by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
- แทรกการเล่นร่วมกันหลากหลายรูปแบบบ่อย ๆ ในระหว่างวัน เพื่อ (1) ลดการอยู่กับตัวเอง และ (2) สร้างเสริมพัฒนาการที่รอบด้านให้กับเด็ก
- สอนเด็กเล่นของเล่นให้เป็นด้วยการสาธิต เล่นให้ดู จับมือนำเด็กให้เล่นตามวัตถุประสงค์ของ ๆ เล่นชิ้นนั้น ๆ เช่น หยอด ตัก หมุน ใส่ ปักลงไป เป็นต้น โดยไม่ปล่อยให้เด็กนำสิ่งนั้นมาเล่นหรือสร้างรูปแบบการทำบางอย่างซ้ำ ๆ ตามแบบเฉพาะตัวของตนเอง
- หาวิธีนำของเล่นชิ้นนั้น ๆ มาแปลงสภาพใหม่ ๆ ให้ได้อย่างน้อย 3-5 แบบ เช่น ลูกบอล ใช้เล่นโยนรับ-ส่ง แตะ ปาเป้า กลิ้ง นำไปแอบให้เด็กค้นหา พูดบอกสี-บอกรูปทรง เป็นต้น
- ต่อยอดการเล่นให้หลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น เช่น บล้อค นำมาเรียงเป็นรูปทรงต่าง ๆ หรือต่อเป็นรถไฟ สะพาน บ้าน โต๊ะ หรือดินน้ำมัน นำมาปั้นเป็นรูปทรงต่าง ๆ ปั้นเป็นอาหาร ดอกไม้ ตัวสัตว์ ปั้นเป็นถนน-สะพาน-ทางยกระดับ หรือวาดภาพวงกลมแล้วแปลงวงกลมเป็นภาพอื่น ๆ ที่หลากหลาย เช่น เติมรัศมีเป็นพระอาทิตย์ เติมกลีบให้กลายเป็นดอกไม้ ลูกโป่ง ลูกชิ้นเสียบไม้ หรือลูกบอลที่มีลวดลายเพิ่มเติม เป็นต้น
- ผสมการเล่นบทบาทสมมุติประกอบในการเล่นของเล่นแต่ละชิ้น เช่น เล่นหม้อข้าว-หม้อแกง-จาน-ชาม-แก้วน้ำ ด้วยการทำท่าปรุงอาหาร ซื้อ-ขายอาหาร เล่นตุ๊กตา หวีผม-แต่งตัว-ชวนน้องตุ๊กตาพูดคุย เล่านิทานให้น้องตุ๊กตาฟัง
- เพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์แบบสองทางกับเด็กในระหว่างการเล่นด้วยการสบตา ชวนพูดคุย สร้างบทสนทนาที่เป็นเรื่องราวประกอบการเล่น สัมผัสศีรษะ โอบไหล่ เตะบ่าด้วยความนุ่มนวล ยิ้มและหัวเราะร่วมกัน
ว่างเมื่อไรก็เข้าไปเล่นกับเด็ก ๆ กันนะคะ ในระยะแรก เด็ก ๆ อาจไม่คุ้นเคย พยายามแยกตัว ขัดขืน ไม่เล่นร่วมกับเรา แต่เพราะเราใช้ความอดทน ใจเย็น เมตตา รอยยิ้ม และที่สำคัญคือการตื้อ เด็กจะค่อย ๆ คุ้นเคยกับการอยู่ร่วมกับเรา เล่นร่วมกับเรา สนุก เพลิดเพลิน สบตา ยิ้มและหัวเราะไปด้วยกันกับเรา ซึ่งจะเป็นวิธีส่งต่อพลังความรักที่เรามีให้เด็ก ๆ ได้รับรู้ ตลอดจนเราเองก็จะได้รับพลังจากความน่ารัก สดใส และไร้เดียงสา เพื่อรดหัวใจเราให้ชุ่มชื่นได้อีกครั้งค่ะ
เครดิตภาพ: Unsplash | Marisa Howenstine
by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
