หนังสือ 3 เล่มที่น่าอ่าน | บ้านอุ่นรัก

หนังสือ 3 เล่มที่น่าอ่าน | บ้านอุ่นรัก

หนังสือ 3 เล่มที่น่าอ่าน

“หนังสือที่น่าอ่านทั้ง 3 เล่ม” นี้ อาจจะช่วยให้คุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครองเข้าใจวิธีคิดและการมองโลกของลูก ๆ ที่เป็นเด็กพิเศษของพวกเราค่ะ

สำหรับลูกแล้ว การใช้ชีวิตบนโลกนี้ให้ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่พวกเขาจะสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จได้ ถ้าเราพยายามมากพอค่ะ

คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองที่สนใจอ่านหนังสือเหล่านี้ ท่านสามารถหาซื้อได้จากร้านขายหนังสือทั่ว ๆ ไปหรือร้านขายหนังสือออนไลน์ค่ะ

เล่มที่ 1: อันชนกชนนีนี้รักเจ้า (For the Love of Ann)

ราคาประมาณ: 170 บาท

ผู้เขียน: James Copeland (เจมส์ โคปแลนด์)

ผู้แปล: อาจารย์หม่อมดุษฎี บริพัตร ณ อยุธยา

ข้อมูลของเรื่องโดยย่อ: “วรรณกรรมแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ For the Love of Ann เป็นชีวประวัติของเด็กสาวชาวอังกฤษผู้หนึ่งซึ่งเจมส์ โคปแลนด์ เขียนขึ้นตามคำบอกเล่าของผู้เป็นพ่อของเด็กสาวซึ่งเติบโตเจริญวัยมาด้วยความยากลำบากแสนสาหัสเพราะ “โรคออทิสซึ่ม” มาเบียดเบียน

จากหนังสือเล่มนี้ เราจะได้อ่านเรื่องแปลชีวิตของสาวน้อยชื่อ “แอน” ผู้ถือกำเนิดมาเป็นเด็กออทิสติก หากแต่เติบโตมาเป็นสาวน้อย งดงามทั้งรูปและภูมิปัญญา ทั้งนี้ด้วยความสามารถ ความเสียสละ และน้ำอดน้ำทนของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อแม่ คือ “มิสเตอร์และมิสซิสฮอดเจส”

ประโยชน์อันยิ่งใหญ่ที่ท่านผู้อ่านจะได้รับไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมก็คือจะได้ทราบลักษณะของเด็กออทิสติกอย่างละเอียดลออเพิ่มขึ้นอีกประเภทหนึ่ง และเห็นถึงหนทางการต่อสู้เพื่อเอาชนะอาการออทิสติกนั้นที่ทั้งน่าตื่นเต้นและชวนติดตามอย่างน่าระทึกใจตลอดเวลา” (ที่มาของข้อมูล: http://www.su-usedbook.com)

เล่มที่ 2: No Body No Where เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้

ราคาประมาณ: 100 บาท

ผู้เขียน: ดอนน่า วิลเลี่ยมส์ (Donna Williams)

ผู้แปล: อุบล สรรพัชญพงษ์ | ปัทมา กิตติถาวร | จิรสิริ เกษมสินธุ์

ข้อมูลของเรื่องโดยย่อ: หนังสืออัตชีวประวัติพิเศษของสาวออทิสติก (ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เป็นบุคคลออทิสติก) ที่ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1992 ที่สหราชอาณาจักร และอยู่ในรายชื่อของหนังสือที่ขายดีที่สุดของ New York Times เป็นเวลา 15 สัปดาห์ในช่วงครึ่งแรกของปี ค.ศ. 1993

“นี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับออทิสติกที่คนเป็นออทิสติกเขียนเอง เล่าเรื่องของตัวเองตั้งแต่สามขวบจนสักยี่สิบปลาย ๆ

