VDO | ทฤษฏี ABA (Applied Behavior Analysis) กับการปรับพฤติกรรมเด็กออทิสติก/เด็กสมาธิสั้น

VDO | ทฤษฏี ABA (Applied Behavior Analysis) กับการปรับพฤติกรรมเด็กออทิสติก/เด็กสมาธิสั้น

ทฤษฏี ABA (Applied Behavior Analysis หรือการวิเคราะห์พฤติกรรมประยุกต์) กับการปรับพฤติกรรมเด็กออทิสติก/เด็กสมาธิสั้น

———-
ในปัจจุบัน มีการนำทฤษฎีหลายทฤษฎีมาประยุกต์ใช้ในการบำบัดรักษาเด็กออทิสติก/เด็กสมาธิสั้น และประเด็นสำคัญประการหนึ่งที่จำเป็นต้องวางแผนในการบำบัดรักษาเด็กสองกลุ่มนี้ คือ ต้องมีการปรับพฤติกรรมของเด็ก ๆ เพื่อลดข้อจำกัดที่กำลังขัดขวางการดำรงชีวิตตามปกติสุขและปิดกั้นการเรียนรู้ของพวกเขา ซึ่งหากจะให้เกิดผลดี เราอาจจะต้องนำแนวทางการปรับพฤติกรรมจากหลาย ๆ ทฤษฎีมาประยุกต์ใช้ผสมผสานกันอย่างมีศาสตร์และศิลป์
———-
ในตอนนี้ จะกล่าวถึงทฤษฏี ABA (Applied Behavior Analysis) หรือ ทฤษฏีการวิเคราะห์พฤติกรรมประยุกต์ ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยอิแวน โลวาส (Ivan Lovass) และได้รับการยอมรับว่าเป็นอีกทฤษฎีหนึ่งที่สามารถนำมาปรับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในแง่การปรับพฤติกรรมเด็กออทิสติก/เด็กสมาธิสั้น 
———-
ทฤษฎี ABA เชื่อว่า “พฤติกรรมสามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยการวิเคราะห์กระบวนการที่ทำให้เกิดพฤติกรรมที่มีลักษณะเฉพาะเป็นรายบุคคลว่าในกระบวนการเกิดพฤติกรรมจะมีองค์ประกอบสำคัญ คือ มีสิ่งเร้ามากระทบทำให้เกิดพฤติกรรม และมีแรงเสริมบางอย่างที่จะมีผลให้พฤติกรรมนั้น ๆ เกิดเพิ่มมากขึ้นหรือลดน้อยลงในอนาคต จากนั้น จะนำผลการวิเคราะห์ที่ได้ มาวางแผนและปรับกระบวนการทางพฤติกรรมเสียใหม่ เพื่อปรับลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์หรือเพิ่มพฤติกรรมใหม่ที่พึงประสงค์” 
———-
เพื่อให้เพื่อน ๆ เห็นภาพการประยุกต์ใช้ทฤษฎี ABA ในทางปฏิบัติได้ชัดเจนขึ้น เราจึงนำตัวอย่างการจำลองภาพการปรับพฤติกรรมแบบ ABA (หนึ่งเหตุการณ์ แต่ดำเนินเรื่องในสองลักษณะ) มาให้เพื่อน ๆ รับชมตามคลิปนี้ 
———-

———-
Changing Behavior – Autism Therapy Video
วีดีโอแสดงตัวอย่างแนวทางการปรับพฤติกรรมแบบ ABA 
———-
เหตุการณ์แบบที่ 1:
-> เด็กใช้คอมพิวเตอร์อยู่ 
-> ครูเดินมาบอกว่าหมดเวลาการใช้คอมพิวเตอร์แล้ว 
-> เด็กโวยวายตะโกนยืนกรานว่าตนเองต้องได้ใช้คอมพิวเตอร์ต่อ 
-> ครูอนุโลมให้เด็กนักเรียนได้ใช้คอมพิวเตอร์ต่อไปอีกห้านาที

