สอนลูกวาดภาพ ให้ลูก “ได้ประโยชน์” มากกว่าการวาด | บ้านอุ่นรัก

สอนลูกวาดภาพ ให้ลูก “ได้ประโยชน์” มากกว่าการวาด | บ้านอุ่นรัก

“คลิก” เพื่อชมคลิปทั้ง 3 ตอน ของศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” กันเลยนะคะ เพื่อทราบแนวทาง “การสอนลูกวาดภาพ ให้ลูก “ได้ประโยชน์” มากกว่าการวาด” ค่ะ

EP 1: เราจะสอนลูกวาดภาพได้อย่างไร?

สอนลูกวาดภาพ ให้ลูก "ได้ประโยชน์" มากกว่าการวาด (EP 1)

EP 1: เราจะสอนลูกให้วาดภาพได้อย่างไร?—–"บ้านอุ่นรัก" มีเคล็ดลับ "การสอนลูกวาดภาพ ให้ลูกได้ประโยชน์ มากกว่าการวาด" มาฝากค่ะ—–เราแบ่งเนื้อหาของเรื่องนี้ออกเป็น 3 EP EP 1: เราจะสอนลูกให้วาดภาพได้อย่างไรEP 2: เราจะสอนลูกวาดภาพ ให้ภาพที่ลูกวาดมีองค์ประกอบมากขึ้น และมีจินตนาการอยู่ในนั้นได้อย่างไรEP 3: เราจะสอนให้ลูกเล่าถึงภาพและเรื่องราวในภาพที่ลูกวาดได้อย่างไร—–เรารับประกันว่าคุ้มค่าเมื่อได้ชมค่ะ ดังนั้น อย่าลืมติดตามชมให้ครบทั้ง 3 EP กันนะคะ และฝากกด Like กด Share เนื้อหาและวีดีโอต่าง ๆ ของเรากันด้วยนะคะ—–ติดต่อศูนย์กระตุ้นพัฒนาการบ้านอุ่นรัก—– 🏡 บ้านอุ่นรักสวนสยาม | ☎️ โทร: 086 775 9656 —–🏡 บ้านอุ่นรักธนบุรี | ☎️ โทร: 087 502 5261 —–Email มาหาเราได้ที่: Baan_Aunrak@Hotmail.com—– Add เราเป็นเพื่อนทางไลน์ คลิกลิงค์นี้: https://lin.ee/BBfuMde—–

โพสต์โดย Baan Aun Rak ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ บ้านอุ่นรัก เมื่อ วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2020

EP 2: เราจะสอนลูกวาดภาพ ให้ภาพที่ลูกวาดมีองค์ประกอบมากขึ้นและมีจินตนาการอยู่ในนั้นได้อย่างไร?

สอนลูกวาดภาพ ให้ลูก "ได้ประโยชน์" มากกว่าการวาด (EP 2)

