เน้นประเด็น ข้อ 1-2/18 | พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู จะช่วยเด็กออทิสติกในเรื่องพฤติกรรมได้อย่างไร | บทความแปล (เรียบเรียงใหม่)

เน้นประเด็น ข้อ 1-2/18 | พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู จะช่วยเด็กออทิสติกในเรื่องพฤติกรรมได้อย่างไร | บทความแปล (เรียบเรียงใหม่)

1. ใช้คำพูดสั้น ๆ พูดกระชับและบอกอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรมว่าต้องการให้เด็กแสดงพฤติกรรมอะไร

ตัวอย่างสถานการณ์: ลูกเขี่ยอาหาร / ไม่ยอมทานอาหาร
✔คำพูดที่เราควรใช้: “ทานอาหารค่ะ”
❎ คำพูดที่เราไม่ควรใช้: ทำตัวดี ๆ ตอนทานอาหาร / อย่าเขี่ยอาหารแบบนั้น/ หยุดเดี๋ยวนี้นะ ทำไมชอบเขี่ยอาหารอยู่เรื่อยเลยนะ

ทำไมเราควรใช้คำพูดสั้น ๆ กระชับและบอกเด็กให้เห็นเป็นรูปธรรมว่าเราต้องการให้เด็กทำอะไร: เพราะเด็กออทิสติกมีข้อจำกัดเรื่องการใช้ การฟัง และการทำความเข้าใจภาษา (การสื่อภาษาไม่สมวัย) ดังนั้น การพูดให้ตรงประเด็นและพูดสั้น ๆ จะทำให้เด็กเข้าใจได้ง่ายว่าเราต้องการให้เด็กทำอะไร

ข้อควรจำ: ในกรณีที่เด็กยังทำไม่ได้ตามที่เราบอก เราควรบอกเด็กให้ชัดเจนอีกครั้งว่าเราต้องการให้เด็กทำอะไร

2. บอกเด็กอย่างชัดเจนว่าในแต่ละสถานการณ์ เราต้องการให้เด็กแสดงพฤติกรรมแบบใด

ตัวอย่าง: แม่จะคุยโทรศัพท์ 5 นาที ในระหว่างที่แม่โทรศัพท์ ลูกต้องเล่นคนเดียวแบบเงียบ ๆ ถ้าลูกทำได้ เมื่อแม่คุยโทรศัพท์เสร็จ แม่จะเล่นกับลูกค่ะ

ทำไมเราต้องทำเช่นนี้: เพราะเราต้องการปรับพฤติกรรมของเด็กให้เข้าที่เข้าทางจนขึ้นรูปเป็นพฤติกรรมที่เด็กทำได้เองเป็นกิจวัตร การบอกให้เด็กแสดงพฤติกรรมเช่นนั้นเสมอในสถานการณ์หนึ่ง ๆ ไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ทำให้เด็กรู้อย่างชัดเจนว่าเขาต้องทำอะไรและไม่สับสน (เราควรบอกให้ลูกเล่นแบบเงียบ ๆ เสมอในระหว่างที่เราคุยโทรศัพท์ เราไม่ควรเปลี่ยนไปมา เช่น วันนี้ เราบอกให้ลูกเล่นแบบเงียบ ๆ ในขณะที่เราโทรศัพท์ แต่พรุ่งนี้เรากลับยอมให้ลูกส่งเสียงดังหรือถามแทรกว่าเมื่อไรแม่จะโทรศัพท์เสร็จ เป็นต้น)

ข้อควรจำ: 

– การปรับพฤติกรรมเด็กออทิสติกเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ทำต่อเนื่องและทำสม่ำเสมอ

