การสนับสนุนหัวใจของพี่ ๆ น้อง ๆ ของลูกออทิสติก | บ้านอุ่นรัก

การสนับสนุนหัวใจของพี่ ๆ น้อง ๆ ของลูกออทิสติก | บ้านอุ่นรัก

ประเด็นพี่ ๆ น้อง ๆ ของลูกออทิสติก (หรือพี่ ๆ น้อง ๆ ของลูกที่มีความต้องการการดูแลเป็นพิเศษแบบอื่น ๆ เช่น สมาธิสั้น พัฒนาการช้า ดาวน์ซินโดรม เป็นต้น) เป็นประเด็นสำคัญที่ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” อยากส่งกำลังใจมายังพ่อแม่ผู้ปกครองของลูก ๆ ว่า “ท่านสามารถเลี้ยงดูลูกที่มีความต้องการการดูแลเป็นพิเศษควบคู่ไปกับพี่ ๆ น้อง ๆ ของลูกเพื่อให้ลูก ๆ ทุกคนเจริญเติบโตไปด้วยกันเป็นอย่างดีได้” โดย “บ้านอุ่นรัก” ขอเสนอแนะแนวทางการสนับสนุนหัวใจของเด็ก ๆ ดังนี้ คือ

(1) พ่อแม่ผู้ปกครองทำใจยอมรับว่าในกระบวนการการเติบโตของพี่ ๆ น้อง ๆ ของลูกออทิสติก พี่ ๆ น้อง ๆ ย่อมได้รับผลกระทบบางอย่างในขณะที่กำลังเติบโตไปพร้อม ๆ กันไม่น้อยไปกว่าลูกออทิสติก แต่ในเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นแล้ว ในฐานะพ่อแม่ “เราจะตั้งใจดูแลลูกทุกคนให้เติบโตไปด้วยกันอย่างดีที่สุดให้ได้”

(2) พ่อแม่ผู้ปกครองอธิบายความหมายของคำว่า “ออทิสติก” ให้พี่ ๆ น้อง ๆ ฟัง

– เริ่มจากการถามว่าพี่ ๆ น้อง ๆ ว่า “สังเกตเห็นไหมว่าลูกออทิสติกแตกต่างจากพี่น้องหรือไม่ อย่างไร”

– อธิบายเพิ่มเติมสั้น ๆ ใช้ภาษาที่สามารถเข้าใจได้ตามวัยของเด็ก โดยในเด็กเล็กอาจเน้นเน้นพฤติกรรมเด่น ๆ ที่พี่น้องจะประสบหรืออาจได้รับผลกระทบในชีวิตประจำวัน เช่น เด็กออทิสติกอาจมีวิธีเล่น-คิด-พูดที่แตกต่างจากเด็กคนอื่น หรือเด็กออทิสติกอาจต้องการให้พี่น้องดูแลสนับสนุนในบางเรื่อง แต่ก็มีบางเรื่องที่เด็กออทิสติกทำได้ดีเช่นกัน

– อธิบายให้มากขึ้นทีละน้อยตามวัยหรืออาจใช้ตัวช่วยอื่น ๆ เช่น ให้อ่านบทความ ดูสารคดี ชมภาพยนตร์ หรืออ่านหนังสือ

– หาโอกาสให้พี่น้องได้ไปร่วมในการพบแพทย์ในระหว่างการบำบัดรักษา หรือร่วมทำกิจกรรมที่ได้เห็นครอบครัวอื่น ๆ ที่มีสมาชิกออทิสติกในครอบครัว เพราะจะช่วยให้เข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้น และเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่อีกหลายครอบครัวก็กำลังดำเนินชีวิตแบบนี้เช่นเดียวกัน

(3) หาโอกาสให้พี่ ๆ น้อง ๆ ได้ใช้เวลาดี ๆ ร่วมกันเป็นช่วงสั้น ๆ บ่อย ๆ โดยหากิจกรรมที่สามารถทำร่วมกันได้ และควรเริ่มตั้งแต่ในวัยเด็กเล็กโดยมีพ่อแม่หรือผู้ใหญ่เข้ามีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อประสานให้ทุกคนสามารถสนุกสนานและมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน เช่น กิจกรรมกลางแจ้ง วิ่งเล่น ขี่จักรยาน  ว่ายน้ำ  ทานอาหารนอกบ้าน   เล่นเกมส์บอร์ด  ทำกิจกรรมในกิจวัตรประจำวันร่วมกันโดยพ่อแม่เป็นคนกลางร่วมทำด้วย เป็นต้น