#แรงเสริม คือ ครูยอมอนุโลมให้เด็กได้ทำในสิ่งที่เด็กต้องการ ทั้ง ๆ ที่หมดเวลาแล้ว
———-
คำถาม: 
จากแรงเสริมที่ครูยอมอนุโลมให้เด็กใช้คอมพิวเตอร์ต่อทั้ง ๆ ที่หมดเวลาแล้วนั้น คุณคิดว่า ในอนาคต แนวโน้มที่เด็กจะแสดงพฤติกรรมตะโกนโวยวายยืนกรานว่าตนต้องได้ทำตามที่ตนต้องการจะเป็นเช่นไร (#เพิ่มขึ้นหรือลดลง
———-
คำตอบ: 
เด็กมีแนวโน้มที่จะแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเช่นนี้ต่อไป (หากเด็กอยากได้อะไรก็จะตะโกนโวยวายยืนกรานที่จะทำตามที่ตนต้องการ) และมีพฤติกรรมรูปแบบนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ หากถูกขัดใจ ไม่ได้ดั่งใจ หรือไม่ได้ในสิ่งที่ตนต้องการ
———-
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เดียวกันนี้อาจต่างออกไปได้ คือ
———-
เหตุการณ์แบบที่ 2:
-> เด็กใช้คอมพิวเตอร์อยู่ 
-> ครูเดินมาบอกว่าหมดเวลาการใช้คอมพิวเตอร์แล้ว 
-> เด็กโวยวายตะโกนตอบยืนกรานว่าตนเองต้องการใช้คอมพิวเตอร์ต่อ 
-> ครูพูดย้ำว่าหมดเวลาแล้ว ครูปิดคอมพิวเตอร์ ครูไม่ยอมให้เด็กใช้คอมพิวเตอร์อีกต่อไป

#แรงเสริม คือ ครูพูดย้ำว่าหมดเวลาแล้ว ครูปิดคอมพิวเตอร์ ครูไม่ยอมให้เด็กได้ใช้คอมพิวเตอร์ต่อตามที่เด็กต้องการ
———-
คำถาม: 
จากแรงเสริมที่ครูไม่ยอมให้เด็กใช้คอมพิวเตอร์ต่อเพราะหมดเวลาแล้วนั้น คุณคิดว่า ในอนาคต แนวโน้มที่เด็กจะมีพฤติกรรมตะโกนโวยวายยืนกรานว่าตนต้องได้ทำตามที่ตนต้องการจะเป็นเช่นไร (#เพิ่มขึ้นหรือลดลง) 
———-
คำตอบ: 
เด็กมีแนวโน้มที่จะลดการแสดงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์นี้ลง เพราะทำแล้วก็ไม่ได้ในสิ่งที่ตนต้องการ (มีพฤติกรรมตะโกนโวยวายยืนกรานว่าตนต้องได้ทำตามที่ตนต้องการลดลง)
———-

จากคลิปตัวอย่างในวันนี้เรื่องการใช้ทฤษฏี ABA ในการปรับพฤติกรรมเด็ก เราหวังว่าเพื่อน ๆ จะได้เห็นภาพเรื่องการให้แรงเสริมในรูปแบบที่ต่างกันอันจะส่งผลต่อการเพิ่มหรือลดพฤติกรรมหนึ่ง ๆ ของเด็ก ๆ ได้ชัดเจนขึ้น 
———-
จริง ๆ แล้ว การเลี้ยงลูกออทิสติก/ลูกที่สมาธิสั้น ก็คือการที่เราเลี้ยงเด็กคนหนึ่งเหมือนเด็กคนอื่น ๆ เราจึงสามารถใช้วิถีการเลี้ยงสามัญธรรมดา เพียงแต่ลูก ๆ สองกลุ่มนี้ของเราจะมีพฤติกรรมบางด้านที่เราจะต้องสังเกตเห็นและหาทางแก้ไขอย่างจริงจังมากกว่าการเลี้ยงลูกตามปกติ
———-
เราซึ่งเป็นพ่อ แม่ ผู้ปกครอง หรือคนในครอบครัวของเด็กสามารถใช้สัญชาตญาณ ความรัก ความปรารถนาดีที่ตั้งอยู่บนขอบเขตที่เหมาะสมมาใช้ในการเลี้ยงลูกที่น่ารักคนนี้ได้อย่างดีอยู่แล้ว 
———-
แต่ในบางกรณีที่เกิดการติดขัด คิดไม่ตก หรือแก้ปัญหาพฤติกรรมของลูก ๆ ไม่ได้ เราอาจลองค้นคว้าเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อหาทางเลือกในการแก้ปัญหาจากแนวทางทฤษฎีต่าง ๆ ที่มีคนเคยทดลองทำซ้ำแล้วซ้ำอีกจนเกิดผลสำเร็จมาประยุกต์ใช้ดูบ้าง ซึ่งอาจจะมีส่วนช่วยให้เราเกิดความมั่นใจในการเลี้ยงลูกได้อย่างมีทิศทางมากขึ้น และจะได้มีกำลังใจว่าจริง ๆ แล้วทุกปัญหาที่เกิดกับลูกมีทางออก 
———-
มีเด็กจำนวนมากเดินในเส้นทางนี้มาก่อนและมีคนพยายามคิดค้นแนวทางรอไว้ให้เราเรียนรู้อยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องค้นคว้าและเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาอย่างรอบคอบและจะต้องทำอย่างเกิดสมดุลตามแบบฉบับเฉพาะตัวของครอบครัวเราและเหมาะกับลูกของเรา
———-
ขอให้มีความมั่นใจและมีกำลังใจในการเลี้ยงลูกนะคะ
———-
Clip Credit: www.behaviorfrontiers.com

