ทำอย่างไรให้เด็กอนุบาลในชั้นเรียนของครูมีทักษะทางสังคมมากขึ้น | บ้านอุ่นรัก

ทำอย่างไรให้เด็กอนุบาลในชั้นเรียนของครูมีทักษะทางสังคมมากขึ้น | บ้านอุ่นรัก

 

 

ชวนกันถาม ร่วมกันหาคำตอบ 

คำถามจากคุณครู 

เด็กนักเรียนอายุ 5 ขวบคนหนึ่งในชั้นเรียนอนุบาลของครู พูดสื่อสารได้ แต่พูดได้ไม่ดีเท่าเพื่อนในวัยเดียวกัน อย่างไรก็ตาม นักเรียนคนนี้ชอบที่จะซักถามครูว่านั่นสีอะไร นี่คืออะไร เป็นต้น 

เด็กนักเรียนคนนี้รู้เรื่องทุกอย่าง แต่ไม่เล่นและไม่เข้ากลุ่มเพื่อร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อนนักเรียนที่อยู่ในวัยเดียวกัน แม้ครูให้เพื่อนชวนเด็กเข้ากลุ่ม แต่เด็กก็ยังไม่ยอมเล่นกับเพื่อน ๆ แต่จะเดินเลี่ยงออกไปนั่งอยู่คนเดียวโดยไม่ยอมทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ๆ เลยค่ะ 

ครูต้องทำอย่างไรให้เด็กนักเรียนคนนี้ที่เรียนในชั้นเรียนอนุบาลของครู มีทักษะทางสังคมมากขึ้นค่ะ

คำตอบ

เมื่อเด็กวัยอนุบาลยังยอมไม่เล่นกับเพื่อน ในทางพัฒนาการจะถือว่าเด็กมีพัฒนาการที่ไม่สมวัย ทั้งนี้เพราะโดยธรรมชาติของเด็กวัยอนุบาลนั้น เด็กอยู่ในวัยที่ต้องการเพื่อนและต้องการเข้ากลุ่มเป็นอย่างมาก หากเราไม่รีบแก้ไขปัญหานี้ก่อนวัยประถม เด็กจะปรับตัวและเข้าสังคมยากขึ้นเรื่อย ๆ

ก่อนอื่น เรามาพิจารณาสาเหตุที่เด็กไม่เข้ากลุ่มกับเพื่อนกันก่อนว่าสาเหตุคืออะไร เพื่อหาทางช่วยเหลือเด็กได้อย่างมีแนวทางที่ถูกต้องต่อไป

โดยทั่วไป สาเหตุที่เด็กวัยอนุบาลไม่เข้ากลุ่มเพื่อน มี 2 ระดับ คือ

ระดับที่ 1 เด็กปกติแต่ไม่มีทักษะทางสังคม เด็กจึงไม่รู้วิธีขอเข้ากลุ่ม ข้อสังเกตของเด็กกลุ่มนี้ คือ เด็กให้ความสนใจเพื่อน เด็กนั่งจับตามองไปยังจุดที่เพื่อน ๆ เล่นแบบนิ่ง ๆ นาน ๆ เด็กเข้าไปมอง เด็กเข้าไปดูใกล้ ๆ จุดที่เพื่อน ๆ เล่น แต่เราจะเห็นท่าทีรีรอของเด็กที่จะขอเข้ากลุ่มกับเพื่อน ๆ หรือเมื่อเด็กเข้ากลุ่มไปเล่นกับเพื่อน ๆ แล้ว เด็กหลุดออกมาจากกลุ่มค่อนข้างเร็ว

ขั้นตอนหรือกระบวนการที่ครูจะช่วยเด็กกลุ่มนี้ได้ คือ

  1. ครูพาเด็กเข้ากลุ่มและสอนเด็กให้พูดประโยคที่เขาจะพาตัวเองเข้ากลุ่มได้เองในครั้งต่อไป เช่น เราขอเล่นด้วยคนนะ ขอเล่นด้วยคนได้มั๊ย เป็นต้น
  2. หลังการพาเด็กเข้ากลุ่ม ในระยะแรก ๆ ครูคอยจับตามองเด็กอยู่ห่าง ๆ และเมื่อครูพบว่าเด็กขาดทักษะใดในการร่วมกลุ่ม ครูค่อยเข้าแทรกไปสาธิตหรือบอกบทเป็นระยะ ๆ
  3. หากิจกรรมที่จะเชื่อมให้เด็กสนใจทำกิจกรรมนั้น ๆ ร่วมกันกับเพื่อน เช่น แบ่งบล็อกคนละกอง แต่ชวนมาประกอบด้วยกัน ให้เด็กจับคู่เล่นเกมส์บอร์ดด้วยกัน หรือให้เด็กจับคู่เล่นโยนรับลูกบอลด้วยกัน
  4. สร้างความคุ้นเคยที่เด็กจะได้อยู่ร่วมกับกับเพื่อน ๆ ผ่านกิจกรรมบ่อย ๆ เช่น มอบหมายให้เด็กจับคู่โยนรับบอลคู่ละ 20 ครั้งหรือให้เด็กจับคู่และช่วยกันกรอกน้ำลงขวด เป็นต้น
  5. จัดกิจกรรมบัดดี้ในห้องเรียนของเด็ก โดยจับกลุ่ม ๆ ละ 3 ถึง 4 คน เพื่อให้เด็ก ๆ ได้ใช้เวลาในช่วงรอยต่อของวันร่วมกันหรือมีการสร้างสถานการณ์ให้เด็ก ๆ รู้ว่าพวกเขาจะต้องดูแลสมาชิกในกลุ่มเล็ก ๆ ของเขาเอง เช่น ดูแลและช่วยกันเก็บของใช้ ไปห้องน้ำพร้อมกัน เล่นมุมด้วยกัน ชวนเพื่อนพูดคุย หรือทานข้าวด้วยกันในกลุ่ม การจับกลุ่มนี้อาจให้เด็กจับกลุ่มกันเองตามสมัครใจและขอเพิ่มเด็กคนนี้เข้าไปเป็นสมาชิกในกลุ่ม โดยเลือกบัดดี้จากเด็กที่เราเห็นว่าเป็นคนชอบช่วยเหลือเพื่อน ให้คำแนะนำเพื่อนเป็น และรู้จักดูแลเพื่อน

