by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
ตอน…ต้องจัดระเบียบ ระบบ กันสักหน่อย
จากภาพรวมของสิ่งที่เราต้องทำทั้ง 2 ประการที่ได้กล่าวไว้ในตอนที่ 2 เราขยับมาพบกับวิธีต่าง ๆ ที่ “บ้านอุ่นรัก” จะนำเสนอให้คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง คุณครู ผู้ดูแลเด็ก ๆ และทุกท่านได้ลงมือทำกันค่ะ
เรามาเริ่มต้นที่การจัดระเบียบและวางระบบกันก่อนเลยนะคะ
ระเบียบบ้านและสภาพแวดล้อม
- จัดสภาพแวดล้อมให้เป็นระเบียบเพื่อตัดวงจรสถานการณ์ที่จะกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมวุ่นวาย หรือเกิดพฤติกรรมที่เป็นปัญหาอยู่เป็นประจำ
- ลดจำนวนของเล่นที่วางไว้ตามมุม เพื่อลดโอกาสที่ลูกจะรื้อค้นจนของเล่นเกลื่อนกระจาย
- เล่นของเล่นเสร็จ ชวนลูกช่วยเก็บให้เรียบร้อย (ทำแบบนี้ไปบ่อย ๆ ซ้ำ ๆ เดี๋ยวลูกจะเคยชินและกลายเป็นนิสัยของลูกต่อไป)
- เก็บขวดแชมพู ขวดแป้ง ที่ลูกชอบเทเล่น หรือสิ่งของที่อาจเป็นอันตรายไว้ในที่สูงจนพ้นมือลูก
- ย้ายโต๊ะ เก้าอี้ หรือโซฟา ออกจากจุดที่ลูกเคยชินที่จะกระโดดเล่นเป็นประจำ จนสปริงหลุด เก้าอี้ขาโย้ หรือโต๊ะใกล้จะพังยับเยินแล้ว
วางระบบโภชนาการและการออกกำลังกายให้ดี
- ลดสารอาหารกระตุ้นอาการ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่มรสหวาน เช่น ลูกอม น้ำอัดลม และขนมที่มีสารคาเฟอีนแฝงอยู่ เช่น ไอศกรีม ชานมไข่มุก และช็อกโกแลต เป็นต้น
- วางระบบและจัดตารางการออกกำลังกายในระดับที่เหงื่อออกให้เกิดเป็นประจำ เช่น ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วัน ๆ ละ 15 ถึง 30 นาทีเป็นอย่างน้อย (ตามวัย) จะออกกำลังกายแบบไหนก็ได้ที่สะดวกที่จะทำ สนุกสนาน ได้ยิ้มและหัวเราะด้วยกัน ได้สร้างประสบการณ์ดี ๆ และมีเวลาดี ๆ ร่วมกัน ตลอดจนมีความปลอดภัย เช่น วิ่งเล่นไล่จับ ชวนลูกแตะบอล ขี่จักรยาน เล่นของเล่นสนาม หรือในวันที่ฝนตก ก็ชวนกันเต้นตามเพลงในบ้าน หรือออกกายบริหารในห้องรับแขกไปด้วยกันค่ะ
- การระเบียบและระบบที่สำคัญอีกประการที่เราต้องทำให้ได้ คือ ทุกคนในทีมทำเหมือน ๆ กันค่ะ
คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง และทุกท่าน เริ่มจัดระเบียบและระบบรอไว้เลยนะคะ พอถึงตอนหน้า เราจะมาทำเรื่องอื่น ๆ กันต่อ รับรองว่างานนี้ลูกจะรู้สึกสนุกสนานไปกับวิธีรับมือของเราควบคู่กันไปด้วยอย่างแน่นอนค่ะ
เครดิตภาพ: Nathan Bingle + Tyler Nix | Unsplash
by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
ภาพรวมของแนวทาง
