ความรู้สึกของแดเนี่ยล แทมเม็ต ผู้เขียนหนังสือ เรื่อง “จากออทิสติกสู่อัจฉริยะ (Born on a Blue Day)” | บ้านอุ่นรัก

ความรู้สึกของแดเนี่ยล แทมเม็ต ผู้เขียนหนังสือ เรื่อง “จากออทิสติกสู่อัจฉริยะ (Born on a Blue Day)” | บ้านอุ่นรัก

คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง อาจเคยสงสัยในบางครั้งว่าลูกออทิสติกที่วันนี้ยังไม่ยอมพูดไม่ยอมจา ไม่สบตา หรือไม่บอกรักเรา เขารู้สึกอย่างไรต่อเรากันนะ….?

ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” ขอนำข้อความที่ “แดเนี่ยล แทมเม็ต” (ผู้เขียนหนังสือ เรื่อง “จากออทิสติกสู่อัจฉริยะ (Born on a Blue Day)) เขียนถึงคุณพ่อและคุณแม่ของเขาไว้อย่างน่ารักจับใจมาฝาก ทั้งนี้ เรามั่นใจว่า…ลูกของคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองก็รู้สึกเช่นนี้เช่นกัน

“…..ผมนั่งอยู่ตรงนี้ในเวลานี้…เพื่อเล่าเรื่องราวในอดีตสมัยเป็นเด็ก…ผมรู้สึกอัศจรรย์ใจกับความพยายามและอดทนที่พ่อกับแม่มีให้ผมอย่างมากมายแม้จะได้รับผลตอบกลับเพียงเล็กน้อย เทียบกับเวลาที่เสียไป

เวลาที่ฟังพ่อแม่เล่าถึงช่วงเวลาหลายปีในวัยเยาว์ของผม  มันเหมือนต้องมนตราอันแปลกประหลาด 

ได้รับรู้ว่าท่านต้องปรับเปลี่ยนบทบาทของตัวเองในการเลี้ยงดูผมอย่างไร เมื่อท่านเริ่มเข้าใจถึงปัญหาหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้นมากมายจนทำให้ผมสามารถยืนหยัดในโลกนี้อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ 

แม้ผมจะมีปัญหามากมาย ทั้งการร้องไห้อาละวาดและความยากอื่น ๆ ในการเลี้ยงดู..พ่อกับแม่ก็ยังรักผม  โดยปราศจากเงื่อนไขใดใดและยอมอุทิศตน  เสียสละทุกอย่าง เพื่อช่วยเหลือผมทีละเล็กทีละน้อยวันแล้ววันเล่า

พวกท่านเป็นยอดคนของผมอย่างแท้จริง”

คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง อย่ายอมแพ้กลางคันนะคะ เพราะทุกท่านคือ The Back-Up ผู้เป็นคนเบื้องหลัง ผู้เต็มไปด้วยพลังแห่งรัก และเป็น “ยอดคนของลูก” ที่สามารถทำสิ่งดี ๆ เพื่อลูกได้เสมอค่ะ

VDO รายการ “พบหมอรามา ช่วง Big story ตอน เด็กสมาธิสั้นกับเด็กไฮเปอร์ แตกต่างกันอย่างไร” | บ้านอุ่นรัก

VDO รายการ “พบหมอรามา ช่วง Big story ตอน เด็กสมาธิสั้นกับเด็กไฮเปอร์ แตกต่างกันอย่างไร” | บ้านอุ่นรัก

คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง เคยสงสัยกันหรือไม่ว่าอาการซุกซนและอยู่ไม่สุขของลูกตัวน้อย ๆ ที่บ้าน ถ้าจัดระดับแล้ว ความซนของลูกเป็นแค่ความซุกซนตามธรรมชาติของเด็ก ๆ หรือซนเพราะลูกมีอาการสมาธิสั้น หรือซนระดับเซียนเพราะลูกมีทั้งอาการสมาธิสั้นผสมความหุนหันพลันแล่นกันแน่?

