Checklist Kids ซนอยู่ไม่สุข | บ้านอุ่นรัก

Checklist Kids ซนอยู่ไม่สุข | บ้านอุ่นรัก

สำหรับบางบ้านที่มีลูกซนมาก ๆ ชนิดที่ว่าควบคุมได้ยาก อยู่ไม่สุข วิ่งเตลิด หรือปีนป่ายเก่งจนเข้าข่ายที่ต้องวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัย คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง อาจรู้สึกสงสัยลึก ๆ อยู่ในใจว่าพฤติกรรมเหล่านี้ของลูก เข้าข่ายความซนอยู่ไม่สุขใช่หรือไม่?

การจะชี้ให้ชัดว่าลูกเป็นเด็กที่ซนในระดับซนอยู่ไม่สุขหรือไม่นั้น ยังไม่มีข้อบ่งชี้อย่างเป็นทางการ แต่หากสังเกตและติดตามดูพฤติกรรมประจำวันของลูกในหลาย ๆ มิติประกอบกันสักระยะหนึ่ง เราก็พอที่จะมองเห็นร่องรอยว่าซนขนาดนี้อาจมีปัญหา ตลอดจนรู้คร่าว ๆ ได้ว่าลูกซนเกินระดับปกติแล้วจริง ๆ ทั้งนี้ หากพบและกังวลใจว่าลูกน่าจะซุกซนในระดับที่ผิดปกติ ก็ควรพาลูกไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กหรือจิตแพทย์เด็กเพื่อแพทย์วินิจฉัยอาการและหาทางบำบัดรักษากันต่อไปค่ะ

เพื่อให้คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง มีข้อสังเกตพฤติกรรมของลูกในเบื้องต้น ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” ได้นำ “Checklist Kids ซนอยู่ไม่สุข” มาฝาก ลองเช็คนะคะว่า “มิติ” ใดของพฤติกรรมประจำวันของลูก สามารถบ่งบอกได้ว่าลูกน่าจะซนอยู่ไม่สุขค่ะ

มิติที่ 1: เช็คระดับการเคลื่อนไหว

  • ในกิจวัตรทั่วไป จะลงมือทำแบบรนรีบ ไม่มีจังหวะจะโคน
  • ในการทำกิจกรรมและการเคลื่อนไหว ตาอาจไม่มองตามทิศทางการเคลื่อนไหวของมือ-เท้า ที่กำลังทำกิจวัตรนั้น ๆ เช่น ระบายสีโดยไม่มองโฟกัสตามจังหวะมือที่กำลังระบายภาพสี เดินหรือวิ่งโดยไม่ได้มองไปยังทิศทางเดียวกับที่กำลังเคลื่อนไหว
  • เคลื่อนไหวแบบอัตโนมัติ ไม่มีทิศทาง ขาดความระมัดระวัง เช่น วิ่งลงบันไดรวดเดียวโดยไม่ดูทาง ปีนป่ายโดยไม่ระมัดระวังตัว เดินเตะสิ่งที่ขวางทางอยู่โดยไม่หลบหลีก

มิติที่ 2: เช็คกระบวนการทำสิ่งต่าง ๆ

  • ทำกิจวัตรประจำวันไม่จบกระบวนการ มักละทิ้งความสนใจกลางคัน เช่น ถือรองเท้าจะไปเก็บ แต่เผลอปล่อยทิ้งกลางทาง
  • ทำงานง่าย ๆ ที่ควรทำตามวัยได้ แต่ทำไม่เสร็จ
  • คุยกับพ่อแม่ยังไม่จบก็ละความสนใจเสียกลางคัน
  • ขี้ลืม ทำของหายบ่อย ๆ

มิติที่ 3: เช็คการคุมตน

เช็คว่าลูกสามารถคุมตนเองได้หรือไม่ ในแต่ละสถานที่และสถานการณ์ โดยเทียบเคียงกับการคุมตนที่เด็กในวัยเดียวกันทำได้ เช่น