EP 2: เราจะสอนลูกวาดภาพ ให้ภาพที่ลูกวาดมีองค์ประกอบมากขึ้น และมีจินตนาการอยู่ในนั้นได้อย่างไร—–ในตอนที่แล้ว "บ้านอุ่นรัก" ได้บอกเคล็ดลับการสอนลูกวาดภาพกันไปแล้ว และเราหวังว่าเพื่อน ๆ จะชอบคลิปของเรานะคะ—–ส่วนใน EP นี้ เราจะมาดูกันต่อว่า "เราจะสอนลูกวาดภาพ ให้ภาพที่ลูกวาดมีองค์ประกอบมากขึ้นและมีจินตนาการอยู่ในนั้นได้อย่างไร" —–สำหรับคลิป เรื่อง "การสอนลูกวาดภาพให้ลูกได้ประโยชน์มากกว่าการวาด" นี้ เราแบ่งเนื้อหาของเรื่องออกเป็น 3 EP และขอฝากให้ทุกท่านติดตามรับชมให้ครบทุกตอนด้วยนะคะ —–EP 1: เราจะสอนลูกให้วาดภาพได้อย่างไรEP 2: เราจะสอนลูกวาดภาพ ให้ภาพที่ลูกวาดมีองค์ประกอบมากขึ้น และมีจินตนาการอยู่ในนั้นได้อย่างไรEP 3: เราจะสอนให้ลูกเล่าถึงภาพและเรื่องราวในภาพที่ลูกวาดได้อย่างไร—–เพื่อน ๆ ที่รับชมคลิปต่าง ๆ ของ "บ้านอุ่นรัก" สามารถส่งคำแนะนำมายังเราได้นะคะ และที่สำคัญ คือ.(^-^). ฝากกด Like.(^-^). ฝากกด Share เนื้อหาและคลิปต่าง ๆ ของ "บ้านอุ่นรัก" ด้วยนะคะ—–ติดต่อศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ "บ้านอุ่นรัก"—–🏡 บ้านอุ่นรักสวนสยาม | ☎️ โทร: 086 775 9656—–🏡 บ้านอุ่นรักธนบุรี | ☎️ โทร: 087 502 5261—–Email มาหาเราได้ที่: Baan_Aunrak@Hotmail.com—–Add เราเป็นเพื่อนทางไลน์ คลิกลิงค์นี้: https://lin.ee/BBfuMde

โพสต์โดย Baan Aun Rak ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ บ้านอุ่นรัก เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2020

EP 3: เราจะสอนให้ลูกเล่าถึงภาพและเรื่องราวในภาพที่ลูกวาดได้อย่างไร?

สอนลูกวาดภาพ ให้ลูก "ได้ประโยชน์" มากกว่าการวาด | EP 3

EP 3 | เราจะสอนให้ลูกเล่าถึงภาพและเรื่องราวในภาพที่ลูกวาดได้อย่างไร—–จากการสอนลูกวาดภาพ นับจากภาพง่าย ๆ ที่มีโครงสร้างไม่สลับซับซ้อน จนถึงการวาดภาพที่มีองค์ประกอบมากขึ้น และมีจินตนาการแฝงอยู่ในภาพ เราจะขยับมาดูแนวทางการสอนให้ลูก "เล่าเรื่องราวในภาพ" กันในตอนนี้นะคะ —–หลังได้ชมคลิปเรื่องนี้จนครบทั้ง 3 EP แล้ว อย่าลืมลงมือชวนลูกวาดภาพ + เล่าเรื่องราวในภาพกันนะคะ —–ในท้ายนี้ "บ้านอุ่นรัก" อยากฝากทุกท่านช่วยกันกด Like กด Share คลิปและบทความต่าง ๆ ของเราด้วยค่ะ เราขอขอบพระคุณทุกท่านล่างหน้าไว้ ณ ที่นี้ค่ะ—–ติดต่อศูนย์กระตุ้นพัฒนาการบ้านอุ่นรัก—– 🏡 บ้านอุ่นรักสวนสยาม | ☎️ โทร: 086 775 9656 —–🏡 บ้านอุ่นรักธนบุรี | ☎️ โทร: 087 502 5261 —–Email มาหาเราได้ที่: Baan_Aunrak@Hotmail.com—– Add เราเป็นเพื่อนทางไลน์ คลิกลิงค์นี้: https://lin.ee/BBfuMde—–

โพสต์โดย Baan Aun Rak ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ บ้านอุ่นรัก เมื่อ วันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2020

 

3 ขั้นตอนกระตุ้นลูกออทิสติก ลูกสมาธิสั้น ให้ “ใส่ใจ” หันมาหาหรือเดินมาหาตามเสียงเรียก | บ้านอุ่นรัก

3 ขั้นตอนกระตุ้นลูกออทิสติก ลูกสมาธิสั้น ให้ “ใส่ใจ” หันมาหาหรือเดินมาหาตามเสียงเรียก | บ้านอุ่นรัก