(4) ตั้งกติกาของครอบครัว เน้นความยุติธรรมและสม่ำเสมอสำหรับลูก ๆ ทุกคน ซึ่งความยุติธรรมมีความสำคัญสูงสุดต่อจิตใจของลูก ๆ คนอื่น ๆ จึงจำเป็นต้องมีกฎกติกาชัดเจนในบางเรื่องที่ทุกคนจะได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกัน เช่น การไม่ยอมให้ลูกออทิสติกมีอภิสิทธิ์เหนือพี่น้อง พี่น้องไม่จำเป็นต้องเสียสละในส่วนของตนที่ต่างได้รับเหมือนกัน การไม่ยอมปล่อยผ่าน และมีการตอบสนองที่ชัดเจนเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเมื่อลูกออทิสติกมีพฤติกรรมก้าวร้าว หรือทำร้ายจิตใจพี่น้อง

(5) กำหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบในหน้าที่ประจำวัน เน้นให้ลูกทุกคนรวมทั้งลูกออทิสติกฝึกช่วยเหลือตนเองให้มากที่สุด และต่างมีส่วนต้องมีส่วนร่วมในงานส่วนรวมของครอบครัวตามวัย เพราะการใช้ชีวิตตามปกติของพ่อแม่ที่มีลูกที่ต้องการการดูแลพิเศษย่อมมีภาระหน้าที่เพิ่มกว่าปกติ ลูกทุกคนจำเป็นต้องถูกปลูกฝังให้ดูแลตนเอง และมีส่วนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

(6) เมื่อใดที่ต้องการให้พี่น้องช่วยเหลือดูแลลูกออทิสติก ควรถามความพร้อมของพี่น้องก่อนทุกครั้ง (แม้บางครั้งจำเป็นต้องให้ช่วยเหลือ) แต่ควรถามความพร้อมก่อนขอร้องให้ลูก ๆ ทำ ไม่ใช่การสั่งหรือคิดว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ

(7) ช่วยลูก ๆ จัดการกับความรู้สึกด้านลบ จำเป็นต้องยอมรับความจริงและยอมให้ลูกแสดงความรู้สึกทางลบได้ เพราะการที่ลูกออทิสติกมีปัญหาในการสื่อสาร และขาดทักษะทางสังคม ย่อมมีผลให้การอยู่ร่วมกันในพี่น้องไม่ปกติสุขนัก และบ่อยครั้งลูก ๆ อาจรู้สึกว่าเหมือนกำลังถูกแย่งความสนใจของพ่อแม่ อาจรู้สึกเศร้า วิตกกังวล หรือสับสนเกี่ยวกับพฤติกรรมของพี่น้องออทิสติก หรือผลกระทบต่าง ๆ ในครอบครัว และบ่อยครั้งที่ลูก ๆ อาจรู้สึกสับสน ต่อสู้กับใจตนเอง ระหว่างความต้องการปกป้องพี่น้อง โกรธถ้าคนอื่นมาล้อเล่นพี่น้องของตนเอง พร้อมไปกับรู้สึกอายที่คนจ้องมองพฤติกรรมพี่น้องออทิสติก อย่าปฏิเสธ อย่าด่วนสอนเรื่องจริยธรรม เพราะลูก ๆ กำลังรู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ หากพ่อแม่สังเกตเห็น ควรหาโอกาสพูดคุย โดย

– กระตุ้นให้ลูกได้พูดถึงความรู้สึกด้านลบอย่างไม่ปิดกั้น เปิดโอกาสให้ลูกมีโอกาสระบาย

– สรุปทวนความรู้สึกและเหตุการณ์ที่ลูกประสบให้ลูกฟังว่าพ่อแม่เข้าใจอย่างแท้จริง ซึ่งสิ่งนี้สำคัญมากที่ลูกรับรู้ว่าพ่อแม่เข้าใจว่าลูกกำลังเผชิญอะไรอยู่

– แสดงการยอมรับว่าความรู้สึกนั้นเกิดได้เป็นธรรมดาโดยไม่จำเป็นต้องสอนในแง่ศีลธรรมหรือความรักระหว่างพี่น้องในเวลานั้น เพราะยังมีอีกหลายโอกาสในบรรยากาศดี ๆ อีกมากมายที่เราสามารถแทรกคำสอนเรื่องความรักได้

