ครูอนุโลมให้เด็กนักเรียนได้ใช้คอมพิวเตอร์ต่อไปอีกห้านาที
#แรงเสริม คือ ครูยอมอนุโลมให้เด็กได้ทำในสิ่งที่เด็กต้องการ ทั้ง ๆ ที่หมดเวลาแล้ว
———-
คำถาม:
จากแรงเสริมที่ครูยอมอนุโลมให้เด็กใช้คอมพิวเตอร์ต่อทั้ง ๆ ที่หมดเวลาแล้วนั้น คุณคิดว่า ในอนาคต แนวโน้มที่เด็กจะแสดงพฤติกรรมตะโกนโวยวายยืนกรานว่าตนต้องได้ทำตามที่ตนต้องการจะเป็นเช่นไร (#เพิ่มขึ้นหรือลดลง)
———-
คำตอบ:
เด็กมีแนวโน้มที่จะแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเช่นนี้ต่อไป (หากเด็กอยากได้อะไรก็จะตะโกนโวยวายยืนกรานที่จะทำตามที่ตนต้องการ) และมีพฤติกรรมรูปแบบนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ หากถูกขัดใจ ไม่ได้ดั่งใจ หรือไม่ได้ในสิ่งที่ตนต้องการ
———-
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เดียวกันนี้อาจต่างออกไปได้ คือ
———-
เหตุการณ์แบบที่ 2:
-> เด็กใช้คอมพิวเตอร์อยู่
-> ครูเดินมาบอกว่าหมดเวลาการใช้คอมพิวเตอร์แล้ว
-> เด็กโวยวายตะโกนตอบยืนกรานว่าตนเองต้องการใช้คอมพิวเตอร์ต่อ
-> ครูพูดย้ำว่าหมดเวลาแล้ว ครูปิดคอมพิวเตอร์ ครูไม่ยอมให้เด็กใช้คอมพิวเตอร์อีกต่อไป
#แรงเสริม คือ ครูพูดย้ำว่าหมดเวลาแล้ว ครูปิดคอมพิวเตอร์ ครูไม่ยอมให้เด็กได้ใช้คอมพิวเตอร์ต่อตามที่เด็กต้องการ
———-
คำถาม:
จากแรงเสริมที่ครูไม่ยอมให้เด็กใช้คอมพิวเตอร์ต่อเพราะหมดเวลาแล้วนั้น คุณคิดว่า ในอนาคต แนวโน้มที่เด็กจะมีพฤติกรรมตะโกนโวยวายยืนกรานว่าตนต้องได้ทำตามที่ตนต้องการจะเป็นเช่นไร (#เพิ่มขึ้นหรือลดลง)
———-
คำตอบ:
เด็กมีแนวโน้มที่จะลดการแสดงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์นี้ลง เพราะทำแล้วก็ไม่ได้ในสิ่งที่ตนต้องการ (มีพฤติกรรมตะโกนโวยวายยืนกรานว่าตนต้องได้ทำตามที่ตนต้องการลดลง)
———-
จากคลิปตัวอย่างในวันนี้เรื่องการใช้ทฤษฏี ABA ในการปรับพฤติกรรมเด็ก เราหวังว่าเพื่อน ๆ จะได้เห็นภาพเรื่องการให้แรงเสริมในรูปแบบที่ต่างกันอันจะส่งผลต่อการเพิ่มหรือลดพฤติกรรมหนึ่ง ๆ ของเด็ก ๆ ได้ชัดเจนขึ้น
———-
จริง ๆ แล้ว การเลี้ยงลูกออทิสติก/ลูกที่สมาธิสั้น ก็คือการที่เราเลี้ยงเด็กคนหนึ่งเหมือนเด็กคนอื่น ๆ เราจึงสามารถใช้วิถีการเลี้ยงสามัญธรรมดา เพียงแต่ลูก ๆ สองกลุ่มนี้ของเราจะมีพฤติกรรมบางด้านที่เราจะต้องสังเกตเห็นและหาทางแก้ไขอย่างจริงจังมากกว่าการเลี้ยงลูกตามปกติ
———-
เราซึ่งเป็นพ่อ แม่ ผู้ปกครอง หรือคนในครอบครัวของเด็กสามารถใช้สัญชาตญาณ ความรัก ความปรารถนาดีที่ตั้งอยู่บนขอบเขตที่เหมาะสมมาใช้ในการเลี้ยงลูกที่น่ารักคนนี้ได้อย่างดีอยู่แล้ว
