สื่อสารกับลูกออทิสติกอย่างเป็นรูปธรรม | บ้านอุ่นรัก

สื่อสารกับลูกออทิสติกอย่างเป็นรูปธรรม | บ้านอุ่นรัก

 

ลักษณะที่เด่นชัดอีกสองประการของลูกออทิสติก คือ (1) มีทักษะทางภาษาที่จำกัด และ (2) มีการสื่อความหมายแบบไม่สมวัย

ปัญหาทั้งสองประการนี้ ส่งผลให้ลูกมีชีวิตประจำวันที่ไม่ค่อยปกติสุข ไม่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างมีประสิทธิภาพได้ด้วยตนเอง ไม่สามารถบอกความต้องการของตนเองให้ผู้อื่นรู้และเข้าใจได้ ไม่ค่อยเข้าใจความหมายของเรื่องต่าง ๆ ที่เราหรือผู้อื่นสื่อสารกับลูก พูดสื่อความหมายได้จำกัด โต้ตอบการสนทนาแบบไม่สมวัย ใช้ภาษากาย สีหน้า และแววตาในการแสดงอารมณ์ได้ไม่ดี และใช้ท่าทางในการสื่อความหมายได้น้อย กล่าวโดยสรุป คือ ลูกไม่ค่อยเข้าใจภาษา และแม้จะเข้าใจภาษาพื้นฐานสั้นๆ ที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวัน แต่ก็ไม่เข้าใจความหมายของการสื่อสารผ่านประโยคยาวๆ หรือประโยคที่มีความหมายซับซ้อนได้อย่างแท้จริง

สำหรับปัญหาทักษะการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารของลูกนี้ คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองไม่ควรปล่อยผ่านหรือละเลย แต่ต้องรีบพาลูกไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กหรือจิตแพทย์เด็ก เพื่อแพทย์วินิจฉัยอาการ ตลอดจนหาทางบำบัดรักษาให้ทันท่วงที โดยปกติแล้ว การบำบัดรักษาปัญหานี้ต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนาน (ประมาณ 6-24 เดือน) และควรบำบัดรักษาก่อนลูกเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาล เพราะหากบำบัดรักษาลูกหลังลูกเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาลแล้ว ปัญหาของลูกอาจจะซับซ้อนจนแก้ไขได้ยาก และทำให้ลูกไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในชั้นเรียนได้ตามปกติค่ะ

ในการเรียนการสอนลูกออทิสติกที่ไม่ค่อยเข้าใจภาษา บ้านอุ่นรักใช้ “การสื่อสารอย่างเป็นรูปธรรมในการสื่อสารกับลูกออทิสติก” เพื่อช่วยให้ลูก ๆ เข้าใจภาษาหรือเข้าใจความหมายของการสื่อสารตรงหน้าได้ดียิ่งขึ้น กล่าวคือ ในการสอนเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เราจะ…

  • ประมวลภาพรวมของเหตุการณ์นั้น จากนั้น แยกภาพรวมออกเป็นส่วน ๆ เป็นภาพย่อย ๆ เรียงตามลำดับ…หนึ่ง…สอง…สาม…ไปจนกระทั่งจบเหตุการณ์
  • แปลงภาพเหตุการณ์แต่ละส่วนออกมาเป็นรูปภาพ ภาพวาด หรือภาพถ่ายย่อย ๆ เพื่อสื่อสารกับลูก ทั้งนี้ เราอาจใช้ตัวเขียน ตัวอักษร ตัวเลข การเขียนคำประกอบ ใช้สีช่วยความจำ ใช้ของจริง โมเดล หรือการ์ดภาพ มาประกอบการสื่อสารกับลูก เพื่อทำให้ลูกเข้าใจภาษาได้ง่ายขึ้น
  • แปลงภาษาประโยคที่ยาว ๆ ออกมาเป็นภาพสั้น ๆ เป็นคำพูดสั้น ๆ อธิบายแบบกระชับตรงไปตรงมา หรือย่อสั้นๆ แบบสรุปความ เพื่อค่อย ๆ แนะนำลูกไปช้า ๆ ทีละขั้นตามลำดับ ให้เหมาะกับระดับความเข้าใจหรือความสามารถทางภาษาของลูก
  • แปลงคำโดยนัยให้กลายเป็นคำที่สื่อความหมายทางตรง เช่น