ทุกครั้งที่ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” ชวนคุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง และทุกท่าน วางแนวทางการดูแลและรับมือลูก ๆ ไม่ว่าลูกจะมีอาการออทิสติก สมาธิสั้น หรือพัฒนาการช้าไม่สมวัย เราจะเน้นการมองภาพรวมว่าเด็ก ๆ มีปัญหา ความบกพร่องด้านพัฒนาการ และอาการที่เป็นปัญหาที่หลงเหลืออยู่ในลักษณะใดบ้าง เพื่อเราจะได้หาหนทางแก้ไขและนำทางเด็ก ๆ ได้อย่างถูกต้อง ถูกวิธี และทุกวิธีที่ใช้ต้องปลอดภัย มีประสิทธิผล และปรับใช้ในวิถีชีวิตประจำวันได้ค่ะ
สำหรับ “โรคสมาธิสั้น” ของลูกหลาน เราวางภาพรวมว่า เราต้องทำสิ่งต่าง ๆ ที่จะส่งผลให้ (1) เพิ่มช่วงการคงสมาธิได้ (2) ลดความซนอยู่ไม่สุขได้ และ (3) ลดความหุนหันพลันแล่นลงให้ได้ ดังนั้น โดยรวมแล้ว เราต้องทำดังนี้ คือ
1: ปรับวงจรการดำเนินชีวิตที่บ้านและที่โรงเรียนของหนูน้อยจอมซนอย่างเป็นระบบ และ
2: ปรับวิถีชีวิตหลายด้านพร้อม ๆ กัน
จากภาพรวมของสิ่งที่เราต้องทำทั้ง 2 ประการข้างต้น เราจะนำเสนอวิธีต่าง ๆ ในตอนต่อ ๆ ไปให้คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง คุณครู ผู้ดูแลเด็ก ๆ และทุกท่านได้ลงมือทำค่ะ
การรับมือลูกหลานสมาธิสั้นอย่างมีประสิทธิภาพนั้น นอกจากเราจะนำทางเด็ก ๆ ด้วยจิตใจที่เบิกบานแล้ว ขอให้ทุกคนในทีมที่ทำร่วมกัน เตือนตนเสมอว่า “เราทุก ๆ คนจะทำเหมือน ๆ กัน” ไม่ทำแบบต่างคนต่างทำ ต่างวิธี เพราะจะสร้างความสับสนให้กับเด็ก ๆ จนเสียแผนได้ค่ะ
การรับมืออาการสมาธิสั้นของลูกหลานอย่างมีชั้นเชิง ย่อมต้องอาศัยความอดทน ความพยายาม และร่วมมือร่วมใจกัน ใครเหนื่อยหรือท้อ ก็พักและใช้ช่องว่างทางอารมณ์มาลดอุณหภูมิของน้ำร้อนในใจไม่ให้เดือดพล่านจนล้นออกมารดใจ พักสักหน่อยให้หายเหนื่อยนะคะ หายเหนื่อยเมื่อไร ค่อยมาสู้กันต่อ เราทุกคนในทีมจะทำให้เหมือน ๆ กัน เพื่อลูกหลานสมาธิสั้นได้มีพัฒนาการรอบด้านที่ดีและสมวัยขึ้นด้วยมือของเราค่ะ
เครดิตภาพ: Nathan Bingle + Tyler Nix | Unsplash
by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
อาการหลัก 3 ประการของโรคสมาธิสั้น
ก่อนที่เราจะมาเรียนรู้วิธีรับมือกับอาการสมาธิสั้นของลูก ๆ อย่างมีชั้นเชิงไปด้วยกัน ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” ขอแนะนำให้คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง คุณครู และทุกท่าน ได้รู้จักกับอาการหลัก ๆ ของ “โรคสมาธิสั้น” หรือ “Attention Deficit/Hyperactivity Disorder” หรือ “ADHD” กันเสียก่อนค่ะ
อาการหลัก ๆ ของโรคสมาธิสั้นมี 3 ลักษณะ คือ
หนึ่ง: ช่วงการคงสมาธิสั้น
- มักจะเหม่อ
- ละความสนใจกลางคัน
- ไม่อยู่กับปัจจุบัน
- หันเหความสนใจได้ง่าย
- ทำกิจกรรมไม่เสร็จ
- มีความยุ่งยากในการจัดการสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นระบบ
- หากมีสิ่งเร้าจำนวนมากจะเริ่มสับสน
สอง: ซนอยู่ไม่สุข
- ชอบปีนป่าย ชอบเคลื่อนไหว
- รน รีบ ทำอะไรรวดเร็ว ไม่ระมัดระวัง
