4 แนวคิด…เติมความเข้มแข็งให้เต็มหัวใจ | บ้านอุ่นรัก

4 แนวคิด…เติมความเข้มแข็งให้เต็มหัวใจ | บ้านอุ่นรัก

สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองและสมาชิกทุกคนในครอบครัวของลูกที่มีความต้องการเป็นพิเศษ แม้จะนับได้ว่าเป็นคนที่เกิดมาเพื่อจะเข้มแข็งและสตรอง (Strong) แต่เมื่อเจอปัญหา อุปสรรค หรือการถูกกระทำให้รู้สึกเจ็บปวด ความเข้มแข็งในใจอาจเจือจาง…

เมื่อไรที่หัวใจเริ่มขาดความเข้มแข็ง ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” อยากให้ท่านใช้แนวคิดดังต่อไปนี้ เพื่อเติมความเข้มแข็งให้เต็มหัวใจอีกครั้ง

4 แนวคิด…เติมความเข้มแข็งให้เต็มหัวใจ

หนึ่ง: ตั้งมั่นว่าเราจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อ ไม่ปล่อยให้เหตุการณ์พาเราออกไปไกลกว่านี้ แต่จะหันมาเน้นที่ตนเอง เน้นแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้า ณ ปัจจุบัน มากกว่าจะรำพึงถึงความทุกข์หรือการถูกกระทำในอดีต เน้นการหาทางเลือกหลาย ๆ ทาง แล้วเลือกทางแก้ไขปัญหา ตลอดจนรับผิดชอบผลนั้นด้วยตนเอง

สอง: เราจะถามตนเองเมื่อพบอุปสรรคและปัญหาว่าเราต้องการให้เรื่องนี้จบลงอย่างไร ประเมินว่าทางจบที่เราต้องการให้เป็นในความเป็นจริงว่าจะเป็นไปได้จริงหรือไม่ ถ้าจะเป็นไปได้ เราจะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบ โดยควรจะเริ่มต้นทำอะไร แต่ถ้าเป็นไปไม่ได้ มีปัจจัยอะไรหรือใครเป็นปัจจัยที่เราควบคุมผลลัพธ์เองไม่ได้ ในที่สุด เมื่อเป็นอย่างใจเราต้องการไม่ได้ เราจำเป็นต้องทำใจยอมรับและเลือกที่จะเดินก้าวต่อไปข้างหน้าให้ดีที่สุด

สาม: เลิกใช้กลไกทางจิต เลิกดัดแปลงใจ มองตรงลงไปที่ใจตนเอง รู้สึกอย่างไร ไม่ว่าดีหรือร้าย  จะเป็นที่ยอมรับของคนอื่นหรือไม่ ไม่สำคัญ เท่าเราเรียนรู้และเข้าใจตนเอง แค่เข้าใจ ยิ้มรับตนเองในฐานะมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ มีชีวิตจิตใจ และยอมรับความเป็นธรรมดาของโลก ที่อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ สิ่งนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว แต่ทุกสิ่งที่เกิดแล้ว สักวันหนึ่งจะผ่านพ้นไป เราจะยิ้มรับและทำดีที่สุด

สี่: เราจะไม่โทษใครเพราะนี่คือชีวิตของเราที่เรามีส่วนต้องรับผิดชอบ เราจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อของเหตุการณ์ใด ๆ อีกต่อไป แต่เราจะทำอย่างดีที่สุดเท่าที่มนุษย์ตัวเล็ก ๆ จะสามารถยืนหยัด  อย่างเข้มแข็งบนโลกใบนี้

ในฐานะครูของลูกที่มีความต้องการเป็นพิเศษและเพื่อนคู่คิดของพ่อแม่ผู้ปกครอง หากวันนี้หรือวันไหน ๆ เป็นอีกหนึ่งวันแย่ ๆ “บ้านอุ่นรัก” ขอส่งพลังใจและอ้อมกอดแน่น ๆ มาให้… เดินก้าวไปข้างหน้าพร้อม ๆ กับลูกด้วยหัวใจที่เข้มแข็งนะคะ

