สนุก (ที่บ้าน) | บ้านอุ่นรัก

สนุก (ที่บ้าน) | บ้านอุ่นรัก

การเล่นสนุกกับลูกหลานที่บ้านเป็นการทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ร่วมกันระหว่างพ่อแม่ผู้ปกครองและเด็ก ๆ ซึ่งศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” อยากส่งเสริมให้ทุกบ้านหมั่นหาเวลาสร้างบรรยากาศการเล่นสนุก ๆ ร่วมกัน โดยการเล่นสนุกนี้มีประโยชน์ คือ

  1. พ่อแม่ผู้ปกครองได้ส่งเสริมพื้นฐานทางอารมณ์ให้ลูกหลานเป็นเด็กที่มีพื้นฐานทางอารมณ์เชิงบวก ลูกหลานจึงเป็นเด็กที่มีความสุข
  2. พ่อแม่ผู้ปกครองได้สื่อให้เด็ก ๆ ที่บ้านรับรู้ความหมายของการได้อยู่ร่วมกันกับคนรอบข้างในครอบครัวว่าเป็นเวลาที่ดี มีความสุข และได้หัวเราะด้วยกันอย่างสนุกสนาน อันจะช่วยสร้างความรักความผูกพันระหว่างสมาชิกในครอบครัวได้เป็นอย่างดี
  3. พ่อแม่ผู้ปกครองได้ตั้งเป้าหมายของตนเองว่าลูกหลานจะต้องสนุกเมื่อได้เล่นและได้อยู่ร่วมกันกับเรา เด็ก ๆ ต้องสนุกมากกว่าการเล่นอยู่กับของเล่นหรืออยู่ในโลกส่วนตัวตามลำพัง
  4. พ่อแม่ผู้ปกครองได้ใช้การเล่นสนุกในการช่วยปรับลดอารมณ์หงุดหงิดง่ายของลูกหลาน อีกทั้งได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กให้เป็นเชิงบวกมากยิ่งขึ้นไปพร้อม ๆ กัน

เครดิตภาพ: <a href=”https://www.freepik.com/vectors/family-care“>Family care vector created by dooder – www.freepik.com</a>

“ดรีมทีม”  ผู้สนับสนุนการเติบโตของลูก | บ้านอุ่นรัก

“ดรีมทีม” ผู้สนับสนุนการเติบโตของลูก | บ้านอุ่นรัก

  1. ทีมแพทย์
  • แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก
  • แพทย์และบุคลากรฝ่ายจิตเวชเด็กและวัยรุ่น
  • แพทย์ฝ่ายกาย
  1. ทีมกระตุ้นพัฒนาการและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยสหวิชาชีพ เช่น
  • ครูฝึกพูด
  • นักกิจกรรมบำบัด
  • นักกระตุ้นพัฒนาการ
  • ครูผู้กระตุ้นทักษะการเคลื่อนไหว
  1. ทีมส่งเสริมการเรียนรู้และซ่อมเสริมวิชาการ เช่น
  • ครูประจำชั้น
  • ครูในโรงเรียน
  • ครูการศึกษาพิเศษ
  1. ทีมสมาชิกในครอบครัวที่สลับสับเปลี่ยนและช่วยกันดูแลและทำหน้าที่ต่าง ๆ เช่น
  • แทรกการกระตุ้นพัฒนาการและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตจริง
  • เตรียมการดำรงชีวิต เช่น ฝึกการช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวันตามวัย
  • ฝึกงานบ้าน ฝึกมารยาทและการเข้าสังคมตามวัย
  • หากิจกรรมที่เหมาะสมตามวัยเป็นงานอดิเรกยามว่าง
  1. ทีมฝึกอาชีพ เช่น
  • ครู อาจารย์ที่เกี่ยวข้องสายวิชาชีพ
  • สมาชิกในครอบครัวหรือผู้เชี่ยวชาญในอาชีพที่จะพัฒนาทักษะทางอาชีพให้ลูกตามความสนใจและความถนัดของลูก
  1. สมาชิกในชุมชนและสังคม
  • เปิดโอกาสให้ลูกได้การสนับสนุนจากคนรอบข้าง
  • เปิดโอกาสให้ลูกได้รับประสบการณ์ในสังคมตามจริง
  1. ทีมสนับสนุนยามต้องการความช่วยเหลือ เช่น
  • ผู้ให้กำลังใจแก่พ่อแม่
  • ญาติพี่น้อง
  • ครูของลูก
  • เจ้านาย ลูกน้อง
  • เพื่อนบ้าน เพื่อน

