VDO เด็กออทิสติก – ฝึกพัฒนาการด้วย SI (Sensory Integration)

VDO เด็กออทิสติก – ฝึกพัฒนาการด้วย SI (Sensory Integration)

VDO ความรู้เรื่องนี้จะช่วยให้คุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง ทราบข้อมูลต่าง ๆ ดังต่อไปนี้เพิ่มมากขึ้น

  • ระบบประสาทรับความรู้สึก หรือกระบวนการทำงานภายในสมองที่คอยจัดระเบียบคัดกรองความรู้สึกและสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามากระตุ้นร่างกายผ่านระบบประสาทรับความรู้สึก และสั่งให้ร่างกายแสดงออกมาในรูปแบบของพฤติกรรมที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ
  • ประโยชน์ของการฝึกพัฒนาการด้านการบูรณาการการรับรู้ความรู้สึก (Sensory Integration หรือ SI) และ
  • ตัวอย่างกิจกรรมบำบัด ซึ่งส่วนหนึ่งก็คือการเล่นที่มีเป้าหมายในการสร้างเสริมพัฒนาการให้กับเด็ก ๆ นั่นเอง

ส่วนระบบประสาทรับความรู้สึกทั้ง 7 จะประกอบด้วย

  1. การมองเห็น (Visual System)
  2. การได้ยิน (Auditory System)
  3. การรับสัมผัสทางผิวหนัง (Tactile System)
  4. การได้กลิ่น (Olfactory System)
  5. การรับรส (Gustatory System)
  6. การรับรู้ท่าทางของร่างกายผ่านข้อต่อ (Proprioception)
  7. การทรงท่า (Vestibular)

ทั้งนี้ เด็กที่มีปัญหา SI จะมีลักษณะดังต่อไปนี้ และพบบ่อยในเด็กออทิสติก เด็กสมาธิสั้น และเด็กที่มีพัฒนาการช้า

  1. ชอบการเคลื่อนไหวมาก ๆ เช่น กระโดด สะบัดมือ เดินเขย่งเท้า
  2. หลีกหนีสิ่งเร้า เช่น กลัวชิงช้า กลัวที่สูง ไม่มั่นคง ไม่สัมผัสอาหาร หรือของเล่นที่นุ่มนิ่ม
  3. ไวต่อสิ่งกระตุ้นมากเกินไป เช่น ตื่นตระหนก อ่อนไหวง่าย
  4. ความรู้สึกช้า ไม่แสวงหาสิ่งเร้า เช่น มีสีหน้าเรียบเฉยง่วงนอนตลอดเวลา ไม่รับรู้สิ่งแวดล้อม ดูนิ่ง ๆ ซึม ๆ
  5. ดีสแพร็กเซีย (Dyspraxia) เช่น มีการวางแผนการเคลื่อนไหวที่ไม่ดีทำให้เกะกะเก้งก้าง ใส่เสื้อผ้าเองลำบาก เรียนรู้กิจกรรมใหม่ ๆ ได้ช้า

https://www.youtube.com/watch?v=mFSNcJkhjx0&feature=youtu.be

เมื่อชมคลิปจนจบ ก็รู้สึกทึ่งที่เด็กชายออทิสติกตัวน้อย ๆ ที่มีอายุเพียง 4 ขวบคนหนึ่ง ที่เคยอยู่ไม่นิ่ง ยืนโยกตัวค่อนข้างตลอดเวลา ไม่มองหน้า ไม่สบตาเลย ชอบเล่นเสียง เอาแต่ใจ โวยวาย ไม่ยอมทำกิจกรรม ไม่ยอมให้ความร่วมมือ ไม่ฟังคำสั่ง ไม่เข้าใจภาษา แสดงออกทางภาษาน้อย รอคอยไม่ได้เลย มีปัญหาการเรียนรู้และสุขภาพอนามัย ไม่เข้าสังคม และใช้ชีวิตประจำวันแบบไม่ปกติสุข แต่เมื่อเด็กได้เข้ารับการฝึกทักษะการรับความรู้สึกผ่านระบบประสาทสัมผัส 7 ด้านด้วยการทำกิจกรรมบำบัดเพื่อปรับความสมดุลระบบประสาทสัมผัสรับความรู้สึกของร่างกายให้ตอบสนองต่อสิ่งเร้าและแสดงพฤติกรรมโต้ตอบต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมทุกสัปดาห์ ๆ ละ 1 ครั้ง ๆ ละ 1 ชั่วโมง พัฒนาการหลายด้านของเขาก็ดีขึ้นได้ภายใน 1 ปี  