ระดับที่ 2 เด็กมีปัญหาพัฒนาการ คือ เด็กที่เมื่อครูสังเกตทักษะการเข้าสังคมของเด็กซ้ำ ๆ ในหลาย ๆ เหตุการณ์ ครูพบภาพรวมว่าเด็กไม่มีแรงจูงใจที่จะเข้ากลุ่ม หรือไม่สนใจเพื่อน ๆ อย่างจริงจัง  เด็กที่มีปัญหาด้านพัฒนาการทางสังคมมักแยกตัวไปทำอะไรบางอย่างเพลิน ๆ อยู่ตามลำพัง หรือสนใจคนรอบข้างในระยะสั้น ๆ แบบแว่บ ๆ แต่ไม่สนใจอย่างจริงจัง

วิธีช่วยเด็กกลุ่มนี้ คือ ครูสรุปข้อมูลภาพรวมที่ได้จากการสังเกต เพื่อนำไปพูดคุยและปรึกษากับผู้ปกครองในขั้นต้นว่าผู้ปกครองอาจต้องพาเด็กกลุ่มนี้ไปพบจิตแพทย์หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กเพื่อรับการวินิจฉัยและขอคำแนะนำจากแพทย์ ก่อนที่จะหาทางเพิ่มทักษะทางสังคมให้เด็กตามแนวทางที่แพทย์หรือทีมบำบัดวางไว้ให้ต่อไป

พัฒนาการของเด็กวัยอนุบาลไม่ว่าจะเป็นด้านใด เช่น ภาษา สังคม พฤติกรรม หรืออารมณ์ มีความสำคัญมากเพราะเป็นพัฒนาการพื้นฐานที่จะต่อยอดสู่พัฒนาการในลำดับถัด ๆ ไปของเด็ก หากคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง หรือคุณครูสงสัยหรือกังวลใจว่าเด็กอาจมีปัญหาด้านพัฒนาการ การรีบพาเด็กไปพบจิตแพทย์เด็กหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กเป็นการแก้ปัญหาอันดับแรกที่ถูกต้องและต้องทำค่ะ หากแพทย์วินิจฉัยและพบว่าเด็กมีพัฒนาการปกติ เราจะได้สบายใจ แต่หากพบปัญหา เราจะได้รีบหาทางแก้ไขให้ถูกทางค่ะ

บ้านอุ่นรักอยากให้ชวนกันถามมาเยอะ ๆ เพื่อเราร่วมกันหาคำตอบไปด้วยกันค่ะ 

สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง และคุณครูที่ต้องการคำปรึกษาหรือพูดคุยกับพวกเรา สามารถโทรติดต่อ นัดหมายเข้ามาพบ หรือพาลูกมาประเมินเพื่อปรึกษาวางแนวการดูแลได้ที่ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการบ้านอุ่นรัก สาขาที่ท่านสะดวกค่ะ

 

บ้านอุ่นรักกับหลักชัยในการเตรียมลูกออทิสติก ลูกสมาธิสั้น และลูกมีพัฒนาการช้าไม่สมวัย ให้พร้อม ก่อนส่งลูกเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาล | บ้านอุ่นรัก

บ้านอุ่นรักกับหลักชัยในการเตรียมลูกออทิสติก ลูกสมาธิสั้น และลูกมีพัฒนาการช้าไม่สมวัย ให้พร้อม ก่อนส่งลูกเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาล | บ้านอุ่นรัก

คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง และคุณครูบางท่านตั้งคำถาม ๆ ครูบ้านอุ่นรักว่า “เรามีระบบการเตรียมความพร้อมให้ลูกออทิสติก ลูกสมาธิสั้น และลูกที่มีพัฒนาการช้าไม่สมวัย อย่างไร ลูก ๆ ของเราจึงสามารถเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาลได้อย่างมีความหมาย”