Vector created by felicities | freepik.com

เจือความขัดแย้งให้จาง เพื่อสร้างทางแห่งรักให้มั่นคง | บ้านอุ่นรัก

เจือความขัดแย้งให้จาง เพื่อสร้างทางแห่งรักให้มั่นคง | บ้านอุ่นรัก

เนื่องในวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ 2565 นี้ ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” ขอชวนคิดเรื่องความขัดแย้งบนเส้นทางแห่งความรัก เพราะความขัดแย้งเป็นปัญหาสำคัญ ที่ทำให้ระดับความรักถดถอย ความสุขในชีวิตคู่ลดน้อยลง เป็นรักที่พบอุปสรรค เกิดความรู้สึกแย่ ถูกทำให้น้อยใจและเสียใจ ซึ่งในโลกความจริง ความขัดแย้งเกิดขึ้นแน่ เพราะไม่มีคู่รักคู่สมรสใดสมบูรณ์แบบ

ข้อคิด “เจือความขัดแย้งให้จาง เพื่อสร้างทางแห่งรักให้มั่นคง”

  • ตัวตั้งของการรักษาชีวิตคู่และชีวิตสมรส คือ เราทั้งคู่มีเป้าหมายและพันธสัญญาตั้งใจมั่นร่วมกันว่าจะรักษาสัมพันธภาพแบบคู่แท้ไปอย่างยาวนาน และเราอาจเป็นเพื่อนแท้กันตลอดไป
  • พันธสัญญาช่วยผลักดันให้เราทั้งสองฝ่ายมีแรงจูงใจที่จะใช้ความพยายามสูงสุดในการรักษาสัมพันธภาพต่อไป ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องยาก แต่เมื่อมีเป้าหมายร่วมกัน สองพลังจะช่วยกันออกแรง แก้ไข และผ่านพ้นทุกข้อขัดแย้งไปได้ในที่สุด
  • เราต่างฝ่ายจะตั้งใจมั่นว่าเราต้องทำให้ดีที่สุดในส่วนของตนเอง ลดความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงใคร เพราะไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงใครได้ ยกเว้นคน ๆ นั้นต้องการเปลี่ยนแปลงตนเอง
  • บ่อยครั้งที่ปัญหาของคู่รักคู่สมรสไม่ได้เป็นผลจากข้อบกพร่องหรือความผิดพลาดของใครคนใดคนหนึ่ง บางเหตุการณ์มีแนวโน้มที่คนเราจะมีวิธีตอบโต้กับปัญหาแบบเดิม แต่ในบางเหตุการณ์อาจแตกต่างออกไปแล้วแต่สถานการณ์ ดังนั้น คู่สมรสจำเป็นต้องรู้เท่าทันว่าปัญหาอาจเกิดจากวิธีการโต้ตอบซึ่งกันและกันในแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
  • ในการร่วมกันแก้ปัญหา คู่รักคู่สมรสจำเป็นต้องค้นหาวิธีการประนีประนอม เรียนรู้ที่จะยอมรับกันและกัน ในแบบที่ไม่มีใครเหมือนใคร และหาทางประนีประนอมจัดการกับความแตกต่าง หาทางแก้ปัญหาแบบที่ทั้งคู่ได้รับการตอบสนองอย่างเข้าใจ และได้รับการยอมรับกันและกันแบบวินวิน (Win Win) ทั้งสองฝ่าย
  • การบำบัดปัญหาความขัดแย้งแนวใหม่ไม่ได้มุ่งให้อีกฝ่ายพูดถึงข้อเสียที่ต้องการให้อีกฝ่ายแก้ไข เพราะทั้งสองฝ่ายต่างเป็นผู้มีส่วนรับผิดชอบ และกำหนดผลสำเร็จในการแก้ไขปัญหาเรื่องมุมมอง ซึ่งมี 2 ประเด็นที่สำคัญคือ
  1. มุมมองที่เรามีต่อฝ่ายตรงข้าม: ชวนให้ฝ่ายที่รู้สึกขัดแย้งใช้เวลาในการมองย้อนกลับไปว่าอีกฝ่ายมีคุณค่าอย่างไร มีความดีงามที่เคยทำให้และความดีงามที่ใช้ชีวิตร่วมกันมาอย่างไร อาจเขียนออกมาเป็นข้อ ๆ
