by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
ภาพรวมของแนวทาง
ทุกครั้งที่ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” ชวนคุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง และทุกท่าน วางแนวทางการดูแลและรับมือลูก ๆ ไม่ว่าลูกจะมีอาการออทิสติก สมาธิสั้น หรือพัฒนาการช้าไม่สมวัย เราจะเน้นการมองภาพรวมว่าเด็ก ๆ มีปัญหา ความบกพร่องด้านพัฒนาการ และอาการที่เป็นปัญหาที่หลงเหลืออยู่ในลักษณะใดบ้าง เพื่อเราจะได้หาหนทางแก้ไขและนำทางเด็ก ๆ ได้อย่างถูกต้อง ถูกวิธี และทุกวิธีที่ใช้ต้องปลอดภัย มีประสิทธิผล และปรับใช้ในวิถีชีวิตประจำวันได้ค่ะ
สำหรับ “โรคสมาธิสั้น” ของลูกหลาน เราวางภาพรวมว่า เราต้องทำสิ่งต่าง ๆ ที่จะส่งผลให้ (1) เพิ่มช่วงการคงสมาธิได้ (2) ลดความซนอยู่ไม่สุขได้ และ (3) ลดความหุนหันพลันแล่นลงให้ได้ ดังนั้น โดยรวมแล้ว เราต้องทำดังนี้ คือ
1: ปรับวงจรการดำเนินชีวิตที่บ้านและที่โรงเรียนของหนูน้อยจอมซนอย่างเป็นระบบ และ
2: ปรับวิถีชีวิตหลายด้านพร้อม ๆ กัน
จากภาพรวมของสิ่งที่เราต้องทำทั้ง 2 ประการข้างต้น เราจะนำเสนอวิธีต่าง ๆ ในตอนต่อ ๆ ไปให้คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง คุณครู ผู้ดูแลเด็ก ๆ และทุกท่านได้ลงมือทำค่ะ
การรับมือลูกหลานสมาธิสั้นอย่างมีประสิทธิภาพนั้น นอกจากเราจะนำทางเด็ก ๆ ด้วยจิตใจที่เบิกบานแล้ว ขอให้ทุกคนในทีมที่ทำร่วมกัน เตือนตนเสมอว่า “เราทุก ๆ คนจะทำเหมือน ๆ กัน” ไม่ทำแบบต่างคนต่างทำ ต่างวิธี เพราะจะสร้างความสับสนให้กับเด็ก ๆ จนเสียแผนได้ค่ะ
การรับมืออาการสมาธิสั้นของลูกหลานอย่างมีชั้นเชิง ย่อมต้องอาศัยความอดทน ความพยายาม และร่วมมือร่วมใจกัน ใครเหนื่อยหรือท้อ ก็พักและใช้ช่องว่างทางอารมณ์มาลดอุณหภูมิของน้ำร้อนในใจไม่ให้เดือดพล่านจนล้นออกมารดใจ พักสักหน่อยให้หายเหนื่อยนะคะ หายเหนื่อยเมื่อไร ค่อยมาสู้กันต่อ เราทุกคนในทีมจะทำให้เหมือน ๆ กัน เพื่อลูกหลานสมาธิสั้นได้มีพัฒนาการรอบด้านที่ดีและสมวัยขึ้นด้วยมือของเราค่ะ
เครดิตภาพ: Nathan Bingle + Tyler Nix | Unsplash
by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
อาการหลัก 3 ประการของโรคสมาธิสั้น
ก่อนที่เราจะมาเรียนรู้วิธีรับมือกับอาการสมาธิสั้นของลูก ๆ อย่างมีชั้นเชิงไปด้วยกัน ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” ขอแนะนำให้คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง คุณครู และทุกท่าน ได้รู้จักกับอาการหลัก ๆ ของ “โรคสมาธิสั้น” หรือ “Attention Deficit/Hyperactivity Disorder” หรือ “ADHD” กันเสียก่อนค่ะ
อาการหลัก ๆ ของโรคสมาธิสั้นมี 3 ลักษณะ คือ
หนึ่ง: ช่วงการคงสมาธิสั้น
- มักจะเหม่อ
- ละความสนใจกลางคัน
- ไม่อยู่กับปัจจุบัน
- หันเหความสนใจได้ง่าย
- ทำกิจกรรมไม่เสร็จ
- มีความยุ่งยากในการจัดการสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นระบบ