  • เด็กในวัยเดียว แม้จะเป็นเด็กซน แต่คุมตนได้:
    • เด็กรู้ตัว คอยมองผู้คนรอบตัว และดูท่าทีของผู้ใหญ่ที่มีต่อพฤติกรรมของตนเองได้ในระดับหนึ่ง
    • เมื่อถูกทัก ถูกเตือน ก็จะมีการหยุดชะงัก รอดูท่าที แล้วค่อยซนต่อ
    • เมื่อได้รับการชี้แนะบ่อย ๆ ในที่สุดเด็กจะค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะควบคุมตนเองได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ
  • เด็กซนอยู่ไม่สุข
    • มักไม่หยุดฟัง ไม่พยายามควบคุมตนเอง หรือพยายามแล้ว แต่ยังอดใจไม่ไหว
    • มีพฤติกรรมที่ควบคุมไม่ได้เกินกว่าระดับปกติ และพฤติกรรมนั้นทั้งไม่เหมาะสมกับสถานการณ์และไม่สมวัย เช่น ปีนป่ายย้อนศรคนอื่นบนบันไดลื่น
    • แม้จะได้รับการทัก ห้ามปราม เตือน และสอนหลายรอบ ก็ยังทำพฤติกรรมแบบเดิม
    • ปีนป่ายที่สูงในจุดที่ไม่ควรปีน หรือแม้มีผู้ใหญ่นั่งอยู่ในบริเวณนั้น ก็ยังวิ่งปีนป่าย บุกตะลุย คล้ายไม่รู้กาละเทศะ

มิติที่ 4: เช็คความนิ่งและระดับการอยู่นิ่ง

  • อยู่ไม่นิ่ง ยุกยิก
  • อดไม่ได้ที่จะเคลื่อนไหว
  • วิ่งเตลิด ปีนป่าย
  • ถ้าถูกจับให้อยู่นิ่ง ๆ จะกระดิกมือ ขยับเท้า เขย่าของที่ถือ ในลักษณะที่ไม่สามารถอยู่นิ่งได้แม้ในระยะเวลาสั้น ๆ

ที่กล่าวมาข้างต้น คือ Checklist หรือข้อสังเกตเบื้องต้นเรื่องความซนอยู่ไม่สุข ที่น่าจะช่วยไขข้อข้องใจของคุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง กันได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม คำว่า “ซนอยู่ไม่สุข” กับ “สมาธิสั้น” มีความแตกต่างกัน เราจึงต้องแยกปัญหาทั้ง 2 ประการนี้ออกจากกันค่ะ

คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง ลองสังเกตและติดตามดูพฤติกรรมประจำวันของลูกทั้ง 4 มิติข้างต้นสักระยะหนึ่งนะคะ และท่านควรจดบันทึกพฤติกรรมที่สังเกตเห็นว่าลูกน่าจะซนในระดับซนอยู่ไม่สุข และควรพาลูกไปพบแพทย์ เพื่อแพทย์วินิจฉัยให้ถูกหลักการต่อไปค่ะ

ถ้าลูกซนอยู่ไม่สุขจริง ๆ เราจะมาดูกันในคราวต่อไปว่าในฐานะคุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง เราจะทำอย่างไรได้บ้างเพื่อช่วยเหลือลูกค่ะ

ทุกปัญหามีทางแก้ไข คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง ช่วยลูกได้แน่ ๆ ค่ะ

เครดิตภาพ: Frank McKenna | Unsplash

รับมืออาการสมาธิสั้นของลูก อย่างมีชั้นเชิง (ตอนที่ 7) | บ้านอุ่นรัก

รับมืออาการสมาธิสั้นของลูก อย่างมีชั้นเชิง (ตอนที่ 7) | บ้านอุ่นรัก

ตอน…รับมือด้วยกิจกรรม

อาการหลัก ๆ ของโรคสมาธิสั้นเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ลูกมีช่วงการคงสมาธิสั้น ซนอยู่ไม่สุข และอาจหุนหันพลันแล่นแบบ Fast and Furious ค่ะ

แต่ไม่เป็นไร ขอให้คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง ทำใจเย็น ๆ และคิดบวกว่าทุกปัญหามีทางแก้ไข เพียงเราเรียนรู้วิธีรับมือและแก้ไขปัญหาให้ถูกวิธี ลูกสมาธิสั้นก็จะมี “มือโปรประจำบ้าน” คอยช่วยนำทางค่ะ