คำที่มีความหมายโดยนัย: วันนี้ฝนตกแบบไม่ลืมหูลีมตา ลูกไม่ควรออกไปวิ่งเล่นในสนามนะคะ

คำที่สื่อความหมายทางตรง: วันนี้ฝนตกหนัก ลูกจึงต้องเล่นอยู่ในบ้านค่ะ

  • ใช้สมุดสื่อสารหรือการอัดเสียงมาประกอบการสื่อสารกับลูก
  • ให้ลูกได้มีส่วนร่วมลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ตามลำดับขั้นตอนที่ระบุชัด (จากขั้นตอนที่หนึ่ง สอง สาม ไปทีละขั้นตามลำดับจนถึงขั้นตอนสุดท้าย) เพื่อสร้างประสบการณ์ตรงหรือประสบการณ์จริงให้กับลูก ทั้งนี้ เราจะอธิบายขั้นตอนการลงมือทำด้วยภาพวาดหรือคำอธิบายสั้น ๆ ที่ระบุแนวทางการแก้ปัญหา และมีการแสดงบทบาทสมมุติเสมือนจริงหรือจำลองเหตุการณ์ให้ลูกได้ลงมือทำ การชวนลูกคุยในขณะที่ลงมือทำจะช่วยกระตุ้นให้ลูกคิดและฝึกฝนการตอบโต้เสมือนจริง ทั้งนี้ ต้องมีการฝึกและลงมือปฏิบัติจริงบ่อย ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ตรงซ้ำ ๆ ให้กับลูกจนลูกจดจำทุกขั้นตอนของเหตุการณ์นั้น ๆ ได้อย่างแม่นยำ เช่น แม่ผลักตัวลูก แม่ล๊อคตัวลูกไว้ แล้วพูดสอนลูกว่า เมื่อเกิดสถานการณ์แบบนี้ ลูกจะพูดว่าอะไรและลูกจะทำอะไรเพื่อแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว เป็นต้น

สำหรับลูกออทิสติกนั้น การสื่อสารอย่างเป็นรูปธรรมตามแนวทางที่บ้านอุ่นรักกล่าวไว้ข้างต้น จะช่วยให้ลูกเรียนรู้ได้ดีขึ้น เรียนรู้ได้ง่ายขึ้น และช่วยให้ลูกเข้าใจภาษาได้ดีขึ้นมากกว่าการพูดคุยแต่เพียงอย่างเดียว ลองทำดูนะคะ

Photo Credit: Joshua Coleman | Unsplash

ลูกออทิสติกไม่เข้าใจภาษา ทำอย่างไรให้ลูกเข้าใจได้ดีขึ้น? | บ้านอุ่นรัก

ลูกออทิสติกไม่เข้าใจภาษา ทำอย่างไรให้ลูกเข้าใจได้ดีขึ้น? | บ้านอุ่นรัก

การพูดและการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารนับเป็นพัฒนาการและทักษะสำคัญที่จะส่งผลให้เด็ก ๆ พัฒนาทักษะและความสามารถในด้านอื่น ๆ ต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการเลียนแบบ ความสามารถที่จะสานต่อปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ความสามารถในการคิด ประมวลผลการสื่อสารและกลั่นออกมาเป็นคำพูดโต้ตอบที่ตรงตามสถานการณ์ตรงหน้าได้ และความสามารถในการเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ เป็นต้น

แต่ในกรณีของลูกออทิสติก ลูกมักจะมีปัญหาเรื่องการพูดและไม่ค่อยเข้าใจภาษาเพื่อการสื่อสาร จึงต้องได้รับการแก้ไขให้ทันท่วงทีก่อนที่ปัญหาจะยิ่งซับซ้อนมากยิ่ง ๆ ขึ้นจนยากที่จะแก้ไข