- ลงมือทำสิ่งต่าง ๆ แบบอัตโนมัติ แต่การทำงานของตาและมือมักจะไม่ประสานกัน
- ขาดความประณีตในการทำสิ่งต่าง ๆ
สาม: หุนหันพลันแล่น
- หงุดหงิดง่าย
- รอคอยไม่ได้
- พฤติกรรมเกิดอัตโนมัติและเกิดแบบคาดเดาได้ยาก
จากเช็คลิสต์ข้างต้น ทั้งเรื่องของ (1) ช่วงการคงสมาธิสั้น (2) ความซุกซนแบบซนอยู่ไม่สุข และ (3) ความหุนหันพลันแล่น เราจะมาหาวิธีรับมือกับอาการต่าง ๆ เหล่านี้ไปด้วยกันในตอนต่อไปค่ะ
การรับมืออย่างมีชั้นเชิงเป็นเรื่องที่ว่าไปแล้วก็มีทั้งง่ายและยากปน ๆ กันไป อย่างไรก็ตาม คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง คุณครู หรือแม้แต่ผู้ดูแลลูก สามารถที่จะเรียนรู้จนทำได้จริงค่ะ แม้จะทำไม่ได้ภายในพริบตาเดียว แต่ “บ้านอุ่นรัก” มั่นใจว่าความรักที่ทุกท่านมีต่อลูกหลาน จะเป็นแรงส่งให้ท่านพยายามเรียนรู้และฝึกฝนวิธีรับมือ และแต่ละท่านจะค่อย ๆ กลายเป็นเซียนและสามารถรับมือกับอาการต่าง ๆ ของลูกหลานสมาธิสั้น อย่างมีชั้นเชิง แถมยังเป็นชั้นเชิงที่เหนือชั้นได้อีกด้วยค่ะ
อย่าท้อถอยนะคะ แม้เหนื่อยแค่ไหน เราก็จะนำทางลูกด้วยใจที่เบิกบานค่ะ
เครดิตภาพ: Nathan Bingle + Tyler Nix | Unsplash
by admin | Video, บทความทั่วไป
คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง เคยสงสัยกันหรือไม่ว่าอาการซุกซนและอยู่ไม่สุขของลูกตัวน้อย ๆ ที่บ้าน ถ้าจัดระดับแล้ว ความซนของลูกเป็นแค่ความซุกซนตามธรรมชาติของเด็ก ๆ หรือซนเพราะลูกมีอาการสมาธิสั้น หรือซนระดับเซียนเพราะลูกมีทั้งอาการสมาธิสั้นผสมความหุนหันพลันแล่นกันแน่?
เรามาไขข้อข้องใจดังกล่าวด้วยการชมคลิปความรู้ จากรายการ “พบหมอรามา” ของช่อง Rama Channel ช่วง Big story ตอน “เด็กสมาธิสั้น” กับ “เด็กไฮเปอร์” แตกต่างกันอย่างไร? กันค่ะ เพื่อทราบข้อมูลเบื้องต้นในเรื่องนี้
ไม่ว่าลูกน้อยจอมซนที่บ้านจะซุกซนแค่ไหน ขอให้คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครองที่สงสัยและกังวลใจ หมั่นสังเกตลูกสักระยะหนึ่ง ตลอดจนจดบันทึกอาการที่ได้จากการสังเกต พาลูกไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กหรือจิตแพทย์เด็ก และนำข้อมูลที่ได้จากการสังเกตและจดบันทึกไปพูดคุยและปรึกษากับแพทย์นะคะ
การทำเช่นนี้จะเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่ช่วยให้ท่านได้ทราบข้อเท็จจริงทางการแพทย์ว่าความซุกซนของลูกเป็นปัญหาด้านพัฒนาการหรือไม่ และหากความซนนั้นเป็นปัญหา ท่านก็จะได้มีแพทย์เป็นผู้ให้แนวทางการบำบัดรักษา ดูแล เลี้ยงดู และช่วยเหลือลูกที่มีปัญหาด้านพัฒนาการอย่างถูกวิธีต่อไปค่ะ
กดที่ภาพเพื่อชม VDO
เครดิต VDO และข้อมูล: รายการพบหมอรามา ช่อง Rama Channel ช่วง Big story ตอน “เด็กสมาธิสั้น” กับ “เด็กไฮเปอร์” แตกต่างกันอย่างไร?