เครดิตภาพ: PowerPoint Design Ideas

ข้อจำกัด 2 ประการที่ส่งผลต่อการสร้างเสริมพัฒนาการของลูก | บ้านอุ่นรัก

ข้อจำกัด 2 ประการที่ส่งผลต่อการสร้างเสริมพัฒนาการของลูก | บ้านอุ่นรัก

ในการกระตุ้นพัฒนาการให้กับลูก ๆ ที่มีปัญหาด้านพัฒนาการนั้น เรามักพบเสมอว่าแม้บางครอบครัวจะทุ่มเทพาลูกไปฝึกและกระตุ้นพัฒนาการกับผู้เชี่ยวชาญบ่อยครั้งขนาดไหน แต่ลูกอาจไม่ได้ดีขึ้นดังที่คิด ทั้งนี้เกิดจากข้อจำกัด 2 ประการ ดังต่อไปนี้ คือ

ข้อจำกัด 2 ประการที่ส่งผลต่อการสร้างเสริมพัฒนาการของลูก

  • พ่อแม่ผู้ปกครองมักมุ่งไปเน้นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่มีความกังวลเป็นพิเศษ โดยไม่ได้แก้ไขพัฒนาการด้านอื่น ๆ ไปพร้อม ๆ กัน
  • ที่บ้านไม่ได้จัดการกระตุ้นพัฒนาการให้เกิดขึ้นจริงแทรกในชีวิตประจำวัน ดังนั้น อาการของลูกในภาพรวมมักจะไม่ดีขึ้น พัฒนาการไม่คืบหน้าเท่าที่ควร หรือลูกอาจจะมีอาการที่ดีขึ้นเฉพาะในเวลาที่ลูกอยู่กับครูกระตุ้นพัฒนาการและทีมบำบัดผู้ที่ได้คลุกคลี ลงมือทำจริงจังร่วมกันกับลูกเท่านั้น

หากพ่อแม่ผู้ปกครองตั้งใจอย่างจริงจังที่จะขจัดข้อจำกัดทั้ง 2 ประการข้างต้น พ่อแม่ผู้ปกครองก็จะสามารถช่วยเหลือและสนับสนุนให้ลูกได้รับโอกาสในการสร้างเสริมพัฒนาการได้ครบรอบด้าน ทั้งด้านภาษา สังคม พฤติกรรม และอารมณ์ ตลอดจนมีทีมครอบครัวที่จะทำงานกระตุ้นพัฒนาการให้ลูกที่บ้านคู่ขนานไปกับทีมบำบัดมืออาชีพตามแนวทางที่ทีมบำบัดมืออาชีพแนะนำ เพื่อลูก ๆ มีพัฒนาการที่คืบหน้ามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและเก่งยิ่ง ๆ ขึ้นตามลำดับต่อไป

เครดิตภาพ: Unsplash | Pawel Czerwinski

ถอดรหัส 3 เคล็ดลับในการฟื้นฟูพัฒนาการของลูก | บ้านอุ่นรัก

ถอดรหัส 3 เคล็ดลับในการฟื้นฟูพัฒนาการของลูก | บ้านอุ่นรัก

(1) สร้างแบบฝึกให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน ให้ลูกมีโอกาสได้รับประสบการณ์ตรงซ้ำแล้วซ้ำอีกในเรื่องที่ลูกมีความล่าช้า

(2) จัดโครงสร้างชีวิตประจำวันให้ลูกมีกิจวัตรประจำวันอย่างมีความหมาย โดยแทรกการกระตุ้นพัฒนาการให้ครอบคลุมทุกด้านเพื่อดึงศักยภาพทางพัฒนาการในภาพรวม ลูกจึงจะมีความก้าวหน้าขึ้นอย่างชัดเจน

(3) ใส่ใจลงไปคลุกคลีกับลูกมากขึ้น ใช้ปฎิสัมพันธ์แบบสองทาง สานต่อกับลูกบ่อย ๆ เพื่อนำให้ลูกเลียนแบบ ลงมือทำ เลียนแบบท่าทาง เลียนแบบการพูด ตลอดจนเพิ่มโอกาสการสบตา การกอด การเล่นสนุก และหัวเราะร่วมกัน เพราะลูกจะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ดีที่สุดจากสัมพันธภาพที่ดีและจากการเลียนแบบ

เครดิตภาพ: Freepik.com

8 สิ่งที่พ่อแม่ควรทำเมื่อลูกได้รับการวินิจฉัยว่ามีความไม่สมวัยทางพัฒนาการ | บ้านอุ่นรัก

8 สิ่งที่พ่อแม่ควรทำเมื่อลูกได้รับการวินิจฉัยว่ามีความไม่สมวัยทางพัฒนาการ | บ้านอุ่นรัก