การรับมือในตอนท้ายนี้ “บ้านอุ่นรัก” ขอแนะนำให้ลูกทำกิจกรรมค่ะ

  • ให้ทำกิจกรรมฝึกการคงสมาธิ เช่น กิจกรรมที่อาศัยการลงมือทำ กิจกรรมฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก กิจกรรมศิลปะ เพื่อฝึกช่วงการคงสมาธิ
  • ให้ทำกิจกรรมที่ฝึกการลงมือทำงานแบบรวดเดียวจบ เพื่อให้ได้จำนวนชิ้นงานที่เหมาะสมกับวัย เช่น 10 ชิ้น 15 ชิ้น หรือ 20 ชิ้น ตามอายุ โดยใช้ระยะเวลาการทำที่เหมาะสมกับงาน และลงมือทำแบบไม่ละความสนใจกลางคันและไม่ยืดเยื้อ
  • หากมีกิจกรรมหรือแบบฝึกหัดจำนวนมาก ซับซ้อนไปสักนิด หรือยุ่งยากเกินระดับที่ลูกจะทำได้ เราควรแบ่งเนื้องานออกเป็นหลายส่วน ให้ลูกลงมือทำหลาย ๆ ครั้ง ทั้งนี้ ควรกำหนดจากเวลาหรือระยะการตั้งสมาธิพื้นฐานตามปกติที่เด็ก ๆ ทำได้
  • หากงานนั้น ๆ มีความซับซ้อน มีความยาก เราอาจแบ่งช่วงเวลาทำงานเป็นช่วงสั้น ๆ หรือแบ่งให้ทำงานทีละส่วน เช่น เริ่มจากทำต่อเนื่องครั้งละ 10-15 นาที และนำมาผลงานมาส่ง เพื่อผู้ใหญ่ช่วยกำกับให้ทำต่อจนทำสำเร็จได้ทีละส่วน

ลองให้ลูกลงมือทำกิจกรรมต่าง ๆ ข้างต้นกันดูสักตั้งนะคะ ทำแบบไม่ถอดใจ และทำกันเป็นทีม แล้วคุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง ก็จะพบว่า “มือโปรประจำบ้านทุก ๆ ท่าน” ช่วยลูกสมาธิสั้นให้มีพัฒนาการรอบด้านที่ดีและสมวัยมากขึ้นได้ด้วยมือของท่านเอง

“บ้านอุ่นรัก” จะอยู่กับท่าน เป็นกำลังใจให้ทุกท่าน เป็นเพื่อนคู่คิด และคอยชื่นชมความสำเร็จของท่านและลูก ๆ เสมอค่ะ

เครดิตภาพ: Nathan Bingle + Tyler Nix | Unsplash

รับมืออาการสมาธิสั้นของลูก อย่างมีชั้นเชิง (ตอนที่ 6) | บ้านอุ่นรัก

รับมืออาการสมาธิสั้นของลูก อย่างมีชั้นเชิง (ตอนที่ 6) | บ้านอุ่นรัก

ตอน…ลูกชอบให้เราบอกลูกดี ๆ

แม้ลูกเป็นเด็ก แต่ลูกก็มีหัวจิตหัวใจและอารมณ์ไม่ต่างจากเราที่เป็นผู้ใหญ่ ดังนั้น คำพูดบางประเภทของเรา โดยเฉพาะการพูดตำหนิ ติเตียน หรือดุว่าลูกแรง ๆ ก็อาจเป็นสาเหตุที่จะทำให้ลูกเสียใจและอารมณ์ บ่ จอย ได้เช่นกันค่ะ เพราะฉะนั้น เราควรต้องปรับวิธีการพูดและน้ำเสียงของเรากันสักนิดนึง เพื่อให้ลูกรับฟังเรา เรียนรู้ เข้าใจสิ่งที่เราบอก และรู้สึกดีที่ได้สื่อสารกับเราและได้รับฟังคำพูดแบบภาษาดอกไม้ของเราค่ะ