– กอดลูกแน่น ๆ

– ขอบคุณที่ลูกได้พยายามอย่างดีที่สุดแล้ว

– ถามว่ามีอะไรที่พ่อแม่จะช่วยลูกได้

– จบการพูดคุยด้วยการปรึกษาหาความเห็นร่วมกัน เพื่อช่วยให้ลูกรู้วิธีจัดการกับสถานการณ์เดิม ที่อาจเกิดขึ้นอีก ว่าควรจะหาทางออกอย่างไร

(8) ในวันดี ๆ บรรยากาศดี ๆ ชวนลูกคุย

– ถึงความรักที่เรามีกันในครอบครัว โอกาสดีที่ลูก ๆ ได้ดูแลกันและกัน

– ชี้ให้ลูก ๆ สังเกตเห็นจุดแข็ง ความสามารถ การช่วยเหลือ  สิ่งดี ๆ ที่พี่น้องออทิสติกทำได้

(9) ในกิจวัตรประจำวันทำตัวอย่างให้ดู ทำไปพร้อมกับพ่อแม่ หรือหาโอกาสนำให้ลูก ๆ ดูแลกันอย่างเป็นธรรมชาติแบบไม่ยัดเยียด เน้นการช่วยเหลือกัน ทั้งนำพี่น้องช่วยเหลือและนำให้ลูกออทิสติกมีส่วนดูแลหรือแบ่งปันพี่น้องในสิ่งที่ทำได้ และกล่าวขอบคุณลูก ๆ เมื่อพบว่าพี่น้องมีความเห็นอกเห็นใจ มีความห่วงใย การรับรู้ถึงสิ่งดีงาม อย่างสม่ำเสมอนี้ จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง

(10) หาโอกาสพิเศษ (แบบเป็นประจำ) ให้พี่น้องได้มีเวลาแบบตัวต่อตัวกับพ่อแม่ โดยมีผู้อื่นมาดูลูกออทิสติกชั่วคราว เช่น พาลูกคนอื่นไปทำกิจกรรม โดยไม่ต้องพ่วงลูกออทิสติกไปด้วยทุกครั้ง (เพราะครอบครัวที่มีลูกพิเศษหรือลูกเล็กมักทำให้พี่น้องคนอื่น ๆต้องปรับแผนของตนเองมาเป็นลูกที่ต้องการการดูแลพิเศษเป็นจุดศูนย์กลาง ซึ่งลูก ๆ มักจะคิดว่าไม่ยุติธรรม ดังนั้น ทำใจปล่อยให้ลูกออทิสติกอยู่กับคนอื่นที่เราไว้วางใจ ให้คน ๆ นั้นมาช่วยดูแลช่วงสั้น ๆ ในวันหยุด หรือวันที่เหมาะสม หรือพ่อแม่จัดเวลาเฉพาะเพื่ออ่านนิทาน สอนการบ้านพี่น้องแบบตัวต่อตัว

(11) หาโอกาสให้พี่ ๆ น้อง ๆ ได้ปลีกตัวออกไปใช้เวลาเป็นตัวของตนเองในบางเวลา (พ่อแม่ก็ควรปลีกตัวไปใช้เวลาส่วนตัวด้วยเช่นกัน) เช่น ไปทำกิจกรรมที่ชอบกับกลุ่มเพื่อน ไปค้างบ้านญาติในวัยเดียวกัน ไปเข้าค่ายที่สนใจ

“บ้านอุ่นรัก” หวังว่าแนวทางข้างต้นจะเป็นประโยชน์ต่อพ่อแม่ อีกทั้งช่วยสนับสนุนใจลูก ๆ ทุกคนในครอบครัวได้บ้างไม่มากก็น้อยค่ะ

ในเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นแล้ว ในฐานะพ่อแม่ เราจะดูแลลูก ๆ ทุกคนให้เติบโตไปด้วยกันอย่างดีที่สุดให้ได้ค่ะ

เครดิตภาพ: Unsplash | Jess Zoerb

ได้อยู่กับลูกคือช่วงเวลาที่ดี | บ้านอุ่นรัก

ได้อยู่กับลูกคือช่วงเวลาที่ดี | บ้านอุ่นรัก

 

วันนี้ ขอแชร์บทความของทีมครูกระตุ้นพัฒนาการของศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรักธนบุรี” ที่ดูจะเหมาะกับสถานการณ์ในตอนนี้มาลงเป็นแนวทางแก่พ่อแม่ผู้ปกครองค่ะ