- หากมีสิ่งเร้าจำนวนมากจะเริ่มสับสน
สอง: ซนอยู่ไม่สุข
- ชอบปีนป่าย ชอบเคลื่อนไหว
- รน รีบ ทำอะไรรวดเร็ว ไม่ระมัดระวัง
- ลงมือทำสิ่งต่าง ๆ แบบอัตโนมัติ แต่การทำงานของตาและมือมักจะไม่ประสานกัน
- ขาดความประณีตในการทำสิ่งต่าง ๆ
สาม: หุนหันพลันแล่น
- หงุดหงิดง่าย
- รอคอยไม่ได้
- พฤติกรรมเกิดอัตโนมัติและเกิดแบบคาดเดาได้ยาก
จากเช็คลิสต์ข้างต้น ทั้งเรื่องของ (1) ช่วงการคงสมาธิสั้น (2) ความซุกซนแบบซนอยู่ไม่สุข และ (3) ความหุนหันพลันแล่น เราจะมาหาวิธีรับมือกับอาการต่าง ๆ เหล่านี้ไปด้วยกันในตอนต่อไปค่ะ
การรับมืออย่างมีชั้นเชิงเป็นเรื่องที่ว่าไปแล้วก็มีทั้งง่ายและยากปน ๆ กันไป อย่างไรก็ตาม คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง คุณครู หรือแม้แต่ผู้ดูแลลูก สามารถที่จะเรียนรู้จนทำได้จริงค่ะ แม้จะทำไม่ได้ภายในพริบตาเดียว แต่ “บ้านอุ่นรัก” มั่นใจว่าความรักที่ทุกท่านมีต่อลูกหลาน จะเป็นแรงส่งให้ท่านพยายามเรียนรู้และฝึกฝนวิธีรับมือ และแต่ละท่านจะค่อย ๆ กลายเป็นเซียนและสามารถรับมือกับอาการต่าง ๆ ของลูกหลานสมาธิสั้น อย่างมีชั้นเชิง แถมยังเป็นชั้นเชิงที่เหนือชั้นได้อีกด้วยค่ะ
อย่าท้อถอยนะคะ แม้เหนื่อยแค่ไหน เราก็จะนำทางลูกด้วยใจที่เบิกบานค่ะ
เครดิตภาพ: Nathan Bingle + Tyler Nix | Unsplash
by admin | Video, บทความทั่วไป
คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง เคยสงสัยกันหรือไม่ว่าอาการซุกซนและอยู่ไม่สุขของลูกตัวน้อย ๆ ที่บ้าน ถ้าจัดระดับแล้ว ความซนของลูกเป็นแค่ความซุกซนตามธรรมชาติของเด็ก ๆ หรือซนเพราะลูกมีอาการสมาธิสั้น หรือซนระดับเซียนเพราะลูกมีทั้งอาการสมาธิสั้นผสมความหุนหันพลันแล่นกันแน่?
เรามาไขข้อข้องใจดังกล่าวด้วยการชมคลิปความรู้ จากรายการ “พบหมอรามา” ของช่อง Rama Channel ช่วง Big story ตอน “เด็กสมาธิสั้น” กับ “เด็กไฮเปอร์” แตกต่างกันอย่างไร? กันค่ะ เพื่อทราบข้อมูลเบื้องต้นในเรื่องนี้
ไม่ว่าลูกน้อยจอมซนที่บ้านจะซุกซนแค่ไหน ขอให้คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครองที่สงสัยและกังวลใจ หมั่นสังเกตลูกสักระยะหนึ่ง ตลอดจนจดบันทึกอาการที่ได้จากการสังเกต พาลูกไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กหรือจิตแพทย์เด็ก และนำข้อมูลที่ได้จากการสังเกตและจดบันทึกไปพูดคุยและปรึกษากับแพทย์นะคะ
การทำเช่นนี้จะเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่ช่วยให้ท่านได้ทราบข้อเท็จจริงทางการแพทย์ว่าความซุกซนของลูกเป็นปัญหาด้านพัฒนาการหรือไม่ และหากความซนนั้นเป็นปัญหา ท่านก็จะได้มีแพทย์เป็นผู้ให้แนวทางการบำบัดรักษา ดูแล เลี้ยงดู และช่วยเหลือลูกที่มีปัญหาด้านพัฒนาการอย่างถูกวิธีต่อไปค่ะ
กดที่ภาพเพื่อชม VDO
เครดิต VDO และข้อมูล: รายการพบหมอรามา ช่อง Rama Channel ช่วง Big story ตอน “เด็กสมาธิสั้น” กับ “เด็กไฮเปอร์” แตกต่างกันอย่างไร?