เครดิตภาพ: Alvin Mahmudov | Unsplash
by admin | กำลังใจ, บทความบ้านอุ่นรัก
การช่วยเหลือลูกที่มีปัญหาด้านพัฒนาการให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นได้นั้น เป็นงานที่ต้องอาศัยปัจจัยต่าง ๆ อยู่หลายประการ เช่น
- รีบช่วย รีบทำตั้งแต่ลูกยังเล็ก เพื่อลูกจะได้มีเวลามากพอในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง และเรามีเวลามากพอที่จะช่วยลูกก่อนที่ลูกจะเติบโต
- มีทีมแพทย์ ทีมบำบัด ทีมกระตุ้นพัฒนาการ และทีมครอบครัว ในการช่วยกันคนละไม้ละมือเพื่อส่งลูกไปสู่เป้าหมาย
- มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องปัญหาของลูก ตลอดจนแนวทางแก้ไข และสามารถบูรณาการและใช้หลายหลากวิธีร่วมกัน จนสร้างพัฒนาการที่รอบด้านให้กับลูกได้
- มีกระบวนการสอนที่ถูกต้องและเหมาะสมที่ช่วยให้ลูกเรียนรู้ได้โดยง่าย
- มีทัศนคติที่ดี เชื่อมั่นในลูกและตัวเราเอง มีกำลังใจ มีความพยายาม และมีความอดทน เพราะการช่วยลูกที่มีปัญหาด้านพัฒนาการเปรียบเสมือนการเดินทางไกลผ่านเส้นทางที่ขรุขระและต้องอาศัยระยะเวลาการเดินทางที่ยาวนานกว่าจะผ่านพ้น แถมยังต้องทำให้ครบรอบด้าน ทำให้ดีในทุก ๆ วัน ทำซ้ำ ๆ ทำบ่อย ๆ ในระหว่างวัน เพื่อสร้างรากฐานพัฒนาการของลูกให้แข็งแรงและมั่นคงมากพอ เพื่อลูกได้นำไปใช้ในยามที่ลูกเติบโต ฯลฯ
แม้การช่วยลูกที่มีปัญหาด้านพัฒนาการจะเป็นงานใหญ่และต้องอาศัยปัจจัยสนับสนุนนานับประการ แต่ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าคุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง และทุกบ้าน ต่างทำได้ดีไม่แพ้กัน และสำหรับเรา ท่านเท่านั้นที่สามารถเป็นหัวเรือใหญ่ในการสร้างความว้าวให้กับพัฒนาการของลูก ๆ ค่ะ
นำทางลูกด้วยจิตใจที่เบิกบานแต่เข้มแข็งนะคะ
ไม่เหนื่อยใจที่จะสอน นำ สาธิต บอกบทพูดจนกว่าลูกจะเข้าใจในสิ่งนั้น เพราะลูกยังอ่อนวัยที่จะเข้าใจอะไรง่าย ๆ กับแบบฝึกหัดที่ยากและหลากหลายมากกับการเกิดมาบนโลกใบนี้
เป็นแม่ เป็นพ่อ ทั้งง่ายและยากผสมปนเปกัน …. ท้อเมื่อไรบอกมานะคะ เราจะส่งอ้อมกอดแน่น ๆ ไปให้ในทันที