เน้นประเด็น ข้อ 16-18/18 | พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู  จะช่วยเด็กออทิสติกในเรื่องพฤติกรรมได้อย่างไร | บทความแปล (เรียบเรียงใหม่)

เน้นประเด็น ข้อ 16-18/18 | พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู จะช่วยเด็กออทิสติกในเรื่องพฤติกรรมได้อย่างไร | บทความแปล (เรียบเรียงใหม่)

▶️16.คิดให้รอบคอบเรื่องสถานที่ ๆ เราจะพาเด็กออทิสติกที่มีปัญหาเรื่องระบบรับสัมผัส (รับรู้ไว) ไปเที่ยว
🎢🎠ตัวอย่าง: หากลูกกลัวเสียงดัง หรือกลัวที่ ๆ มีคนพลุกพล่าน เราไม่ควรพาลูกไปเที่ยวเทศกาลดอกไม้ไฟหรืองานกาชาด 🎡แต่ควรชวนลูกไปเที่ยวในสวนที่สงบ ๆ และร่มรื่น ⛩เป็นต้น

▶️17.สื่อสาร พูดคุย หรือรับมือเด็ก 😇ด้วยความเมตตา ใจเย็นและสงบ หากในการรับมือนั้น เรา😡รู้ตัวว่าเรายังใจร้อนและโมโหอยู่ เราควรขอให้เพื่อน คนในครอบครัว หรือนักบำบัดช่วยรับมือแทน (หรือขอคำปรึกษาว่าจะทำใจให้สงบได้อย่างไร) 😰ทั้งนี้ หากเราโกรธ ใจร้อน เร่งรัดให้เด็กทำสิ่งต่าง ๆ หรือขู่เด็ก เราอาจหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของเด็กได้เพียงชั่วครู่ (เพราะเด็กกลัวหรือตกใจ) แต่ไม่ทำให้เด็กมีพฤติกรรมที่ดีขึ้นได้ในระยะยาว

▶️18.เราไม่โทษเด็กหรือตัวเราเองหากเราทำดีที่สุดแล้วแต่สถานการณ์กลับไม่เป็นไปตามที่เราต้องการ 😎🤗 ทั้งนี้เพราะแม้เราพยายามดีที่สุดแล้ว พยายามทำให้ทุกเหตุการณ์เป็นเรื่องที่เด็กรู้อย่างชัดเจนแล้วว่าเขาต้องทำอะไร ทำอะไรก่อน-หลัง เราใจเย็นแล้ว หรือได้บอกเด็กไปหลายครั้งแล้วในสิ่งที่เขาต้องทำ 👩‍🌾👨‍🌾 แต่ใช่ว่าเหตุการณ์จะเป็นไปด้วยดีได้ทุกครั้ง 👩‍🏭หากครั้งใดเกิดเรื่องที่เราไม่คาดคิดหรือไม่พึงประสงค์ ไม่เป็นดังใจหวัง🧛‍♂🧛‍♀

เน้นประเด็น ข้อ 13-15/18 | พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู  จะช่วยเด็กออทิสติกในเรื่องพฤติกรรมได้อย่างไร | บทความแปล (เรียบเรียงใหม่)

เน้นประเด็น ข้อ 13-15/18 | พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู จะช่วยเด็กออทิสติกในเรื่องพฤติกรรมได้อย่างไร | บทความแปล (เรียบเรียงใหม่)

▶️13.ให้เด็กร่วมทำงานหรือทำกิจกรรมที่มีเครื่องไม้เครื่องมือ สื่อเป็นองค์ประกอบ (เช่น เล่นเกมส์ เล่นคอมพิวเตอร์) หรือใช้สายตาในการดำเนินงาน (เช่น งานแยกสี แยกสิ่งของ ต่อตัวต่อ ต่อโมเดลรถยนต์) ทั้งนี้เพราะเด็กออทิสติกมักมีทักษะที่ดีในเรื่องเหล่านี้อย่างไรก็ตาม หากงานหรือกิจกรรมที่ทำต้องใช้ระยะเวลานาน ควรให้เด็กได้พัก พื่อไม่ให้เกิดความกระวนกระวายหรือหงุดหงิด

