ความรักทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้ | บ้านอุ่นรัก

ความรักทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้ | บ้านอุ่นรัก

หน้าที่ของพ่อแม่ คือ ยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็น

ให้ลูกสัมผัสถึงความรัก

เปลี่ยนความทุกข์ กังวลใจ เป็นความมุ่งมั่น ทำสิ่งที่ถูกต้องทุกวัน

พ่อแม่ลงแรงไปเท่าไร ลูกจะมีพัฒนาการที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นกว่านั้น

ที่ปลายทาง…
พ่อแม่จะได้สัมผัสความชื่นใจกับผลลัพธ์ที่คุ้มค่าจากความทุ่มเท

“ความรัก” ทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้

Photo Credit: Irena Carpaccio | Unsplash 

รับมือลูกหงุดหงิด อาละวาด อารมณ์รุนแรง | ตอน : 6 ขั้นตอนการปรับอารมณ์ของลูกทีละขั้นตามระดับความรุนแรง | บ้านอุ่นรัก

รับมือลูกหงุดหงิด อาละวาด อารมณ์รุนแรง | ตอน : 6 ขั้นตอนการปรับอารมณ์ของลูกทีละขั้นตามระดับความรุนแรง | บ้านอุ่นรัก

ในตอนที่แล้ว บ้านอุ่นรักได้แชร์ 5 สิ่งที่ต้องทำเมื่อต้องรับมือกับลูกที่หงุดหงิด อาละวาด อารมณ์รุนแรง กันไปแล้ว ส่วนในตอนนี้ เราจะมาดูข้อมูลเพิ่มเติมของ “การปรับทีละขั้นตามระดับความรุนแรง” กันว่าจะมีขั้นตอนอย่างไร

6 ขั้นตอนการปรับอารมณ์ของลูกทีละขั้นตามระดับความรุนแรง มีดังนี้ คือ

1: เบี่ยงเบนด้วยอารมณ์ขันหรือการทำกิจกรรมที่ลูกสนใจ

  • อารมณ์ขัน หรือสร้างความสนุกแทน เช่น จั้กจี้ลูกจนลูกเผลอปล่อยของที่ติดมือ
  • เปลี่ยนความสนใจด้วยการเสนอให้ลูกเล่นหรือทำกิจกรรมในเชิงสร้างสรรค์ตามที่ลูกสนใจ เช่น ร้อยลูกปัด หยอดกระปุกออมสิน ฟังเพลง

2: ใช้ Time In หรือ Time Out ให้เป็นประโยชน์

  • Time In คือ ปล่อยให้ลูกอยู่กับตนเอง โดยมีพ่อแม่นั่งอยู่ข้าง ๆ แบบเงียบ ๆ อย่างเมตตา
  • Time Out คือ แยกลูกและพ่อแม่ออกจากกัน หรืองดกิจกรรมหรือการให้ลูกเข้าร่วมทำกิจกรรมแบบต่าง ๆ

3: พาลูกเปลี่ยนอิริยาบถเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ โดยพ่อแม่ใช้เวลากับลูกนานพอสมควรในขณะที่ลูกได้เปลี่ยนอิริยาบถจนคลายอารมณ์ลงได้ เช่น พาไปล้างหน้า ล้างมือ เดิน วิ่ง จับลูกกระโดด หรือพาเดินขึ้น-ลงบันได

4: เปลี่ยนความโกรธของลูกมารับรู้ความรู้สึกทางร่างกาย เช่น นั่งโยกบนบอลยิมนาสติก นวดลงน้ำหนักสม่ำเสมอที่ไหล่ นวดมือ นวดช้า ๆ ไล่จากต้นแขนลงไปยังปลายนิ้วมือ ลูบหลังหรือตบเบา ๆ ที่ฝ่ามือของลูก

5: เพิกเฉย ในกรณีที่ใช้วิธีข้างต้นแล้วยังไม่ได้ผลและลูกยังไม่คลายจากอารมณ์โกรธ แต่ลูกเริ่มมีพฤติกรรมเรียกร้องรุนแรงหรือพบว่าลูกเริ่มแสดงอารมณ์รุนแรง พ่อแม่ควรเริ่มใช้วิธีเพิกเฉย แล้วค่อยกลับไปให้ความสนใจลูก เมื่อลูกมีพฤติกรรมที่เหมาะสม