  2. มุมมองในส่วนของตนเอง: สำรวจตนเองว่าจะมีส่วนปรับปรุงเพื่อร่วมรับผิดชอบความสัมพันธ์ในส่วนของตนเองได้อย่างไร
  • ทุกครั้งที่ขัดแย้งตลอดระยะการใช้ชีวิตคู่ แต่ละฝ่ายจำเป็นต้องตั้งใจมั่นที่จะตรวจสอบและปรับปรุงในส่วนของตนเอง โดย
    1. ตระหนักว่าบ่อยครั้ง บุคลิกภาพ ความฝังใจในอดีต หรือความไม่เป็นกลางในความคิดของเรา อาจส่งผลต่อการเป็นคู่ชีวิตที่ดี ดังนั้น เมื่อขัดแย้งและมีเหตุการณ์สำคัญ เราต้องไม่ลืมที่จะสำรวจ ยอมรับ และปรับในส่วนของตนเอง
    2. นิ่งฟังมากขึ้น ลดการโต้ตอบแบบทันทีทันใด เพื่อพยายามจับประเด็นที่อีกฝ่ายสื่อสารความจริงหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจับความรู้สึกที่อีกฝ่ายพยายามสื่อสารออกมา เพื่อให้คู่ของเรารู้สึกปลอดภัย ได้รับความเห็นอกเห็นใจ และรู้สึกเป็นที่ยอมรับ
    3. ปรับการใช้คำพูดและระดับน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความเมตตา ความเห็นอกเห็นใจ โดยเฉพาะเมื่อมีความขัดแย้ง เราจะตั้งใจที่จะไม่เพิ่มความโกรธหรือแสดงความเป็นปรปักษ์
    4. นอกจากเราแต่ละฝ่ายจะช่วยกันแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว ในระยะยาว เรายังจำเป็นต้องหาวิธีบำรุงรักษาความสัมพันธ์ โดยหาวิธีที่จะแสดงออก และแสดงออกบ่อยครั้งขึ้นเพื่อให้อีกฝ่ายสัมผัสได้ชัดถึงความรัก ความเสน่หาที่ยังคงมีอยู่ตลอดไป
    5. เราจะมีความอบอุ่นใจเมื่อตระหนักถึงคุณค่าทั้งของตนเองและคู่รักที่เคียงข้างเราตลอดมา เราจะยอมรับกันและกันในแบบที่ไม่มีใครเหมือนใครมากขึ้น เราจะปรับปรุงวิธีคิด วิธีสื่อสาร และการแสดงออกเพื่อจะอยู่ร่วมกันอย่างรู้สึกปลอดภัยและเข้าใจซึ่งกันและกัน พร้อมกันนั้น ตลอดเส้นทางชีวิตคู่ เราจะไม่ลืมจุดไฟความรักโรแมนติก ความสุข  ความสนุกสนานที่ได้สบตา มองหน้า และหัวเราะสนุกด้วยกัน เพื่อกลับคืนสู่ความสัมพันธ์แบบคู่แท้ที่ใกล้ชิดทางใจอย่างดีที่สุด

“บ้านอุ่นรัก” หวังว่าข้อคิดจากเราอาจมีประโยชน์ เป็นข้อคิดที่ใช้ได้ และคู่รักคู่สมรสได้นำไปใช้ เพื่อบำบัดความขัดแย้งได้ในบางเวลา จนก้าวผ่านความยากลำบากไปด้วยกัน

Happy Valentine’s Day สุขสันต์วันแห่งความรัก

5 สิ่งที่ต้องทำ เพื่อสั่งสมเทคนิคการสอน | บ้านอุ่นรัก

5 สิ่งที่ต้องทำ เพื่อสั่งสมเทคนิคการสอน | บ้านอุ่นรัก

สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง และคนในครอบครัวของลูก ที่เพิ่งเริ่มต้นสอนลูกที่บ้านด้วยตนเองคู่ขนานไปกับการพาลูกไปพบแพทย์ ทีมบำบัด ครูกระตุ้นพัฒนาการเด็ก หรือโรงเรียน ท่านอาจสงสัยว่าท่านต้องใช้วิธีการใดในการสอนลูกเพื่อให้การสอนที่บ้านประสบความสำเร็จ

ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” ขอเสนอแนะ 5 แนวทางง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ ที่คนที่บ้านสามารถทำตามได้และช่วยให้ท่านรู้เทคนิคการสอนลูกที่มีปัญหาด้านพัฒนาการที่บ้านได้อย่างรวดเร็วขึ้น

5 แนวทางที่ “บ้านอุ่นรัก” ขอแนะนำให้ใช้ เพื่อคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง และคนที่บ้านเกิดการสั่งสมเทคนิคการสอน

  1. ต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการบำบัดรักษาลูกให้มากที่สุด การเข้าไปมีส่วนร่วมเป็นแนวทางสำคัญที่ทำให้ท่านรู้เทคนิค ได้เคล็ดลับ และเข้าใจวิธีการสอนที่ทำได้ผลจริง ทั้งนี้ การมีส่วนร่วมทำได้โดยพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลบำบัดรักษาลูก เข้าร่วมสังเกตการณ์ในขณะที่ลูกเข้ารับบริการกระตุ้นพัฒนาการ เข้าร่วมประชุมกับทีมบำบัดมืออาชีพ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องความคืบหน้าของอาการตลอดจนวิธีการเพิ่มเติมที่ทีมมืออาชีพแนะนำให้ใช้ เป็นต้น
  2. ต้องใช้เวลาคลุกคลีกับลูกเพื่อทำกิจวัตรประจำวันทุกวัน การใช้เวลาร่วมกันเพื่อทำกิจวัตรประจำวันสามารถแทรกกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นพัฒนาการให้เกิดขึ้นจริงในวิถีชีวิตประจำวัน แต่ต้องทำบ่อย ๆ ในระหว่างวันและทำทุกวันจึงจะได้ผลจริง ทั้งนี้ เมื่อท่านคลุกคลีกับลูกบ่อย ๆ ลูกจะเกิดความเคยชินที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับท่าน ลดการแยกตัว เปิดใจรับ และเต็มใจเข้าร่วมทำกิจกรรมตรงหน้ากับท่านด้วยความสนุก ซึ่งจะส่งผลให้ท่านสอนลูกที่บ้านได้ง่ายขึ้นและได้ผลดีอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
  3. ต้องลงมือทำจริงตามหลักการที่ทีมบำบัดมืออาชีพแนะนำ การลงมือทำจริงเป็นการสั่งสมประสบการณ์การสอนผ่านการลองผิดลองถูกโดยไม่ย่อท้อ แต่หลักการที่ทีมบำบัดมืออาชีพแนะนำจะเป็นแกนกลางให้ท่านสอนลูกได้สำเร็จ ทั้งนี้ เมื่อมีข้อสงสัย ท่านสามารถขอคำแนะนำและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากทีมบำบัดมืออาชีพหรือจากเพื่อนผู้ปกครองที่มีประสบการณ์ใกล้เคียงกัน การปรึกษาหารือนี้ จะช่วยให้ท่านรู้ว่าสิ่งที่ลองผิดลองถูกนั้นมีข้อบกพร่องที่จุดไหน และรู้วิธีแก้ไขปัญหาตรงตามปัญหาที่เกิดขึ้นจริง นอกจากนั้น ท่านยังได้เพื่อนผู้เปิดใจและเต็มใจรับฟังปัญหาของท่าน ซึ่งจะทำให้ท่านรู้สึกสบายใจขึ้นแม้จะพบโจทย์ยากหรือปัญหาใหม่ในระหว่างการลงมือทำ ก็จะไม่หมดกำลังใจที่จะค้นหาและปรับเปลี่ยนวิธีการจนพบวิธีการที่เหมาะสมกับธรรมชาติของลูกอย่างแท้จริง
  4. ต้องปรับแต่งเทคนิควิธีการให้เหมาะสมกับสภาพชีวิตในบ้านอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด การปรับแต่งวิธีการสอนเป็นสิ่งจำเป็นเพราะสภาพชีวิตจริงในขณะที่ลูกอยู่ที่บ้านเป็นปัจจัยนอกเหนือการควบคุมของทีมบำบัดมืออาชีพ อย่างไรก็ตาม ท่านควรแบ่งปันข้อมูลวิธีการสอนลูกที่บ้านที่ท่านค้นพบให้ทีมบำบัดมืออาชีพทราบ เพื่อทีมบำบัดมืออาชีพสามารถประเมินข้อดีข้อเสียตามหลักวิชาการ ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการสอนลูกต่อไป
  5. ต้องเปิดโอกาสให้ลูกลงมือทำซ้ำ เพราะการทำซ้ำ ทำบ่อย ๆ เป็นวิธีที่ดีในการสร้างเสริมทักษะและสอนลูกที่บ้าน การทำซ้ำทำให้ลูกมีโอกาสได้ฝึกฝน เข้าใจสิ่งที่ท่านสอนอย่างเป็นรูปธรรม ได้ลงมือทำในขณะดำเนินชีวิตประจำวันจริงที่บ้าน จนกระทั่งลูกทำสิ่งต่าง ๆ สำเร็จได้ด้วยตัวของลูกเอง