– หากเด็กยังทำไม่ได้ตามที่เราบอก เราควรบอกเด็กให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งว่าเราต้องการให้เด็กทำอะไรในสถานการณ์นั้น ๆ เช่น ในระหว่างที่แม่โทรศัพท์ ลูกส่งเสียงดัง เราควรบอกลูกว่า “ลูกต้องเล่นเงียบ ๆ ในขณะที่แม่โทรศัพท์” ทั้งนี้เราไม่ควรพูดว่า “หยุดส่งเสียงดัง” หรือ “เคยบอกแล้วใช่มั๊ยว่าให้ทำยังไงตอนที่แม่โทรศัพท์” เป็นต้น

– ใช้ตัวช่วยในการบอกเวลา เช่น นาฬิกาบอกเวลา จับเวลา ตั้งเวลา ให้เด็กรู้ว่าเราใช้เวลในการโทรศัพท์ไปกี่นาทีแล้วและยังเหลือเวลาอีกนานเท่าไรจึงจะครบ 5 นาทีนั้น การทำเช่นนี้ช่วยให้เด็กไม่วิตกกังวลหรือลดความวิตกกังวลเรื่องระยะเวลาลงได้

แล้วมาติดตามกันในตอนต่อไปนะคะ 

Credit: บทความ โดย Rachel Wise จากบล็อกของ International Board of Credentialing and Continuing Education Standards หรือ IBCCES

 

VDO | เลี้ยงลูกออทิสติก พัฒนาการช้า : ปัญหาลูกพูดช้า แก้ไขอย่างไร วิธีแก้เบื้องต้น | บ้านอุ่นรัก

VDO | เลี้ยงลูกออทิสติก พัฒนาการช้า : ปัญหาลูกพูดช้า แก้ไขอย่างไร วิธีแก้เบื้องต้น | บ้านอุ่นรัก

พ่อแม่จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกพูดช้า ลูกปากหนักเป็นปกติ หรือจำเป็นต้องไปรับการรักษา

สำหรับ Clip ความรู้เบื้องต้นนี้ ครูนิ่มโฟกัสเรื่องปัญหาการพูดของลูก ๆ เด็ก ๆ ที่มีอายุมากกว่าสองขวบครึ่งแต่ยังไม่พูดสื่อความต้องการหรือพูดได้น้อยจนผิดปกติ

ซึ่งโดยทั่ว ๆ ไปเด็กที่มีปัญหาเรื่องการพูดแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

1. เด็กปกติที่พัฒนาการทางการพูดช้ากว่าวัย (แม้พูดช้า แต่พยายามเปล่งเสียง พยายามใช้ท่าทางสื่อความหมาย ส่งสายตาเว้าวอน)

2. เด็กที่พูดช้าเพราะมีปัญหาพัฒนาการที่ซับซ้อน (เด็กที่มีพัฒนาการภาพรวมล่าช้าเกือบทุกด้าน เด็กออทิสติก เด็กสมาธิสั้น)

เรื่องพัฒนาการทางการพูดของลูกนี้ เราต้องทราบเกณฑ์เส้นฐานของเด็กปกติก่อน คือ

– เด็ก 1 ขวบจะเริ่มพยายามสื่อความหมายด้วยการพูดคำหนึ่งพยางค์ง่าย ๆ เช่น หม่ำ ไป แม่

– เด็ก 2 ขวบพูดสองพยางค์ เช่น หม่ำข้าว หาแม่

– เด็ก 3 ขวบพูดสามพยางค์ โดยพูดได้คละหมวดคำ

– เด็ก 4-5 ขวบใช้ประโยคสั้น ๆ ได้ ใจความที่พูดค่อนข้างสมบูรณ์ พูดสื่อสิ่งที่ต้องการได้อย่างเข้าใจความหมาย สานต่อการสนทนาได้และเป็นไปในทิศทางเดียวกับเนื้อหาของคู่สนทนา

นอกจากเกณฑ์เส้นฐานทางการพูดแล้ว พ่อแม่ควรต้องสังเกตด้วยว่าลูกพูดสื่อความต้องการและมีท่าทางประกอบการพูด มีการชี้ชวน และสบตาเว้าวอนเพื่อสื่อความหมายร่วมด้วยหรือไม่