มันเป็นเรื่องออทิสติกที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เราเคยอ่านมา บรรยายถึงความรู้สึกและโลกที่คนเป็นออทิสติกมองเห็นได้อย่างที่เราเองก็แทบจะสัมผัสได้ และมันก็เป็นเรื่องของคนเป็นออทิสติกที่เจ็บปวดที่สุดที่เราเคยอ่าน สังคมที่ไม่สามารถช่วยเหลือคนทุกคนได้อย่างทั่วถึง การมีชีวิตอยู่ในโลกอันแปลกแยก ความพยายามที่จะวิ่งไล่ตามคนอื่นเพราะอยากจะเป็น “คนธรรมดา” บ้าง ระบบความคิดที่ทำให้ต้องเจออะไรที่ไม่อยากเจอ (และไม่เจออะไรที่อยากเจอ)
บางทีอาจจะเพราะปัญหาในครอบครัวของคนเขียนและความผิดปรกติของเธอซึ่งอยู่ระดับใกล้เคียงกับคนปรกติมาก รวมทั้งระดับไอคิวซึ่งสูงตามแบบคนออทิสติกทั่วไป จึงทำให้ภาพที่เห็นมันคมชัดขนาดนี้ และอาจจะเพราะสำเนียงการเขียนซึ่งซื่อตรง สะท้อนภาพอย่างที่มันเป็น ตัดสินอะไรน้อยมาก จึงทำให้เรื่องมีพลังรุนแรง ถึงแม้ว่าสิ่งที่สื่อออกมาจะไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเราคุ้นเคย แต่เรากลับ “เข้าใจ” ได้เป็นอย่างดี ที่จริงก็ “เข้าใจ” จนเราสงสัยด้วยซ้ำว่าขีดเส้นแบ่งของความปรกติและไม่ปรกตินั้นมันอยู่ตรงไหนกัน” (ที่มาของข้อมูล:
https://www.bloggang.com)

เล่มที่ 3: Born on a Blue Day จากออทิสติก…สู่อัจฉริยะ

ราคาประมาณ: 190 บาท

ผู้เขียน: Daniel Tammet (แดเนียล แทมเม็ต)

ผู้แปล: นวลจันทร์ ธัญโชติกานต์ | หยาดฝน ธัญโชติกานต์

ข้อมูลของเรื่องโดยย่อ: ความแตกต่างอาจนำมาซึ่งความสำเร็จ หากเราสามารถค้นพบสิ่งพิเศษในตัวเอง

“ในโลกของเด็กคนหนึ่งที่เกิดมาแตกต่างจากคนรอบข้าง ความพิเศษของเราเป็นสิ่งซึ่งต้องถูกดูแลทะนุถนอมมากว่าปกติธรรมดา กระทั่งความสำเร็จอันเป็นผลพลอยของชีวิตได้เข้ามาทักทาย หากท่ามกลางวันเวลาแสนยากลำบากนับตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตน้อย ๆ ในครอบครัวที่ต้องดิ้นรนเพื่อเลี้ยงดูสมาชิกมากถึงสิบคน แต่ด้วยความรักความใส่ใจของพ่อแม่ ช่วยนำพาให้ “แดเนียล แทมเม็ต” เติบโตขึ้นพร้อมโอกาสและความรักจากผู้ให้กำเนิด นี่คือเบื้องหลังของการค้นพบตัวเอง…

“Born on a Blue Day จากออทิสติก…สู่อัจฉริยะ” หนังสือเล่มนี้ประสานเอาเรื่องราวชีวิต “เด็กพิเศษ” ผู้มีความสามารถในด้านคณิตศาสตร์ผ่านห้วงคิดคำนึงภาพสัญลักษณ์ต่าง ๆ อีกทั้งพรสวรรค์ด้านภาษาศาสตร์ถึงขั้นคิดค้นระบบภาษาเฉพาะของตัวเอง มีความเก่งกาจทั้งด้านวิชาประวัติศาสตร์และเล่นหมากรุก แต่ความเป็นเลิศเหล่านี้กลับต้องแลกมาด้วยภาวะด้อยความสามารถประสานการทำงานส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น อายุแปดขวบถึงเริ่มผูกเชือกรองเท้าได้เอง ไม่สามารถแยกแยะระหว่างซ้ายกับขวา กระทั่งทนเสียงของแปรงขัดสีกับฟันแทบไม่ไหว เรื่องง่ายสำหรับคนทั่วไปจะกลายเป็นเรื่องยากสำหรับแดเนียล เหล่านี้คือวิถีซึ่งเขาต้องฝ่าฟันความยากลำบากด้วยจิตใจมุ่งมั่นอยู่ตลอดเวลา!” (ที่มาของข้อมูล: https://www.se-ed.com)