เรามาไขข้อข้องใจดังกล่าวด้วยการชมคลิปความรู้ จากรายการ “พบหมอรามา” ของช่อง Rama Channel ช่วง Big story ตอน “เด็กสมาธิสั้น” กับ “เด็กไฮเปอร์” แตกต่างกันอย่างไร? กันค่ะ เพื่อทราบข้อมูลเบื้องต้นในเรื่องนี้

ไม่ว่าลูกน้อยจอมซนที่บ้านจะซุกซนแค่ไหน ขอให้คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครองที่สงสัยและกังวลใจ หมั่นสังเกตลูกสักระยะหนึ่ง ตลอดจนจดบันทึกอาการที่ได้จากการสังเกต พาลูกไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กหรือจิตแพทย์เด็ก และนำข้อมูลที่ได้จากการสังเกตและจดบันทึกไปพูดคุยและปรึกษากับแพทย์นะคะ

การทำเช่นนี้จะเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่ช่วยให้ท่านได้ทราบข้อเท็จจริงทางการแพทย์ว่าความซุกซนของลูกเป็นปัญหาด้านพัฒนาการหรือไม่ และหากความซนนั้นเป็นปัญหา ท่านก็จะได้มีแพทย์เป็นผู้ให้แนวทางการบำบัดรักษา ดูแล เลี้ยงดู และช่วยเหลือลูกที่มีปัญหาด้านพัฒนาการอย่างถูกวิธีต่อไปค่ะ

กดที่ภาพเพื่อชม VDO

เครดิต VDO และข้อมูล: รายการพบหมอรามา ช่อง Rama Channel ช่วง Big story  ตอน “เด็กสมาธิสั้น” กับ “เด็กไฮเปอร์”  แตกต่างกันอย่างไร?

เครดิตภาพ: Alvin Mahmudov | Unsplash

อย่าปล่อยลูกอยู่กับพี่เลี้ยงยูทูป | บ้านอุ่นรัก

อย่าปล่อยลูกอยู่กับพี่เลี้ยงยูทูป | บ้านอุ่นรัก

คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง คงจะทราบกันดีแล้วว่าในวัยเด็กเล็ก (ลูกหลานวัยแรกเกิดถึงสามขวบ) เป็นช่วงวัยที่สมองของเด็ก ๆ มีการพัฒนาสูงสุด ดังนั้น ในช่วงวัยนี้ของลูกหลาน เราต้องไม่รอช้าที่จะช่วยกันสร้างเสริมพัฒนาการด้านสมองให้กับพวกเขา ซึ่งเราสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการชวนลูกเล่นแล้วแอบแทรกเงื่อนไขให้ลูกรู้จักการรอคอยและยอมรับกติกาง่าย ๆ ตามวัยแบบไม่ให้ลูกรู้ตัว ชวนสบตา ชวนพูดคุย ชวนเล่นเชิงจินตนาการ ชวนลูกอ่าน ชวนลูกขีด ๆ เขียน ๆ ชวนลูกทำกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสร้างประสบการณ์ทางบวก พากย์สิ่งต่าง ๆ ที่ได้พบเห็นให้ลูกฟัง สอนลูกเรียนรู้คำศัพท์ที่เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่หรือพบรอบตัวในชีวิตประจำวัน หรือขวนลูกฝึกการควบคุมอารมณ์อยากได้ อยากเอา ของตนเอง เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า กิจกรรมที่มีส่วนช่วยก่อร่างสร้างฐานพัฒนาการทางสมองที่ดีให้กับลูกหลานวัยเด็กเล็กมีอยู่มากมาย ซึ่งเราสามารถใช้ “การเล่น” มาเป็นแกนกลางในการดำเนินกิจกรรมนั้น ๆ และกระตุ้นให้ลูกหลานอยากเข้ามามีส่วนในการทำร่วมไปกับเรา แต่!!!!…เดี๋ยวก่อน….มีกิจกรรมอะไรบ้างนะที่พวกหนูน้อยมักจะชอบทำกันในตอนนี้ แต่เราก็ไม่ควรปล่อยให้พวกเขาทำ ทั้งนี้เพราะหากทำแล้วอาจส่งผลเสียต่อพัฒนาการทางสมองของพวกเขามากกว่าประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับเสียอีก?

กิจกรรมประเภทหนึ่งที่เราไม่ควรปล่อยให้ลูกหลานวัยเด็กเล็กทำโดยลำพังในระยะเวลาที่นานติดต่อกันนานจนเกินไป คือ การดูยูทูป ทั้งนี้ หากจะให้เด็กดูยูทูปหรือใช้สื่อดิจิทัล เราควรจะรอให้เด็ก ๆ โตกว่านี้อีกสักหน่อย และใช้ในระยะเวลาสั้น ๆ โดยมีเงื่อนไขและมีผู้ใหญ่แอบจับตาดูอยู่ห่าง ๆ ตลอดจนคอยให้คำแนะนำตามสถานการณ์ที่เหมาะสมค่ะ

ทำไม…เราจึงต้องกล่าวเช่นนั้น มาอ่านบทความข้างล่างจาก “ไลน์ ทูเดย์” เพื่อทราบคำตอบที่ว่า “ทำไมเราจึงไม่ควรปล่อยลูกหลานวัยเด็กเล็กให้อยู่กับพี่เลี้ยงยูทูป” กันค่ะ