พัฒนาการทางการพูดของลูกมีความสำคัญ และจะบ่งบอกระบบการประมวลข้อมูลของลูก บอกความสามารถในการเลียนแบบ การสานต่อปฎิสัมพันธ์กับผู้คน และยังนำสู่พัฒนาการด้านอื่น ๆ ที่ต่อเนื่องตามวัยได้อีก ดังนั้น ครูนิ่มจึงชวนเชิญให้พ่อแม่มาสังเกตเรื่องการพูดของลูก และหากพบว่าการพูดของลูกไม่เกิดตามขั้นอายุ พ่อแม่ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์พัฒนาการเด็กหรือจิตแพทย์เด็กเพื่อวินิจฉัยอาการและขอแนวทางการแก้ไขปัญหา อย่าปล่อยปัญหาเรื่องการพูดให้ล่วงเลยไปกว่านี้ เพราะกระบวนการแก้ไขการพูดนั้นต้องอาศัยระยะเวลาหนึ่ง ต้องมีการส่งต่อจากแพทย์สู่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านหรือครูฝึกพูด และพ่อแม่ต้องช่วยฝึกลูกต่อที่บ้านอีกด้วย

การแก้ไขปัญหาเรื่องการพูดเป็นเรื่องที่ต้องรีบทำเพื่อเตรียมลูกให้พร้อมก่อนส่งลูกไปเรียนร่วมในชั้นเรียนอนุบาล ทั้งนี้ หากไม่รีบแก้ไข ปัญหาพัฒนาการของลูกจะยิ่งซับซ้อนมากขึ้นไปอีก

VDO | เลี้ยงลูกออทิสติก : การเล่นเพื่อบำบัดอาการออทิสซึม

VDO | เลี้ยงลูกออทิสติก : การเล่นเพื่อบำบัดอาการออทิสซึม

จาก Clip ที่แล้วเราได้ทราบกันไปแล้วว่าการเล่นของลูกออทิสติกในบางรูปแบบสามารถบ่งบอกอาการออทิสซึมของลูกได้ ส่วน Clip นี้ เรามาพบกับมุมมองใหม่ของการเล่น เพราะการเล่นใน Clip นี้เป็นการเล่นเพื่อการบำบัดที่พ่อแม่จะเล่นคลุกคลีไปกับลูกพร้อม ๆ กับช่วยบำบัดอาการออทิสซึมให้ลูกได้

การเล่นเพื่อการบำบัดในที่นี้ คือ

1. การเล่นเพื่อลดการแยกตัวของลูก ซึ่งการเล่นนี้ไม่ต้องอาศัยของเล่น แต่ใช้การคลุกคลีของพ่อแม่และลูก และมีเป้าหมายของการคลุกคลีคือการชี้นำลูกให้มีการสานต่อปฎิสัมพันธ์ เพื่อเพิ่มทักษะทางสังคม ภาษา และการเลียนแบบ ตลอดจนให้ลูกคุ้นเคยที่จะอยู่กับพ่อแม่มากขึ้น

2. การเล่นเพื่อแทรกการกระตุ้นการพูด

3. การเล่นเพื่อเปลี่ยนลักษณะการเล่นแบบกระตุ้นตนเอง (Sensory Play) ให้เป็นการเล่นแบบมีความหมายและมีรูปแบบการเล่นตามรูปแบบของ ๆ เล่นชิ้นนั้น ๆ

ในตอนท้าย ๆ ของ Clip นี้ ครูนิ่มกล่าวถึงไม้เด็ดในการเล่นเพื่อบำบัดอาการออทิสซึมของลูกไว้ด้วย ดังนั้น เราอยากเชิญชวนให้ท่านร่วมชม Clip นี้และทุก ๆ Clips ไปด้วยกันนะคะ