ในสถานการณ์นี้ที่การแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ยังไม่มีทีท่าคลี่คลาย “บ้านอุ่นรัก” อยากฝากผู้ปกครองทุกบ้านว่า (1) ท่านอย่าทอดทิ้งเวลาของเด็ก ๆ ให้เสียเปล่า แม้ทำได้เล็กน้อยก็ควรทำ เพื่อสิ่งที่ท่านเพียรสร้างมาจะได้ไม่ถดถอยไป และ (2) ยามนี้ เด็ก ๆ ขาดการฝึกและกระตุ้นพัฒนาการกับทีมกระตุ้นพัฒนาการมืออาชีพอย่างต่อเนื่องมานานกว่าหนึ่งปี เด็ก ๆ จึงไม่มีที่พึ่งอื่น นอกจากท่าน และจะออกไปฝึกที่ไหนก็ยากลำบาก เพราะมีความเสี่ยง

หลายท่านกังวลเรื่องการลงมือช่วยกระตุ้นพัฒนาการให้กับลูกหลานที่บ้าน กังวลว่าตัวเองจะทำได้หรือไม่ จะทำได้ดีรึเปล่า “บ้านอุ่นรัก” อยากฝากว่า “ท่านไม่ต้องกังวล ลงมือทำเลย เป็นช่วงเวลาที่ดีที่ท่านจะได้เรียนรู้วิธีอยู่กับลูก วิธีช่วยลูก ทำไปเรื่อย ๆ เราจะค่อย ๆ เก่งขึ้น จะเกิดประสบการณ์เองค่ะ”

หลายท่านบอกว่าเด็ก ๆ ไม่ยอมเชื่อฟัง ไม่ยอมทำ …ถ้าเป็นแบบนั้น เราก็ยิ่งต้องเริ่มทำ และเพิ่มการใช้เวลาทำกิจกรรมอยู่กับลูกให้มากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปเปรียบเสมือนเราได้ทำแบบฝึกหัดบ่อย ๆ เราจะเก่งขึ้นเองค่ะ

เริ่มจากอ่านแนวทางนี้ ทำความเข้าใจ และลงมือทำนะคะ

  • เลือกกิจกรรมที่พอทำได้
  • นำมาเขียนแผนแต่ละวันแต่ละอาทิตย์จะทำอะไรบ้าง
  • หมั่นทำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน อาจเริ่มจากวันละ 10-15 นาที แล้วค่อย ๆ เพิ่มเวลาไป
  • ประเมินตนเองและลูกอยู่เสมอ หลังจากทำอย่างสม่ำเสมอสักระยะ เวลาที่อยู่ร่วมกันควรจะค่อย ๆ ง่ายขึ้น และมีความสุขขึ้น ลูกฟังเรามากขึ้น
  • หากไม่ใช่ ค่อย ๆ กลับไปปรับวิธีการสอน แผนการสอน และเทคนิคการสอน จนกว่าจะเจอทางที่รู้สึกว่าใช่ค่ะ

ทีมกระตุ้นพัฒนาการเด็กของ “บ้านอุ่นรักธนบุรี” และ “บ้านอุ่นรักสวนสยาม” ขอส่งกำลังใจและความคิดถึง ๆ เด็ก ๆ ตลอดจนพ่อแม่ผู้ปกครองทุกท่าน แม้เราอยู่ห่างกันในยามนี้ แต่ก็จะช่วยกันหาแนวทางเพื่อกระตุ้นพัฒนาการของเด็ก ๆ ไปด้วยกันค่ะ

เครดิตภาพ:  freepik.com | prostooleh

การดูแลและกระตุ้นพัฒนาการเด็กออทิสติกของศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก”

การดูแลและกระตุ้นพัฒนาการเด็กออทิสติกของศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก”

ทีมครูกระตุ้นพัฒนาการเด็กของศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” คำนึงถึงอาการหลักของเด็กออทิสติก คือ ความหมกมุ่นและชอบอยู่ในโลกของตนเอง มาเป็นหลักในการวาง “3 แนวทางกระตุ้นพัฒนาการ” อันนำไปสู่การบำบัดรักษา คือ