กดที่ลิงค์เพื่ออ่านบทความจากไลน์ ทูเดย์

https://today.line.me/TH/pc/article/7gX7Ym?utm_source=lineshare

สำหรับเรื่องสื่อดิจิทัลนี้ “บ้านอุ่นรัก” เชื่อว่าสื่อดิจิทัลทุกประเภท รวมทั้งยูทูป ก็มีข้อดีสำหรับเด็ก ๆ อยู่ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่ที่การเลือกใช้ แต่เพราะเด็กเล็ก ๆ ยังเลือกใช้เองไม่เป็นและไม่ถูก เราจึงต้องช่วยเลือกให้พวกเขา และเราต้องเลือกให้ดีทั้งในแง่ของเวลาที่เด็กควรเริ่มใช้ ระยะเวลาที่ควรใช้ และสถานการณ์ที่ถูกต้องพอเหมาะพอควรที่ควรใช้ค่ะ หากเราเลือกได้ดี เด็ก ๆ ก็ย่อมได้รับประโยชน์จากการใช้สื่อเหล่านั้นได้อย่างแน่นอนค่ะ

เครดิตข้อมูล: Line Today

เครดิตภาพ: Hal Gatewood | Unsplash

7 ขั้นตอน ล้างมือให้ถูกวิธี สะอาดใส ห่างไกลติดโรค | บ้านอุ่นรัก

7 ขั้นตอน ล้างมือให้ถูกวิธี สะอาดใส ห่างไกลติดโรค | บ้านอุ่นรัก

Kru Kara (ครูคาร่า)  เขียนบทความสั้น ๆ ที่น่าสนใจเรื่อง “การล้างมือ” ไว้ใน Facebook ของเธอว่า…“คุณครูในประเทศอังกฤษต้องการจะสอนนักเรียนชั้นประถมให้ล้างมือด้วยสบู่บ่อย ๆ แต่เด็ก ๆ ไม่ค่อยเชื่อฟังเท่าไร ก็เลยทำการทดลองเพื่อให้เด็กตื่นตัวและมีส่วนร่วม

ในการทดลองนี้ครูใช้ขนมปัง 5 แผ่น

แผ่นแรก นำไปถูบนคอมพิวเตอร์

แผ่นที่สอง เป็นขนมปังสะอาด ใช้เป็น control

แผ่นที่สาม ให้เด็กแตะด้วยมือที่สกปรก

แผ่นที่สี่ ให้เด็กแตะด้วยมือที่ล้างด้วยสบู่

แผ่นที่ห้า ให้เด็กแตะด้วยมือที่ใช้แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือ

แล้วนำขนมปังไปแยกเก็บในถุงพลาสติดห้าใบเพื่อเพาะเชื้อ ผลที่ได้ทำให้ทุกคนอึ้ง…สรุปว่าไม่มีอะไรสะอาดไปกว่าการล้างมือด้วยน้ำและสบู่ค่ะ”

กดที่ลิงค์นี้เพื่ออ่านบทความต้นฉบับของ Kru Kara และชมภาพขนมปังทั้ง 5 แผ่นกันนะคะ เห็นภาพแล้วจะเข้าใจว่าทำไม Kru Kara จึงสรุปว่าไม่มีอะไรสะอาดไปกว่าการล้างมือด้วยน้ำและสบู่ค่ะ

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=693463697849389&id=436946903501071&anchor_composer=false

“บ้านอุ่นรัก” เห็นภาพการเพาะเชื้อและการทดสอบนี้แล้ว ก็อึ้งแบบที่ Kru Kara กล่าวไว้ไม่มีผิด จึงนำบทความของเธอ ตลอดจนบทความเรื่อง “7 ขั้นตอน ล้างมือให้ถูกวิธี สะอาดใส ห่างไกลติดโรค” ของกรมอนามัย มาแชร์ให้ทุกท่านได้อ่าน เพื่อเราช่วยกันสอนเด็ก ๆ ให้ล้างมือให้สะอาดกันค่ะ

กดที่ลิงค์นี้ เพื่ออ่าน “7 ขั้นตอน ล้างมือให้ถูกวิธี สะอาดใส ห่างไกลติดโรค” ของกรมอนามัย

https://thejournalistclub.com/2019/10/18/7-%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A7/

เครดิตข้อมูล: Facebook Kru Kara + The Journalist Club + กรมอนามัย

เครดิตภาพ: Gelani Banks | Unsplash

วีดีโอ | เลี้ยงดูในแต่ละช่วงวัยอย่างไร จึงจะสร้างเด็กออทิสติกอัศจรรย์ได้? | บ้านอุ่นรัก