  • เพิกเฉยโดยปล่อยลูกอยู่กับตนเองตรงนั้น โดยพ่อแม่ใช้วิธีนิ่งเงียบ ไม่พูดด้วย ไม่มอง ไม่ให้ความสนใจ หรือพ่อแม่อาจเดินเลี่ยงออกมาเงียบ ๆ แล้วเดินกลับเข้าไปหาลูกเป็นระยะ ๆ ทุก ๆ 1-3 นาที
  • เพิกเฉยด้วยการแยกลูกออกจากตรงนั้น (Time Out) เพื่อไปหามุมสงบอื่นให้ลูกได้อยู่คนเดียวเพื่อสงบอารมณ์ แล้วพ่อแม่กลับเข้าหาลูกเป็นระยะ ๆ ทุก 1-3 นาที ทั้งนี้ หากเข้าไปหาแล้วลูกยังไม่สงบ พ่อแม่จะเดินออกมาใหม่รอบละ 1-3 นาที โดยไม่ปล่อยลูกอาละวาดรุนแรงคนเดียวนานเกินไป
  • กลับไปให้ความสนใจลูก เมื่อลูกมีพฤติกรรมเหมาะสม

6: หลังลูกสงบ พ่อแม่จึงสอนวิธีจัดการกับปัญหาด้วยการสอนให้ลูกเรียนรู้อารมณ์ของตนเองและเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น นำเหตุการณ์ที่ผ่านมา ๆ พูดคุยเพื่อสอนวิธีรับมือว่าถ้าลูกพบกับสถานการณ์แบบเดิม ลูกควรจะพูดจาสื่อสาร ควรแสดงท่าทาง หรือจัดการกับสถานการณ์นั้น ๆ อย่างไรในครั้งต่อไป

  • กรณีที่ลูกพูดไม่ได้: พ่อแม่กล่าวสะท้อนอารมณ์โดยพูดให้ลูกฟังสั้น ๆ เช่น ลูกโกรธใช่มั้ยที่พี่เดินเตะของเล่นของลูก
  • กรณีที่ลูกพูดได้: พ่อแม่กระตุ้นให้ลูกพูดแสดงอารมณ์ + ความจริง (เหตุการณ์) เช่น ลูกโกรธเพราะแม่เก็บของเล่น

ไม่ว่าจะเป็น “5 สิ่งที่ต้องทำ เมื่อต้องรับมือกับลูกที่หงุดหงิด อาละวาด อารมณ์รุนแรง” หรือ “6 ขั้นตอนการปรับอารมณ์ของลูกทีละขั้นตามระดับความรุนแรง” ล้วนเป็นวิธีรับมือที่เราอยากให้คุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง ได้เรียนรู้กันล่วงหน้าก่อน ทั้งนี้เพื่อช่วยปรับพฤติกรรมให้กับลูก ๆ ซึ่งนับเป็นการเตรียมลูกให้พร้อมที่จะมีชีวิตได้อย่างปกติสุขและปลอดภัยในอนาคตได้ค่ะ

Photo Credit: Ninety Eyes | Unsplash

รับมือลูกหงุดหงิด อาละวาด อารมณ์รุนแรง | ตอน: 5 สิ่งที่ต้องทำ เมื่อต้องรับมือกับลูกที่มีอารมณ์หงุดหงิด อาละวาด อารมณ์รุนแรง | บ้านอุ่นรัก

รับมือลูกหงุดหงิด อาละวาด อารมณ์รุนแรง | ตอน: 5 สิ่งที่ต้องทำ เมื่อต้องรับมือกับลูกที่มีอารมณ์หงุดหงิด อาละวาด อารมณ์รุนแรง | บ้านอุ่นรัก

ในบางครั้งที่ลูกหงุดหงิด คุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง อาจพบว่าลูกจะอาละวาดและมีการระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนเราคิดทบทวนหาทางรับมือกันแทบไม่ทัน

เราไม่อยากให้คุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครองรอให้ถึงสถานการณ์แบบนั้นแล้วค่อยตั้งรับ แต่อยากให้ลองหาวิธีรับมือกันไว้ล่วงหน้า เพื่อที่ว่าเมื่อต้องเจอกับปัญหาดังกล่าว ก็จะสามารถรับมือได้อย่างทันท่วงทีค่ะ

ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” มีวิธีรับมือลูกหงุดหงิด อาละวาด อารมณ์รุนแรง มาฝากดังนี้ค่ะ

1: ปรับใจและสร้างทัศนคติเชิงบวก เข้าใจข้อจำกัดว่าวุฒิภาวะของลูกไม่สมวัย ในบางสถานการณ์ลูกจึงแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ไม่ดีนัก และด้วยพัฒนาการในปัจจุบันที่ลูกยังพูดสื่อความต้องการไม่ได้ดังใจ ลูกจึงมีอารมณ์หงุดหงิดหรืออาละวาดรุนแรงกว่าปกติ เราจึงควรคิดในแง่บวกว่า “ดีแล้วที่ลูกมีอารมณ์หงุดหงิดถึงขีดสุดในยามที่ลูกมีพ่อแม่อยู่เคียงข้าง เพราะพ่อแม่จะได้มีส่วนค่อย ๆ ช่วยปรับพฤติกรรมให้กับลูกและจะไม่ปล่อยผ่านพฤติกรรมเหล่านี้ แต่จะช่วยจนกว่าลูกจะฝึกควบคุมตนเองได้ เพื่อในอนาคต ลูกจะสามารถอยู่ได้ด้วยตนเอง ตลอดจนอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นในสังคมได้อย่างปกติสุขและปลอดภัย”