  1. การมีปฏิสัมพันธ์ในเชิงบวกระหว่างนักเรียนและทีมครู เพื่อให้เด็กสัมผัสรักผ่านสัมพันธภาพดี ๆ ความสนุก การเล่น พร้อม ๆ ไปกับการแทรกวินัยตามจำเป็นตามวัยเพื่อนำทางและต่อยอดทางพัฒนาการให้เด็กสามารถเจริญเติบโตและยืนหยัดอยู่บนโลกนี้ได้อย่างมีความหมาย
  2. การแทรกแซงและจัดสภาพการดำรงชีวิตประจำวันให้เด็กได้รับการกระตุ้นพัฒนาการที่ครอบคลุมแบบบูรณาการทุกด้าน
  3. การปรับแต่งพฤติกรรมที่ขัดขวางการดำรงชีวิตของเด็ก เช่น พฤติกรรมหงุดหงิด ยึดติดรูปแบบ แยกตัว และหมกมุ่นสนใจสิ่งของหรือกิจกรรมเฉพาะอย่างจนขาดความสนใจในเรื่องอื่น ๆ เป็นต้น

นอกจากนี้ “บ้านอุ่นรัก” ยังให้ความสำคัญกับ “การกระตุ้นพัฒนาการระยะเริ่มแรก (Early Intervention)” เพื่อสร้างเสริมพัฒนาการและเตรียมความพร้อมให้เด็กวัย 2-5 ขวบ (วัยก่อนเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาล) โดย

  1. กระตุ้นพัฒนาการระยะเริ่มแรกมีเป้าหมายในการแก้ไขอาการและธรรมชาติของเด็กออทิสติกที่ยังขัดขวางพัฒนาการ เช่น
  • เพิ่มความใส่ใจต่อบุคคลและสร้างเสริมทักษะการสานต่อปฏิสัมพันธ์แบบสองทาง
  • กระตุ้นการเลียนแบบให้มีมากขึ้น
  • เพิ่มความสนใจต่อสิ่งเร้ารอบตัวอย่างมีความหมาย
  • เพิ่มทักษะทางภาษา ซึ่งหมายรวมถึงการขยายศัพท์ การฟังเข้าใจ และกระตุ้นการพูดเพื่อการสื่อสาร
  • เพิ่มช่วงการคงสมาธิ
  • ปรับความสมดุลการเคลื่อนไหวและระบบการรับสัมผัส
  • ปรับพฤติกรรมที่ขัดขวางการดำรงชีวิต
  1. เตรียมความพร้อมก่อนเข้าโรงเรียน (School Readiness) โดย
  • สร้างแรงจูงใจให้เด็กๆ เกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้สิ่งใหม่ด้วยตนเอง
  • เพิ่มระดับการตอบสนองและมีส่วนร่วมกับกิจกรรมตามตารางกิจวัตรประจำวันอย่างมีความหมายมากขึ้น
  • เตรียมการดำรงชีวิต ประกอบด้วยการควบคุมตนเองในด้านพฤติกรรม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ขัดขวางการดำรงชีวิต และการอยู่ร่วมกับบุคคลรอบข้าง
  • เพิ่มทักษะพื้นฐานในการช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน
  1. เตรียมความพร้อมด้านทักษะการเรียนรู้และพื้นฐานวิชาการ
  2. ประเมินความพร้อมของเด็กก่อนเข้าเรียนร่วมในโรงเรียน

ในการทำงานของทีมครูกระตุ้นพัฒนาการเด็กของ “บ้านอุ่นรัก” เราเน้นการวางรากฐานที่มั่นคงให้กับเด็ก ๆ ตลอดจนการร่วมใจกันทั้ง 3 ฝ่าย ทั้งบ้าน ทีมบำบัด และโรงเรียนของเด็ก เพื่อสนับสนุนให้เด็กที่พร้อมเข้าเรียนร่วมสามารถที่จะปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตในโรงเรียนและได้นำศักยภาพของตนเองมาใช้ในการเรียนรู้ได้อย่างเต็มความสามารถ จนถึงระดับที่เกิดการเรียนร่วมอย่างมีความหมายต่อไป

อันที่จริงแล้ว แนวทางของเราทำได้ไม่ยาก และเราสนับสนุนให้คนที่บ้านทำแบบเดียวกันนี้คู่ขนานไปกับเรา ทั้งนี้เพราะ เมื่อทีมกระตุ้นพัฒนาการและคนที่บ้านร่วมใจกันทำตามแนวทางข้างต้น เด็กจะได้รับประโยชน์มากยิ่งขึ้นจากสิ่งที่เราร่วมใจกันทำ

สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการทราบข้อมูลเรื่องการบริการของเราหรือจะส่งลูกหลานวัย 2-5 ขวบที่มีอาการออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้ากว่าวัย มากระตุ้นพัฒนาการ ปรับแต่งพฤติกรรม และเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาล ท่านสามารถติดต่อเราได้หลายช่องทางเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

เครดิตภาพ: Unsplash | @bakutroo | SlidesCarnival

ทำไมจึงต้องออกแบบการสอน | บ้านอุ่นรัก

ทำไมจึงต้องออกแบบการสอน | บ้านอุ่นรัก

“การออกแบบการสอน” ของทีมครูกระตุ้นพัฒนาการเด็ก ที่ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” จะมาในรูปของกิจกรรมสนุก ๆ ที่ทีมครูวางแผนการสอนมาเป็นอย่างดี เพื่อช่วยสนับสนุนให้เด็กเข้าใจ และสนุกที่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่

การช่วยให้เด็กที่ขาดสมาธิ เด็กที่เรียนรู้ได้ล่าช้า หรือเด็กที่มีทักษะทางภาษายังไม่สมวัย ครูผู้สอนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจธรรมชาติในการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคน และนำองค์ความรู้เรื่องการออกแบบการสอน มาประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรม

สำหรับทีมครูกระตุ้นพัฒนาการเด็กของ “บ้านอุ่นรัก” เรานำหลักการจากหลายแนวคิดทฤษฎีมาประยุกต์และปรับใช้เป็นวิธีการสอน โดยเน้นการออกแบบสื่อและแบบฝึกหัดที่เหมาะสมกับเด็กเป็นรายบุคคล และต้องเหมาะกับความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กทั้ง 3 ระดับพร้อม ๆ กันไปด้วย คือ (1) เด็กที่เรียนรู้เร็ว (2) เด็กที่เรียนรู้ระดับปานกลาง และ (3) เด็กที่เรียนรู้ช้า

ที่ “บ้านอุ่นรัก” เรามีวิธีการสอนเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของเด็กที่เรียนรู้ได้ล่าช้า และขาดสมาธิ ดังนี้

  1. เน้นการเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสหลายมิติ หรือเรียนรู้ผ่านการลงมือทำกิจกรรม
  2. นำกิจกรรมเคลื่อนไหวมาช่วยเพิ่มความสนใจในการเรียนรู้
  3. ใช้หลักการย่อยงาน หรือ Task Analysis โดยนำเนื้อหาวิชาที่ยาก ซับซ้อน มาแปลงสภาพให้เด็กเข้าใจได้โดยง่าย
  4. ใช้ภาษาสั้น ๆ ตรงความหมาย เป็นรูปธรรมชัดเจน
  5. เพิ่มสื่อที่เป็นรูปธรรมให้เด็กเรียนรู้ผ่านการมองเห็น หรือ Visual Learning เพื่อช่วยให้เด็กเข้าใจเป็นรูปธรรม
  6. ในกิจกรรมที่ยากหรือซับซ้อน เราจะเริ่มด้วยกิจกรรมที่คาดว่าเด็กจะทำได้เอง 80 %

ทีมครูกระตุ้นพัฒนาการเด็กของศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” ออกแบบการสอนอย่างไร ลองชมตัวอย่างกันสักหน่อยดีไหมคะ?

  • ออกแบบอย่างเป็นรูปธรรม
  • จัดเป็นกิจกรรมสนุก ๆ ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ผ่านการมองเห็น (Visual Learning) เพื่อเพิ่มความเข้าใจให้ชัดเจนขึ้น
  • ใช้สื่อหลายรูปแบบ เช่น ภาพ ตัวเลข ตัวอักษร สี สัญลักษณ์ บัตรคำ โมเดล การ์ดภาพ การวาดภาพประกอบ หรือเขียนคำ เพื่อช่วยให้เด็ก ๆ สามารถจดจำหรือเข้าใจได้ชัดเจนขึ้นเมื่อต้องเรียนรู้ในสิ่งที่เป็นนามธรรม เรียนรู้เชิงแนวความคิด (Concept) การเรียนรู้เชิงมิติสัมพันธ์ หรือการจัดแยกประเภท

 

