วีดีโอ กิจกรรมดนตรีเพื่อพัฒนาทักษะสำหรับเด็กพิเศษ EP 2 | บ้านอุ่นรัก

วีดีโอ กิจกรรมดนตรีเพื่อพัฒนาทักษะสำหรับเด็กพิเศษ EP 2 | บ้านอุ่นรัก

EP 2: แนะนำครูผู้สอน (ครูนัช หาญพานิชย์พันธ์) และเตรียมอุปกรณ์การสอน

“ครูนัช หาญพานิชย์พันธ์” เป็นบุคลากรของฝ่ายพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยรังสิตที่อาสามาเป็นครูสอนดนตรีที่บ้านอุ่นรักสวนสยามอย่างต่อเนื่องมา 10 กว่าปีแล้ว ด้วยความรักที่ครูนัชมีต่อเด็ก ๆ และเสียงดนตรี ครูได้หลอมรวมความรักทั้ง 2 แบบนี้เข้าด้วยกัน และมุ่งมั่นสอนลูกศิษย์ของครู เพื่อให้ลูก ๆ ได้ความสนุกและรื่นรมย์ อีกทั้งมีพัฒนาการที่คืบหน้าจากการร่วมเรียนในกิจกรรมดนตรีของครู

เรารู้จักกับครูนัชกันไปคร่าว ๆ แล้ว และต่อจากนี้ เราจะมาเตรียมอุปกรณ์การสอนกิจกรรมดนตรีเพื่อพัฒนาทักษะสำหรับลูกที่มีความต้องการเป็นพิเศษกันเป็นลำดับถัดไป

อุปกรณ์การสอน ประกอบด้วย

1: เครื่องเคาะจังหวะ (เพื่อเคาะ เขย่า ตี บีบ เลือกขนาดที่พอเหมาะกับมือของลูก)

2: คีย์บอร์ด (ติดสติ๊กเกอร์ตัวโน้ตดนตรีที่แป้นของคีย์บอร์ดด้วย)

3: สถานที่สอน (เลือกสถานที่ ๆ สงบ ไม่อยู่ในจุดที่คนเดินผ่านไป-มา เพื่อไม่ให้ลูกเสียสมาธิ ควรเป็นสถานที่ ๆ มีพื้นที่มากพอที่จะให้ลูกทำกิจกรรมเคลื่อนไหวหรือทำท่าตามเพลง เช่น การเดิน ยืน หรือเต้น และต้องมีปลั๊กไฟเพื่อเสียบสายคีย์บอร์ดและเครื่องเสียง)

4: โต๊ะเตี้ย ๆ เพื่อวางคีย์บอร์ด

5: เก้าอี้นั่งเตี้ย ๆ สำหรับผู้สอนและลูก (ควรเป็นเก้าอี้นั่งเตี้ย ๆ ที่ลูกสามารถวางเท้าแตะพื้นได้ เพื่อความสะดวกในการสอน)

มาติดตามชม EP 2 ด้วยการกดลิ้งค์ข้างล่างนี้ได้เลยค่ะ

https://www.youtube.com/watch?v=zgQvKR9EOPs

บ้านอุ่นรักขอขอบคุณฝ่ายพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต | RSU Media มหาวิทยาลัยรังสิต ที่ได้จัดทำวีดีโอชุดนี้เพื่อเด็ก ๆ ที่มีความต้องการเป็นพิเศษและครอบครัวของเด็ก ๆ ตลอดจนครูนัช หาญพานิชย์พันธ์ ครูผู้สอนกิจกรรมดนตรีบำบัดที่บ้านอุ่นรักสวนสยาม มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