อย่าลืมช่วยกันกด Like กด Share และอย่าลืมกด Subscribe YouTube Channel ของ Classroom by Baan Aun Rak ด้วยนะคะ เพื่อจะได้ไม่พลาดข้อมูลและ Clips ความรู้เพิ่มเติมที่เราพร้อมแบ่งปัน

พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู  จะช่วยเด็กออทิสติกในเรื่องพฤติกรรมได้อย่างไร | บทความแปล (เรียบเรียงใหม่)

พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู จะช่วยเด็กออทิสติกในเรื่องพฤติกรรมได้อย่างไร | บทความแปล (เรียบเรียงใหม่)

Rachel Wise ผู้เขียนบทความต้นฉบับตาม ลิ้งค์ ที่แนบมานี้ เขียนถึงวิธีหลากหลายที่ดีและมีประโยชน์ต่อพ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครูที่ต้องการได้เทคนิคการรับมือลูกออทิสติก/เด็กออทิสติก พร้อม ๆ ไปกับการยับยั้งโอกาสที่เด็กจะแสดงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตลอดจนสร้างเสริมให้เด็กเกิดพฤติกรรมทางบวกทดแทนพร้อม ๆ กันไปได้ในเวลาเดียวกัน

แม้วิธีต่าง ๆ ที่ Rachel Wise เขียน ไม่ใช่วิธีแปลกใหม่ แถมเธอยังยอมรับด้วยว่าเพราะเด็กออทิสติกแต่ละคนล้วนแตกต่างกัน (แตกต่างทั้งอาการที่แต่ละคนมีและระดับของอาการที่เป็น) จึงไม่มีวิธีใดวิเศษสุดที่จะแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จ บางวิธีที่เธอนำเสนออาจใช้ได้กับเด็กเพียงบางคน หรือไม่ก็เหมาะที่จะใช้กับบางสถานการณ์ และไม่ว่าจะใช้วิธีใด การช่วยเด็กเรื่องพฤติกรรมเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยระยะเวลานาน เราต้องทำซ้ำ ๆ อย่างใจเย็นและทำอย่างสม่ำเสมอ

แต่ความน่าสนใจของบทความนี้ (ตลอดจนข้อเท็จจริงต่าง ๆ ตามที่ Rachel Wise แจ้งไว้ดังที่กล่าวมาแล้ว) ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะพยายามแปล ประมวลความคิด และสรุปวิธีการ ตลอดจนแชร์ให้เพื่อน ๆ ของศูนย์กระตุ้นพัฒนาการบ้านอุ่นรักได้อ่านไปด้วยกัน

😎😍  เรามาอ่านบทสรุปไปด้วยกันนะคะ

อะไรคือเรื่องที่พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครูทำ แล้วช่วยเด็กออทิสติกเรื่องพฤติกรรมได้ 😎😍

1.ใช้คำพูดสั้น ๆ พูดกระชับ และบอกอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรมว่าต้องการให้เด็กแสดงพฤติกรรมอะไร

2.บอกเด็กอย่างชัดเจนว่าในแต่ละสถานการณ์ เราต้องการให้เด็กแสดงพฤติกรรมแบบใด

3.ใช้สถานการณ์ตรงหน้าในการสอนเด็กได้อย่างเหมาะสม

 4.แสดงให้เด็กเห็นเป็นตัวอย่าง สาธิตหรือทำให้ดูว่า   พฤติกรรมที่ต้องการให้ทำ

5.บอกให้เด็กรู้ลำดับหรือขั้นตอนของสิ่งที่จะเกิดขึ้นก่อนและหลังอย่างชัดเจน

6. ใช้ตารางกิจวัตรเป็นตัวช่วยให้เด็กรู้ลำดับของเรื่องที่ต้องทำ

7.ใช้ตัวช่วยในการบอกเวลา/ตั้งเวลา/จับเวลาเพื่อเด็กได้รู้ว่าเด็กใช้เวลาในการทำสิ่งนั้น ๆ ไปนานเท่าไรแล้ว และยังเหลือเวลาอีกเท่าไร