Photo Credit: Ben White | Unsplash

6 ข้อคิดดี ๆ เรื่องการใช้เวลาอยู่กับลูกหลานอย่างมีคุณภาพ | บ้านอุ่นรัก

6 ข้อคิดดี ๆ เรื่องการใช้เวลาอยู่กับลูกหลานอย่างมีคุณภาพ | บ้านอุ่นรัก

ในฐานะที่พวกเราเป็นคุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้ปกครองของเด็ก ๆ “บ้านอุ่นรัก” เชื่อมั่นว่าเราต่างมีหน้าที่โดยตรงที่จะทำทุก ๆ อย่างที่เราทำได้ด้วยตัวของเราเองอย่างดีที่สุดเพื่อประคับประคองชีวิตของเด็ก ๆ ให้ไปสู่เป้าหมาย คือ การดำรงชีวิตที่ดีในอนาคตได้ด้วยตนเอง และ    “การใช้เวลาอยู่กับลูกหลาน” นับเป็นสิ่งที่ดีที่สุดประการหนึ่งที่เราสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวของเราเองค่ะ

ในวันนี้ บ้านอุ่นรักจึงนำ “6 ข้อคิดดี ๆ เรื่องการใช้เวลาอยู่กับลูกหลานอย่างมีคุณภาพ” มาฝากเพื่อน ๆ ค่ะ

หนึ่ง: ต้องเจียดเวลาเฉพาะไว้ให้ลูกหลานในทุก ๆ วัน ๆ ละ 30-60 นาทีเป็นอย่างน้อย ส่วนจะเป็นช่วงเวลาใดนั้น ขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตประจำวันจริง ๆ ของแต่ละครอบครัวที่จะจัดการให้ลงตัวค่ะ

สอง: การแบ่งเวลาให้ลูกหลานเป็นรอบ ๆ รอบละ 15-30 นาทีเป็นเรื่องที่ดีเพราะจะทำให้เราได้คลุกคลีกับเด็ก ๆ บ่อย ๆ หลาย ๆ รอบต่อวันเพื่อทำกิจกรรมดี ๆ ที่หลากหลายร่วมกันได้ค่ะ

สาม: การให้เวลากับลูกหลานคือเราได้อยู่ตรงนั้นเพื่อลูกหลานอย่างแท้จริง โดยไม่มีไลน์ เฟสบุ๊ค ยูทูป โทรศัพท์ โทรทัศน์ งานบ้าน หรืองานของเรา มาแย่งความสนใจของเราไปจากลูกหลาน

สี่: เราจะใช้เวลาอยู่กับเด็ก ๆ อย่างแท้จริงเพื่อชวนเล่น ชวนออกกำลังกาย ชวนทำกิจกรรมสร้างสรรค์ที่หลากหลาย และฝึกลูกหลานเรื่องการช่วยเหลือและพึ่งพาตนเอง หากทำได้เช่นนี้คือเราได้ใช้เวลาอยู่ตรงหน้ากับเด็ก ๆ โดยไม่ต้องอาศัยองค์ความรู้หรือทฤษฎีใด ๆ แต่กลับเป็นเวลาคุณภาพที่ก่อให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริงต่อเด็ก ๆ ได้ในทุก ๆ วันค่ะ

ห้า: ใช้เวลาร่วมกับเด็ก ๆ ที่บ้านเป็นเรื่องที่ดี ทั้งนี้เพราะเราอาจเผลอคิดไปว่าการออกไปนอกบ้านกับเด็ก ๆ คือเราได้ไปร่วมทำกิจกรรมเหล่านั้นกับเด็ก ๆ แล้ว แต่อันที่จริง การทำเช่นนั้นอาจหมายถึงเรามีหน้าที่เพียงเป็นคนขับรถที่พาพวกเขาไปทำกิจกรรมเหล่านั้นร่วมกับคนอื่น ๆ แต่เรากลับไม่ได้ร่วมทำกิจกรรมนั้น ๆ กับเด็ก ๆ เลยค่ะ