บ้านอุ่นรักปักหลักชัยในการเตรียมความพร้อม 2 ระยะ คือ ก่อนและหลังส่งลูกเข้าโรงเรียนอนุบาล

ก่อนส่งลูกเข้าโรงเรียนอนุบาล

  • มีการกระตุ้นพัฒนาการระยะเริ่มแรกให้ลูกวัย 2-6 ขวบแบบครบทุกด้านเพื่อแก้อาการเบื้องต้นที่ขัดขวางการดำรงชีวิตและการเรียนรู้ของลูก ๆ
  • ช่วยลูกเตรียมความพร้อมก่อนส่งลูกเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาล
  • ให้ความสำคัญกับการประสานการเรียนร่วมกับโรงเรียนและคุณครูก่อนส่งลูกเข้าเรียนร่วม

หลังลูกเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาล

  • ติดตามและประเมินผลการเข้าเรียนร่วม
  • เป็นที่ปรึกษาให้กับคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครอง ทีมบำบัด และโรงเรียนในการประเมินผลและปรับแผนการช่วยเหลือลูกให้สามารถเรียนร่วมในโรงเรียนในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างมีความหมายที่แท้จริง

ระบบการเตรียมความพร้อมให้ลูกของบ้านอุ่นรักดังกล่าวข้างต้นแม้มีเพียง 2 ช่วง แต่เราจำต้องอาศัยระยะเวลาต่อเนื่องที่ยาวนานมากพอในการลงมือทำ ซึ่งการเตรียมความพร้อมให้ลูก ๆ นี้มีแง่มุมต่าง ๆ ที่บ้านอุ่นรักลงมือทำและได้ผล และเราเชื่อว่าเรื่องต่าง ๆ หลายเรื่องที่เราลงมือทำ เป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองสามารถทำที่บ้านได้เองเช่นกัน ซึ่งเราจะทยอยนำข้อมูลต่าง ๆ มาเผยแพร่ผ่าน Website | Facebook | YouTube | คอร์สออนไลน์ ของเรา

เราอยากให้คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครอง ครอบครัวของลูก ๆ ตลอดจนคุณครูของเด็ก ๆ ติดตามและเรียนรู้ร่วมไปกับเรา เพื่อท้ายที่สุด พวกเราจะไปถึงหลักชัยที่แท้จริง คือ สามารถช่วยลูกออทิสติก ลูกสมาธิสั้น และลูกมีพัฒนาการช้าไม่สมวัย ให้เติบโตได้อย่างมีคุณภาพและสามารถดำรงชีวิตในอนาคตได้ด้วยตนเอง

สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง ที่ต้องการคำปรึกษาหรือพูดคุยกับพวกเรา สามารถโทรติดต่อหรือนัดหมายเข้ามาพบหรือพาลูกมาประเมินเพื่อปรึกษาวางแนวทางการดูแลได้ที่บ้านอุ่นรัก สาขาที่ท่านสะดวกค่ะ

คลุกคลีกับลูกสำคัญกว่าเทคนิคพิเศษใด ๆ | ตอนที่ 3 | บ้านอุ่นรัก

คลุกคลีกับลูกสำคัญกว่าเทคนิคพิเศษใด ๆ | ตอนที่ 3 | บ้านอุ่นรัก

คลุกคลีกับลูกสำคัญกว่าเทคนิคพิเศษใด ๆ | บ้านอุ่นรัก
ตอนที่ 3

ในวัย 5 ขวบ เด็กคนนี้ได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าในสมอง ผลที่ได้จากการตรวจ พบความผิดปกติ (ภาพประกอบ 1A: จากผลการตรวจนี้ เด็กได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคลมชักในกลีบสมองส่วนหน้า) 

ส่วนการตรวจสมองของเด็กโดยใช้การถ่ายภาพด้วยคลื่นสนามแม่เหล็ก พบผลการตรวจเป็นปกติ (ภาพประกอบ 1B)

จากการวินิจฉัยว่าเด็กเป็นโรคลมชักในกลีบสมองส่วนหน้า เด็กได้รับการรักษาด้วยยากันชัก และอาการชักหายไปหลังการรักษาได้ 3 เดือน

เนื่องจากอาการหลายอย่างของเด็กคนนี้คล้ายเด็กออทิสติก ในการศึกษานี้ คณะแพทย์และทีมงานจึงใช้แบบคัดกรองที่เรียกว่า Childhood Autism Rating Scale (CARS) มาวัดอาการออทิสติกของเด็ก แบบคัดกรองนี้วัดผลจากพฤติกรรม 15 อย่างและแบ่งคะแนนที่ได้จากการตรวจวัดออกเป็นช่วง ๆ เพื่อระบุว่าเด็กคนใดเป็นเด็กออทิสติก 

คะแนนการวัดผลของแบบคัดกรองนี้ แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ

คะแนนต่ำกว่า 29 คะแนน คือ เด็กปกติ
คะแนนระหว่าง 30-36 คือ เด็กที่มีอาการออทิซึมระดับน้อยถึงปานกลาง และ
คะแนนมากกว่า 36 คือ เด็กที่มีอาการออทิซึมระดับรุนแรง