กรณีการฝึกนี้ ทำให้เรามีกำลังใจและฮึดสู้เพื่อลูกขึ้นมาได้ เพราะเราได้เห็นตัวอย่างแล้วว่าเพียงหนูน้อยคนนี้เข้ารับการฝึกพัฒนาการด้วยกิจกรรมบำบัดอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอทุกสัปดาห์ ๆ ละ 1 ครั้ง ๆ ละ 1 ชั่วโมงเป็นเวลา 1 ปี เขาก็สามารถเพิ่มพูนพัฒนาการหลายด้านของตนเองได้ เพราะฉะนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้าสมาชิกในครอบครัวของลูกออทิสติก ลูกสมาธิสั้น ลูกที่มีพัฒนาการช้าไม่สมวัย รู้วิธีการฝึกที่ถูกต้องและร่วมใจกันลงมือฝึกลูกหลานที่บ้านควบคู่กันไปด้วย เด็ก ๆ ก็จะยิ่งเก่งได้มากกว่านี้และเก่งขึ้นในทุก ๆ วันอย่างเห็นได้ชัดมากมายเพียงใด  

สำหรับผู้ปกครองที่อยากไปฝึกลูกเองต่อที่บ้าน ท่านควรทำดังนี้ คือ 

  1. พาลูกไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กหรือจิตแพทย์เด็ก เพื่อรับการวินิจฉัยอาการและรู้ปัญหาที่แท้จริงของลูก เพื่อจะได้เสริมสร้างพัฒนาการได้ถูกด้านต่อไป
  2. คลุกคลีและเล่นร่วมกันกับลูกที่บ้านบ่อย ๆ ทั้งนี้ ท่านสามารถประยุกต์ใช้กิจกรรมง่าย ๆ ที่บ้าน หรือแม้แต่ให้ลูกช่วยทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ง่าย ๆ ก็สามารถฟื้นฟูและสร้างเสริมพัฒนาการให้ลูกได้
  3. ขอคำแนะนำจากนักกิจกรรมบำบัดหรือครูกระตุ้นพัฒนาการของลูกเมื่อมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

พัฒนาการของลูกเราสามารถร่วมกันสร้างเสริมให้ลูกได้ ขอเพียงเริ่มต้นเรียนรู้ ทำตามแนวทางที่ถูกต้องทุกวัน ทำต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญคือต้องไม่ถอดใจ เราก็จะประสบความสำเร็จและช่วยลูกได้ค่ะ

บ้านอุ่นรักจะอยู่เป็นเพื่อนคู่คิดให้กับทุกท่าน และพร้อมที่จะรับฟัง เป็นที่ปรึกษา ตลอดจนให้คำแนะนำที่มีประโยชน์แก่ทุกท่านเสมอค่ะ 

Credit คลิปและข้อมูล: รายการโทรทัศน์ มูลนิธิเด็ก | ก.บ. ปานิศรา วาริสสอน (ครูน้อยหน่า นักกิจกรรมบำบัดประจำสถาบันวิชาการ มูลนิธิเด็ก)

Credit ภาพ: Bekah Russom | Troy T | Bruce Warrington | Unsplash

VDO | 4 วิธีกระตุ้นการพูดระดับต้นแบบง่าย ๆ | บ้านอุ่นรัก

VDO | 4 วิธีกระตุ้นการพูดระดับต้นแบบง่าย ๆ | บ้านอุ่นรัก

สำหรับลูกที่เมื่อถึงวัยที่ควรเริ่มพูดแต่ยังไม่ยอมพูด ครูนิ่ม (คุณนิสิตา ปีติเจริญธรรม) มีวิธีกระตุ้นการพูดระดับต้นแบบง่าย ๆ มาฝากคุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครองค่ะ

  1. ฝึกความแข็งแรงของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการพูดของลูก
  2. เพิ่มความถี่ในการออกเสียงของลูก
  3. ยื้อ ดึงจังหวะให้ลูกพูดก่อนที่จะให้สิ่งต่าง ๆ ที่ลูกต้องการ ทั้งนี้ ให้พ่อแม่อาศัยทุกจังหวะในกิจวัตรประจำวันในการทำเช่นนี้
  4. กระตุ้นการพูดของลูกตามสถานการณ์จริงในชีวิตประจำวัน