การแก้ไขปัญหานี้ควรมีนักแก้ไขการพูดหรือครูฝึกพูดเป็นบุคคลหลักในการช่วยบำบัดและรักษา อย่างไรก็ตาม การบำบัดรักษาต้องใช้ระยะเวลาและต้องทำสม่ำเสมอ ดังนั้น คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง และสมาชิกทุกคนในบ้านสามารถเข้ามาเป็น “ทีมเสริม” ของนักแก้ไขการพูดหรือครูฝึกพูด เพื่อช่วยให้ลูกมีพัฒนาการด้านนี้ที่ดีขึ้นได้ โดยเมื่อนักแก้ไขการพูดหรือครูฝึกพูดวางแนวทางการดูแลและบำบัดรักษาลูกในขณะลูกอยู่ที่บ้าน ทุกคนในบ้านควรร่วมมือกันปฏิบัติตามคำแนะนำนั้น ๆ ค่ะ

สำหรับเด็ก ๆ ออทิสติกที่มาเรียนที่ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” เรามีแนวทางในการกระตุ้นทักษะและพัฒนาการด้านนี้ให้กับเด็ก ๆ ดังนี้ คือ

  • ใช้สื่อ อุปกรณ์ เครื่องมือ
  • ใช้การรับรู้ทางสายตาโดยการมองเห็น (Visual Learning)
  • เพิ่มทักษะทางภาษาท่าทาง
  • วางเงื่อนไขการพูด  
  • เน้นพูดตาม ถามทวนซ้ำ
  • เน้นการพูดโต้ตอบสนทนา

เราอยากให้คุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง ได้ลองทำตามแนวทางของเราควบคู่ไปกับแนวทางที่นักแก้ไขการพูดหรือครูฝึกพูดให้ไว้ ทั้งนี้เพื่อในที่สุดลูกหลานออทิสติกจะได้เข้าใจภาษาได้ดีขึ้นค่ะ

Photo Credit: Humphrey Muleba | Unsplash

ชีวิตยังมีร่มเงาเสมอ | บ้านอุ่นรัก

ชีวิตยังมีร่มเงาเสมอ | บ้านอุ่นรัก

เวลาที่เราทุกข์ใจหรือสุขใจ
เรามักจะนึกถึงใครที่จะช่วยรับรู้และแบ่งปัน
…
คน ๆ นั้นอาจเป็นพ่อแม่ของเรา เป็นพี่น้อง เป็นเพื่อน เป็นญาติ หรือแม้แต่เพื่อนข้างบ้าน
เค้าคนนั้นจึงเป็นเสมือนออกซิเจนช่วยชีวิตของเรา
…
ลองค้นลงไปในใจว่ามีใครสักสองสามคนในชีวิตเรา
ที่เป็นเสมือนเพื่อนแท้ ที่เรามักจะแบ่งปันกับเขาเสมอไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดในชีวิต
…
เมื่อค้นพบ จงถนอมไว้อย่างเห็นค่าและรับรู้ให้ชัดว่า “
เราไม่เคยโดดเดี่ยว”
เพราะ “
ยังมี” ใครบางคนยืนอยู่ข้าง ๆ เราเสมอ
…
ช่างดีเหลือเกิน ที่มีใครบางคนร่วมรับรู้ว่าเรากำลังเจอกับอะไรในชีวิตที่หนักหนาสาหัส
มีใครบางคนที่จะร้องไห้ไปด้วยกันกับเรา เมื่อเรามีทุกข์
และมีใครบางคนส่งรอยยิ้มกว้าง ๆ มาให้เรา ในเวลาที่เรามีความสุข
…
เขาเหล่านั้นเป็นเสมือนออกซิเจนที่ช่วยชีวิตเรา
และเราจะเป็นและส่งต่อออกซิเจนชีวิตนี้ให้กับลูกของเราด้วยเช่นกัน

…

Photo Credit: Eddy Lee | Unsplash

ตั้งเป้าหมายให้ลูกดูแลตนเองในชีวิตประจำวันได้ | บ้านอุ่นรัก

ตั้งเป้าหมายให้ลูกดูแลตนเองในชีวิตประจำวันได้ | บ้านอุ่นรัก

เราจะตั้งเป้าหมายให้ลูกดูแลตนเองในชีวิตประจำวันให้ได้

ทำไม…ต้องตั้งเป้าหมายเช่นนี้ ?