Credit ภาพ: Clark Young | Unsplash

วีดีโอ กิจกรรมดนตรีเพื่อพัฒนาทักษะสำหรับเด็กพิเศษ EP 1 | บ้านอุ่นรัก

วีดีโอ กิจกรรมดนตรีเพื่อพัฒนาทักษะสำหรับเด็กพิเศษ EP 1 | บ้านอุ่นรัก

EP 1: วัตถุประสงค์ของการจัดทำวีดีโอ | “โครงการแบ่งปันความรู้” เรื่อง “วิธีสอนกิจกรรมดนตรีเพื่อพัฒนาทักษะสำหรับเด็กพิเศษ ให้กับพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อทุกท่านที่ได้รับชมสามารถสอนลูกทำกิจกรรมนี้ ได้ด้วยตัวของท่านเอง”

ฝ่ายพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยรังสิตและครูนิ่ม (คุณนิสิตา ปีติเจริญธรรม ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการของศูนย์กระตุ้นพัฒนาการบ้านอุ่นรัก) เห็นตรงกันว่า “ดนตรีบำบัดช่วยกระตุ้นพัฒนาการที่รอบด้านให้กับลูกออทิสติก ลูกสมาธิสั้น และลูกเรียนรู้ช้าได้ ดังนั้น จึงร่วมกับ RSU Media มหาวิทยาลัยรังสิต จัดทำวีดีโอชุดนี้เพื่อแบ่งปันความรู้ให้กับคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง เรื่องวิธีสอนลูกทำกิจกรรมดนตรีบำบัดด้วยเครื่องดนตรีง่าย ๆ ที่ราคาไม่แพง เพื่อท่านสามารถสอนลูกได้เอง ตลอดจนได้ใช้ดนตรีบำบัดในการสร้างเสริมพัฒนาการให้กับลูก และอาศัยช่วงเวลาของการเรียนการสอนและร่วมทำกิจกรรมนี้ไปด้วยกัน ในการสานสัมพันธภาพกับลูกให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น”

สาเหตุที่ดนตรีบำบัดใช้ได้ผลกับลูก โดยเฉพาะลูกออทิสติก เพราะลูกมักมีระบบประสาทสัมผัสไว หูไว ชอบกิจกรรมดนตรี และจำตัวโน๊ตดนตรีได้เร็ว หากเราใช้ดนตรีบำบัดให้เป็นประโยชน์ ก็จะต่อยอดทักษะและสร้างเสริมพัฒนาการให้กับลูก ๆ ได้

เครื่องดนตรีที่นำมาใช้ในกิจกรรมนี้ เป็นเครื่องดนตรีง่าย ๆ ที่ราคาไม่แพง คือ

1: เครื่องเคาะจังหวะ เพื่อทำให้ลูกจับจังหวะให้ได้เสียก่อน อันนับเป็นการเริ่มต้นกิจกรรมดนตรีบำบัดที่ถูกทาง และ

2: คีย์บอร์ด ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่จะทำให้ผู้สอน (ซึ่งก็คือพ่อ แม่ ผู้ปกครอง) สามารถนำทางลูกได้ง่ายที่สุด โดยให้ลูกใช้นิ้วมือจิ้มโน้ตบนแป้นของคีย์บอร์ด เพื่อควบคุมเสียงดนตรี

สำหรับกิจกรรมดนตรีบำบัดที่บ้านอุ่นรัก นับเป็นความโชคดีที่ฝ่ายพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยรังสิตได้ส่งครูนัช หาญพานิชย์พันธ์ บุคลากรของมหาวิทยาลัย มาเป็นอาสาสมัครช่วยสอนดนตรีที่บ้านอุ่นรักสวนสยามมาเป็นระยะเวลาร่วม 10 กว่าปีแล้ว ซึ่งครูนัชได้ทุ่มเททั้งความรักที่มีต่อเด็ก ๆ แรงใจ และความพยายาม ในการสอนทั้งแบบสอนกลุ่มและสอนเดี่ยวสำหรับลูกศิษย์ที่มีศักยภาพด้านดนตรีด้วย