มาชม VDO นี้ และลองกระตุ้นการพูดของลูก ๆ ตามวิธีง่าย ๆ ที่ครูนิ่มแนะนำ

https://www.youtube.com/watch?v=gyGM7-97ILI&t=69s

เราขอเอาใจช่วยค่ะ

Credit ภาพ: Insung Yoon | Unsplash

5 เคล็ดลับสำหรับครูผู้สอนนักเรียนออทิสติก

5 เคล็ดลับสำหรับครูผู้สอนนักเรียนออทิสติก

5 เคล็ดลับการสอนเด็กออทิสติกให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีที่ดอกเตอร์ แบร์รี เอ็ม. พริแซนต์กล่าวไว้ในคลิปนี้ มีอะไรบ้างนะ เรามาพบคำตอบจากการชมคลิปความรู้นี้ไปด้วยกันค่ะ 

Clip Credit:

• Barry M. Prizant, Ph.D., CCC-SLP. Director: Childhood Communication Services Adjunct Professor: Center for the Study of Human Development

• Simon & Schuster Books
—————

โดยสรุปจากคลิปนี้ ดอกเตอร์ แบร์รี เอ็ม. พริแซนต์ กล่าวถึงวิธีการสอนเด็กออทิสติกของคุณครูว่า “วิธีสอนเด็กออทิสติกที่คุณครูทำมีอยู่หลายวิธีที่ถูกต้อง และในบางกรณี เมื่อครูนำวิธีเหล่านั้นมาใช้ได้อย่างเหมาะสม ก็จะรับประกันได้ว่าการสอนเด็กออทิสติกให้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จะประสบผลสำเร็จได้อย่างดีเยี่ยมอย่างแท้จริง” 
—————
1. ใช้รูปแบบการสอนที่เหมาะสมกับเด็กออทิสติก เด็กจะเรียนรู้ได้ดีที่สุด
2. ให้โอกาสเด็กได้แสดงออกซึ่งความสามารถและศักยภาพในตัวตามที่เด็กมีอยู่ 
3. พูดคุยและแสดงทีท่ากับเด็กออทิสติกแบบให้เกียรติกันและกัน 
4. ช่วยเด็กให้รู้ว่าจะเกิดอะไรในลำดับต่อไป
5. ให้การยอมรับว่าเด็กออทิสติกเป็นสมาชิกที่มีคุณค่าของชุมชน (โรงเรียน)

มาเริ่มกันที่ เคล็ดลับที่ 1 กันก่อนเลยค่ะ

#1. ใช้รูปแบบการสอนที่เหมาะสมกับเด็กออทิสติก เด็กจะเรียนรู้ได้ดีที่สุด

เรื่องวิธีการสอน ครูมีวิธีสอนเด็กให้เรียนรู้หลายแบบ ทั้งนี้ เพราะครูเข้าใจว่าเด็ก ๆ เองก็มีรูปแบบการเรียนรู้ที่แตกต่างกันนั่นเอง 

สำหรับเด็กออทิสติกนั้น เด็กจะเรียนรู้ได้ไม่ดีนัก ถ้าเด็กต้องใช้เวลาในการเรียนเรื่องนั้น ๆ เป็นระยะเวลานาน ๆ โดยที่ครูใช้การพูดและการบรรยายเป็นวิธีหลักในการสอน 

ทั้งนี้ โดยทั่วไปแล้ว เด็กออทิสติกจะเรียนรู้ได้ดีมากยิ่งขึ้น หากได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ หรือ “การเรียนรู้ผ่านรูปแบบหลายมิติ (Multimodal Fashion)” กล่าวคือ เด็กได้เรียนรู้ผ่านการสัมผัส ผสมผสานกับการได้มองเห็น ได้มีประสบการณ์ และได้ลงมือทำ ไม่ใช่เพียงแต่เรียนรู้ผ่านการฟังและประมวลผลสิ่งที่ครูบรรยายหรือสอนแต่เพียงรูปแบบเดียว 

จากเคล็ดลับข้อที่ 1 เรื่องการใช้รูปแบบการสอนที่เหมาะสมกับเด็กออทิสติกเพื่อทำให้เด็กเรียนรู้ได้ดีที่สุดนั้น ที่ผ่านมา คุณครูที่เคยเข้าอบรมในหลักสูตร “การออกแบบการสอนเพื่อเด็กออทิสติกและเด็กที่เรียนรู้ช้า” ที่ทีมงานศูนย์กระตุ้นพัฒนาการบ้านอุ่นรักได้จัดการอบรมมาทุกปี คงจะได้เข้าใจแนวทางการออกแบบการสอนตลอดจนได้ลงมือปฏิบัติจริงมาแล้ว