▶️14.อนุญาตให้เด็กหยิบของชิ้นโปรด🐖🏐จากกิจกรรมที่เพิ่งจบไปติดไม้ติดมือไปด้วยในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านสู่กิจกรรมใหม่ 🤗 เพื่อทำให้เด็กสบายใจในการเปลี่ยนผ่านกิจกรรมหรือการเปลี่ยนที่ไปยังสถานที่ ๆ ใหม่ที่ไม่คุ้นเคย (โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านจากกิจกรรมที่ชอบไปสู่สิ่งที่ไม่ชอบ)
🚚ตัวอย่าง: ให้เด็กถือรถยนต์ของเล่นติดมือ🚗ไปตอนที่เด็กต้องออกจากบ้านไปพบนักกิจกรรมบำบัด

▶️15.ใช้การหันเหความสนใจของเด็กแทนการบอกว่า “ไม่” หรือ “หยุด”👩‍🌾👨‍🌾 ทั้งนี้โดยเฉพาะในเวลาที่เราต้องการหยุดพฤติกรรมทางลบ
⭕ ตัวอย่าง: ลูกวิ่งวุ่นในร้านขายของ แม่บอกลูกว่า “เดิน”
⭕ตัวอย่าง: ลูกเดินออกนอกเส้นที่ตีไว้ให้เดิน แม่จูงลูกกลับมาเดินในเส้น พร้อมบอกลูกว่า “กลับมาเดินตามเส้นที่เขาขีดไว้ให้เดิน”

เน้นประเด็น ข้อ 11-12/18 | พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู  จะช่วยเด็กออทิสติกในเรื่องพฤติกรรมได้อย่างไร | บทความแปล (เรียบเรียงใหม่)

เน้นประเด็น ข้อ 11-12/18 | พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู จะช่วยเด็กออทิสติกในเรื่องพฤติกรรมได้อย่างไร | บทความแปล (เรียบเรียงใหม่)

▶️11.ชมเด็กและแสดงให้เด็กรู้ว่าเรารู้สึกดีอย่างไรที่เด็กทำได้ตามข้อตกลง
🔰ตัวอย่างเด็กส่งเสียงดังในโรงภาพยนตร์ เราควรบอกเด็กว่า “พูดเบา ๆ ในโรงภาพยนตร์” เมื่อเด็กทำได้ตามที่เราบอก เราต้องกล่าวชม เช่น “แม่ดีใจที่หนูพูดเบา ๆ ในโรงภาพยนตร์” “แม่ขอบใจที่หนูพูดเบา ๆ ในขณะชมภาพยนตร์” เป็นต้น
📛การต่อยอด: ในกรณีที่เด็กมีทักษะการฟัง การทำความเข้าใจ เราควรใช้สถานการณ์นี้ในการต่อยอดสอนเด็กเรื่องผลการกระทำของเด็กที่มีต่อบุคคลอื่น

▶️12.ให้เด็กได้เลือกเองบ้าง ทั้งนี้ อย่าลืมว่าเด็กออทิสติกก็เหมือนกับเด็กอื่น ๆ ทั่วไป 🧒👩 คือ อยากควบคุมสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเองได้บ้าง 👨‍🌾👩‍🌾 ดังนั้น ในบางเรื่อง บางครั้งบางคราว เราควรให้เด็กได้เลือกบ้าง 🔶️แต่จำกัดตัวเลือกไว้ไม่เกิน 4 อย่าง เพื่อไม่ให้เด็กเกิดความสับสนเพราะเลือกไม่ถูก
⭕ตัวอย่าง: 🖥📺หนูอยากเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์หรืออยากดูโทรทัศน์
👕ลูกอยากใส่เสื้อสีเขียวหรือสีแดง

🍭🍭 หมายเหตุ: สำหรับเด็กที่ขาดทักษะทางภาษาและการฟังเข้าใจ เราสามารถใช้ภาพเป็นตัวช่วยในการให้ทางเลือก
ตัวอย่าง: วันนี้ลูกอยากทานอะไร (ให้เด็กเลือกจากตัวเลือกตามภาพที่เตรียมไว้)

เน้นประเด็น ข้อ 9-10/18 | พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู  จะช่วยเด็กออทิสติกในเรื่องพฤติกรรมได้อย่างไร | บทความแปล (เรียบเรียงใหม่)

เน้นประเด็น ข้อ 9-10/18 | พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู จะช่วยเด็กออทิสติกในเรื่องพฤติกรรมได้อย่างไร | บทความแปล (เรียบเรียงใหม่)