8.กำหนดเวลาหรือจำนวนชิ้นงานที่เด็กต้องทำอย่างชัดเจน ว่าสิ่งที่ต้องทำนั้นจะจบลงเมื่อไร

9.ใช้การเสริมแรง (Reinforcement) (เช่น คำชม รางวัล ให้ดาวความดี) เพื่อกระตุ้นให้เด็กทำพฤติกรรมที่พึงประสงค์

10.ทำข้อตกลงที่ทำร่วมกันมีความชัดเจนว่าเราจะทำอะไร อะไรเกิดก่อน-หลัง และหากเด็กทำได้ตามข้อตกลง เด็ก จะได้อะไรเป็นรางวัล

11.ชมเด็กและแสดงให้เด็กรู้ว่าเรารู้สึกดีอย่างไรที่เด็กทำได้ตามข้อตกลง

12.ให้เด็กได้เลือกเองบ้าง

13.ให้เด็กร่วมทำงานหรือทำกิจกรรมที่มีสื่อ เป็นองค์ประกอบ หรือใช้สายตาในการดำเนินงาน เพราะเด็กออทิสติกมักมีทักษะที่ดีในเรื่องเหล่านี้ 

14.อนุญาตให้เด็กหยิบของชิ้นโปรดจากกิจกรรมที่เพิ่งจบไปติดไม้ติดมือไปด้วยในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านสู่กิจกรรมใหม่ เพื่อทำให้เด็กสบายใจ

15.ใช้การหันเหความสนใจของเด็กแทนการบอกว่า “ไม่” หรือ “หยุด” โดยเฉพาะเวลาที่ต้องการหยุดพฤติกรรมทางลบ

16.คิดให้รอบคอบเรื่องสถานที่ ๆ จะพาเด็กออทิสติกที่มีปัญหาเรื่องระบบรับสัมผัส (รับรู้ไว)

17.สื่อสาร พูดคุย หรือรับมือเด็กด้วยความเมตตา ใจเย็นและสงบ

18.เราไม่โทษเด็กหรือตัวเราเองหากเราทำดีที่สุดแล้วแต่สถานการณ์กลับไม่เป็นไปตามที่เราต้องการ

สุดท้ายนี้ ขอบคุณบทความดีๆ ต้นฉบับกดคลิกที่นี่ได้เลยค่ะ

แปลและเรียบเรียงโดย คุณจินตวีร์  สายแสงทอง

บทความถัดไป ทางทีมงานบ้านอุ่นรัก จะมาชวนคุยกันให้ลึกขึ้นในแต่ละข้อนะคะ ติดตามกันได้ค่ะ สำหรับตอนนี้ ขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่ติดตามมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

รายชื่อหน่วยงาน องค์กร ที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นการพัฒนาการเด็ก และหมายเลขติดต่อ

รายชื่อหน่วยงาน องค์กร ที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นการพัฒนาการเด็ก และหมายเลขติดต่อ

บ้านอุ่นรัก ได้ทำการรวบรวมรายชื่อ และสถานที่ พร้อมด้วยหมายเลขติดต่อ สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้ปกครองทุกท่าน รวมถึงผู้ที่สนใจ ในเรื่องของการกระตุ้นการพัฒนาการของเด็กค่ะ