หก: การใช้เวลาอยู่กับลูกหลานแม้จะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดที่เราสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวของเราเอง แต่ต้องมีการคิดทบทวนอยู่บ่อย ๆ ด้วยว่า (1) เรายังคงเจียดเวลาเพื่อทำสิ่งดี ๆ ร่วมกับเด็ก ๆ ด้วยตัวของเราเองและ (2) เรายังทำอย่างดีที่สุดในทุก ๆ วัน ใช่หรือไม่ ทั้งนี้เพื่อเตือนตนเองไม่ให้เผลอไผลละเลยจนลืมที่จะเจียดเวลาเฉพาะไว้ให้กับลูกหลานในทุก ๆ วันให้ได้วันละ 30-60 นาทีเป็นอย่างน้อยนั่นเองค่ะ

เวลาทุกวินาที่เรารู้ว่ามีคุณค่า หากเราได้ใช้เวลาที่มีคุณค่านั้นกับลูกหลานอย่างมีคุณภาพแท้จริง เวลาที่มีคุณค่านั้นก็จะยิ่งมีคุณค่าแบบเท่าทวีคูณเลยนะคะ 

Photo Credit: Liana Mikah | Unsplash

ผูกพันกันด้วยมิตรจิต อยู่ร่วมกันอย่างคนเป็นมิตรที่แจ่มใส | บ้านอุ่นรัก

ผูกพันกันด้วยมิตรจิต อยู่ร่วมกันอย่างคนเป็นมิตรที่แจ่มใส | บ้านอุ่นรัก

เรามาตั้งจิตที่จะมีใจดวงใหม่ที่เป็นมิตรและแจ่มใส

…ฝึกตนที่จะพูด โดยเปลี่ยนคำพูดที่ออกจากปากของเราเป็นเสมือนดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอม ๆ

…กล่าวคำรับรู้ถึงความรู้สึกคนรอบข้างมากขึ้น

…บอกสิ่งดี ๆ ที่ซ่อนในใจว่าเราห่วงใยหรือรู้สึกขอบคุณมากขึ้น

…ถามไถ่อย่างมองเห็นตัวตนของคนข้าง ๆ มากขึ้น

…ชื่นชมในความสำเร็จเล็ก ๆ ของคนข้าง ๆ มากขึ้น

หากจำเป็นต้องตักเตือน…พูดด้วยเมตตาและพร้อมอภัยให้มากขึ้น

“มิตรจิต มิตรแจ่มใส” คือ จิตดวงใหม่ของเรา

Photo Credit: Kate Kozyrka | Unsplash

“การเตรียมความพร้อม” เรื่องที่เราต้องทำ ก่อนส่งลูกออทิสติกเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาล | บ้านอุ่นรัก

“การเตรียมความพร้อม” เรื่องที่เราต้องทำ ก่อนส่งลูกออทิสติกเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาล | บ้านอุ่นรัก

ก่อนจะส่งลูกออทิสติกเข้าชั้นเรียนอนุบาลที่โรงเรียน เราอยากชวนคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองลองทำ Checklist สิ่งที่เราต้องเตรียมกันดูนะคะ

เรามั่นใจว่าคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองทุกบ้านทุกครอบครัว ล้วนมีการเตรียมความพร้อมด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการสอนลูกอ่าน ก ไก่ ถึง ฮ นกฮูก ท่อง A ถึง Z สอนลูกเรื่องสีและรูปทรง ฝึกให้ลูกนับเลขหลักหน่วย สิบ หรือร้อย สอนลูกเรื่องการอยู่ร่วมกับผู้อื่น และแม้แต่การเตรียมหาโรงเรียนให้ลูก วิ่งวุ่นซื้อชุดนักเรียน ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่คิดว่าลูกต้องใช้ที่โรงเรียน ซึ่งกว่าจะเตรียมพร้อมกันจนครบเสร็จสรรพ คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองคงเหงื่อตกและเหน็ดเหนื่อยเอาเรื่องกันพอสมควรเลยนะคะ

แต่สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองของลูก ๆ ออทิสติก แม้เราไม่บอก ท่านก็รู้ว่า “ความพร้อมที่ท่านต้องเตรียม มีมากกว่านั้น” และเป็นเรื่องที่ไม่ท่านอาจรอให้ถึงอนุบาลแล้วค่อยเตรียม แต่ “ท่านต้องลงมือเตรียมเสียแต่เนิ่น ๆ นานพอสมควร ก่อนที่จะส่งลูกออทิสติกเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาล” ค่ะ  