สำหรับเด็กคนนี้ คะแนนที่วัดได้ ณ วันที่เด็กมาตรวจเป็นครั้งแรก คือ 37 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนที่บ่งชี้ว่าเด็กมีอาการออทิซึมในระดับที่รุนแรง 

ในตอนนั้น ผู้ประเมิณให้เด็กวาดรูปใบหน้าของแม่ ภาพที่ได้จากการวาดของเด็ก เป็นภาพอะไรสักอย่างที่ดูอย่างไรก็ดูไม่เหมือนภาพใบหน้าของผู้คนเลย (ภาพประกอบ 2A)

จากการศึกษานี้ ผู้ทำการศึกษาระบุสาเหตุสำคัญ 2 ประการที่ทำให้เด็กมีปัญหาในหลาย ๆ ด้าน คือ 
เด็กขาดการดูแลเลี้ยงดูที่เหมาะสม: จากการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม เด็กจึงมีความผิดปกติด้านความรักความผูกพันทางอารมณ์ 
เด็กมีการเปิดรับสื่อตั้งแต่อยู่ในวัยเด็กเล็ก: จากการใช้สื่อตั้งแต่ยังเล็ก เด็กจึงมีกลุ่มของอาการที่คล้ายกับเด็กออทิสติก 

แนวทางการบำบัดรักษาที่ให้พ่อแม่ลงมือทำที่บ้าน
– ไม่ให้เด็กดูโทรทัศน์
– ให้พ่อแม่ชวนเด็กเล่นเชิงกายภาพ (ใช้ร่างกายในการเล่น) เช่น เล่นจักจี้กันและกัน คลาน หรือวิ่งด้วยกัน เป็นต้น 

สิ่งที่พ่อแม่ลงมือทำที่บ้าน
– ไม่ให้เด็กดูโทรทัศน์
– ฝึกทักษะการเล่นแบบอื่น ๆ ที่เป็นการเล่นเชิงกายภาพให้กับเด็ก และมีการเล่นร่วมกันกับเด็ก เช่น ให้เด็กปั้นดินเล่น เล่นจักจี้กับพ่อแม่ และวิ่งเล่นไล่จับกับพ่อในสวน

ผลที่ได้จากการลงมือทำของพ่อแม่

2 สัปดาห์หลังการลงมือทำ
– เด็กเริ่มสบตา (จากเดิมที่เด็กไม่สบตา)
– เด็กชวนพ่อแม่พูดคุยเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเล่น (จากเดิมที่ถามอะไรก็ไม่ตอบและไม่มีปฎิกริยาตอบกลับในบางครั้ง) 
– เด็กสามารถนั่งนิ่ง ๆ ในขณะที่ฟังคนอื่น ๆ พูดคุยกัน (จากเดิมที่เด็กจะวิ่งวุ่น ตะโกนโหวกเหวก สมาธิสั้น และมีปัญหาเรื่องความสนใจ)
– คะแนนการวัดผลเรื่องอาการออทิซึมของเด็กหลังการบำบัดรักษา: 26.5 คะแนน (จากเดิมเด็กได้ 37 คะแนนซึ่งบ่งชี้ว่าเด็กมีอาการออทิสติกขั้นรุนแรง แต่ตอนนี้เด็กได้คะแนนที่บ่งชี้ว่าเด็กเป็นเด็กปกติ)

2 เดือนหลังการบำบัดรักษา
– เด็กวาดภาพใบหน้าของแม่ในลักษณะของใบหน้าคนที่มีความสมบูรณ์มากขึ้น (ภาพประกอบที่ 2B) 

จากการศึกษานี้ ทำให้เราตระหนักว่าเพียงเราเลิกใช้สื่อเลี้ยงลูก และเราส่งเสริมให้ลูกเล่นในรูปแบบอื่น ๆ ร่วมกันกับเรา ลูกคนหนึ่งที่เคยมีพฤติกรรมและอาการคล้ายเด็กออทิสติกก็จะมีอาการดีขึ้น อีกทั้งเราและลูกยังได้มีโอกาสได้สานสายใยแห่งความรักระหว่างกัน อันจะส่งผลดีต่อพัฒนาการด้านต่าง ๆ ที่ลูกพึงมี ส่วนแนวทางการบำบัดรักษาที่ได้จากการศึกษานี้ เรายังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเด็กคนอื่น ๆ ที่มีปัญหาใกล้เคียงกับกรณีศึกษานี้ด้วย

เรื่องความเสี่ยงที่เกิดกับเด็กจากการใช้สื่อตั้งแต่เด็กยังเล็กนั้น นอกจากการศึกษาชิ้นนี้ก็ยังมีการศึกษาอีกหลาย ๆ ชิ้นที่ชี้ให้เราเห็นว่าการปล่อยให้เด็กใช้สื่อตั้งแต่ยังเล็ก จะส่งผลเสียต่อการสร้างความรักความผูกพันที่เด็กและพ่อแม่ผู้ปกครองพึงมีต่อกัน

สำหรับเด็ก ๆ ที่ขาดโอกาสพัฒนาความรักความผูกพันกับคนในครอบครัว เด็กจะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดปัญหาด้านพฤติกรรมและสังคมอีกนานัปประการตามมา อีกทั้ง เด็กอาจมีรูปแบบของกลุ่มอาการแบบเด็กออทิสติกได้ด้วย