(1) ศึกษาหาข้อมูลเพื่อจะเข้าใจลักษณะอาการและข้อจำกัดของลูก

ทำเพื่อเข้าใจลูกอย่างแท้จริงว่าลูกจะทำอะไรได้ จะทำอะไรไม่ได้ เพื่อหาทางแก้ไข และเข้าใจและตระหนักรู้ให้ได้ว่าความจำกัดนั้น ๆ ลูกไม่ได้ตั้งใจจะเป็น แต่คืออาการที่ลูกควบคุมตนเองไม่ได้จริง ๆ

(2) ยอมรับความจริง แต่ไม่ยอมแพ้

ความจริงเรื่องความไม่สมวัยด้านพัฒนาการเกิดขึ้นกับครอบครัวเราแล้วอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่โชคดีที่ลูกเกิดเป็นลูกของเรา เพราะเรามีความรักมากพอ มีเวลามากพออีกยาวนานกว่าลูกจะโต เราจะยิ้มรับและจับมือลูกลุกขึ้น ก้าวเดินต่อไปให้ได้

(3) ปรับความคาดหวัง ปรับวิถีชีวิต 

เนื่องจากการแก้ไขความล่าช้าทางพัฒนาการจำเป็นต้องอาศัยระยะเวลาต่อเนื่องยาวนาน และในหลายกรณี เป็นการดำเนินโรคตลอดชีวิตที่ไม่หายขาด แต่ถ้าทำได้ดี ลูกจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ

(4) นำลูกเข้าสู่กระบวนการรักษา โดยพ่อแม่มีส่วนร่วมลงมือทำเองอย่างจริงจัง

พ่อแม่รับแนวทางการบำบัดรักษาจากทีมบำบัดมืออาชีพแล้วลงมือทำด้วยตนเองคู่ขนานที่บ้านไปด้วย นอกจากนี้ พ่อแม่ต้องเป็นแกนกลางประสานแนวทางปฎิบัติให้ทุกคนรอบข้างที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันทำไปในแนวทางเดียวกัน

(5) ทำให้ทุกวันของลูกมีความหมาย

จัดกิจวัตรประจำวันโดยแทรกการส่งเสริมพัฒนาการของลูกอย่างครอบคลุมทุกมิติ และให้ลูกได้รับประสบการณ์ทางบวกว่าลูกเป็นที่รักของพ่อแม่ และพ่อแม่จะสนับสนุนให้ลูกเก่งขึ้นทุก ๆ วัน

(6) สื่อสารกับสมาชิกทุกคนในครอบครัวให้ร่วมแรงใจกันทำ

สลับบทบาทกันทำและพัก อะไรที่สมาชิกยังทำไม่ถูกต้องตามแนวทาง พ่อแม่ทำตัวอย่างให้เห็น ระมัดระวังที่จะสื่อสารกันด้วยเมตตา เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน

(7) พ่อแม่ไม่ลืมที่จะแบ่งความสนใจและเวลาเฉพาะให้กันและกันเองและให้ลูก ๆ ทุกคน

เพราะขณะที่ทุกคนทุ่มเทแก้ไขพัฒนาการของลูกที่ล่าช้า แต่ทุกคนที่เกี่ยวข้องต่างยังมีชีวิตจิตใจ มีปัญหาอุปสรรคของตนเอง ที่ต้องการความรักและเอาใจใส่ เท่าเทียมกัน พ่อแม่จึงต้องแบ่งเวลาและความสนใจให้แก่ตนเองและทุกคนที่เกี่ยวข้องด้วย

(8) ประเด็นสำคัญที่สุด คือ พ่อแม่จำเป็นต้องอนุญาตตนเองให้มีความสุขและผ่อนคลาย       

หาช่องว่างทางอารมณ์ง่าย ๆ แทรกระหว่างวันบ่อย ๆ  จัดเวลาสลับบทบาทการดูแลกัน เพื่อคนที่เหลือจะสามารถปลีกตัวไปหามุมสงบ  หากิจกรรมที่ทำแล้วรู้สึกผ่อนคลาย มีเวลาเฉพาะที่จะทำในสิ่งที่ตนเองรู้สึกเป็นตัวของตัวเองในแบบที่จะไม่กระทบความสงบสุขของครอบครัว  เช่น  ออกกำลังกาย  ขี่จักรยาน  อ่านหนังสือ  ล้างรถ  ออกไปซื้อของ ถ้าลูกอยู่กับคนที่ปลอดภัยแล้ว  อย่ารู้สึกผิด ที่จะหาโอกาสให้ตนเองมีความสุขเล็ก ๆ ชาร์จพลังใจเพื่อจะสู้ต่อ