“การฝึกลูกศิษย์ให้เก็บของให้เรียบร้อย” เป็นหนึ่งในการเรียนรู้ เรื่อง “การฝึกความเข้าใจชีวิตประจำวัน” ที่ครูกระตุ้นพัฒนาการเด็กของศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” ใส่ไว้ในการเรียนการสอนให้กับลูกศิษย์ ซึ่งการฝึกนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองก็สามารถฝึกลูก ๆ เองต่อที่บ้านได้เช่นกัน ตามขั้นตอน คือ
- พ่อแม่ผู้ปกครอง (ผู้สอน) ล้มเก้าอี้พลาสติกตัวเล็ก ๆ ขนาดเบา ๆ ที่ลูกสามารถยกเองได้ด้วยความปลอดภัยทิ้งเกลื่อนกราดไว้บนพื้นสัก 10 ตัว
- ผู้สอนพูดสั้น ๆ ว่าเก้าอี้ล้ม ต้องเก็บให้เรียบร้อย (เป็นการพูดบอก (a) ปัญหาและ (b) การแก้ไขปัญหา)
- ผู้สอนสาธิตและทำให้เด็กดูเป็นตัวอย่าง (พร้อมการพูดบอกวิธีทำด้วยคำพูดสั้น ๆ ที่กระชับและตรงประเด็น) ว่าวิธีเก็บเก้าอี้ให้เรียบร้อยมีขั้นตอนอย่างไร (เป็นการนำทางให้เด็กเห็นวิธีแก้ปัญหา) กล่าวคือ เมื่อเจอเก้าอี้ล้ม เก้าอี้วางไม่เรียบร้อย ต้องยกเก็บตามขั้นตอน คือ ผู้สอน (a) ใช้มือยกเก้าอี้ที่ล้ม (b) วางเก้าอี้ขึ้น (c) ยกเก้าอี้ไปเก็บเข้าที่ (เช่น เก็บที่มุมห้อง เก็บที่โต๊ะ)
- ผู้สอนทำขั้นตอนที่ 2 และ 3 ซ้ำ ๆ จนเก็บเก้าอี้ที่ล้ม เข้าที่ครบทั้ง 10 ตัว
- ผู้สอนจับนำให้เด็กทำด้วยความใจเย็นและให้โอกาสเด็กได้ทำซ้ำจนเข้าใจและทำได้เอง
สำหรับครูกระตุ้นพัฒนาการเด็กของ “บ้านอุ่นรัก” ครูจะแทรกหัวข้อการเรียนรู้หลายประการไว้ในการฝึกข้างต้น คือ
- ฝึกสมาธิ
- ฝึกการเคลื่อนไหวอย่างเป้าหมาย
- ฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่
- ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก
- ฝึกการแก้ปัญหาและการคิดวางแผน
- ฝึกจังหวะการยก การวาง การกะแรง และการวางนำน้ำหนักเก้าอี้ให้สมดุล
- ฝึกการอยู่กับปัจจุบัน ณ ขณะ
- ฝึกสมาธิการฟัง
- ฝึกการเรียนรู้
ลองใช้กิจกรรม “การฝึกลูกเก็บของให้เรียบร้อย” เพื่อเข้าแทรกแซงการใช้เวลาระหว่างวันของลูก ๆ เมื่อลูกเรียนรู้วิธีเก็บเก้าอี้เข้าที่ให้เรียบร้อยเป็นแล้ว พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถเปลี่ยนเป็นการฝึกลูกเก็บสิ่งของอื่น ๆ ที่ลูกใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ของเล่น หนังสือ ดินสอ ถุงท้า-รองเท้า ต่อไป
เครดิตภาพ: Unsplash | Junior REIS
by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
อุปกรณ์
– ตุ๊กตาเป็ดน้อย (ปรับเปลี่ยนเป็นลูกบอลพลาสติกเล็ก หรือตุ๊กตาสัตว์อื่น ๆ หรือของเล่นชิ้นโปรดขนาดเล็กที่เด็กสามารถคีบได้ เป็นต้น)