ทีมครูของ “บ้านอุ่นรัก” มั่นใจในการออกแบบการสอนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กเป็นรายบุคคล นอกจากนี้ เรายังมั่นใจด้วยว่าเรารับมือเด็กได้ทุกรูปแบบ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองที่ส่งลูกหลานมาเรียนรู้ กระตุ้นพัฒนาการ หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกับเรา สามารถคลายความวิตกกังวลได้ค่ะ เราสัญญาจะทำเต็มที่ ทำอย่างถูกหลักการ และทำอย่างสุดความสามารถทุกวันเพื่อลูกหลานของทุกท่านและลูกศิษย์ของเราค่ะ

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองของลูกออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้ากว่าวัย หากสนใจส่งลูกหลานมาเรียนที่ “บ้านอุ่นรัก” หรือจะสั่งซื้อสื่อการเรียนการสอนเพื่อไปสอนเด็ก ๆ ที่บ้าน หรือต้องการลงทะเบียนเรียนคอร์สออนไลน์ที่ “บ้านอุ่นรัก” จัดทำขึ้นและเหมาะกับพ่อแม่ผู้ปกครองและครู หรือต้องการให้ทีมครูของเราเป็นที่ปรึกษาในการสร้างทีมครอบครัวบำบัด ท่านสามารถติดต่อทีมกระตุ้นพัฒนาการของ “บ้านอุ่นรักสวนสยาม” และ “บ้านอุ่นรักธนบุรี” ผ่านไลน์ได้ค่ะ

เครดิตภาพ: freepik.com | vectors | photographeeasia

ทำไมนะ แม้เราจะทุ่มเทนำลูกไปฝึกกับผู้เชี่ยวชาญบ่อยครั้งขนาดไหน แต่ลูกอาการไม่ดีขึ้นดังที่คิด | บ้านอุ่นรัก

ทำไมนะ แม้เราจะทุ่มเทนำลูกไปฝึกกับผู้เชี่ยวชาญบ่อยครั้งขนาดไหน แต่ลูกอาการไม่ดีขึ้นดังที่คิด | บ้านอุ่นรัก

เหตุผลที่ลูกอาการไม่ดีขึ้นดังที่คิดเกิดจากข้อจำกัด 2 ประการ

  1. เราไม่เข้าใจว่ากลุ่มอาการออทิซึมเป็นกลุ่มอาการพัฒนาการล่าช้าแบบแผ่ขยาย ดังนั้น หากเรามุ่งลงน้ำหนักการกระตุ้นพัฒนาการไปเน้นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เรากังวลเป็นพิเศษ โดยไม่ได้แก้ไขพัฒนาการด้านอื่น ๆ ไปพร้อมกัน อาจเป็นการแก้ไขที่ไม่ตรงจุดหรือไม่ครอบคลุมมากพอที่จะทำให้เกิดความก้าวหน้าของพัฒนาการในภาพรวม ดังนั้น การแก้ไข คือ เราจำเป็นต้องแก้ไขพัฒนาการแบบบูรณาการพร้อมกันไปในทุกด้าน เพราะปัญหาพัฒนาการบางเรื่องจะส่งผลถึงพัฒนาการด้านอื่น ๆด้วย ทั้งในแง่ที่จะทำให้อาการแย่ลงหรือดึงให้พัฒนาการทุกด้านก้าวหน้าในทางดีขึ้น
  2. ประเด็นที่พบบ่อย คือ หากที่บ้านไม่ได้นำแนวทางที่ทีมบำบัดจัดการกระตุ้นพัฒนาการมาประยุกต์ให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน จึงไม่เกิดความซ้ำ หรือลูกไม่เกิดประสบการณ์ตรงมากพอ ในภาพรวมลูกมักจะไม่ดีขึ้น หรือพัฒนาการก้าวหน้าช้ากว่าที่ควรหรือลูกอาจจะดีขึ้นเฉพาะกับครูผู้ที่ได้คลุกคลีลงมือทำจริงจังกับลูกเท่านั้น ดังนั้น การแก้ไข คือ เราในฐานะพ่อแม่ผู้ปกครองจำเป็นต้องเรียนรู้แนวทางที่ทีมบำบัดจัดการกระตุ้นพัฒนาการและนำมาประยุกต์ให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน นำมาสร้างบรรยากาศในบ้านให้เกิดการกระตุ้นพัฒนาการอย่างสม่ำเสมอและมากพอที่ลูกจะเกิดประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ ๆ

เครดิตภาพ: freepik.com | pch-vector