บ้านอุ่นรัก อยากให้คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง ติดตามชมวีดีโอชุดนี้ไปทีละตอนจนครบทั้ง 8 ตอน เพื่อได้ข้อมูลที่ครบถ้วนเรื่องวิธีการสอน ตลอดจนได้เห็นตัวอย่างการสอนของครูนัช ซึ่งในที่สุด ท่านจะสามารถสอนและนำทางลูกทำกิจกรรมดนตรีบำบัดได้ด้วยตัวของท่านเอง อันจะส่งผลดีต่อพัฒนาการที่รอบด้านของลูก ทั้งการคงสมาธิ การเพิ่มความรู้สึกรื่นรมย์ สุข สนุก การฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก-ใหญ่ การกระตุ้นการพูด การเพิ่มทักษะการฟัง-เข้าใจคำสั่งง่าย ๆ และการกระตุ้นการสบตา เป็นต้น

มาติดตามชม EP 1 ด้วยการกดลิ้งค์ข้างล่างนี้ได้เลยค่ะ

https://www.youtube.com/watch?v=KzPkG9L-1HQ

บ้านอุ่นรักขอขอบคุณฝ่ายพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และ RSU Media มหาวิทยาลัยรังสิต ที่ได้จัดทำวีดีโอชุดนี้ตาม “โครงการแบ่งปันความรู้” เพื่อประโยชน์ของเด็ก ๆ ที่มีความต้องการเป็นพิเศษ ตลอดจนครอบครัวของเด็ก ๆ มา ณ ที่นี้ค่ะ

Credit ภาพ: Alireza Attari | Unsplash

ผลดีของการออกกำลังกายที่มีต่อความสามารถของเด็กออทิสติก | บ้านอุ่นรัก

ผลดีของการออกกำลังกายที่มีต่อความสามารถของเด็กออทิสติก | บ้านอุ่นรัก

ที่บ้านอุ่นรักสวนสยามและบ้านอุ่นรักธนบุรี เราให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการที่เด็ก ๆ นักเรียนของเรา ได้ออกกำลังกายในทุก ๆ วันที่มาเรียนกับเรา และจากการที่เราทำงานด้านนี้อย่างต่อเนื่องมานาน เราพบว่าเมื่อเราใช้การออกกำลังกายกระตุ้นพัฒนาการให้กับเด็ก ๆ ด้วยความสม่ำเสมอและเหมาะสม เด็ก ๆ ก็มีพัฒนาการในหลาย ๆ ด้านที่ดีขึ้นได้ ในระดับและในกรอบระยะเวลาที่น่าพึงพอใจ เช่น

 การทรงตัว-ทรงท่า

 การวางแผนการเคลื่อนไหว

 ความสามารถในการใช้อวัยวะที่ประสานกันประกอบการเคลื่อนไหว

 ความสามารถในการคงสมาธิเพื่อร่วมทำกิจกรรมวงกลมพร้อมไปกับกลุ่ม

 ความรู้สึกสนุกที่ได้เล่นร่วมกับคนอื่น

 การรอคอยคิว

 การคุมตนให้นั่งอยู่กับที่ในขณะรอคอยคิวการเล่น

 การทำความเข้าใจกติกาและคำสั่งง่าย ๆ ตามวัย

 การเล่นร่วมกันและการมีปฏิสัมพันธ์กับครูและเพื่อน ๆ ในเชิงชี้ชวนให้ร่วมเล่นสนุก ๆ ด้วยกันต่อ

 การเข้าสังคม

 ความสามารถในการสบตาและการมองตามการเคลื่อนไหว และ

 ความสามารถในการเลียนแบบ เป็นต้น

เรื่องผลดีที่เด็กจะได้รับจากการออกกำลังกายนี้ นอกจากการลงมือทำของบ้านอุ่นรักจนพบผลลัพธ์ว่าดีต่อเด็กที่มีความต้องการเป็นพิเศษอย่างแท้จริงแล้ว เรายังพบผลการศึกษาที่น่าสนใจอีกสองเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมพัฒนาการเด็กออทิสติกด้วยการออกกำลังกาย เราจึงได้นำมาแชร์ให้ทุกท่านได้อ่านกันในตอนนี้

การศึกษาชิ้นที่ 1

Author: สุรัติ จีระพงษ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะครุศาสตร์