ก่อนจะคุยกันต่อเรื่องการเตรียมความพร้อมเพื่อลูกออทิสติกได้เข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาลและเรียนรู้อย่างมีความหมาย เรามีคำถาม 3 ข้อ มาถามคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองค่ะ ลองตอบในใจ แล้วอ่านบทความนี้ต่อ ในที่สุดท่านจะรู้ว่าคำถามเหล่านี้เกี่ยวข้องกับลูกออทิสติกที่จะเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาลอย่างไรค่ะ

คำถาม 3 ข้อที่เรา (คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง) ต้องตอบ ก่อนส่งลูกออทิสติกเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาล

  1. อะไรคือความพร้อมพื้นฐานสำคัญ 3 ประการที่ลูกต้องมี เพื่อจะทำให้ลูกเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่โรงเรียนได้อย่างมีความหมาย
  2. ลูกมีธรรมชาติและอาการใดบ้างที่เป็นอุปสรรคในการเข้าเรียนร่วมในโรงเรียน
  3. เรามีแนวทางและรู้ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม ก่อนที่จะส่งลูกเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนแล้ว ใช่หรือไม่

เรื่องการเตรียมความพร้อมก่อนส่งลูกออทิสติกวัยอนุบาลเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนนี้ “ยิ่งทำเร็ว ก็ยิ่งดี” นะคะ และครูนิ่มได้จัดทำคอร์สออนไลน์ที่น่าสนใจเรื่องนี้ไว้แล้ว หากท่านสนใจ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมของคอร์สนี้ ตามลิ้งค์ที่เราแปะมาข้างล่างนี้ค่ะ

https://www.skilllane.com/instructors/nisita?fbclid=IwAR3MLfR-vXGpUdeOGJiuft8kuGkDXBQuWdtU_KolmD7LZTorI6XsTKkB0r4

https://static.edumall.co.th/courses/HowtoprepareyourAutisticChildforkindergarten/detail?fbclid=IwAR0SyDLLYvuOxnqXLt7vERjEPIk3x9cFWBeJ9hRjtbKYY7mGHPJZjBMZZiM

กลับมาที่คำถาม 3 ข้อที่เราตั้งไว้ให้ตอบ ซึ่งตอนนี้ เราขอเฉลยคำตอบของคำถามข้อที่ 1 ก่อนว่า ความพร้อมพื้นฐานสำคัญ 3 ข้อที่ลูกออทิสติกต้องมี เพื่อทำให้ลูกเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่โรงเรียนได้อย่างมีความหมาย ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

ความพร้อมพื้นฐาน 3 ข้อที่ลูกออทิสติกต้องมี เพื่อทำให้ลูกเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่โรงเรียนได้อย่างมีความหมาย

  1. มีการตอบสนองและมีส่วนร่วมตามตารางกิจวัตรประจำวันที่โรงเรียนอย่างมีความหมาย
  2. มีทักษะในการควบคุมตนและการดำรงชีวิตประจำวันร่วมกับคนอื่น ๆ ที่โรงเรียน
  3. มีความพร้อมด้านทักษะการเรียนรู้และมีพื้นฐานด้านวิชาการ

คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองลองพิจารณาข้อเท็จจริงว่าลูกมีความพร้อมพื้นฐานทั้ง 3 ประการแล้วใช่หรือไม่ หรือลูกยังขาดความพร้อมพื้นฐานข้อใดบ้าง และคำถามใหญ่ คือ ท่านจะช่วยลูกของท่าน “เตรียมตัวให้พร้อมพอสมควร” ได้อย่างไร

คำตอบในใจของคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง คงมีหลากหลาย ตั้งแต่ลูกพร้อมแล้ว พร้อมบ้างในบางด้าน หรือไม่พร้อมหลายด้าน ทั้งนี้ทั้งนั้น พร้อมหรือไม่พร้อม แค่ไหน อย่างไร ล้วนมีที่มาที่ไปและมีสาเหตุค่ะ และในตอนนี้ เรามาดูกันว่าอะไรคือสาเหตุของปัญหาที่ทำให้ลูกออทิสติกอาจขาดความพร้อมไปพร้อม ๆ กันนะคะ

โดยธรรมชาติแล้ว ลูกออทิสติกจะมีกลุ่มของอาการสำคัญ 3 ประการที่เป็นสาเหตุของปัญหาเรื่องความพร้อม เป็นข้อจำกัด และกีดขวางการเรียนรู้ของลูก ๆ คือ