ปัญหาประการหนึ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองของลูกออทิสติกและลูกสมาธิสั้นหลายบ้านพบบ่อย คือ เวลาเรียกลูก ลูกจะทำเฉยเหมือนไม่ได้ยิน หรือเวลาเรียกให้ลูกเข้ามาหา ลูกก็ไม่มาตามเสียงเรียก ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้เกิดจากการที่ลูกขาดการใส่ใจ (Attending) เพราะอาการออทิซึมหรือสมาธิสั้นของลูก ส่งผลให้ลูกมัวแต่ซนง่วนอยู่กับอะไรบางอย่าง หรือไม่ก็กำลังเหม่อลอยอยู่

ปัญหานี้แก้ไขได้ด้วยการฝึก “การใส่ใจ (Attending Skill)” ให้ลูกใส่ใจที่จะหันมาหาตามเสียงเรียก หรือเดินมาหาตามเสียงเรียก ซึ่งเมื่อทำได้ก็จะเกิดประโยชน์ทั้งในแง่การสร้างเสริมเพิ่มพูนทักษะความใส่ใจของลูก และยังช่วยให้พ่อแม่ผู้ปกครองดูแลลูกในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในเวลาที่ไปในที่สาธารณะ เช่น ห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่อื่นใดที่เราต้องการให้ลูกอยู่ในสายตา หรือกลับมาหาเรา ก่อนเกิดความเสี่ยงหรือความคับขันบางประการ เป็นต้น

“การฝึกการใส่ใจ” เป็นการฝึกที่นักกระตุ้นพัฒนาการให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง จึงมักเน้นย้ำให้พ่อแม่ผู้ปกครองต้องฝึกและกระตุ้นลูกออทิสติกหรือลูกสมาธิสั้นกันทุกวัน ส่วนขั้นตอนการฝึกจะเป็นอย่างไรนั้น ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” มีแนวทางมาฝาก ดังนี้ คือ

3 ขั้นตอนเบื้องต้นเพื่อฝึกและกระตุ้นลูกออทิสติกและลูกสมาธิสั้นหันมาหาหรือเดินมาหาตามเสียงเรียก

ขั้นตอนที่ 1

  • เตรียมขนม ของเล่นที่ลูกชอบ เพื่อเป็นสิ่งจูงใจ
  • เรียกชื่อลูก + กวักมือ + พูดว่า “มาหาแม่” จากระยะที่ผู้สอนเอื้อมมือถึง หรือห่างไม่เกิน 1 เมตร
  • มีผู้ช่วย เพื่อช่วยดันหลัง ให้ลูกเดินไปหาตามเสียงเรียก

ขั้นตอนที่ 2

  • เมื่อลูกเดินมาตรงหน้า จึงพูดซ้ำว่า “มาหาแม่” + พร้อมกับกวักมือ + และส่งของระดับสายตา + พร้อมกับพูดว่า “มองแม่” + รอลูกสบตาจึงส่งให้
  • จากนั้นควรต่อด้วยการกอดหรือชวนลูกเล่นสั้น ๆ ในแบบที่ลูกชอบ เช่น จั๊กจี๋ จ๊ะเอ๋ เหวี่ยงตัวลูก หรือยกตัวลูกขึ้น-ลง

ขั้นตอนที่ 3

  • ทำเช่นเดิม แต่เพิ่มระยะทาง
  • เตรียมขนมหรือของเล่นที่ลูกชอบ เพื่อเป็นสิ่งจูงใจ
  • เรียกชื่อลูก + กวักมือเรียก + และพูดว่า “มาหาแม่” จากระยะทางที่ไกลขึ้น
  • ผู้ช่วย ช่วยดันหลัง ให้ลูกเดินไปหา
  • ส่งขนม ของเล่นที่ลูกต้องการ โดยส่งของนั้น ในระดับสายตาลูก + รอลูกสบตาจึงส่งให้

การฝึก “การใส่ใจ” นี้ จำเป็นต้องอาศัยเวลาฝึกอย่างต่อเนื่องสักระยะหนึ่ง ลูกจึงจะหันมาหา หรือเดินมาหาตามเสียงเรียก และเมื่อฝึกจนลูกเคยชินที่จะทำเช่นนั้นแล้ว “บ้านอุ่นรัก” ก็อยากจะให้พ่อแม่ผู้ปกครองต่อยอดการฝึกเพิ่มเติมไปอีก 2 ขั้น คือ