ในทางกลับกัน เด็กที่ได้เล่นเชิงกายภาพแบบอื่น ๆ ร่วมกับพ่อแม่ผู้ปกครอง เป็นเด็กที่ได้รับโอกาสเรื่องการสร้างสายใยความรักความผูกพัน และเด็กกลุ่มนี้ไม่ต้องการดูโทรทัศน์เลย 

สถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกาหรือ AAP ให้คำแนะนำเรื่องการใช้สื่อในเด็กเล็กว่า 
เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 24 เดือน ควรเลี่ยงการใช้สื่อดิจิตอล
เด็กวัย 2-5 ขวบ ที่ใช้เวลาหน้าจอในการดูรายการที่มีคุณภาพ ควรจำกัดเวลาให้ดูได้เพียง 1 ชั่วโมง/วันเท่านั้น

กุมารแพทย์ควรให้ความรู้แก่พ่อแม่และผู้ปกครองของเด็กเรื่องพัฒนาการทางสมองในช่วงต้นของชีวิตเด็ก ความสำคัญของการให้เด็กได้ลงมือทำสิ่งต่าง ๆ การเล่นเชิงสังคมตามธรรมชาติที่เด็กควรมี ทั้งนี้เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีผลดีต่อการเสริมสร้างทักษะทางภาษา สติปัญญา และอารมณ์ให้กับเด็ก 

อย่างไรก็ตาม, จากบทความนี้ ชวนให้เราคิดว่า ในโลกปัจจุบันที่มีสื่อรายรอบตัวลูกและเรา เราจะเลี้ยงลูกกันอย่างไรดี?

เราจะให้โทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หรือแท็บเล็ตเลี้ยงลูกแทนเรา ปล่อยลูกให้สร้างความสัมพันธ์กับระบบดิจิตอล จนกระทั่งลูกขาดความผูกพันกับสังคมรอบข้างและเรา และที่ร้ายกว่านั้น ลูกจะมีพฤติกรรมแปลก ๆ แบบต่าง ๆ จนลูกอาจจะมีอาการแบบเด็กออทิสติกได้?

หรือ

เราจะคลุกคลีกับลูก เล่นสนุกไปกับลูก เพื่อสานสายใยความรักและความผูกพันที่เราและลูกพึงมีต่อกัน อันจะส่งผลให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีและสมวัยมากยิ่ง ๆ ขึ้นทั้งทางด้านสังคมและอารมณ์?

สำหรับศูนย์กระตุ้นพัฒนาการบ้านอุ่นรัก เรามั่นใจว่าคุณเลือก “คลุกคลีกับลูกสำคัญกว่าเทคนิคพิเศษใด ๆ”

อ่านบทความต้นฉบับเต็ม ๆ ได้ที่นี่
https://www.rewardfoundation.org/real-autism-or-fake/
https://www.jstage.jst.go.jp/article/jmi/65/3.4/65_280/_pdf

Credit บทความ: The Reward Foundation 

Credit กรณีศึกษา: J. Med. Invest. 65: 280-282, August, 2018

แปลสรุปและเรียบเรียงใหม่โดย: จินตวีร์ สายแสงทอง


สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง ที่ต้องการคำปรึกษาหรือพูดคุยกับพวกเรา สามารถโทรติดต่อหรือนัดหมายเข้ามาพบหรือพาลูกมาประเมิน เพื่อปรึกษาวางแนวการดูแลได้ที่บ้านอุ่นรัก สาขาที่ท่านสะดวกค่ะ

ติดต่อเรา
วันทำการ: จันทร์ – ศุกร์
เวลาทำการ: 09.00 น. – 15.00 น.

🏡 บ้านอุ่นรักสวนสยาม: เลขที่ 9/8 ซอยสวนสยาม 24 (แยก 2) หมู่บ้านอมรพันธ์ ซอย 7/1-5 คันนายาว กรุงเทพ 10230
☎️ โทร: 086 775 9656 และ 02 906 3033

🏡 บ้านอุ่นรักธนบุรี: เลขที่ 99/92 หมู่ 19 ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26 ศาลาธรรมสพน์ ทวีวัฒนา กรุงเทพ 10170
☎️ โทร: 087 502 5261 และ 02 885 8720

📧 Email: Baan_Aunrak@Hotmail.com
📧 Facebook Page: BaanAunRak.TH
📧 Line ID: คลิก https://line.me/R/ti/p/%40oya0528g
———-
#กระตุ้นพัฒนาการ
#เด็กออทิสติก#เด็กพัฒนาการช้า#เด็กสมาธิสั้น
#บ้านอุ่นรัก