  1. มีความสนใจและตอบสนองต่อสิ่งรอบตัวจำกัด
  2. ยึดติดรูปแบบ ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ปรับตัวยาก
  3. มีระบบการรับรู้ไม่สมดุล จึงวิตกกังวลต่อสิ่งรอบตัวได้ง่ายและแสดงพฤติกรรมที่แตกต่างจากเด็กในวัยเดียวกัน

คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองรู้จักธรรมชาติและอาการของลูกดีกว่าใคร จึงย่อมรู้ว่าลูกอาจจะมีปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือแม้แต่มีปัญหาข้างต้นมากกว่าหนึ่งข้อ ที่จะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาล หรือแม้แต่ลูกได้เข้าเรียนร่วมในชั้นเรียนแล้ว ท่านอาจพบว่าลูกเพียงแค่ไป “เรียนรวมอยู่กับเด็ก ๆ คนอื่น” แต่กลับไม่ได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่คุณครูสอนอย่างมีความหมายที่แท้จริงเลย

แม้อาการต่าง ๆ 3 กลุ่มข้างต้นของลูกจะเป็นอุปสรรคสำคัญที่ส่งผลให้ลูกมีปัญหาเรื่องความพร้อมพื้นฐานสำคัญ 3 ประการในการเข้าเรียนร่วม ต่อเนื่องไปจนกีดขวางลูกจากการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อย่างมีความหมาย แต่จากการที่ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” ทำงานด้านการกระตุ้นพัฒนาการและการเตรียมความพร้อมให้ลูก ๆ ออทิสติกวัย 2-5 ขวบ มานาน 26 ปี ประกอบกับเราได้ทำงานเรื่องการประสานงานเพื่อส่งลูกศิษย์ออทิสติกตัวน้อย ๆ ของเราเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาลหลายแห่ง หลายรุ่น ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เราพบว่าการมีแนวทางการกระตุ้นพัฒนาการและการเตรียมความพร้อมที่ดีเป็นเรื่องที่ช่วยเด็ก ๆ ให้ได้เข้าเรียนร่วมในชั้นเรียนอนุบาลได้เป็นอย่างดีค่ะ

 “การเตรียมความพร้อมให้ดี” ที่บ้านอุ่นรักทำได้นั้น ไม่ใช่เรื่องไกลตัวจนเกินที่จะเป็นจริงได้ แต่เป็นเรื่องที่คุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครองทุก ๆ ท่านสามารถลงมือทำที่บ้านได้เช่นกันค่ะ ขอเพียงท่านได้เรียนรู้ ตลอดจนตั้งใจและลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง ในระยะเวลาที่ยาวนานมากพอ ในที่สุดความทุ่มเทของท่านที่ได้ลงมือช่วยลูก ก็จะส่งผลดีต่อลูกในลักษณะเดียวกันกับที่เราทำได้ค่ะ  

ประโยชน์ที่ลูกจะได้รับจากการเตรียมความพร้อมที่ดี มีอะไรบ้างนะ มาอ่านกันต่อเลยค่ะ

  1. ลูกจะค่อย ๆ มีความพร้อมพื้นฐานสำคัญ 3 ประการที่ต้องมี ดังนั้น เมื่อลูกเรียนร่วมในชั้นเรียน ลูกจะเกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้อย่างมีความหมาย
  2. กลุ่มของอาการ 3 ประการสำคัญที่เคยจำกัดและกีดขวางการเรียนรู้ของลูกจะบรรเทาเบาบางลง จนถึงระดับที่ลูกมีความพร้อมมากพอในการเข้าเรียนร่วมในชั้นเรียนอนุบาลต่อเนื่องต่อไปได้

การเตรียมความพร้อม เป็นเรื่องที่เราเรียนรู้ได้ ลงมือทำเองได้ที่บ้าน ยิ่งทำเร็วก็ยิ่งดี แต่ขอเน้นว่าเราต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง ในระยะเวลาที่ยาวนานมากพอ ก่อนที่จะส่งลูกเข้าโรงเรียนอนุบาลค่ะ ลูกจึงจะได้รับประโยชน์จากการเตรียมความพร้อมนี้