เพราะเรารีบลงมือทำ กว่าเจ้าตัวเล็กจะโต เราจึงมีเวลาอีกยาวนานในการสร้างเสริมพัฒนาการของลูกให้รอบด้านมากที่สุด เราสามารถเลี้ยงลูกไปด้วยและใช้ชีวิตของตนเองไปด้วยอย่างมีความสุขพร้อม ๆ กันไป

เครดิตภาพ: Freepik.com | senivpetro

7 แนวทางช่วยลูกขึ้นรูปและสร้างตัวตนของตัวเองอย่างมีความสุข | บ้านอุ่นรัก

7 แนวทางช่วยลูกขึ้นรูปและสร้างตัวตนของตัวเองอย่างมีความสุข | บ้านอุ่นรัก

ในขณะที่ลูกกำลังขึ้นรูปเพื่อสร้างตัวตนของตนเองอยู่นั้น ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” ขอนำเสนอแนวทาง 7 ประการดังต่อไปนี้ เพื่อพ่อแม่ผู้ปกครองนำไปพิจารณาปรับใช้เป็นแนวทางการช่วยเหลือ ให้การสนับสนุน และผลักดันลูก จนลูกค่อย ๆ ก้าวเดินด้วยความมั่นใจสู่ความสำเร็จได้อย่างมีความสุข

7 แนวทางช่วยลูกขึ้นรูปและสร้างตัวตนของตัวเองอย่างมีความสุข

(1) ข้อเท็จจริงคือลูกยังเล็ก

การที่ลูกยังเล็กย่อมหมายถึงทักษะ พัฒนาการ ความสามารถ และประสบการณ์ในชีวิตที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่การที่ลูกยังเล็กไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่ผู้ปกครองต้องเลี้ยงดูลูกแบบเบบี๋หรือเลี้ยงแบบเด็กกว่าวัย แต่ควรประมาณความสามารถของลูกในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบด้านตามวัย และค่อย ๆ ตั้งเป้า ต่อยอดความสามารถ ให้ลูกเติบโตทีละก้าวอย่างมีความสุขในทุก ๆ วัน การใช้เวลาคลุกคลีอยู่กับลูกตั้งแต่ลูกยังเล็ก จะช่วยให้พ่อแม่ผู้ปกครองสังเกตเห็นข้อจำกัดและศักยภาพของลูก หากพบว่าลูกขาดทักษะด้านใด ก็ควรค้นหาหนทางและวิธีช่วยลูกให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตจริง และส่งเสริมทักษะและพัฒนาการให้กับลูกอย่างรอบด้านเป็นลำดับต่อไป

(2) อย่าเพิ่งมุ่งที่ความสำเร็จ

แม้เป้าหมายในการช่วยลูกขึ้นรูป คือ ลูกสามารถสร้างตัวตนได้สำเร็จ แต่จากข้อเท็จจริงที่ว่าลูกยังเล็กและยังขาดทักษะและประสบการณ์ พ่อแม่ผู้ปกครองจึงอย่าเพิ่งมุ่งที่ความสำเร็จ แต่ควรเน้นให้ลูกได้ลงมือทำ ได้ลองถูกลองผิด และได้มีประสบการณ์ในการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเองตามวัย โดยมีพ่อแม่ผู้ปกครองอยู่เคียงข้าง คอยให้กำลังใจ ให้ข้อเสนอแนะ คอยชื่นชมส่งเสียงเชียร์แม้เพียงความสำเร็จเล็ก ๆ ที่ลูกทำได้ก็ตามที เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกและลูกมีความภาคภูมิใจในความสามารถและความสำเร็จไปทีละขั้นตามวัยของตนเอง ทั้งนี้ ในขณะที่ลูกลงมือทำ พ่อแม่ผู้ปกครองที่คลุกคลีอยู่กับลูก ควรร่วมลงมือทำไปกับลูก และให้ความช่วยเหลือตามจังหวะและโอกาสที่เหมาะสม แม้ในระยะแรกของการลงมือทำเรื่องใหม่ ๆ ที่ลูกยังไม่คุ้นเคย พ่อแม่ผู้ปกครองอาจต้องช่วยลูกอย่างเต็มที่ แต่จะค่อย ๆ ลดการให้ความช่วยเหลือลง จนกระทั่งปล่อยให้ลูกลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นกิจวัตรประจำวันของตนเองแบบครบจบกระบวนการได้ด้วยตนเองในท้ายที่สุดต่อไป