คลุกคลีกับลูกสำคัญกว่าเทคนิคพิเศษใด ๆ | ตอนที่ 2 | บ้านอุ่นรัก

คลุกคลีกับลูกสำคัญกว่าเทคนิคพิเศษใด ๆ | ตอนที่ 2 | บ้านอุ่นรัก

คลุกคลีกับลูกสำคัญกว่าเทคนิคพิเศษใด ๆ | บ้านอุ่นรัก
ตอนที่ 2

กรณีศึกษา เรื่อง “ความผิดปกติด้านความรักความผูกพันและการเปิดรับสื่อของเด็กที่อยู่ในวัยเด็กเล็ก: อาการทางระบบประสาทที่มีลักษณะเลียนแบบอาการออทิซึม”

ศึกษาโดย Yurika Numata-Uematsu / Hiroyuki Yokoyama / Hiroki Sato / Wakaba Endo / Mitsugu Uematsu / Chieko Nara และ Shigeo Kure (คณะแพทย์ผู้ทำการศึกษานี้ ทำงานที่แผนกกุมารเวชศาสตร์ โรงเรียนแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยโทโอกุ ภูมิภาคเซนได ประเทศญี่ปุ่น และศูนย์การศึกษาทางการแพทย์สำหรับสตรีและเด็ก มหาวิทยาลัยแพทย์ฟูกูชิมา ประเทศญี่ปุ่น)

กรณีศึกษา เรื่อง “ความผิดปกติด้านความรักความผูกพันและการเปิดรับสื่อของเด็กที่อยู่ในวัยเด็กเล็ก: อาการทางระบบประสาทที่มีลักษณะเลียนแบบอาการออทิซึม”

ศึกษาโดย Yurika Numata-Uematsu / Hiroyuki Yokoyama / Hiroki Sato / Wakaba Endo / Mitsugu Uematsu / Chieko Nara และ Shigeo Kure (คณะแพทย์ผู้ทำการศึกษานี้ ทำงานที่แผนกกุมารเวชศาสตร์ โรงเรียนแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยโทโอกุ ภูมิภาคเซนได ประเทศญี่ปุ่น และศูนย์การศึกษาทางการแพทย์สำหรับสตรีและเด็ก มหาวิทยาลัยแพทย์ฟูกูชิมา ประเทศญี่ปุ่น)

กรณีศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าเด็กคนหนึ่งที่เคยได้รับการวัดผลของอาการว่ามีอาการออทิซึมในระดับรุนแรง กลับมีอาการที่ทุเลาลงได้อย่างรวดเร็วเมื่อพ่อและแม่ของเด็กไม่ให้เด็กใช้สื่อ แต่ส่งเสริมให้เด็กหันไปเล่นสนุกในรูปแบบอื่น ๆ ทางกายภาพร่วมกับพ่อแม่แทน

ทั้งนี้ ผลการศึกษานี้ยังสนับสนุนผลการศึกษาที่ ดร. Victoria Dunckley (จิตแพทย์เด็กชาวอเมริกัน) เคยศึกษาไว้และระบุว่า “ร้อยละ 80 ของเด็ก ๆ ที่เธอพบ ไม่ใช่เด็กที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีสุขภาพจิตผิดปกติและต้องใช้ยาในการบำบัดรักษา” แต่เด็ก ๆ เหล่านี้ มีอาการของ “เด็กติดหน้าจออิเล็กทรอนิกส์” 

เด็กที่เป็นกรณีศึกษาในประเทศญี่ปุ่นคนนี้ เป็นเด็กที่คณะแพทย์และทีมงานพบว่ามีความผิดปกติด้านความรักความผูกพันต่อพ่อแม่ 

เด็กคนนี้เป็นเด็กผู้ชายชาวญี่ปุ่น เด็กมีภาวะแรกเกิดปกติ พ่อและแม่ของเด็กไม่ได้มีความสัมพันธ์กันแบบเครือญาติ เด็กเป็นลูกคนเดียว พ่อเป็นพนักงานสำนักงาน ส่วนแม่เป็นแม่บ้าน คนในครอบครัวของเด็ก ไม่มีประวัติการเจ็บป่วยโรคออทิสติก โรคลมบ้าหมู หรือโรคระบบประสาทที่ผิดปกติ 

เด็กใช้สื่อตั้งแต่ยังเล็ก (ใช้สื่อตั้งแต่เด็กอายุ 6 เดือน) สื่อที่เด็กใช้มีทั้งโทรทัศน์ วีดีโอ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ระบบหน้าจอสัมผัสแบบต่าง ๆ

เด็กมีพัฒนาการทางด้านภาษาและสังคมเป็นปกติจนกระทั่งอายุ 18 เดือน เมื่อเด็กอายุ 5 ขวบ พ่อและแม่พบว่าเด็กไม่แสดงปฎิกริยาตอบสนองในบางครั้งบางคราว 

เด็กมีพฤติกรรมวิ่งวนไป ๆ มา ๆ ทำท่าเลียนแบบยอดมนุษย์คาเมนไรเดอร์ เล่นไปตะโกนโหวกเหวกไป เด็กมีสภาพทางร่างกายปกติ

เด็กไม่สบตา เด็กพูดได้ แต่พูดได้ดีอยู่เพียงเรื่องเดียว คือ เรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสื่อ เมื่อตั้งคำถามใด ๆ กับเด็กคนนี้ เด็กก็จะไม่ตอบ ทั้งนี้ พ่อและแม่ของเด็กบอกว่าเด็กใช้เวลาส่วนใหญ่ในการดูวีดีโอเรื่องยอดมนุษย์ต่าง ๆ และดูมาตั้งแต่อายุ 6 เดือน ส่วนการเล่นแบบอื่น ๆ เด็กไม่เล่นเลย 