———-
แต่ในบางกรณีที่เกิดการติดขัด คิดไม่ตก หรือแก้ปัญหาพฤติกรรมของลูก ๆ ไม่ได้ เราอาจลองค้นคว้าเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อหาทางเลือกในการแก้ปัญหาจากแนวทางทฤษฎีต่าง ๆ ที่มีคนเคยทดลองทำซ้ำแล้วซ้ำอีกจนเกิดผลสำเร็จมาประยุกต์ใช้ดูบ้าง ซึ่งอาจจะมีส่วนช่วยให้เราเกิดความมั่นใจในการเลี้ยงลูกได้อย่างมีทิศทางมากขึ้น และจะได้มีกำลังใจว่าจริง ๆ แล้วทุกปัญหาที่เกิดกับลูกมีทางออก
———-
มีเด็กจำนวนมากเดินในเส้นทางนี้มาก่อนและมีคนพยายามคิดค้นแนวทางรอไว้ให้เราเรียนรู้อยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องค้นคว้าและเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาอย่างรอบคอบและจะต้องทำอย่างเกิดสมดุลตามแบบฉบับเฉพาะตัวของครอบครัวเราและเหมาะกับลูกของเรา
———-
ขอให้มีความมั่นใจและมีกำลังใจในการเลี้ยงลูกนะคะ
———-
Clip Credit: www.behaviorfrontiers.com
by admin | Video
Clip Series เรื่อง “ลูกซน หรือลูกซนผิดปกติ” ตอน “ตัวอย่างกิจกรรมช่วยลดระดับความซน”
มาดูตัวอย่างกิจกรรมที่ช่วยลดระดับความซนของหนูน้อยจอมซน แล้วพ่อแม่จะรู้ว่าท่านสามารถจัดกิจกรรมหรือกิจวัตรประจำวันที่บ้านเพื่อลดความซนของลูกได้
วิธีปราบซนปราบเซียนใน Clip นี้ยังกล่าวถึงการลดอาหารกระตุ้นภาวะตื่นตัวของลูก และการจัดสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ของลูกให้มีระเบียบมากขึ้นเพื่อตัดวงจรวีรกรรมปั่นป่วน
พ่อแม่ที่ได้ชม Clip นี้จะรู้ว่าท่านทำทุกเรื่องได้เอง ทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน และหากทำได้อย่างต่อเนื่อง จะสามารถลดพฤติกรรมซนอยู่ไม่สุขหรือซนผิดปกติได้ผลในระยะยาวค่ะ
ขอแค่พ่อแม่ตระหนักรู้ว่าลูกซนผิดปกติและเริ่มต้นทำการแก้ไขปัญหา พ่อแม่ก็จะช่วยลูกจอมซนได้ เราขอให้กำลังใจ
by admin | Video
Clip Series เรื่อง “ลูกซน หรือลูกซนผิดปกติ” ตอน “วิธีสังเกตว่าลูกมีพฤติกรรมซนผิดปกติหรือไม่”
คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตดูระดับการเคลื่อนไหวของลูก กระบวนการในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของลูก ระดับการคุมตนเองให้เหมาะสมและสมวัยของลูก ตลอดจนความสามารถในการอยู่นิ่ง ๆ ของลูกกันนะคะ แล้วคุณจะรู้ได้ว่าลูกแค่ซนหรือลูกซนเกินผิดปกติกันแน่
ถ้าลูกซนผิดปกติ ครูนิ่มได้บอกวิธีเบื้องต้นที่พ่อแม่ช่วยลูกได้ไว้ใน Clip นี้ด้วยค่ะ ติดตามชมกันนะคะ ลูกซนผิดปกติคนนี้รอการช่วยเหลือจากพ่อและแม่อยู่ค่ะ