การศึกษาเรื่อง: ผลของการออกกำลังกายโดยใช้กิจกรรมการเคลื่อนไหวเบื้องต้นที่มีต่อความสามารถในการทรงตัวของเด็กออทิสติก

ผลการวิจัยพบว่า:

หนึ่ง: ผลของการออกกำลังกายโดยใช้กิจกรรมการเคลื่อนไหวเบื้องต้น ทำให้ความสามารถในการทรงตัวที่เพิ่มขึ้นหลังการทดลอง 8 สัปดาห์

สอง: ผลของการออกกำลังกายโดยใช้กิจกรรมการเคลื่อนไหวเบื้องต้น สามารถพัฒนาความสามารถในการทรงตัวที่ดีขึ้น ทั้งการทรงตัวขณะอยู่กับที่และในขณะเคลื่อนที่

จากการสังเกตพฤติกรรมด้านการออกกำลังกายโดยใช้กิจกรรมการเคลื่อนไหวเบื้องต้น กลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมด้านการออกกำลังกายดีขึ้นแตกต่างกันในแต่ละคน และมีแนวโน้มพฤติกรรมด้านการออกกำลังกายดีขึ้นเป็นลำดับในแต่ละสัปดาห์

อ่านผลการศึกษาฉบับเต็มได้ที่นี่:

http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/32465?src=%2Fbrowse%3Ftype%3Dsubject%26order%3DASC%26value%3D%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%259A%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2594%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%2581%26brw_total%3D5%26brw_pos%3D4

การศึกษาชิ้นที่ 2

Author: รุจน์ เลาหภักดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา

การศึกษาเรื่อง: ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยไม้พลองที่มีต่อความสามารถทางการเคลื่อนไหวและทักษะทางสังคมของเด็กกลุ่มออทิสติก สเปคตรัม

ผลการวิจัยพบว่า:

หนึ่ง: ความสามารถทางการเคลื่อนไหวด้านการทรงตัว ความคล่องแคล่วว่องไว และการประสานงานกันระหว่างมือและตาของกลุ่มตัวอย่างในระยะจัดกระทำมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเส้นฐาน และเมื่อพิจารณาจากเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงพบว่ากลุ่มตัวอย่างทั้ง 3 คน มีเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของความสามารถทางการเคลื่อนไหวดีขึ้นทุกด้าน

สอง: ทักษะทางสังคมด้านการเลียนแบบ การปฏิบัติตามกติกาที่กำหนด การสบตา การแสดงความสนใจผู้อื่น และการรอคอยของกลุ่มตัวอย่างในระยะจัดกระทำ มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับระยะเส้นฐาน และเมื่อพิจารณาจากเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงพบว่ากลุ่มตัวอย่างทั้ง 3 คน มีเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของทักษะทางสังคมดีขึ้นทุกด้าน โดยเฉพาะทักษะทางสังคมด้านการสบตาที่มีเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงดีขึ้นอย่างชัดเจนทั้ง 3 คน

สรุป: โปรแกรมการออกกำลังกายด้วยไม้พลองสามารถพัฒนาความสามารถทางการเคลื่อนไหวและทักษะทางสังคมของเด็กกลุ่มออทิสติก สเปคตรัม โดยเฉพาะทักษะทางสังคมด้านการสบตาที่มีการพัฒนาอย่างชัดเจน

อ่านผลการศึกษาฉบับเต็มได้ที่นี่:

http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/36426?src=%2Fbrowse%3Ftype%3Dsubject%26order%3DASC%26value%3D%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2594%26brw_total%3D4%26brw_pos%3D3

ในเมื่อการออกกำลังกายส่งผลดีต่อพัฒนาการของเด็กรอบด้านเช่นนี้ บ้านอุ่นรักจึงอยากชวนให้คุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครองได้ใช้เวลาว่างที่มีในวันนี้และในทุก ๆ วัน เพื่อพาลูก ๆ หลาน ๆ ไปร่วมออกกำลังกายกับท่าน