ในลำดับถัดไป เราจะนำเสนอกรอบความคิดเรื่องขั้นตอนการเตรียมความพร้อม ซึ่งเราบอกได้ด้วยความมั่นใจว่า “เราทำได้แล้วจริง ๆ และสิ่งที่เราทำ ช่วยลูก ๆ ออทิสติกได้จริง ๆ” และขอให้คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองมั่นใจว่า “ท่านก็ทำได้ เช่นเดียวกันกับเรา” ค่ะ

ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมของ “บ้านอุ่นรัก” เกิดจากการสะสมองค์ความรู้ทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติที่เราได้ทำงานด้านการกระตุ้นพัฒนาการและการเตรียมความพร้อมให้ลูกออทิสติกมานาน อีกทั้งเราได้ทำงานร่วมกับโรงเรียนอนุบาลต่าง ๆ ในหลายแง่มุม เราจึงมีมุมมอง มีกรอบของความคิด มีการเก็บข้อมูลเพื่อวัดผลและตรวจสอบประสิทธิภาพของแนวทางต่าง ๆ ที่ได้ใช้ ตลอดจนพัฒนาแนวทางหรือรูปแบบการกระตุ้นพัฒนาการและการเตรียมความพร้อมเป็นระยะ ๆ อย่างสม่ำเสมอ จนในที่สุด เราได้พบเส้นทางและขั้นตอนการเตรียมความพร้อมที่ดี ทำแล้วเห็นผล และทำได้จริงในชีวิตประจำวันค่ะ

เรื่องการเตรียมความพร้อมที่เราได้เกริ่นมาข้างต้น เราเน้นที่การพิจารณาว่าลูก ๆ ออทิสติกของเรามีอะไรบ้าง คือ

  1. มีความพร้อมพื้นฐานสำคัญ 3 ประการหรือไม่ อย่างไร
  2. มีธรรมชาติและลักษณะของกลุ่มอาการใดบ้างจาก 3 กลุ่มอาการ อันเป็นอุปสรรคสำคัญ ที่จำกัดและกีดขวางการเรียนรู้ของลูก

แต่จากนี้ไป เราจะให้ความสำคัญกับสิ่งที่คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองต้องมีกันแล้วนะคะ เพราะการที่ท่านมีสิ่งที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ สำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาลค่ะ

สิ่งที่คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองต้องมีและรู้ คือ “มีแนวทางและรู้ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม” ค่ะ

3 ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม ประกอบด้วย

  1. มีการกระตุ้นพัฒนาการระยะเริ่มแรก (Early Intervention) ให้กับลูก ๆ สำหรับขั้นตอนนี้ เรามุ่งแก้ไขอาการและธรรมชาติของลูกออทิสติกที่ยังขัดขวางพัฒนาการและการเรียนรู้ ซึ่งทำได้โดยการเพิ่มความใส่ใจต่อบุคคล เพิ่มทักษะการสานต่อปฎิสัมพันธ์แบบสองทาง กระตุ้นการเลียนแบบ  เพิ่มความสนใจต่อสิ่งเร้ารอบตัวอย่างมีความหมาย เพิ่มทักษะทางภาษา ทั้งการขยายศัพท์ การฟังเข้าใจ  การพูดสื่อสาร เพิ่มช่วงการคงสมาธิ และมีการปรับความสมดุลของระบบการรับสัมผัส เป็นต้น
  2. มีการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าโรงเรียน (School Readiness) ให้กับลูก ๆ ขั้นตอนนี้เน้นการทำงาน 3 ด้าน คือ
  • เตรียมให้ลูก ๆ มีแรงจูงใจด้วยตนเองที่จะตอบสนองและมีส่วนร่วมกับกิจกรรม ตามตารางกิจวัตรประจำวันอย่างมีความหมายมากขึ้น
  • สอนและฝึกลูก ๆ เรื่องการดำรงชีวิตประจำวันและการควบคุมตนเองในด้านพฤติกรรม ทั้งนี้ ต้องมีการปรับพฤติกรรมที่ขัดขวางการดำรงชีวิตและการอยู่ร่วมกับบุคคลรอบข้าง และเพิ่มทักษะพื้นฐานในการช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวันพร้อม ๆ กันไปด้วย
  • เตรียมความพร้อมด้านทักษะการเรียนรู้ และพื้นฐานวิชาการ ตามหลักสูตรการเรียนชั้นอนุบาลให้กับลูก ๆ
  1. มีการประสานงานการเรียนร่วมในโรงเรียน ขั้นตอนนี้เป็นการทำงานร่วมกัน 3 ฝ่ายระหว่างบ้าน โรงเรียน และทีมบำบัด และมีจุดประสงค์หลัก คือ การสนับสนุนให้ลูก  ๆ สามารถปรับตัวให้เข้ากับชีวิตในโรงเรียนให้ได้ และลูกได้ใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ จนถึงระดับที่ลูกสามารถเข้าเรียนร่วมอย่างมีความหมายได้อย่างแท้จริง