กระบวนการสั่งสมเทคนิคการสอนเป็นเรื่องที่คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง และคนที่บ้าน สามารถทำได้แม้ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง แต่ในระหว่างทางของการสั่งสมเทคนิควิธีการสอนเพื่อปรับเปลี่ยนตนเองให้กลายเป็นครูที่ดีที่สุดของลูก “บ้านอุ่นรัก” มั่นใจว่าคนที่บ้านที่ใช้เวลาอยู่กับลูกย่อมจะได้รับความสุขและพลังใจจากแววตา เสียงหัวเราะ และอ้อมกอดที่ลูกมอบกลับคืนมาให้ ซึ่งวันเวลาร่วมกันบนเส้นทางการเจริญเติบโตของลูกนี้จะเป็นประสบการณ์ความสุขที่มีค่าสูงสุดในชีวิตของพ่อแม่ลูกอย่างแท้จริง

เครดิตภาพ: Unsplash | Yoann SiloIne

5 แนวทางในการปรับวิถีชีวิตเพื่อการเลี้ยงดูลูกอย่างมีความสุข | บ้านอุ่นรัก

5 แนวทางในการปรับวิถีชีวิตเพื่อการเลี้ยงดูลูกอย่างมีความสุข | บ้านอุ่นรัก

1. ปรับเปลี่ยนทัศนคติ

  • เปิดใจยอมรับธรรมชาติตามที่ลูกเป็น ลูกยังคงเป็นเด็กน้อยคนเดิมที่เรารัก ลูกของเราไม่ใช่เด็กที่บุบสลาย และยังคงมีศักยภาพซ่อนอยู่ในตัวเหมือน ๆ กับเด็กทุกคน
  • ลูกเป็นเด็กที่มีวิถีการเรียนรู้ที่แตกต่าง ดังนั้น การสอนและเลี้ยงดูลูกจึงจำเป็นต้องใช้วิธีการที่แตกต่างหรืออาจใช้เวลามากกว่าปกติในระยะแรก
  • ทำทุกวันให้ดีที่สุดสำหรับลูกพร้อมไปกับการอนุญาตให้ตนเองมีความสุขให้ได้

2. ปรับตนเองให้เป็นพ่อแม่นักบำบัด

  • หาความรู้เรื่องแนวทางการบำบัด ทำความเข้าใจเรื่องอาการของลูก และเริ่มต้นเรียนรู้ให้เร็วที่สุดว่าเราจะเป็นพ่อแม่นักบำบัดได้อย่างไร
  • เริ่มลงมือทำด้วยตนเองคู่ขนานไปกับการบำบัดรักษาจากนักบำบัดมืออาชีพ โดยรับคำแนะนำจากแพทย์และทีมบำบัด ตลอดจนเข้าร่วมคอร์สหรือเรียนรู้อาการของลูก
  • ก้าวแรกที่สำคัญที่พ่อแม่ร่วมเป็นนักบำบัดจะช่วยลดค่าใช้จ่ายและยังช่วยให้ลูกมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าเร็วกว่าการรอรับบริการจากภายนอกแต่เพียงทางเดียว