เรามั่นใจว่าการใช้เวลาคุณภาพเช่นนี้ไปกับเด็ก ๆ ทั้งเด็ก ท่าน และเราจะพบกับความชื่นใจเรื่องการฟื้นฟูและสร้างเสริมพัฒนาการให้กับเด็ก ๆ ได้ที่ปลายทางค่ะ

Credit ภาพ: Kelly Sikkema | Unsplash

เพื่อนช่วยเพื่อน | บ้านอุ่นรัก

เพื่อนช่วยเพื่อน | บ้านอุ่นรัก

“เพื่อนช่วยเพื่อน” เป็นกรอบความคิดและแนวปฏิบัติที่ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการบ้านอุ่นรักให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการทำงานด้านการกระตุ้นพัฒนาการให้กับเด็ก ๆ

เราให้ความสำคัญกับแนวคิดและแนวปฏิบัติเรื่อง “เพื่อนช่วยเพื่อน” เพราะตระหนักว่าการกระตุ้นพัฒนาการให้กับเด็ก ๆ ที่มีความต้องการเป็นพิเศษให้สำเร็จ ทำได้ต่อเนื่องอย่างมีความหมายต่ออนาคตของเด็ก และเห็นผลได้อย่างทันท่วงที ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันเป็นทีม ไม่ใช่การลงมือทำเองโดยลำพัง

ทีมแพทย์ ทีมบำบัด คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง คุณครู ทีมโรงเรียน และบ้านอุ่นรัก จึงอยู่เป็นเพื่อนที่คอยช่วยเพื่อนกันในทุกยามที่เราต่างฝ่ายต่างต้องการข้อมูล คำปรึกษา ความช่วยเหลือ หรือกำลังใจ

สมาชิกแต่ละคนในบ้านของเด็ก ๆ ที่อยู่ร่วมกัน คอยเป็นเพื่อน ทุ่มเทใจ จับมือไปด้วยกัน และร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคและขวากหนามอย่างไม่ย่อท้อ

เพื่อน ๆ ที่โรงเรียนของลูกศิษย์บ้านอุ่นรัก ที่คอยช่วยเหลือและนำพาเด็ก ๆ ของเราตามกำลัง ตามวัย ตามความสามารถ หลังจากลูกศิษย์ของบ้านอุ่นรักพร้อมก้าวเดินออกจากบ้านอุ่นรักสู่การเรียนร่วมในรั้วโรงเรียน ซึ่งนั่นยังหมายรวมถึงความเมตตากรุณาของคุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครองของเพื่อน ๆ ที่อนุญาตให้ลูก ๆ ของตนเองได้ทำหน้าที่เป็นเพื่อนที่คอยช่วยเพื่อนที่มีความต้องการเป็นพิเศษที่โรงเรียน ซึ่งเพื่อนผู้ปกครองเหล่านี้ เปรียบไปแล้วก็คือเพื่อน ๆ ที่แอบส่งใจช่วยคุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครองของเด็ก ๆ ที่มีความต้องการเป็นพิเศษ พร้อม ๆ กันไปด้วย

คุณครูที่โรงเรียนของเด็ก ๆ ครูประกบ และครูกระตุ้นพัฒนาการของบ้านอุ่นรัก ที่พร้อมเป็นเพื่อนครูช่วยเพื่อนครูในการเฝ้าสังเกต เก็บข้อมูล วางแนวทางในการช่วยเหลือ และประสานงานกัน เพื่อฟื้นฟูสร้างเสริมพัฒนาการ ปรับพฤติกรรม และช่วยให้เด็ก ๆ เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมายได้อย่างแท้จริง

ผู้บริหารและทีมงานของมูลนิธิออทิสติกไทยที่เป็นเพื่อนในระดับองค์กร ผู้คอยส่งเสริมและสนับสนุนการทำงานของบ้านอุ่นรัก เพื่อประโยชน์ที่เด็กและครอบครัวของเด็กจะได้รับที่ปลายทาง