▶️9.ใช้การเสริมแรง 🍭 (Reinforcement) (เช่น คำชม รางวัล ให้ดาวความดี) เพื่อกระตุ้นให้เด็กทำพฤติกรรมที่พึงประสงค์

ข้อควรจำ: 🐷🐖

↪-ในกรณีที่เราสัญญากับเด็กว่าเราจะให้รางวัล เราต้องทำตามสัญญาเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ

↪-เราต้องสามารถหยุดการต่อรองในกรณีที่เด็กมีการต่อรองเรื่องสิ่งตอบแทนหรือรางวัลที่ต้องการได้รับ ทั้งนี้ เราอาจให้ทางเลือกแก่เด็กเพื่อลดข้อโต้แย้งเรื่องของรางวัล แต่ต้องไม่เกิน 2-4 ตัวเลือก เพราะเด็กอาจสับสนและเลือกไม่ถูกหากมีตัวเลือกมากมายเกินไป

↪-รางวัลที่ให้เป็นสิ่งที่เด็กชอบ

↪-เราจะค่อย ๆ ลดการให้แรงเสริม เช่น รางวัล หรือคำชมลง จนกระทั่งไม่ต้องให้อีกเลย เมื่อเด็กเกิดพฤติกรรมทางบวกจนเป็นนิสัยแล้ว

ตัวอย่าง: แม่จะคุยโทรศัพท์ 5 นาที ในระหว่างที่แม่โทรศัพท์ ลูกต้องเล่นเงียบ ๆ ถ้าลูกทำได้ เมื่อแม่คุยโทรศัพท์เสร็จ แม่จะเล่นกับลูกค่ะ (รางวัลในที่นี้คือแม่จะเล่นกับลูก)

▶️10.ทำข้อตกลงที่ทำร่วมกันมีความชัดเจนว่า✏เราจะทำอะไร ✏อะไรเกิดก่อน-หลัง ✏และหากเด็กทำได้ตามข้อตกลง เด็กจะได้อะไรเป็นรางวัล

ตัวอย่างสถานการณ์😭: ลูกโกรธและโวยวายทุกครั้ง หากไปร้านขายของแต่แม่ไม่อนุญาตให้ลูกเดินไปดูของเล่นที่แผนกของเล่น
🚩ตัวอย่างการทำข้อตกลง:🏪 ก่อนไปร้านขายของ แม่บอกลูกว่า “วันนี้เราจะไปซื้อปากกา 🖋🖊ที่ร้านขายของ เมื่อเราซื้อปากกาเสร็จ เราจะไปจ่ายเงิน จากนั้น เราจะกลับบ้านกันค่ะ ✔ถ้าลูกทำตามนี้ได้ ✅ลูกจะได้ดูการ์ตูนเรื่องโคนันที่ลูกชอบ 1 ตอนเมื่อเรากลับถึงบ้าน”

🔅🔅: เมื่อไปถึงร้านขายของ แม่จะบอกลูกอีกครั้งว่า “ตอนนี้ เราจะเข้าไปในร้านขายของ ไปซื้อปากกา ไปจ่ายเงิน และเราจะกลับบ้าน ✔ถ้าลูกทำตามนี้ได้ ลูกจะได้ดูการ์ตูนเรื่องโคนันที่ลูกชอบ 1 ตอนเมื่อเรากลับถึงบ้าน”
😉 ข้อควรจำเรื่องการให้รางวัล:
✅เราควรกล่าวทวนสิ่งที่เด็กทำได้ตามข้อตกลงก่อนให้รางวัล
ตัวอย่างการกล่าวทวนความ: เมื่อกลับเข้าบ้าน แม่พูดว่า👩‍🏭 “วันนี้แม่ดีใจมากที่ลูกทำได้ตามข้อตกลงของเรา คือ เราไปร้านขายของ ไปซื้อปากกา จ่ายเงิน และกลับบ้าน เพราะฉะนั้นตอนนี้ลูกได้ดูการ์ตูนเรื่องโคนัน 1ตอน

🤩-เราอาจให้เด็กเลือกของรางวัลด้วยตนเองหรือให้ทางเลือกว่าเด็กต้องการเลือกรางวัลใดระหว่าง 1 หรือ 2 แต่อย่าให้ตัวเลือกมากจนเกินไปเพราะเด็กจะตัดสินใจไม่ได้
😍-เราจะค่อย ๆ ลดการให้รางวัลจนกระทั่งไม่ต้องให้รางวัลอีกเลยเมื่อเด็กทำพฤติกรรมทางบวกจนเป็นนิสัยได้แล้ว