ทำไม…ต้องสอนให้ลูกออทิสติกรู้บทบาทของตนเองและมีส่วนร่วมลงมือทำทุก ๆ เรื่องที่เป็นกิจวัตรประจำวันที่เกี่ยวกับตัวลูกเอง ?

เราทำเช่นนั้น เพราะ…เรารู้ว่า

  • ลูกทำได้
  • ลูกรู้บทบาทของตนเองได้
  • ลูกมีส่วนร่วมลงมือทำในกิจวัตรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องดูแลตนเองได้ตามวัย และ
  • ลูกพึ่งพาตนเองได้

เพราะลูกทำได้เช่นนี้ ในอนาคต…ลูกจึงไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากเราหรือใคร ๆ ในทุก ๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดูแลตนเองในชีวิตประจำวันตามวัย

เราทำเช่นนั้น เพราะ…เรามีเป้าหมายว่า “ลูกออทิสติกของเราต้องดูแลตนเองในชีวิตประจำวันได้” 

เมื่อมีเป้าหมายแน่ชัด เราจึงลงมือทำตั้งแต่ตอนนี้ ค่อย ๆ สอนและให้เวลาลูกได้เรียนรู้ เพื่อได้ถึงวันที่เป้าหมายของเราจะสำเร็จลุล่วง…

ความสำเร็จในการลงมือทำของเรา = ความอดทน + ความพยายามทำที่เราได้ทุ่มเท ใส่ใจ และลงแรงไป

Photo Credit: Anna Earl | Unsplash

ให้โอกาสลูกได้เติบโตในบรรยากาศที่ดี | บ้านอุ่นรัก

ให้โอกาสลูกได้เติบโตในบรรยากาศที่ดี | บ้านอุ่นรัก

เวลาที่ลูกออทิสติก ลูกสมาธิสั้น หรือลูกที่มีพัฒนาการช้าไม่สมวัยของพวกเราอยู่นอกบ้านหรืออยู่กับคนอื่นที่ไม่คุ้นเคย ด้วยความซนและพฤติกรรมวุ่น ๆ ของลูก ลูกจึงมักจะถูกเตือน ถูกตำหนิ หรือถูกดุอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น อย่างน้อย ๆ ในเวลาที่ลูก ๆ อยู่กับเราที่บ้าน บรรยากาศในบ้านของเราควรเป็นบรรยากาศที่ดีและมีการพูดคุยกับลูกด้วยความเมตตา

การพูดคุยกับลูกด้วยความเมตตา จะทำให้ลูกรู้สึกดีและรู้คุณค่าของตัวเอง การพูดชี้แนะสั้น ๆ หรือจับนำให้ลูกแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมและมองหาสิ่งดี ๆ ที่ลูกทำ สามารถช่วยสร้างพฤติกรรมทางบวกของลูกขึ้นมาทดแทนได้

การเลี้ยงลูกด้วยความรัก ย่อมทำให้ลูกรับรู้คุณค่าของตนเอง อีกทั้งสัมผัสได้ว่าพ่อแม่รักและภูมิใจในตัวลูกอย่างสุดหัวใจ

การที่เราสามารถเตรียมตนเตรียมใจให้พร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ความดื้อ อาการหงุดหงิด และลดความขัดแย้งด้วยความเมตตาและความหนักแน่น จะสร้างความสำเร็จในการรับมือลูก ๆ ได้

เมื่อลูกได้อยู่และเติบโตท่ามกลางบรรยากาศที่ดีที่บ้าน บ้านที่คนในบ้านทุกคนรู้คุณค่าของการระวังใจและระวังคำพูด ลูก ๆ ก็จะได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มีความก้าวหน้าด้านพัฒนาการ และเจริญเติบโตทางอารมณ์ได้ด้วยดีค่ะ

Photo Credit: Andrik Langfield | Unsplash