– ที่คีบอาหาร (ที่คีบขนาดใหญ่สำหรับเด็กที่ยังไม่สามารถคีบได้ หรือที่คีบขนาดเล็กลงสำหรับเด็กที่พอจะคีบได้ หรือตะเกียบสำหรับเด็กที่คีบได้ดีมากแล้ว ทั้งนี้ หากเด็กยังคีบเองไม่ได้ ให้ปรับเปลี่ยนเป็นให้เด็กใช้มือ-นิ้วหยิบตุ๊กตา ลูกบอลเล็ก หรือของเล่นที่เตรียมไว้ทดแทนก่อนได้)
– กะละมังขนาดเล็ก
– เก้าอี้ โต๊ะ หรือที่วางของ
วัตถุประสงค์
– ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก
– ฝึกการคงสายตา
– ฝึกการนำพาตนเองและการควบคุมตนเอง0
– ฝึกการตอบสนอง
– ฝึกสหสัมพันธ์
– ฝึกกระบวนการคิด
วิธีสอน
– ผู้สอนเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม และวางกะละมังในระยะใกล้-ไกล สูง-ต่ำ ปรับเปลี่ยนได้ตามศักยภาพของเด็ก ทั้งนี้ ควรจัดวางในระยะหรือความสูงที่เด็กสามารถทำสำเร็จได้ด้วยตนเอง)
– ผู้สอนเริ่มกิจกรรมจากการวางกะละมังในระยะใกล้ ๆ โดยให้เด็กคีบตุ๊กตาเป็ดน้อยที่วางเตรียมไว้ ให้เด็กเดินไปในระยะทางใกล้-ไกลตามที่เตรียมไว้ ให้เด็กใส่ตุ๊กตาเป็ดน้อยลงไปในกะละมัง ทั้งนี้ ผู้สอนสามารถสาธิต ทำให้เด็กดูเป็นตัวอย่างก่อนได้
– เมื่อเด็กเริ่มทำได้ดีขึ้น ผู้สอนปรับเปลี่ยนจากการวางกะละมังในระดับต่ำเป็นการยกให้สูงขึ้นเพื่อเพิ่มการยกระดับการคงสายตา
ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” จะหมั่นเลือกเฟ้นกิจกรรมสนุก ๆ มาฝาก เพื่อพ่อแม่ผู้ปกครองและเด็ก ๆ ได้เล่นสนุกร่วมกันอย่างมีวัตถุประสงค์เพื่อการสร้างเสริมพัฒนาการ สำหรับกิจกรรมนี้ เด็ก ๆ สนุกแน่ แถมเจ้าลูกเป็ดน้อยหน้ามอมก็จะสะอาดเอี่ยมหลังได้ลงอาบน้ำในกะละมังอีกด้วยค่ะ
เครดิตภาพ: Unsplash | Giacomo Lucarini
by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
“การเผยแพร่ข้อมูลกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างเสริมพัฒนาการเด็ก” เป็นเป้าหมายอีกประการหนึ่งของการทำงานของศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” ดังนั้น ในบทความนี้ “บ้านอุ่นรัก” ก็มีอีกหนึ่งกิจกรรมง่าย ๆ แต่สนุก แถมยังช่วยสร้างเสริมพัฒนาการให้กับเด็กได้อีกประการหนึ่ง
.
อุปกรณ์
ลูกเทนนิสหรือบอลเล็ก
.
วิธีเล่น:
• กลิ้งลูกเทนนิสไปหาเด็กและกระตุ้นให้เด็กกลิ้งกลับมา
• แทรกการสบตาโดยเรียกชื่อหรือเคาะบอลให้เด็กมองสบตาเราก่อนที่จะกลิ้งลูกเทนนิสให้
• แทรกการออกเสียงโดยชูลูกเทนนิสระดับสายตาให้เด็กออกเสียงก่อนที่จะกลิ้งลูกเทนนิสให้เด็ก
• แทรกการรับลูกเทนนิสสลับข้างซ้าย-ขวา
.