  • เลี่ยงการตำหนิ ดุว่า หรือการใช้คำพูดตีตรา เช่น เลี่ยงการใช้คำพูดว่าเด็กพิเศษ สมาธิสั้น ซน โดยเฉพาะการดุลูกในกลุ่มคน
  • หากจำเป็นต้องเตือนหรือดุ ควรเตือนโดยระบุเฉพาะพฤติกรรม เช่น ขอให้นั่งกับที่ไม่ลุกเดิน ขอให้ยกมือก่อนตอบ
  • ในกรณีที่เลี่ยงไม่ได้และจำเป็นต้องเตือนทันที ควรเตือนโดยระบุเฉพาะพฤติกรรมที่ต้องการเห็น ต้องการให้ทำ ด้วยประโยคสั้น ๆ ที่ลูกเข้าใจโดยง่าย
  • เลี่ยงการกล่าวพาดพิงถึงลูกเป็นการส่วนตัวหรือการกล่าวถึงลักษณะนิสัยหรือบุคลิกภาพของลูก เช่น ขอให้ทำการบ้านให้เสร็จและส่งภายในเวลา…. ขอให้นั่งกับที่ไม่ลุกเดิน ขอให้ยกมือก่อนและรอฟังคู่สนทนาพูดให้จบก่อน ไม่พูดแทรก
  • พูดชมทุกครั้งที่พบว่าลูกทำสิ่งที่ดี แม้เพียงเล็กน้อย เพื่อสร้างความมั่นใจ กระตุ้นให้ลูกทำสิ่งดี ๆ นั้นอีก และรู้สึกดีต่อสิ่งที่ตนพยายามทำหรือทำได้สำเร็จ
  • สร้างและหาโอกาสให้ลูกได้รับผิดชอบ ได้ช่วยงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามวัยที่ลูกพอจะทำได้ ได้ช่วยเหลือในเรื่องที่ไม่ซับซ้อน เพื่อสร้างโอกาสให้ลูกได้รับคำชมเชยจนเกิดความเชื่อมั่นและรู้สึกดีต่อตนเองในทิศทางที่เราต้องการ

เรามาทดแทนการพูดตำหนิ ติเตียน ดุกล่าว ตะคอก หรือพูดด้วยน้ำเสียงที่ประชดประชันเสียดสี มาเป็นการบอกลูกดี ๆ บอกสั้น ๆ และใช้คำพูดกระชับที่แฝงไปด้วยความเมตตาว่าลูกควรทำอะไร เพียงเท่านี้ ลูกก็จะรับฟังเรา เข้าใจสิ่งที่เราต้องการให้ลูกทำ ทำได้ รู้สึกดีกับเรา และเกิดความภาคภูมิใจในความสามารถของตนเองค่ะ

เครดิตภาพ: Nathan Bingle + Tyler Nix | Unsplash

รับมืออาการสมาธิสั้นของลูก อย่างมีชั้นเชิง (ตอนที่ 5) | บ้านอุ่นรัก

รับมืออาการสมาธิสั้นของลูก อย่างมีชั้นเชิง (ตอนที่ 5) | บ้านอุ่นรัก

ตอน…ยอมรับกติกาตามวัย

การช่วยให้ลูกสมาธิสั้นมีพัฒนาการที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นพร้อม ๆ กับได้เรียนรู้วิธีใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับบุคคลอื่นที่บ้านหรือในสังคมวงกว้างขึ้นให้ปกติสุขมากขึ้นได้นั้น คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง ลองเริ่มต้นที่การฝึกฝนให้เด็ก ๆ “ยอมรับกติกาตามวัย” กันนะคะ

  • ตั้งกติกาตามวัย คุยกับลูกโดยใช้ข้อตกลง คุยกันในทุกสถานการณ์ที่ทำได้ เช่น ข้อตกลงก่อนไปร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อขนมว่าจะซื้อกี่ชิ้น ข้อตกลงก่อนไปเล่นสนามเด็กเล่นว่าจะรอคิวไม่แซงเพื่อน ข้อตกลงเวลาไปเดินเล่นว่าเดินข้าง ๆ จับมือแม่ ไม่วิ่งนำหน้าแม่ ข้อตกลงก่อนได้ขี่จักรยานนอกบ้านว่าต้องขี่จักรยานชิดด้านซ้ายของขอบถนน ฯลฯ
  • ฝึกการรอคอยแทรกในทุกสถานการณ์ที่ทำได้ เช่น ฝึกให้นั่งรอแม่สักครู่ก่อนออกไปเดินเล่น นับเลขรอแม่ขณะแม่ชงนมให้ ยืนรอขณะแม่ทำเครื่องดื่มให้ โดยไม่รีบให้ทันที
  • หากลูกมีพฤติกรรมปฏิเสธกิจกรรมหรือเลี่ยงกติกา เราอาจลดการพูดให้คำสั่งและเปลี่ยนท่าทีของเราเป็นการแตะนำ หรือเบี่ยงเบนก่อนนำให้ลูกลงมือปฏิบัติให้เสร็จ แทนการพูดใช้คำสั่ง
  • ไม่ปล่อยผ่านพฤติกรรมที่เกินกว่าเหตุ มีการคุยกันหลังเหตุการณ์สงบ และให้ลูกร่วมรับผิดชอบผลที่ตนกระทำไป การทำแบบนี้จะช่วยย้ำเตือนให้ลูกยอมรับกติกาตามวัยในครั้งต่อ ๆ ไปได้ดีขึ้นค่ะ