เมื่อทำการศึกษา คณะแพทย์และทีมงานพบความเชื่อมโยงว่า การที่เด็กคนนี้ใช้สื่อตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้เด็กมีปัญหาหลายด้าน คือ มีพัฒนาทางสติปัญญาที่ล่าช้าไม่สมวัย มีพฤติกรรมก้าวร้าว มีสมาธิสั้น มีปัญหาเรื่องความสนใจ และมีปัญหาเรื่องการนอน นอกจากนี้ เด็กยังมีความผิดปกติเรื่องความรักความผูกพัน และมีอาการอื่น ๆ ที่เหมือนอาการของเด็กออทิสติกด้วย 

แม้ว่าเด็กคนนี้จะมีอาการหลายอย่างเหมือนเด็กออทิสติก แต่จากการประเมิณ ผู้ประเมิณพบว่าเด็กชอบเล่นกับผู้ประเมิณมากกว่าที่จะเล่นคนเดียว เด็กไม่ต่อต้านการสัมผัสทางกาย เด็กไม่แสดงปฏิกิริยาใด ๆ ที่ผิดปกติต่อสิ่งเร้าทางประสาทสัมผัสที่เด็กได้รับ ดังนั้น ผู้ประเมิณจึงเชื่อว่าเด็กคนนี้ต่างจากเด็กออทิสติก เพราะเด็กออทิสติกจะมีปัญหาเรื่องการเชื่อมโยงทางสังคมและการสื่อสารที่มีคุณภาพ 

To be continued โปรดติดตามอ่านตอนต่อไปในตอนถัดไปค่ะ

อ่านบทความต้นฉบับเต็ม ๆ ได้ที่นี่
https://www.rewardfoundation.org/real-autism-or-fake/
https://www.jstage.jst.go.jp/article/jmi/65/3.4/65_280/_pdf

Credit บทความ: The Reward Foundation 

Credit กรณีศึกษา: J. Med. Invest. 65: 280-282, August, 2018

Credit Photo: Hal Gatewood | Unsplash 

แปลสรุปและเรียบเรียงใหม่โดย: จินตวีร์ สายแสงทอง

สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง ที่ต้องการคำปรึกษาหรือพูดคุยกับพวกเรา สามารถโทรติดต่อหรือนัดหมายเข้ามาพบหรือพาลูกมาประเมิน เพื่อปรึกษาวางแนวการดูแลได้ที่บ้านอุ่นรัก สาขาที่ท่านสะดวกค่ะ

ติดต่อเรา
วันทำการ: จันทร์ – ศุกร์
เวลาทำการ: 09.00 น. – 15.00 น.


🏡 บ้านอุ่นรักสวนสยาม: เลขที่ 9/8 ซอยสวนสยาม 24 (แยก 2) หมู่บ้านอมรพันธ์ ซอย 7/1-5 คันนายาว กรุงเทพ 10230
☎️ โทร: 086 775 9656 และ 02 906 3033


🏡 บ้านอุ่นรักธนบุรี: เลขที่ 99/92 หมู่ 19 ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26 ศาลาธรรมสพน์ ทวีวัฒนา กรุงเทพ 10170
☎️ โทร: 087 502 5261 และ 02 885 8720
📧 Email: Baan_Aunrak@Hotmail.com
📧 Facebook Page: BaanAunRak.TH
📧 Line ID: คลิก https://line.me/R/ti/p/%40oya0528g
———-
#กระตุ้นพัฒนาการ
#เด็กออทิสติก#เด็กพัฒนาการช้า#เด็กสมาธิสั้น
#บ้านอุ่นรัก
———-

คลุกคลีกับลูกสำคัญกว่าเทคนิคพิเศษใด ๆ | ตอนที่ 1 | บ้านอุ่นรัก

คลุกคลีกับลูกสำคัญกว่าเทคนิคพิเศษใด ๆ | ตอนที่ 1 | บ้านอุ่นรัก

คลุกคลีกับลูกสำคัญกว่าเทคนิคพิเศษใด ๆ | บ้านอุ่นรัก
ตอนที่ 1

ทีมงานศูนย์กระตุ้นพัฒนาการบ้านอุ่นรักอ่านเจอบทความ ๆ หนึ่งเรื่อง “ออทิสติกแท้หรือออทิสติกเทียม ?” ซึ่งเผยแพร่โดย The Reward Foundation (องค์กรการกุศลด้านการศึกษา เมืองเอดินบะระ ประเทศสกอตแลนด์ สหราชอาณาจักร) 

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของวารสารการสืบสวนทางการแพทย์ ที่เมื่ออ่านจบ ทำให้อดไม่ได้ที่จะคิดถึงวลีประจำที่ครูนิ่มมักเอ่ยอยู่เสมอเมื่อได้พูดคุยและพบปะกับพ่อแม่ และผู้ปกครองของลูก ๆ ออทิสติก 

วลีที่ว่านั้น คือ “คลุกคลีกับลูกสำคัญกว่าเทคนิคพิเศษใด ๆ”


เราจึงแปลสรุปความบทความนี้มาแชร์ให้ทุกท่านได้อ่าน ซึ่งถ้าอ่านแต่ตอนต้น ๆ คงมองไม่เห็นว่าบทความชิ้นนี้จะยึดโยงกับวลี ๆ นั้นได้อย่างไร แต่เมื่ออ่านจบ เราจะพบกับคำตอบค่ะ

ออทิสติกแท้หรือออทิสติกเทียม ?