2 ขั้นตอนต่อยอดเพื่อเพิ่มการใส่ใจให้ลูกออทิสติกและลูกสมาธิสั้นหันมาหาหรือเดินมาหาตามเสียงเรียก

หลังจากลูกชินกับการเดินมาหา

1. ลดการให้ขนมหรือของเล่น แต่เปลี่ยนเป็นการกอดหรือชวนลูกเล่นสั้น ๆ ในแบบที่ลูกชอบ เช่น จั๊กจี๋ จ๊ะเอ๋ เหวี่ยงตัวลูก หรือยกตัวลูกขึ้น-ลง

2. เพิ่มระยะทาง หรือเรียกชื่อขณะลูกก้มเล่นเพลิน ๆ หรือกำลังหันหลัง โดยย้อนกลับไปใช้วิธีการเดิม คือ เมื่อลูกหันมาหาจึงให้ขนมหรือของเล่นที่ชอบ พร้อมกอด หรือชวนเล่นแบบที่ลูกชอบโดยใช้ระยะเวลาสั้นๆ และเมื่อลูกหันมาหาตามเสียงเรียกขณะก้มหน้า หรือหันหลังแล้ว จึงลดการให้ขนมหรือของเล่น โดยใช้การกอดหรือเล่นแบบที่ลูกชอบแทน

การฝึกทั้ง 3 ขั้นต้นเบื้องต้น และ 2 ขั้นตอนต่อยอด เป็นเรื่องที่พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถทำให้สำเร็จได้ที่บ้าน ดังนั้น “บ้านอุ่นรัก” จึงอยากเชิญชวนให้ทุกท่านเริ่มต้น ลองลงมือทำที่บ้าน เพราะการฝึก “การใส่ใจ” นี้ จะส่งผลที่คุ้มค่าเรื่องการสร้างเสริมพัฒนาการให้กับลูกออทิสติกและลูกสมาธิสั้นได้ต่อไป

Credit Pictures: freepik.com

 

ลูกชอบผลักน้อง ควรทำอย่างไร | บ้านอุ่นรัก

ลูกชอบผลักน้อง ควรทำอย่างไร | บ้านอุ่นรัก

แนวทางการแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

  1. ลดโอกาสทำสำเร็จให้ได้มากที่สุด เช่น คว้าให้เร็ว คว้าให้ทัน
  1. ถ้าป้องกันไม่ทัน เมื่อเกิดพฤติกรรมไม่เหมาะสม จะไม่ปล่อยผ่าน และต้องมี Reaction หรือปฏิกิริยาตอบสนองให้ลูกรู้ว่าทำไม่ได้ เช่น ใช้คำพูด ว่า “หยุด” จากนั้นนิ่ง จับต้นแขนสองข้าง จ้องหน้าลูกนิ่ง ๆ นับในใจ 5-10 วินาที ให้ลูกรู้ว่าตอนนี้มีบางอย่างที่สำคัญที่แม่จะพูดด้วย แล้วพูดสั้น ๆ ว่าไม่ให้ทำอะไรและควรทำอะไรแทน เช่น ถ้าลูกจะให้น้องออกไป ลูกต้องบอกน้องว่า “ออกไป” หรือถ้าลูกจะจับน้อง ต้องจับแบบนี้ (ทำเสียง “ตึ้ด ๆ ๆ ๆ” และค่อย ๆ จับน้องเบา ๆ ช้า ๆ เป็นจังหวะ) หรือถ้าลูกจะเล่นกับน้อง ลูกต้องจับน้องเบา ๆ ไม่ให้น้องเจ็บ
  1. ฝึกให้ลูกสื่อสารด้วยคำพูดแทนอากับกริยาให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ ทำได้ด้วยการบอกบทให้ลูกพูดตาม เช่น ถ้าลูกส่ายหน้ากับน้อง ต้องฝึกให้ลูกบอกน้องด้วยคำพูดแทนการส่ายหน้า พูดว่า “ไม่เอา” ถ้าลูกปัดมือน้อง ก็ให้ลูกพูดบอกน้องว่า “ออกไป” เมื่อลูกใช้คำพูดเพื่อสื่อสารได้มากขึ้น การแก้ปัญหาด้วยการกระทำก็จะลดลง