และเมื่อได้ลงมือทำ คุณครูจะได้สัมผัสกับความสุขและความมหัศจรรย์ใจที่คุณครูสามารถหาวิธีแก้ปัญหาจนลูกศิษย์เรียนรู้ในเรื่องยาก ๆ ได้ และหลังจากเปิดประตูการเรียนรู้บานแรกได้แล้ว หลังจากนั้น การสอนและการเรียนก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับทั้งคุณครูและนักเรียนออทิสติก

ทีมบ้านอุ่นรักขอยืนยันจากการที่ได้ลงมือปฏิบัติงานจริงมาตลอด 26 ปี จากการที่เราได้ลงสนามการเรียนรู้แบบไม่ถอยร่วมกับลูก ๆ ตั้งแต่วัยอนุบาลจนถึงวัยมัธยม จนพวกเราค้นพบและแน่ใจแล้วว่า “ถ้าเราให้โอกาสและพยายามคิดค้นหาและใช้วิธีการสอนได้อย่างเหมาะสม เด็ก ๆ สามารถเรียนรู้ทุกอย่างที่เราต้องการส่งมอบความรู้ให้กับเค้าได้จริง ๆ และหลังจากเด็ก ๆ เริ่มสนใจเรียนรู้ด้วยตัวเอง หลังจากนั้น เขาจะเรียนรู้ได้ดียิ่ง ๆ ขึ้นอย่างน่ามหัศจรรย์ใจ”

มาเปิดใจทั้งดวง ให้โอกาสและลงมือทำ มานำทางเด็ก ๆ ด้วยกันอย่างจริงจังค่ะ 

#2. ให้โอกาสเด็กได้แสดงออกซึ่งความสามารถและศักยภาพในตัวตามที่เด็กมีอยู่

—————

ครูผู้สอนต้องให้เด็กออทิสติกได้แสดงออกซึ่งศักยภาพที่มีอยู่ ดอกเตอร์ แบร์รี เอ็ม. พริแซนต์ ได้ยกตัวอย่างว่ามีครูสอนดนตรีท่านหนึ่งที่ไม่เคยเข้าฝึกอบรมพิเศษใด ๆ เรื่องวิธีสอนเด็กออทิสติก แต่ครูท่านนี้มีเด็กออทิสติกเรียนร่วมในชั้นเรียน และในการเรียนการสอนของครู ท่านต้องทำให้มั่นใจเสมอว่าเด็ก ๆ ทุกคนจะได้เข้ากลุ่มและร่วมทำสิ่งต่าง ๆ ที่เด็กทำได้ดี

—————

จากการส่งเสริมให้เด็กแต่ละคนได้ทำสิ่งที่ตนเองถนัดและทำได้ดีนี้ ครูพบว่ามีเด็กนักเรียนออทิสติกคนหนึ่งของเขามีระดับเสียงที่ดีเยี่ยมและร้องเพลงได้ไพเราะ ครูก็ต่อยอดความสามารถของเด็กด้วยการลงมือสอนเด็กคนนั้นเรื่องการขับร้องอย่างจริง ๆ จัง ๆ ต่อไป

—————

#3. พูดคุยและแสดงทีท่ากับเด็กออทิสติกแบบให้เกียรติกันและกัน

—————

ในกรณีที่ครูรู้ว่าเด็กมีปัญหาหรือความบกพร่อง ครูจะไม่พูดถึงเด็กในแง่ลบต่อหน้าเด็กคนอื่น ๆ ในชั้นเรียน ทั้งนี้เพราะ ที่จริงแล้ว เด็กออทิสติกเข้าใจสิ่งต่าง ๆ มากกว่าที่เราคิดว่าพวกเขาเข้าใจ

—————

บางครั้งอาจดูเหมือนว่าเด็กมองไปทางอื่น ไม่สนใจเรา หรือไม่ทีทีท่าว่าจะเข้าใจเรื่องที่เราพูด แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น กลับกลายเป็นว่า เด็กกำลังคิดประมวลผลข้อมูลต่าง ๆ ที่ตนเองได้รับอยู่ต่างหาก ดังนั้น การพูดคุยและแสดงท่าทีให้เกียรติเด็กจึงเป็นเรื่องสำคัญมากอีกประการหนึ่งที่ต้องทำ