เรื่องการใช้สื่อในวัยเด็กเล็ก มีงานศึกษาหลายชิ้นที่ชี้ให้เห็นผลเสียที่เด็กเล็กจะได้รับจากการใช้สื่อ ผลเสียต่าง ๆ ที่ว่านี้กินความถึงการทำให้เด็กมีพัฒนาการทางสติปัญญาที่ลดน้อยลง มีพฤติกรรมก้าวร้าว มีสมาธิสั้น มีปัญหาเรื่องความสนใจ และมีปัญหาเรื่องการนอน 

จากผลเสียที่มีต่อเด็กเล็ก ๆ นี้ พ่อแม่ผู้ปกครองจึงได้รับคำแนะนำว่าต้องกันเด็ก ๆ ให้ออกห่างจากการใช้สื่อ ทั้งนี้เพราะช่วงวัยเด็กเล็กเป็นช่วงวัยที่เด็กมีการสร้างพัฒนาการระยะเริ่มแรก อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ผู้ปกครองรุ่นใหม่ยังคงใช้สื่อในการเลี้ยงลูก นอกเหนือจากการชวนลูกเล่นเกมส์จากสื่อแล้วก็อาจจะไม่รู้วิธีการเล่นในรูปแบบอื่น ๆ กับลูก แถมยังใช้สื่อเป็นเครื่องมือให้ลูกใช้เพื่อคุมลูกให้อยู่เงียบ ๆ กันเสียด้วยซ้ำ 

ผลเสียจากการใช้สื่อเลี้ยงลูก คือ พ่อแม่ผู้ปกครองและลูกไม่มีโอกาสสร้างความรักความผูกพันระหว่างกัน อีกทั้งลูกจะมีส่วนร่วมทางสังคมที่ลดน้อยลง และปัญหาที่สำคัญอีกประการที่อาจจะเกิดตามมาได้ คือ ลูก ๆ กลุ่มนี้อาจจะมีอาการคล้ายเด็กออทิสติก

ในวันพรุ่งนี้ เรามาอ่านสรุปบทความชิ้นนี้ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการสืบสวนทางการแพทย์ ฉบับที่ 65 ประจำเดือนสิงหาคม 2561 กันต่อ เพื่อทราบเรื่องราวที่เกี่ยวข้องและเป็นเรื่องราวที่ได้จากการศึกษาของคณะแพทย์และทีมงานค่ะ 

To be continued โปรดติดตามอ่านตอนต่อไปในตอนต่อไปค่ะ

อ่านบทความต้นฉบับเต็ม ๆ ได้ที่นี่
https://www.rewardfoundation.org/real-autism-or-fake/
https://www.jstage.jst.go.jp/article/jmi/65/3.4/65_280/_pdf

Credit บทความ: The Reward Foundation 

Credit กรณีศึกษา: J. Med. Invest. 65: 280-282, August, 2018

Credit Photo: Juliane Liebermann | Unsplash 

แปลสรุปและเรียบเรียงใหม่โดย: จินตวีร์ สายแสงทอง

สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง ที่ต้องการคำปรึกษาหรือพูดคุยกับพวกเรา สามารถโทรติดต่อหรือนัดหมายเข้ามาพบหรือพาลูกมาประเมิน เพื่อปรึกษาวางแนวการดูแลได้ที่บ้านอุ่นรัก สาขาที่ท่านสะดวกค่ะ

ติดต่อเรา
วันทำการ: จันทร์ – ศุกร์
เวลาทำการ: 09.00 น. – 15.00 น.

🏡 บ้านอุ่นรักสวนสยาม: เลขที่ 9/8 ซอยสวนสยาม 24 (แยก 2) หมู่บ้านอมรพันธ์ ซอย 7/1-5 คันนายาว กรุงเทพ 10230
☎️ โทร: 086 775 9656 และ 02 906 3033

🏡 บ้านอุ่นรักธนบุรี: เลขที่ 99/92 หมู่ 19 ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26 ศาลาธรรมสพน์ ทวีวัฒนา กรุงเทพ 10170
☎️ โทร: 087 502 5261 และ 02 885 8720

📧 Email: Baan_Aunrak@Hotmail.com
📧 Facebook Page: BaanAunRak.TH
📧 Line ID: คลิก https://line.me/R/ti/p/%40oya0528g
———-
#กระตุ้นพัฒนาการ
#เด็กออทิสติก#เด็กพัฒนาการช้า#เด็กสมาธิสั้น
#บ้านอุ่นรัก
———-