การยอมรับกติกาตามวัยไม่ใช่เป็นเรื่องของผู้ใหญ่แต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ยังเป็นเรื่องที่เด็กต้องเรียนรู้และทำด้วยค่ะ  คำว่า “ยอมรับกติกา” อาจฟังดูว่าทำได้ยากโดยเฉพาะกับเด็ก ๆ แต่อันที่จริง เด็กฝึกฝนและทำได้ค่ะ ขอให้ไว้ใจในศักยภาพและความสามารถของลูกและเชื่อใจว่าลูกทำได้ ส่วนคุณแม่ คุณพ่อ และทีมครอบครัว ก็ต้องไม่ท้อถอย ต้องร่วมแรงร่วมใจกันประคับประคองและสอนลูกด้วยใจที่เบิกบาน เมื่อทุกคนในทีมทำเหมือน ๆ กัน อีกไม่ช้าไม่นาน ลูกตัวน้อยก็จะเริ่มเรียนรู้ และค่อย ๆ ยอมรับกติกาตามวัยได้ตามลำดับค่ะ

เครดิตภาพ: Nathan Bingle + Tyler Nix | Unsplash

รับมืออาการสมาธิสั้นของลูก อย่างมีชั้นเชิง (ตอนที่ 4) | บ้านอุ่นรัก

รับมืออาการสมาธิสั้นของลูก อย่างมีชั้นเชิง (ตอนที่ 4) | บ้านอุ่นรัก

ตอน…เคลื่อนไหวให้สมดุล

คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง และทุกท่าน คงจัดระเบียบและระบบรอไว้เรียบร้อยแล้วตามวิธีที่ “บ้านอุ่นรัก” ได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้ ส่วนในตอนนี้ เรามาชวนลูกเคลื่อนไหวร่างกายให้สมดุลกันนะคะ และความสมดุลที่ว่านี้ คือ ระดับการเคลื่อนไหวและสงบของลูกที่ต้องสมดุลกันค่ะ

  • ถ้าลูกซนอยู่ไม่สุข วิ่งเล่นไป ๆ มา ๆ อยู่เสมอ ชอบปีนป่าย และกระโดดอยู่เกือบตลอดเวลา เราควรชวนลูกนั่งพักในที่ ๆ สงบ ชวนอ่านหนังสือ ร้องเพลง หรือนวดเบา ๆ เพื่อสลับโทนการเคลื่อนไหว
  • หากลูกมักเหม่อลอย ละความสนใจโดยง่าย เฉื่อย ๆ เฉย ๆ ไม่ชอบเคลื่อนไหว และชอบอยู่กับที่นาน ๆ ควรชวนวิ่งเล่น เตะบอล เต้นประกอบเพลง เพื่อให้กระตือรือร้นมากขึ้น
  • จับตาดูอยู่ห่าง ๆ และเตือนลูกให้เคลื่อนไหวอย่างมีจังหวะจะโคน มีสมดุล ลดความรนรีบ เช่น เตือนให้เดินมาหาแม่แทนการวิ่ง เตือนให้ตามองตามมือ-เท้าขณะทำกิจกรรม เตือนให้ขึ้น-ลงบันไดช้า ๆ โดยตามองทาง เตือนให้ระบายสีช้า ๆ มีจังหวะจะโคน เตือนให้ตามองตามมือที่ระบายสีแทนการระบายสีแบบรนรีบ รวดเร็ว และรุนแรง
  • จับตาดูอยู่ห่าง ๆ และหากจำเป็นควรเตือนให้ลูกทำกิจวัตรต่าง ๆ แบบรวดเดียวจบเพื่อแก้ไขการละความสนใจหรือการหันเหความสนใจกลางคัน

การจัดสมดุลการเคลื่อนไหวของลูกนี้จะทำให้ลูกค่อย ๆ มีช่วงการคงสมาธิที่ยาวนานขึ้น ลดความซุกซนอยู่ไม่สุข และช่วยบรรเทาอาการหุนหันพลันแล่นให้ลดน้อยลงได้ ลองทำดูนะคะ

เครดิตภาพ: Nathan Bingle + Tyler Nix | Unsplash