การวินิจฉัยโรค / จิตเวชเด็ก

ร.พ. ยุวประสาทฯ 02-394-1845, 02-384-3381-3

ร.พ. ราชานุกูล 02-245-4601-5

จิตเวชเด็ก ร.พ.ศิริราช 02-411-0241

จิตเวชเด็ก ร.พ.รามาธิบดี 02-246-1073-99

จิตเวชเด็ก ร.พ.สมิติเวช 02-392-0010-19

ร.พ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ 02-731-7070-2

ร.พ.สุขุมวิท 02-392-0011

ร.พ.วิชัยยุทธ 02-271-0125-9

จิตเวชเด็ก ร.พ.สมเด็จเจ้าพระยา 02-437-0200-08

ศูนย์สุขวิทยาจิต 02-246-1195

จิตเวชเด็ก ร.พ.จุฬาลงกรณ์ 02-256-5176, 02-256-5183

จิตเวชเด็ก ร.พ.เด็ก 02-246-1260

จิตเวชเด็กภูมิพล 02-531-1970-99

ร.พ.พระราม 9 02-248-8020

ร.พ.เจ้าพระยา 02-434-0117

ร.พ.นนทเวช 02-596-7888

ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล 02-849-6600

สถานที่กระตุ้นพัฒนาการ / บำบัด / ให้คำปรึกษา

ร.พ.ยุวประสาทฯ (ชั้นเรียนพิเศษ) 02-394-1845, 02-384-3381-3

มูลนิธิแสงสว่าง (ชั้นเรียนพิเศษ) 02-381-5362-3

ศูนย์สุขวิทยาจิต (ชั้นเรียนพิเศษ) 02-246-1195

ร.พ.ราชานุกูล (บกพร่องทางปัญญา/CP) (ชั้นเรียนพิเศษ) 02-245-4601-5

มูลนิธิรวมปัญญาคนพิการ นนทบุรี (ชั้นเรียนพิเศษ) 02-903-6744, 02-903-6750

มูลนิธิรวมปัญญาคนพิการ ลาดพร้าว (ชั้นเรียนพิเศษ) 02-538-7495

ภาควิชาการศึกษาพิเศษราชภัฎดุสิต (ชั้นเรียนพิเศษ) 02-241-1401, 02-241-4401

The Village Education Centre (ชั้นเรียนพิเศษ) 02-399-0223

ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็กออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้ากว่าวัย “บ้านอุ่นรัก สวนสยาม” (ชั้นเรียนพิเศษ) 086-775-9656

ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็กออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้ากว่าวัย “บ้านอุ่นรัก ธนบุรี” (ชั้นเรียนพิเศษ) 087-502-5261

ภาควิชาการศึกษาพิเศษ มศว. 02-664-3820 ต่อ 5631

จิตเวชเด็ก ร.พ.ศิริราช 02-411-0241

จิตเวชเด็ก ร.พ.รามาธิบดี 02-246-1073-99

จิตเวชเด็ก ร.พ.สมิติเวช 02-392-0010-19

ร.พ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ 02-731-7070-2

ร.พ.สุขุมวิท 02-392-0011

ร.พ.วิชัยยุทธ 02-271-0125-9

จิตเวชเด็ก ร.พ.สมเด็จเจ้าพระยา 02-437-0200-08

จิตเวชเด็ก ร.พ.จุฬาลงกรณ์ 02-256-5176, 02-256-5183

จิตเวชเด็ก ร.พ.เด็ก 02-246-1260

จิตเวชเด็กภูมิพล 02-531-1970-99

ร.พ.พระราม 9 02-248-8020

ร.พ.เจ้าพระยา 02-434-0117

ร.พ.นนทเวช 02-596-7888

ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล 02-849-6600

 

สอบถามรายชื่อโรงเรียนที่รับเด็กเข้าเรียนร่วม

กระทรวงศึกษา 02-282-5820  

สำนักบริหารการศึกษาพิเศษ 02-288-5544, 02-628-5169

ศูนย์การศึกษาพิเศษ ส่วนกลาง 02-247-4686

สำนักประถมศึกษา กทม. 02-247-4600   หมายเหตุ รายชื่อหน่วยงานนี้รวบรวมโดย “บ้านอุ่นรัก” เบอร์โทรศัพท์ของแต่ละหน่วยงานอาจไม่ตรงกับเบอร์โทรในปัจจุบัน ขอความกรุณาท่านตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์อีกครั้งหากไม่สามารถติดต่อหน่วยงานตามเบอร์โทรศัพท์ที่แจ้งไว้