วีดีโอ | เลี้ยงดูในแต่ละช่วงวัยอย่างไร จึงจะสร้างเด็กออทิสติกอัศจรรย์ได้? | บ้านอุ่นรัก

“บ้านอุ่นรัก” ขออนุญาตแชร์ VDO รายการ “Miracle Kids” “เด็กอัศจรรย์สร้างได้” ตอน “การเลี้ยงดูเด็กออทิสติก ในแต่ละช่วงวัย” จำนวน 2 ตอน เพื่อท่านได้ชมตัวอย่างของอีกหนึ่งครอบครัวที่เลี้ยงดูลูกออทิสติกได้อย่างดีเยี่ยม จนสามารถส่งเสริมศักยภาพของลูกให้เป็นเด็กอัศจรรย์อีกคนหนึ่งของสังคมไทย

เมื่อท่านได้ชม VDO นี้ ครบทั้ง 2 ตอนแล้ว ก็จะพบว่า ที่จริงแล้ว หัวใจสำคัญในการเลี้ยงดูลูกออทิสติกให้ประสบความสำเร็จ ไม่ได้อยู่ที่หมอหรือผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่อยู่ที่ “ทีมครอบครัว” ว่าจะสามารถนำวิธีการบำบัดรักษาที่ได้รับคำแนะนำมา หรือที่ได้เรียนรู้ มาบูรณาการอย่างไร จึงจะนำพาและช่วยลูกได้ตามวิถีชีวิตจริงของแต่ละครอบครัว

ครอบครัวใน VDO นี้ ใช้ทั้งสัญชาตญาณความเป็นพ่อแม่ ความรักที่มอบให้ลูก และเทคนิคหลายประการประกอบกันเพื่อช่วยเหลือลูก เช่น การสังเกตและเรียนรู้อาการของลูก การไม่ละเลยที่จะพาลูกไปพบแพทย์เพื่อรับคำวินิจฉัยและขอแนวทางการบำบัดรักษาที่ถูกต้อง การจดบันทึกอาการและวิธีแก้ไขอาการต่าง ๆ เหล่านั้น การร่วมมือกับทีมโรงเรียน การทำความเข้าใจข้อบกพร่องที่หลงเหลืออยู่ของลูกและตระหนักว่าต้องแก้ไขโดยไม่ปล่อยผ่าน การสอนลูกให้รู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง เพื่อลูกไม่อินไปกับเรื่องที่วิตกกังวลมากเกินไป การให้ลูกได้ใช้เวลาเพื่อฝึกฝนสิ่งต่าง  ๆ การส่งเสริมศักยภาพของลูกตามที่ลูกสนใจ การใช้ปัญหาหรือประสบการณ์ตรงที่ไม่ดีที่ลูกพบเจอมาสอนตามสถานการณ์ว่านั่นเป็นโอกาสดีที่ลูกจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ เพราะปัญหาที่พบเปรียบเสมือนความรู้ที่ลูกไม่เคยเจอหรือไม่เคยมีมาก่อน แต่ลูกสามารถเรียนรู้ จัดการ รับมือกับสถานการณ์นั้น ๆ และปรับตัวได้ในท้ายที่สุด

การเลี้ยงดูและช่วยลูกตามแบบของครอบครัวนี้ จึงส่งผลให้ลูกเจริญเติบโตสมวัยทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ แถมยังเปล่งประกายความเป็นเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่มีทักษะอัศจรรย์ในหลายด้านอย่างชัดเจนด้วย

คุณแม่ทุกท่าน คุณพ่อทุกท่าน และทุกครอบครัว ทำได้ดีไม่แพ้กัน

….ขอเพียง…มีทัศนคติที่ดี ไม่ท้อแท้หรือหมดหวัง

…ขอเพียง…เชื่อมั่นในศักยภาพของลูก

…ขอเพียง…สมาชิกทุกคนในครอบครัว “รักลูก” “รักกันและกัน” และ “สนธิกำลังกัน ช่วยกัน ช่วยลูก” เท่านั้นเอง

กดที่ลิ้งค์ด้านล่างเพื่อรับชมวีดีโอ

ช่วงที่ 1

https://www.youtube.com/watch?v=hF_SnPH01w4&feature=youtu.be

ช่วงที่ 2

https://www.youtube.com/watch?v=es6gx0qFFqc

เครดิตวีดีโอและข้อมูล: รายการ Miracle Kids เด็กอัศจรรย์สร้างได้ | News1 | Manager Online