ประโยชน์ที่เด็กจะได้รับ
• ปฏิสัมพันธ์
• กล้ามเนื้อมัดเล็ก
• การฟัง
• การกะระยะทางสายตาและระยะทาง
• การคงสายตา
.
Photo Credit: Unsplash | Nathan Dumlao
.
by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
การพูดกับตัวเองเป็นพฤติกรรมที่พบได้บ่อยในคนทั่วไป หรือแม้แต่ตัวเราเอง เราก็อาจเผลอพูดคนเดียวในบางครั้ง แต่สำหรับลูกออทิสติก พฤติกรรมนี้อาจเกิดบ่อยมากและมีความต่างจากกรณีทั่ว ๆ ไปตรงที่ลูกจะพูดคำซ้ำ ๆ เดิม ๆ หรือพูดเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยลูกอาจไม่ได้รับรู้ว่าพฤติกรรมนั้น ๆ เป็นพฤติกรรมที่แปลกแตกต่าง และไม่ได้เตือนตนเองให้ควบคุมหรือหยุดตนเองเหมือนที่เราทำ บางครั้งพฤติกรรมนี้ของลูกจึงมีผลกระทบบางประการเมื่อลูกอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม
.
สาเหตุที่ลูกออทิสติกชอบพูดคนเดียวหรือพูดอะไรซ้ำ ๆ มีหลายประการ เช่น
(1) การพูดคนเดียวหรือพูดอะไรซ้ำ ๆ เป็นพฤติกรรมกระตุ้นตนเองรูปแบบหนึ่ง
(2) ลูกออทิสติกพูดในสิ่งที่กำลังคิด หรือเราจะเรียกว่าลูกเป็นคนที่ “คิดดัง”
(3) ลูกอาจพูดคนเดียวหรือพูดซ้ำ ๆ ในสถานการณ์พิเศษ เช่น เครียด วิตกกังวล หรือต้องการปฏิเสธอะไรบางอย่าง
.
เมื่อเราพบว่าลูกพูดกับตนเองหรือพูดซ้ำ ๆ เราจะช่วยลูกปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ได้อย่างไร?
.
(1) ตอบสนองและดึงลูกสู่ปัจจุบัน
หากพบว่าลูกเริ่มพูดหรือถามซ้ำ เราควรเข้าแทรกเพื่อตอบรับหรือชวนคุยและสอบถามลูกเพิ่มเติมเผื่อเป็นกรณีที่ลูกต้องการสื่อสารอะไรบางอย่าง หรือต้องการความช่วยเหลือ แต่หากเราพบว่าลูกพูดวนซ้ำเกินสามครั้งหลังจากเราพยายามตอบสนองแล้ว ควรรีบดึงลูกกลับสู่ปัจจุบันซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่กำลังเกิดตรงหน้า เช่น ถามว่าลูกกำลังทำอะไร ลูกกำลังทานอะไร หรือเตือนให้ลูกกลับมาสนใจทำกิจกรรมตรงหน้า
.
(2) เพิ่มกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่มีรูปแบบเหมาะสมกับวัย (ไม่ทำกิจกรรมวนซ้ำจนหมกมุ่น)
ลูกอาจพูดซ้ำ ๆ มากขึ้นในเวลาว่างหรือในเวลาที่ลูกได้แยกตัวคนอยู่เดียวนาน ๆ เช่น ในเวลาที่พ่อแม่หรือคนในบ้านติดภารกิจอื่น ๆ ดังนั้น สมาชิกในบ้านควรร่วมกันวางแผนการทำกิจวัตรประจำวันด้วยการดึงลูกให้เข้ามาทำภารกิจร่วมกันกับสมาชิกในบ้านเป็นระยะ ๆ เพื่อดึงความสนใจของลูกสู่บุคคลและกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งนี้ ในระยะแรกควรตั้งเป้าหมายชัดเจนที่จะสอนทักษะการเล่นที่เหมาะสมกับวัย เพิ่มความสนใจของลูกกับของเล่นที่หลากหลายมากขึ้น (เพื่อป้องกันการหมกมุ่นกับบางกิจกรรมมากเกินไป) และสาธิตการเล่นอย่างถูกวิธี (สอนให้ลูกเล่นให้เป็น) หรือทำกิจกรรมยามว่างที่หลากหลาย เช่น ชวนลูกวาดรูป ระบายสี ปั้นดินน้ำมัน เล่นของเล่น เป็นต้น และเมื่อลูกเล่นได้หลากหลาย เล่นถูกวิธี และเรียนรู้วิธีใช้เวลาอย่างอิสระอย่างรูปแบบและเหมาะสมกับวัยได้แล้ว จึงปล่อยให้ลูกเล่นเองอย่างอิสระ
.