อุปสรรคและปัญหาเกิดขึ้นได้ตลอดระยะเวลาที่ลูกของเราเจริญเติบโต แต่ด้วยความรักความปรารถนาดีของคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง และสมาชิกทุกคนในครอบครัว ด้วยรอยยิ้มและอ้อมกอดที่ยอมรับความเป็นลูกออทิสติก ความเข้มแข็ง ความอดทน ความพร้อมที่จะสู้ และความเชื่อมั่นในศักยภาพของลูกและของตัวท่านเองที่มีมากพอ ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นองค์ประกอบที่นำทางทุกท่านสู่ความสำเร็จตามที่มุ่งหวังได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

ความสำเร็จในการเตรียมความพร้อมจะมากหรือน้อย ลูกจะได้รับประโยชน์ที่แท้จริงจากการเตรียมความพร้อมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับแรงกายที่จะลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง ยาวนานมากพอ และแรงใจที่จะทำให้สำเร็จ ไม่ล้มเลิกกลางคัน ที่คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองพยายามและทุ่มเทลงไปค่ะ

ได้อ่านบทความนี้และบทความต่าง ๆ ของเราแล้ว รู้สึกเช่นไร มีอะไรอยากถาม อยากบอก กรุณาติดต่อมาเพื่อบอกเรานะคะ 

ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” จะเป็นเพื่อนคู่คิดให้ทุกท่าน เป็นครูของลูก ๆ และเป็นกองหนุนที่พร้อมส่งมอบกำลังใจไปยังคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง ลูก ๆ ทุกบ้านทุกครอบครัว และคุณครูทุกโรงเรียนเสมอค่ะ

จะก้าวข้ามปัญหาและขวากหนามด้วยความตั้งใจ | บ้านอุ่นรัก

จะก้าวข้ามปัญหาและขวากหนามด้วยความตั้งใจ | บ้านอุ่นรัก

เพราะเราตั้งใจไว้ว่า “ลูกของเราจะต้องอยู่รอด” ดังนั้น แม้ชีวิตของลูกและเราจะมีความทุกข์ เราก็จะใช้ความตั้งใจที่จะทำเพื่อลูกเป็นแสงนำทางให้กับชีวิต

เราจะเดินตามแสงนำทางนั้นไปพร้อม ๆ กับลูก อย่างคนที่มีเป้าหมายและความหวัง

เราและลูกจะยืนอยู่บนโลกใบนี้อย่างคนที่มีความสุข

เราจะใช้สติและมีช่องว่างทางอารมณ์ให้มากพอ เพื่อเตรียมรับมือกับเรื่องดีร้ายต่าง ๆ ที่อาจถาโถมเข้ามาในชีวิตของลูกและเรา

เราจะเห็นคุณค่าและรู้รักษาความรักที่ลูกและเรามีต่อคนรอบข้างเอาไว้ให้ได้

เราจะไม่ปิดกั้นหัวใจ แต่จะยินดีเปิดโอกาสให้คนรอบข้างที่ดีทุก ๆ คนได้เข้ามาช่วยเหลือเรา และเป็นส่วนหนึ่งที่จะร่วมกันดูแลลูกของเรา

เพราะเราตั้งใจแล้วว่า “ลูกของเราจะต้องอยู่รอด” … ดังนั้น นับจากนี้ เราจะอนุญาตให้ลูกและเราได้มีความสุขบนเส้นทางของชีวิต

เราจะค่อย ๆ นำทางลูกเดินไปสู่จุดหมายปลายทาง ที่ “ลูกอยู่รอด” ให้สมดังความตั้งใจของเรา

Photo Credit: Alexandru Acea | Unsplash