มหาวิทยาลัยรังสิตที่เป็นเพื่อนสนับสนุน ช่วยเหลือ ผลิตสื่อ และคอยเป็นสื่อกลางที่ช่วยสื่อสารเรื่องราวของเด็ก ๆ และบ้านอุ่นรัก ให้สังคมวงกว้างได้ทำความรู้จักและเข้าใจมากยิ่งขึ้น

“เพื่อนช่วยเพื่อน” ไม่ได้มีเพียงแค่นี้ … เมื่อเราทุกคนเปิดใจ ยอมรับความช่วยเหลือ และค่อย ๆ ส่งมอบลูก ๆ เด็ก ๆ ของเราให้กลายคนของสาธารณะ เราก็จะพบว่า ที่จริงแล้ว เพื่อนที่พร้อมจะคอยช่วยลูกและเรา มีอยู่มากมายที่ตรงนั้น ตรงนี้ รายรอบ ข้าง ๆ ตัวเรา เราทุกคนที่เดินอยู่บนเส้นทางสายขรุขระนี้ จึงไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวโดยลำพัง

“เพื่อนช่วยเพื่อน” นี้เอง คือ คำตอบสำคัญที่มีความหมายในการทำให้เราได้เรียนรู้ เข้าใจ ยอมรับ พบแนวทางที่จะใช้ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับลูก และผลักดันให้เราช่วยลูกได้อย่างเต็มกำลังและความสามารถ

สำหรับบ้านอุ่นรัก “เพื่อนช่วยเพื่อน” ทำให้เราได้กล่าวคำว่า “ขอบพระคุณ”

เราขอบพระคุณ คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง คุณครู ทีมโรงเรียน ทีมแพทย์ ทีมบำบัด หน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ และเพื่อน ๆ อีกมากมาย ที่อยู่เป็นเพื่อนของเรา และส่งมอบความรัก ความปรารถนาดี ความช่วยเหลือ กำลังใจ และที่สำคัญคือความไว้วางใจให้เราได้เป็นครูกระตุ้นพัฒนาการของลูก ๆ เด็ก ๆ จนเราสามารถทำงานด้านนี้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องมาร่วม 27 ปีด้วยความภาคภูมิและสุขใจ

เราจึงอยากให้ “เพื่อนช่วยเพื่อน” ได้เป็นกรอบความคิดและแนวปฏิบัติในวงที่กว้างขึ้น เพื่อท้ายที่สุด เราทุกคนที่อยู่เป็นเพื่อนกัน จะช่วยกันเติมเต็มสิ่งที่เราขาด และสามารถช่วยลูก ๆ เด็ก ๆ ของพวกเรา ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและสามารถดำรงชีวิตได้ด้วยตนเอง

Credit ภาพ: Dhruv Mehra | Unsplash

ออทิสติก คนที่มีโลกของตัวเอง | บทความสุขภาพน่ารู้ จาก หมอชาวบ้าน

ออทิสติก คนที่มีโลกของตัวเอง | บทความสุขภาพน่ารู้ จาก หมอชาวบ้าน

อย่างไรจะเรียกว่าเป็นออทิสติก

แพทย์จะตรวจรู้ได้อย่างไรว่าเป็นออทิสติก

ออทิสติกเกิดขึ้นได้อย่างไร

ออทิสติกกินยารักษาได้ไหม

เป็นออทิสติกแล้วรักษาได้อย่างไร

สภาพจิตที่รับรู้ของเด็กปกติและเด็กออทิสติกมีลักษณะตัวอย่างเช่นใด

ใครคนไหนกันนะที่จะช่วยเหลือเด็กออทิสติกได้

มาพบคำตอบได้จากบทความสุขภาพที่น่ารู้ของเว็บไซต์หมอชาวบ้านกันในวันนี้นะคะ

https://www.doctor.or.th/article/detail/3121

Credit ข้อมูล: เว็บไซต์หมอชาวบ้าน

Credit ภาพ: Greg Rakozy | Unsplash