ในส่วนของพ่อแม่ผู้ปกครอง เมื่อเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างพี่น้อง พ่อแม่ผู้ปกครองควรวิเคราะห์เหตุนำด้วยเสมอว่าเหตุการณ์นำอะไรที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นั้น เช่น ลูกผลักน้อง ทั้งนี้ เมื่อเหตุนำต่าง รายละเอียดการแก้ไขก็จะต่างกันไปด้วย นอกจากนี้ เมื่อเรารู้เหตุนำ เราจะได้หาทางแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับเหตุนำนั้นอย่างถูกวิธีได้ต่อไป

เครดิตภาพ: Bekky Bekks | Unsplash

ลูกไม่เคี้ยวข้าว เราควรทำอย่างไร | บ้านอุ่นรัก

ลูกไม่เคี้ยวข้าว เราควรทำอย่างไร | บ้านอุ่นรัก

การที่ลูกไม่เคี้ยวข้าวอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น เคยชินกับการทานอาหารเหลว เล่นเพลิน มีพฤติกรรมอมข้าว หรือความไม่พร้อมของอวัยวะเกี่ยวกับการเคี้ยว แต่ไม่ว่าจะไม่เคี้ยวข้าวด้วยเหตุผลใด เรามาประยุกต์ใช้ “การกระตุ้นให้ลูกเกิดความพร้อมที่จะเคี้ยวและกลืน” เพื่อแก้ปัญหากันค่ะ

การกระตุ้นให้ลูกเกิดความพร้อมที่จะเคี้ยวและกลืนซ

1: นวด กดเบา ๆ วนเป็นวงกลม นวดกระตุ้นรอบริมฝีปากทุกวัน

2: นำไม้ไอติม ไม้กดลิ้น หรือที่สวมนิ้วพลาสติกที่ใช้สำหรับแปรงฟันเด็ก สอดเข้าไปนวดกระพุ้งแก้ม หากลูกไม่ร่วมมือ อาจแตะไอติม น้ำหวาน เจลลี ช่วยนำร่อง

3: นำไม้ไอติม หรือช้อน แตะไอติม น้ำหวาน หรือนมที่ลูกชอบ แตะปลายลิ้นให้ลูกควานลิ้นตาม ย้ายจุดไปมุมปากซ้าย ขวา บน ล่าง ให้เกิดการเคลื่อนไหวของลิ้นและกระพุ้งแก้ม ซึ่งจะช่วยเพิ่มทักษะ และความพร้อมของการเคี้ยวได้อีกทางหนึ่ง

4: หาอาหารหรือขนมที่มีรสสัมผัสหนึบหนับ นุ่ม ๆ หยุ่น ๆ หรือกรุบกรอบ ที่หั่นเป็นชิ้นเล็กพอคำ และจะไม่ติดคอ เช่น ขนมหวานเจลาติน เจลลี กัมหรือขนมคล้ายหมากฝรั่งที่กลืนได้ เป็นต้น ให้เคี้ยวเล่น

5: เพิ่มความแข็งของอาหาร เช่น ลดข้าวต้มเป็นขาวสวย

เครดิตภาพ: freepik.com | PowerPoint Design Ideas

 

 