2: พูดสั้น ๆ ระบุพฤติกรรมที่ลูกควรทำ แทนการดุ ตำหนิ หรือบ่น และเลี่ยงการใช้คำพูดที่จะกระตุ้นอารมณ์ของลูก

3: ตั้งสติ ไม่ตกใจ ไม่รน ทั้งนี้เพราะการมีสติจะทำให้เราสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าและไวต่อการตอบสนอง และหากเราเคยพบว่าลูกมีพฤติกรรมรุนแรง เราต้องถอยหลังเว้นระยะห่างไม่ให้ลูกเข้าประชิดตัว

4: หยุดความรุนแรงเฉพาะหน้า เช่น เราคาดว่าลูกอาจหงุดหงิดรุนแรง เราก็จะต้องแยกลูกออกจากบุคคล สิ่งของ หรือจุดอันตราย ตลอดจนต้องหยุดการสูญเสียด้วยการเก็บสิ่งของอันตรายแบบต่าง ๆ ที่ลูกอาจนำมาใช้ระบายความโกรธหรือหยิบมาขว้างปาจนเกิดความเสียหายหรือเป็นอันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่นออกไปให้หมด

5: เริ่มปรับทีละขั้นตามระดับความรุนแรง ด้วยการเบี่ยงเบน การแยกลูกออกจากสถานการณ์ การพาลูกเปลี่ยนอิริยาบถ การเปลี่ยนความโกรธของลูกมารับรู้ความรู้สึกทางกาย การเพิกเฉย ไปจนกระทั่งการสอนลูกจัดการกับปัญหาหลังลูกสงบอารมณ์ของตนเองได้แล้ว ซึ่งการปรับทีละขั้นนี้มีรายละเอียดอีกหลายประการที่เราจะนำมาเสนอกันต่อในตอนต่อไปค่ะ

Photo Credit: Ninety Eyes | Unsplash

ครูเดือนชวนเล่น…มาปรุงก๋วยเตี๋ยวกันเหอะพวกเรา | บ้านอุ่นรัก

ครูเดือนชวนเล่น…มาปรุงก๋วยเตี๋ยวกันเหอะพวกเรา | บ้านอุ่นรัก

ในทุก ๆ วันที่ลูกศิษย์ของเรามาที่ ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” เด็ก ๆ จะได้รับการกระตุ้นพัฒนาการผ่านการเรียนการสอน การทำกิจกรรมกลุ่ม และการเล่นแบบต่าง ๆ ที่เราหวังผลเรื่องการกระตุ้นพัฒนาการที่รอบด้าน การปรับพฤติกรรม และการเตรียมความพร้อมให้กับเด็ก ๆ ก่อนจะส่งพวกเขาเข้าสู่การเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาลในลำดับถัดไป

การเล่นที่ “บ้านอุ่นรัก” เด็ก ๆ และครูจะกลายเป็นเพื่อนร่วมเล่นสนุก ๆ ไปด้วยกัน และในวันนี้ “ครูเดือน” ได้ชวนเด็ก ๆ มาเล่นบทบาทสมมุติ ในหัวข้อ “มาปรุงก๋วยเตี๋ยวกัน” ค่ะ

การชวนเด็กเล่นบทบาทสมมุติสำคัญ…อย่างไร?

สำหรับเด็ก ๆ ที่มีความล่าช้าทางพัฒนาการ พวกเขามักจะมีการเล่นเชิงจินตนาการที่ไม่สมวัย ทำให้เมื่อเล่นกับเพื่อน ๆ แล้วก็มักจะไม่สนุกกันทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้เพราะขาดการสานต่อการเล่นให้เป็นเนื้อเดียวกัน ดังนั้น ครูบ้านอุ่นรัก (หรือหากเป็นที่บ้านก็คือคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง และสมาชิกทุกคนในบ้าน) จึงต้องสวมบทบาทเป็นเพื่อนเล่นและชวนเด็กเล่นบ่อย ๆ เพื่อเพิ่มทักษะการเล่นเชิงจินตนาการให้กับพวกเขา ซึ่งจะเป็นการเล่นที่เกิดขึ้นเสมอในกลุ่มเพื่อนวัยอนุบาลค่ะ