เครดิตภาพ: Alvin Mahmudov | Unsplash
by admin | กำลังใจ, บทความบ้านอุ่นรัก
การช่วยเหลือลูกที่มีปัญหาด้านพัฒนาการให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นได้นั้น เป็นงานที่ต้องอาศัยปัจจัยต่าง ๆ อยู่หลายประการ เช่น
- รีบช่วย รีบทำตั้งแต่ลูกยังเล็ก เพื่อลูกจะได้มีเวลามากพอในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง และเรามีเวลามากพอที่จะช่วยลูกก่อนที่ลูกจะเติบโต
- มีทีมแพทย์ ทีมบำบัด ทีมกระตุ้นพัฒนาการ และทีมครอบครัว ในการช่วยกันคนละไม้ละมือเพื่อส่งลูกไปสู่เป้าหมาย
- มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องปัญหาของลูก ตลอดจนแนวทางแก้ไข และสามารถบูรณาการและใช้หลายหลากวิธีร่วมกัน จนสร้างพัฒนาการที่รอบด้านให้กับลูกได้
- มีกระบวนการสอนที่ถูกต้องและเหมาะสมที่ช่วยให้ลูกเรียนรู้ได้โดยง่าย
- มีทัศนคติที่ดี เชื่อมั่นในลูกและตัวเราเอง มีกำลังใจ มีความพยายาม และมีความอดทน เพราะการช่วยลูกที่มีปัญหาด้านพัฒนาการเปรียบเสมือนการเดินทางไกลผ่านเส้นทางที่ขรุขระและต้องอาศัยระยะเวลาการเดินทางที่ยาวนานกว่าจะผ่านพ้น แถมยังต้องทำให้ครบรอบด้าน ทำให้ดีในทุก ๆ วัน ทำซ้ำ ๆ ทำบ่อย ๆ ในระหว่างวัน เพื่อสร้างรากฐานพัฒนาการของลูกให้แข็งแรงและมั่นคงมากพอ เพื่อลูกได้นำไปใช้ในยามที่ลูกเติบโต ฯลฯ
แม้การช่วยลูกที่มีปัญหาด้านพัฒนาการจะเป็นงานใหญ่และต้องอาศัยปัจจัยสนับสนุนนานับประการ แต่ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าคุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง และทุกบ้าน ต่างทำได้ดีไม่แพ้กัน และสำหรับเรา ท่านเท่านั้นที่สามารถเป็นหัวเรือใหญ่ในการสร้างความว้าวให้กับพัฒนาการของลูก ๆ ค่ะ
นำทางลูกด้วยจิตใจที่เบิกบานแต่เข้มแข็งนะคะ
ไม่เหนื่อยใจที่จะสอน นำ สาธิต บอกบทพูดจนกว่าลูกจะเข้าใจในสิ่งนั้น เพราะลูกยังอ่อนวัยที่จะเข้าใจอะไรง่าย ๆ กับแบบฝึกหัดที่ยากและหลากหลายมากกับการเกิดมาบนโลกใบนี้
เป็นแม่ เป็นพ่อ ทั้งง่ายและยากผสมปนเปกัน …. ท้อเมื่อไรบอกมานะคะ เราจะส่งอ้อมกอดแน่น ๆ ไปให้ในทันที
by admin | บทความทั่วไป
คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง คงจะทราบกันดีแล้วว่าในวัยเด็กเล็ก (ลูกหลานวัยแรกเกิดถึงสามขวบ) เป็นช่วงวัยที่สมองของเด็ก ๆ มีการพัฒนาสูงสุด ดังนั้น ในช่วงวัยนี้ของลูกหลาน เราต้องไม่รอช้าที่จะช่วยกันสร้างเสริมพัฒนาการด้านสมองให้กับพวกเขา ซึ่งเราสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการชวนลูกเล่นแล้วแอบแทรกเงื่อนไขให้ลูกรู้จักการรอคอยและยอมรับกติกาง่าย ๆ ตามวัยแบบไม่ให้ลูกรู้ตัว ชวนสบตา ชวนพูดคุย ชวนเล่นเชิงจินตนาการ ชวนลูกอ่าน ชวนลูกขีด ๆ เขียน ๆ ชวนลูกทำกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสร้างประสบการณ์ทางบวก พากย์สิ่งต่าง ๆ ที่ได้พบเห็นให้ลูกฟัง สอนลูกเรียนรู้คำศัพท์ที่เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่หรือพบรอบตัวในชีวิตประจำวัน หรือขวนลูกฝึกการควบคุมอารมณ์อยากได้ อยากเอา ของตนเอง เป็นต้น
จะเห็นได้ว่า กิจกรรมที่มีส่วนช่วยก่อร่างสร้างฐานพัฒนาการทางสมองที่ดีให้กับลูกหลานวัยเด็กเล็กมีอยู่มากมาย ซึ่งเราสามารถใช้ “การเล่น” มาเป็นแกนกลางในการดำเนินกิจกรรมนั้น ๆ และกระตุ้นให้ลูกหลานอยากเข้ามามีส่วนในการทำร่วมไปกับเรา แต่!!!!…เดี๋ยวก่อน….มีกิจกรรมอะไรบ้างนะที่พวกหนูน้อยมักจะชอบทำกันในตอนนี้ แต่เราก็ไม่ควรปล่อยให้พวกเขาทำ ทั้งนี้เพราะหากทำแล้วอาจส่งผลเสียต่อพัฒนาการทางสมองของพวกเขามากกว่าประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับเสียอีก?
กิจกรรมประเภทหนึ่งที่เราไม่ควรปล่อยให้ลูกหลานวัยเด็กเล็กทำโดยลำพังในระยะเวลาที่นานติดต่อกันนานจนเกินไป คือ การดูยูทูป ทั้งนี้ หากจะให้เด็กดูยูทูปหรือใช้สื่อดิจิทัล เราควรจะรอให้เด็ก ๆ โตกว่านี้อีกสักหน่อย และใช้ในระยะเวลาสั้น ๆ โดยมีเงื่อนไขและมีผู้ใหญ่แอบจับตาดูอยู่ห่าง ๆ ตลอดจนคอยให้คำแนะนำตามสถานการณ์ที่เหมาะสมค่ะ
ทำไม…เราจึงต้องกล่าวเช่นนั้น มาอ่านบทความข้างล่างจาก “ไลน์ ทูเดย์” เพื่อทราบคำตอบที่ว่า “ทำไมเราจึงไม่ควรปล่อยลูกหลานวัยเด็กเล็กให้อยู่กับพี่เลี้ยงยูทูป” กันค่ะ
กดที่ลิงค์เพื่ออ่านบทความจากไลน์ ทูเดย์
https://today.line.me/TH/pc/article/7gX7Ym?utm_source=lineshare
สำหรับเรื่องสื่อดิจิทัลนี้ “บ้านอุ่นรัก” เชื่อว่าสื่อดิจิทัลทุกประเภท รวมทั้งยูทูป ก็มีข้อดีสำหรับเด็ก ๆ อยู่ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่ที่การเลือกใช้ แต่เพราะเด็กเล็ก ๆ ยังเลือกใช้เองไม่เป็นและไม่ถูก เราจึงต้องช่วยเลือกให้พวกเขา และเราต้องเลือกให้ดีทั้งในแง่ของเวลาที่เด็กควรเริ่มใช้ ระยะเวลาที่ควรใช้ และสถานการณ์ที่ถูกต้องพอเหมาะพอควรที่ควรใช้ค่ะ หากเราเลือกได้ดี เด็ก ๆ ก็ย่อมได้รับประโยชน์จากการใช้สื่อเหล่านั้นได้อย่างแน่นอนค่ะ
เครดิตข้อมูล: Line Today
เครดิตภาพ: Hal Gatewood | Unsplash