“บ้านอุ่นรัก” กับภารกิจฝึกลูกออทิสติกนั่งอยู่กับที่ | บ้านอุ่นรัก

“บ้านอุ่นรัก” กับภารกิจฝึกลูกออทิสติกนั่งอยู่กับที่ | บ้านอุ่นรัก

การฝึกลูกออทิสติกให้นั่งอยู่กับที่ แม้ในระยะแรก ๆ อาจทำได้ยากอยู่สักหน่อย แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป แต่ที่สำคัญ คือ เป็นเรื่องที่ต้องทำและต้องทำให้สำเร็จ ทั้งนี้เพราะเมื่อลูกสามารถนั่งอยู่กับที่ได้ในลักษณะที่ลูกให้ความสนใจและสนุกสนานกับกิจกรรมต่าง ๆ ตรงหน้าอย่างรวดเร็วโดยที่คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองไม่ต้องบังคับ จะเท่ากับว่าลูกมีความพร้อมในระดับหนึ่งที่จะเข้าไปเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาลได้ต่อไป

ที่ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” ทั้ง “บ้านอุ่นรักสวนสยาม” และ “บ้านอุ่นรักธนบุรี (ถนนพุทธมณฑลสายสอง)” เมื่อลูกศิษย์ออทิสติกเข้ามารับการฝึกและกระตุ้นพัฒนาการในระยะแรก ๆ คุณครูของเราจะมีภารกิจหลักสำคัญประการหนึ่ง คือ การฝึกให้ลูกศิษย์นั่งอยู่กับที่และกระตุ้นให้ลูกศิษย์สนใจและสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ ตรงหน้าโดยคุณครูไม่ต้องบังคับ

การที่บ้านอุ่นรักเน้นการฝึกนี้ เพราะ “การนั่งอยู่กับที่” มีประโยชน์ต่อเนื่องเรื่องการเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาลของลูกศิษย์อยู่หลายประการ คือ

– นั่งเรียนอยู่กับที่ได้

– การเรียนการสอนทำได้ง่ายขึ้น

– มีสมาธิในการเรียนรู้ที่ดีขึ้น

– นั่งทำการบ้านในอนาคตได้

– นั่งหรือทำกิจกรรมตามจุดที่โรงเรียนกำหนดได้

– มีผลต่อการควบคุมตนในการทำกิจกรรมทุกรูปแบบที่ต้องทำที่โรงเรียน

สำหรับการฝึกที่บ้านให้ลูกนั่งอยู่กับที่ ในระยะแรก ๆ คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองที่ฝึกลูกเองที่บ้านอาจพบปัญหาที่เกิดจากหลายปัจจัย เช่น

  • ด้วยข้อจำกัดเรื่องอาการและธรรมชาติของลูกออทิสติก ลูกอาจรู้สึกอึดอัด กระวนกระวายใจ ไม่สบายตัว ไม่สบายใจที่ต้องนั่งอยู่กับที่
  • ลูกอาจมีระบบประสาทรับความรู้สึกบางประการที่ไวกว่าปกติและส่งผลให้ลูกถูกหันเหความสนใจจากสิ่งที่กำลังทำได้โดยง่าย ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น (Visual System) การได้ยิน (Auditory System) การรับสัมผัสทางผิวหนัง (Tactile System) การได้กลิ่น (Olfactory System) การรับรส (Gustatory System) การรับรู้ท่าทางของร่างกายผ่านข้อต่อ (Proprioception) และการทรงตัว (Vestibular)
  • สิ่งเร้ารอบตัวลูกอาจรบกวนสมาธิของลูก

จากปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดปัญหาดังที่กล่าวมาข้างต้น คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองควรสังเกต ค้นหาปัจจัยที่เป็นปัญหา หาทางบริหารจัดการปัจจัยต่าง ๆ และสร้างบรรยากาศที่บ้านที่จะเอื้ออำนวยต่อการฝึกลูกให้นั่งอยู่กับที่ได้ต่อไป 
สำหรับการฝึกที่บ้านอุ่นรัก เรามีขั้นตอนการฝึกลูกศิษย์ให้นั่งอยู่กับที่ ดังต่อไปนี้ คือ