การที่เราร่วมเล่นสนุกไปกับเด็ก ๆ สามารถส่งเสริมประสบการณ์ให้เด็กรู้จักชี้ชวน สานต่อทางอารมณ์ สนุกร่วมกับเพื่อน อีกทั้งยังสามารถแทรกการกระตุ้นการสบตา ท่าทีชี้ชวนขณะเล่น และเรายังจำเป็นต้องแทรกการเพิ่มทักษะด้านการสื่อสาร การพูดคุยสนทนา และการแสดงท่าทางสนุก ๆ ประกอบการเล่น เพื่อให้เด็กและเพื่อน ๆ รู้สึกสนุกจนอยากเล่นด้วยกันยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีกค่ะ

บรรยากาศการเรียน การสอน และการเล่นน่ารัก ๆ ที่บ้านอุ่นรักสวนสยามและบ้านอุ่นรักธนบุรียังมีอีกเยอะ ไว้เราจะเก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ กันใหม่ในคราวต่อ ๆ ไปนะคะ

เมื่อไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ถึงวันหนึ่งก็จะยิ้มได้อย่างเต็มภาคภูมิ | บ้านอุ่นรัก

เมื่อไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ถึงวันหนึ่งก็จะยิ้มได้อย่างเต็มภาคภูมิ | บ้านอุ่นรัก

ความในใจของคุณแม่ของลูกชายวัย 3.5 ขวบ

“ขอเล่าประสบการณ์การดูแลลูกตลอด 2 ปีที่ต่อสู้กับการปรับพฤติกรรมทุกแนวทางของลูกชายวัย 3 ขวบ 5 เดือน…เริ่มจากเด็กพูดจาไม่เข้าใจ มีแต่คนในครอบครัวเข้าใจลูกว่าต้องการสิ่งใด อยากได้อะไร จะทำอะไร

แต่พาไปโรงเรียนขึ้นเตรียมอนุบาลไม่สามารถสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจจนต้องออกจากโรงเรียนเพื่อพามาปรึกษาคุณหมอ จนสุดท้ายรู้ว่าลูกเป็นเด็กออทิสติกสเปคตรัม ก็ได้การแนะนำจากบ้านอุ่นรักให้ไปพบกับคุณหมอท่านนี้

กว่าจะมาถึงจุด ณ ปัจจุบัน ครอบครัวต้องฝ่าฟันอุปสรรคในหลายด้านมาอย่างลำบาก

นั่งกอดลูกร้องไห้ไปด้วยก็ผ่านมาแล้ว…แอบร้องไห้ไม่ลูกเห็นก็ผ่านมาแล้ว…ทะเลาะกับพ่อแนวความคิดไม่ตรงกันและปรับเปลี่ยนวิธีการดูแลลูก…เปลี่ยนการใช้ชีวิตของตัวเอง…ทุกอย่างทุ่มเทไปที่ลูกทั้งหมด

แต่วันนี้…ครอบครัวยิ้มได้อย่างเต็มภาคภูมิเพราะลูกเราสามารถอยู่ในรั้วโรงเรียนเหมือนเด็กคนอื่นได้อย่างปกติ แต่ก็ยังต้องเฝ้าติตามพฤติกรรมต่อไป

อยากให้คุณพ่อและคุณแม่มีกำลังใจในการดูแลลูก เพราะลูกเราต้องใช้ระยะเวลาในการฝึกฝน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ลูกเราก็จะก้าวสู่โลกใบใหม่พร้อมให้เค้าได้เรียนรู้กับสิ่งใหม่ ๆ  

ขอให้ทุกครอบครัวอย่าท้อกับอุปสรรค ขอให้ฝ่าฟันอุปสรรคไปให้ได้ทุกรูปแบบ

อยากจะเล่าอีกนิดนะคะ สิ่งสำคัญมาก การที่ให้ลูกไปที่บ้านอุ่นรักอย่างเดียวไม่พอนะคะ สิ่งที่เราต้องทำควบคู่กันคือทุกคนในครอบครัวต้องพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการดูแลลูกเช่นกันคะ

ชวนลูกเล่นกิจกรรมสนุก ๆ ในครอบครัว อย่าปล่อยเค้าอยู่คนเดียว เล่นคนเดียว หากิจกรรมทำร่วมกันแล้วทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดีคะ

ครอบครัวและคุณครูที่บ้านอุ่นรักคอยมองลูกทุกคนก้าวออกจากบ้านอุ่นรักเพื่อก้าวเข้าโรงเรียนอย่างเต็มภาคภูมิและจะคอยดูการเติบโตต่อไปในอนาคต

กราบขอบพระคุณคุณครูที่บ้านอุ่นรักทุกท่านนะคะที่ทำเพื่อลูก และเพื่อสังคมด้วยรักและความห่วงใย”

Photo Credit: Connor Wilkins | Unsplash