(3) ทำข้อตกลง
ในบางสถานการณ์ เราจำเป็นต้องสอนให้ลูกตระหนักถึงสภาพแวดล้อมทางสังคมและกำหนดกติกา เช่น ทำข้อตกลงตามวัยและตามลำดับความเข้าใจของลูก เช่น เราจะไม่พูดในลิฟท์ เราจะไม่พูดโพล่งในโบสถ์หรือในห้องเรียน หรือฝึกให้ลูกสังเกตบรรยากาศที่คนอื่นร่วมกิจกรรมแบบเงียบ ๆ
.
(4) สอนลูกจัดการกับสถานการณ์พิเศษ
ลูกอาจจะมีชุดคำพูดเฉพาะที่มักพูดกับตัวเองในสถานการณ์ที่มีความเครียด วิตกกังวล ประหม่า แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ได้ ความตื่นเต้นจากระบบประสาทสัมผัสที่ไวจึงถูกรบกวนง่ายจากสิ่งเร้ารอบข้าง การพบคนแปลกหน้า หรือในบางกรณีลูกอาจใช้คำพูดเพื่อปฏิเสธ พูดเพื่อหลีกเลี่ยงการกิจกรรม ดังนั้น พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ควรจับสังเกตท่าทีและคำพูดที่ลูกมักใช้ในสถานการณ์พิเศษเพื่อเข้าแทรกและช่วยนำให้ลูกจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้าได้อย่างเหมาะสม โดยใช้คำพูดหรือสาธิตอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรมและบอกขั้นตอนทีละลำดับ เช่น ช่วยจับนำ ช่วยบอกบทสนทนา หรือบอกวิธีให้ลูกรับรู้อย่างเป็นรูปธรรมว่าจะจัดการกับความเครียด ลูกจะผ่อนคลายหรือเบี่ยงเบนความสนใจอย่างไร เป็นการสอนทักษะให้ลูกรู้วิธีรับมือกับสิ่งกระตุ้นใหม่ ๆ และตอบสนองกับสถานการณ์ตรงหน้าได้อย่างเหมาะสม และก่อนที่ลูกจะไปเผชิญบุคคล สถานที่ สถานการณ์ใหม่ ๆ หรือเข้าไปในบรรยากาศที่อาจมีสิ่งเร้าที่รบกวนระบบการรับสัมผัสของลูก เช่น มีแสงจ้า มีเสียงดัง ฯลฯ ควรบอกให้ลูกรู้ล่วงหน้าว่าจะเจออะไรและบอกวิธิว่าลูกจะเผชิญอย่างไร เช่น วิ่งมาจับมือแม่ เอามืออุดหูไว้ กอดตุ๊กตาแน่น ๆ เป็นต้น
.
ในกรณีที่ลูกออทิสติกมีปัญหาด้านพฤติกรรม ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” ขอให้กำลังใจแก่พ่อแม่ผู้ปกครองในการค่อย ๆ หาทางช่วยลูกปรับเปลี่ยนพฤติกรรม นอกจากนี้ เราจะคอยเป็นหน่วยสนับสนุนข้อมูล เพื่อท่านมีแนวทางในการนำทางลูก ๆ ต่อไป
.
เครดิตภาพ: Unsplash | Nurpalah Dee
.