  • เรียงกิจกรรมที่ลูกศิษย์ชอบจากน้อยไปหามาก
  • ฝึกให้ลูกศิษย์นั่งอยู่กับที่เพื่อเล่นของเล่นหรือทำกิจกรรมตามความชอบ (จากน้อยไปหามาก)
  • ค่อย ๆ ยืดระยะเวลาการนั่งอยู่กับที่ โดยเพิ่มระยะเวลาทีละน้อย
  • เพิ่มการแทรกเงื่อนไขและวางวัตถุประสงค์มากขึ้นเรื่อย ๆ

ที่บ้านอุ่นรัก เราใช้เทคนิคการเรียงกิจกรรม โดยมีการสำรวจกิจกรรมที่ลูกศิษย์ชอบ จากนั้นก็นำกิจกรรมมาวางหมาก จัดเรียง และนำเสนอให้ลูกศิษย์สนใจเข้ามามีส่วนร่วมโดยไม่รู้ตัว ในที่สุด ลูกศิษย์ก็จะเต็มใจนั่งอยู่กับที่ สนใจ และสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ ตรงหน้า โดยที่คุณครูไม่ต้องบังคับ

ภาพกิจกรรมการเรียนการสอนที่ “บ้านอุ่นรักสวนสยาม”

ภาพกิจกรรมการเรียนการสอนที่ “บ้านอุ่นรักธนบุรี (ถนนพุทธมณฑลสายสอง)”

นอกจากขั้นตอนการฝึกตามแบบของบ้านอุ่นรักแล้ว เราอ่านพบบทความที่น่าสนใจเรื่องการฝึกที่คล้าย ๆ กันนี้จากเว็บไซต์ wiki.com จึงได้นำบทความดังกล่าวมาฝาก แต่เพื่อให้ท่านได้ทราบภาพรวมวิธีการฝึกที่เราอ่านพบจากบทความนี้ เราจึงแปลสรุปความคร่าว ๆ ดังนี้ คือ

วิธีการฝึกเด็กออทิสติกนั่งเก้าอี้จากเว็บไซต์ wiki.com

หนึ่ง: ให้เด็กนั่งบนเก้าอี้ที่เด็กรู้สึกสบายตัวและสบายใจในบรรยากาศที่ไม่มีสิ่งเร้ารอบตัวที่จะมาทำลายสมาธิของเด็ก ทั้งนี้ ถ้าเด็กต้องการสลับการนั่งอยู่กับที่เพื่อไปทำกิจกรรมอย่างอื่น เราควรแทรกการสอนให้เด็กพูดขออนุญาตเมื่ออยาก “หยุดพัก” ด้วย

สอง: ในระหว่างวัน ต้องให้เด็กออกกำลังกายประจำวัน เพื่อลดพลังงานส่วนเกิน ลดความซนอยู่ไม่สุข และช่วยให้มีอารมณ์ที่ดีขึ้น

สาม: หากเด็กมีความผิดปกติเรื่องการประมวลผลการรับสัมผัส การให้เด็กนั่งบนเบาะรองนั่งรูปลิ่ม (Sensory Seat Wedge) อาจช่วยจัดพยาธิสภาพให้เด็กสามารถนั่งอย่างสงบและสะดวกสบายมากขึ้นได้

สี่: การให้เด็กนั่งบนเบาะที่ภายในบรรจุเม็ดโฟม เศษผ้า หรือลูกปัด (Bean Bag) จะช่วยให้เด็กรับรู้สัมผัสถึงเม็ดโฟม เศษผ้า หรือลูกปัดที่ยัดไว้ด้านในและะช่วยทำให้เด็กรู้สึกถึงความมั่นคงในการนั่งอยู่กับที่ได้มากขึ้น

ห้า: ลองให้เด็กนั่งบนลูกบอลออกกำลังกายบ้างในบางครั้ง เพราะเมื่อต้องนั่งบนลูกบอลที่มีความกระเด้งกระดอนเบา ๆ จะช่วยเสริมทักษะการทรงตัวและทำให้เด็กต้องจดจ่อกับการนั่งให้ได้อย่างสมดุล พร้อม ๆ กับได้ปลดปล่อยพลังงานเหลือใช้ด้วย