3. ปรับเปลี่ยนสมาชิกในบ้านให้เป็นทีมบำบัด

  • จากการศึกษาทั้งในและต่างประเทศพบว่าการกระตุ้นพัฒนาการและปรับพฤติกรรมลูกออทิสติกนั้นต้องทำให้ครอบคลุมพัฒนาการทุกด้าน โดยเฉพาะการเกิดในชีวิตจริงที่บ้าน สมาชิกทุกคนในบ้านจึงเป็น Keyman หรือบุคคลสำคัญที่จะทำให้ทำเรื่องนี้ได้สำเร็จ
  • พ่อแม่และสมาชิกในบ้านพูดคุยกันและจัดแบ่งหน้าที่ในการช่วยกระตุ้นพัฒนาการและปรับพฤติกรรม พุดคุยตกลงกันว่าใครสามารถทำสิ่งใดได้ ในเวลาใด เช่น แม่รับหน้าที่ฝึกลูกเรื่องทักษะการสานต่อการสนทนาและการทำกิจวัตรประจำวันเรื่องการตื่นนอน การทานอาหาร พ่อชวนลูกทำกิจกรรมสร้างสรรค์นอกบ้าน พี่ชวนน้องกันเตะฟุตบอลหรือขี่จักรยานร่วมกันยามเย็น คุณยายช่วยฝึกหลานให้ช่วยเหลือตนเองในการอาบน้ำ แต่งกาย
  • หากทุกคนร่วมมือกันลงมือทำไปเรื่อย ๆ อย่างมีทิศทาง ในที่สุด ลูกจะเก่งขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยฝีมือของคนในครอบครัวเอง

4. ปรับการจัดสรรเฉพาะกันไว้ให้ลูก

  • การจัดเวลาเฉพาะไว้ให้ลูกนี้ควรใช้เวลาแต่ละช่วงไม่ต่ำกว่า 10-15 นาที ทำให้ได้วันละหลาย ๆ รอบ แม้การทำแบบนี้อาจทำให้พ่อแม่เสียเวลาส่วนตัวไปบ้าง แต่จะได้เวลาคุณภาพที่ได้อยู่กับลูก
  • การกันเวลาที่มีค่าเฉพาะไว้เพื่อลูกเป็นเสมือนของขวัญที่พ่อและแม่ได้มอบให้กับลูก และเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่เปี่ยมไปด้วยรักและอบอุ่นสำหรับครอบครัวได้อย่างแท้จริง

5. ทำใจยอมรับความช่วยเหลือยามจำเป็น

  • เราไม่สามารถเป็นพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบหรือพร้อมรับมือตลอดเวลา โดยเฉพาะในการเลี้ยงดูลูกที่ใช้พลังกาย-ใจ มากกว่าการเลี้ยงดูตามปกติ ย่อมทำให้พ่อแม่เกิดความเหนื่อยล้า ดังนั้น ในบางเวลาเราจำเป็นต้องเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างบ้าง
  • พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องเป็นซุปเปอร์พ่อแม่ที่ต้องทำทุกอย่างด้วยตนเองไปสียทั้งหมด ลองมองไปรอบ ๆ ตัว แล้วจะพบคนที่ปรารถนาดีรอให้ความช่วยเหลือในรูปแบบที่เขาทำได้อยู่รายรอบ เช่น คุณน้าข้างบ้านที่อาสาดูแลลูกให้เราสักครึ่งชั่วโมงในขณะที่เราไปซื้อของที่ตลาด เพื่อนของเราที่จะช่วยดูแลลูกในขณะวันที่เราไม่สบาย เพื่อนของพ่อที่เป็นเพื่อนเล่นฟุตบอลกับลูกของเราพร้อม ๆ ไปกับลูกของเขา เป็นต้น
  • เพียงเรายอมรับว่าเราทำทุกอย่างเองไม่ได้ เราเปิดใจให้ลูกได้เป็นเด็กที่น่ารักของคนรอบข้างที่รักและพร้อมมอบความปรารถนาดีอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในที่สุด เพื่อนบ้านของเรา เพื่อนของเรา ญาติพี่น้องของลูก หรือแม้แต่พี่พนักงานขายของที่ร้านสะดวกซื้อ จะเปิดใจรับลูก ทำความรู้จักกับลูก มองเห็นความน่ารักน่าเอ็นดูของลูกและอ้าแขนรอกอดลูกที่น่ารักของเรา

เราทุกคนที่ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” จะอยู่ตรงนี้เพื่อเป็นอีกหนึ่งกำลังใจผู้มีรอยยิ้ม อ้อมกอดที่จริงใจ และพร้อมจะดูแลคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง และเด็กๆ อย่างดีที่สุดที่เราทำได้ค่ะ

เครดิตภาพ: Unsplash | Edgar Chaparro