(3) เน้นการทำซ้ำ

เมื่อลูกเริ่มเรียนรู้ด้วยการลงมือทำสิ่งใด ๆ ก็ตาม ขอให้พ่อแม่ผู้ปกครองให้โอกาสลูกได้ทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ เพื่อสะสมประสบการณ์ การทำซ้ำ ๆ เป็นโอกาสที่ลูกได้ฝึกฝนจนเก่งยิ่ง ๆ ขึ้นได้เองตามวันเวลา

(4) ให้ความสำคัญกับการสร้างธรรมชาติของการเรียนรู้และการเปิดโลกของลูก

โดยธรรมชาติของลูกออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้ากว่าวัย ลูกมักขาดความสนใจและไม่ค่อยมีแรงจูงใจที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองจึงต้องหาทางชักชวน สร้างแรงจูงใจ และสร้างโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่อยู่รอบตัว ทั้งนี้เพื่อสร้างเสริมทักษะของลูกให้รอบด้านอันจะเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยตนเองในอนาคตต่อไป

(5) วางเป้าหมายให้ลูกสานต่อแบบสองทางกับเราและคนรอบข้าง

การสานต่อแบบสองทางเป็นทักษะทางสังคมที่สำคัญ และไม่เพียงจะช่วยสร้างทักษะทางสังคมให้กับลูก แต่ยังช่วยเพิ่มพูนพัฒนาการด้านการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร โดยเฉพาะการสื่อสารเพื่อบอกความรู้สึกและความต้องการ นอกจากนี้ ยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนรอบข้างที่อยู่ในชีวิตลูกได้รู้จักและเห็นถึงความน่ารักน่าเอ็นดูของลูก ตลอดจนได้เข้ามาช่วยกันดูแลลูกในแบบที่คนรอบข้างจะทำได้ ซึ่ง “บ้านอุ่นรัก” มักเรียกรูปการณ์แบบนี้ว่า “การทำให้ลูกกลายเป็นสมบัติสาธารณะ” นั่นเอง

(6) เชื่อมั่นในศักยภาพของลูก

ครูบ้านอุ่นรักมักกล่าวกับพ่อแม่ผู้ปกครองของลูกศิษย์เสมอว่าลูกที่อยู่ตรงหน้าเราในวันนี้ ยังไม่ใช่ตัวจริง ลูกจะเก่งขึ้นได้อีกอย่างน้อย  5 เท่า แต่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องเชื่อมั่นในศักยภาพของลูก ไม่ปล่อยวางกลางครัน และต้องหนักแน่นว่าลูกที่ผ่านการเรียนรู้และฝึกฝนจะเก่งยิ่ง ๆ ขึ้นตามวันเวลา

(7) ให้โอกาสลูกได้เติบโตในบรรยากาศที่ดี

ในช่วงที่ลูกฝึกฝนและพัฒนาทักษะ หากลูกทำสิ่งใดไม่ได้ ยังทำไม่สำเร็จ หรือทำผิดซ้ำ ๆ พ่อแม่ผู้ปกครองพึงต้องระวังใจและระวังคำพูด คำพูดที่จะใช้กับลูกต้องเป็นคำพูดทางบวก การพูดคุยชี้แนะหรือการพูดเพื่อกระตุ้น ต้องพูดสั้น ๆ ให้ลูกเข้าใจโดยง่ายและมองเห็นภาพสิ่งที่เราต้องการให้ลูกทำ พูดด้วยน้ำเสียงเมตตาให้ลูกรู้สึกดีและรู้คุณค่าของตัวเอง

การช่วยลูกขึ้นรูปอาจมีทั้งการสอน การลุ้น การเฝ้ามอง และการรอชื่นชมลูกที่ค่อย ๆ เจริญเติบโตอย่างมีความสุข หากลูกได้มีโอกาสขึ้นรูปเพื่อสร้างตัวตนในบรรยากาศที่ดี เข้าใจ และเอื้อต่อการสร้างเสริมพัฒนาการ ในเวลาที่เหมาะสม ลูกจะค่อย ๆ เผยตัวตนที่แท้จริงให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้ชื่นชมและภาคภูมิใจ

เมื่อพ่อแม่ผู้ปกครองให้โอกาสลูกได้พิสูจน์และแสดงศักยภาพของตนเอง ลูกจะเก่งขึ้นได้อีกอย่างน้อย 5 เท่าค่ะ

เครดิตภาพ: Freepik.com | jcomp