หก: เตรียมของเล่นกระตุ้นพัฒนาการที่เด็กชอบมาวางเงื่อนไขให้เด็กนั่งเล่นของเล่นอยู่กับที่

เจ็ด: เล่นสนุกไปด้วยกันกับเด็กในขณะที่เด็กนั่งอยู่กับที่ การนั่งเล่นสนุก ๆ ด้วยกิจกรรมที่หลากหลายไปด้วยกันกับเด็กนี้จะช่วยให้เด็กเรียนรู้ว่าการนั่งอยู่กับที่เป็นเรื่องที่ทำแล้วก็สนุกได้

กดที่ลิงค์ข้างล่างนี้เพื่ออ่านบทความต้นฉบับ เรื่อง “How to Teach an Autistic Child to Sit in a Chair” (เครดิตข้อมูล: www.wiki.com)

https://www.wikihow.com/Teach-an-Autistic-Child-to-Sit-in-a-Chair

สำหรับการฝึกที่บ้านอุ่นรัก แม้เราจะเน้นการใช้ขั้นตอนการฝึกของเราเป็นหลัก แต่ก็ไม่ละเลยที่จะเรียนรู้เทคนิคเพิ่มเติม ตลอดจนนำเทคนิคหรือแนวทางอื่น ๆ ที่ปลอดภัยและใช้ได้จริงมาผสมผสานและปรับใช้เพื่อผลประโยชน์ปลายทางที่ลูกศิษย์พึงจะได้รับต่อไป

ในระยะแรก ๆ ที่คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองฝึกลูกออทิสติกให้นั่งอยู่กับที่ ลูก ๆ อาจไม่ยอมนั่งบนเก้าอี้ ไม่ยอมนั่งในจุดที่กำหนดให้ ลูกอาจทำเพียงการยืนอยู่ข้าง ๆ โต๊ะตัวโปรดเพื่อเล่นของเล่น หรือนอนบนพื้นห้องเพื่อวาดรูประบายสี แต่ถ้าเราไม่ยอมแพ้และหมั่นสำรวจกิจกรรมต่าง ๆ ที่ลูกชอบให้ดี ๆ เราก็จะสามารถนำกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านั้นมาจัดเรียงตามลำดับจากน้อยไปหามาก วางหมาก และนำเสนอให้น่าสนใจ ในที่สุด ลูก ๆ ก็จะเผลอเข้ามามีส่วนร่วมและเต็มใจนั่งเล่นของเล่นบนเก้าอี้ยังจุดที่เรากำหนดไว้โดยไม่รู้ตัว ทั้งนี้ ลูกจะค่อย ๆ ทำได้ดีขึ้น ทำได้นานขึ้น เต็มใจนั่งอยู่กับที่ สนใจ และสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ ตรงหน้าได้โดยไม่ต้องบังคับเลยค่ะ

คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองค่อย ๆ นำทางลูกไปนะคะ เมื่อท่านให้เวลาลูกได้เรียนรู้และฝึกฝนบ่อย ๆ ฝึกทุกวันอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาที่ยาวนานมากพอ ลูกก็จะเรียนรู้และนั่งอยู่กับที่บนเก้าอี้ ณ จุดที่เรากำหนดไว้ได้ และเมื่อถึงตอนนั้น ก็เท่ากับท่านได้ช่วยกันวางรากฐานพฤติกรรมและเสริมสร้างความพร้อมที่เอื้ออำนวยให้ลูกสามารถเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาลได้ต่อไปค่ะ

สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง คุณครู และทุกท่านที่มีข้อสงสัยเรื่องการฝึกและกระตุ้นพัฒนาการลูกออทิสติก ลูกสมาธิสั้น ลูกที่มีพัฒนาการช้ากว่าวัย ท่านสามารถติดต่อศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรักสวนสยามหรือบ้านอุ่นรักธนบุรี (ถนนพุทธมณฑลสายสอง)” เพื่อขอคำปรึกษาและคำแนะนำได้ค่ะ