—————

#4. ช่วยบอกให้เด็กได้รู้ว่าจะเกิดอะไรในลำดับถัดไป

—————

การบอกให้เด็กออทิสติกรู้และคาดคะเนได้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า เป็นเรื่องสำคัญ เมื่อได้ทำ เด็กจะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น

—————

สำหรับเคล็ดลับข้อนี้ ดอกเตอร์ แบร์รี เอ็ม. พริแซนต์ กล่าวว่ามีงานเขียนหลายเรื่องที่ระบุว่าเมื่อบุคคลออทิสติกคาดคะเนหรือได้รู้ล่วงหน้าว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในลำดับถัดไป นั่นจะช่วยพวกเขาได้เป็นอย่างมาก และแม้แต่เรา ๆ ซึ่งเป็นคนปกติ การได้รู้ล่วงหน้าก่อนเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตก็ช่วยเราได้มากเหมือนกัน

—————

#5. ให้การยอมรับว่าเด็กออทิสติกเป็นสมาชิกที่มีคุณค่าของชุมชน (โรงเรียน)

—————

เรื่องเด็กออทิสติกนี้ ไม่ได้มีแต่ครูผู้สอนเท่านั้นที่จะช่วยเด็กได้ ทั้งนี้ ดอกเตอร์ แบร์รี เอ็ม. พริแซนต์ กล่าวว่า หากผู้บริหารของสถานศึกษา (ไม่ว่าจะเป็นครูใหญ่หรือครูผู้ช่วยฝ่ายปกครอง) ให้การยอมรับว่าเด็กออทิสติกเป็นสมาชิกที่มีคุณค่าของโรงเรียน ตลอดจนมีปฏิสัมพันธ์หรือพูดคุยกับเด็กแบบให้เกียรติกันและกัน การแสดงออกเช่นนี้จะ

(1) กลายเป็นต้นแบบการปฏิบัติสำหรับครูท่านอื่น ๆ

(2) ช่วยทำให้โรงเรียนกลายเป็นชุมชนของคนที่มีความรัก ความใส่ใจ และเข้าใจกันและกัน และ

(3) ช่วยให้ผู้ปกครองของเด็ก ๆ ออทิสติก รู้สึกดีที่ลูก ๆ ของพวกเขาได้อยู่ในสภาพแวดล้อมและชุมชนที่ยอมรับว่าลูก ๆ ของพวกเขาเป็นเด็กที่มีคุณค่าได้อีกด้วย

—————

เราหวังว่าเคล็ดลับต่าง ๆ ที่เรานำมาแชร์จะมีประโยชน์ต่อคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองและคุณครู ตลอดจนผู้ที่สนใจทุกท่าน

—————

อ่านข้อมูล ความรู้ และบทความต่าง ๆ แล้ว เรามาลงมือทำกันอย่างต่อเนื่องและจริงจังกันนะคะ เพื่อลูก ๆ และลูกศิษย์ของพวกเราจะได้เติบโตและมีพัฒนาการที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นทุก ๆ วันค่ะ

VDO | คลิปการสอนดนตรีสำหรับเด็กออทิสติก จำนวน 8 ตอน

VDO | คลิปการสอนดนตรีสำหรับเด็กออทิสติก จำนวน 8 ตอน

สวัสดีค่ะ วันนี้ทางบ้านอุ่นรัก มีวิดีโอมาให้ทุกๆ ท่านได้รับชมกันค่ะ

เป็นวิดีโอที่ทางบ้านอุ่นรัก ได้ร่วมมือกับ ฝ่ายพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ในการร่วมมือกันจัดทำ วิดีโอ เผยแพร่ความรู้ในการสอนดนตรีให้กับเด็กออทิสติกโดยเฉพาะค่ะ

โดยคลิปวิดีโอมีด้วยกันทั้งหมด 8 ตอน และในบทความนี้ ทางบ้านอุ่นรักได้รวบรวมมาให้รับชมกันแล้วค่ะ ขอเชิญติดตามชมกันได้ค่ะ

ตอนที่ 1 แนะนำบทเรียน โดยครูนิ่ม บ้านอุ่นรัก

ตอนที่ 2 การเลือกเครื่องดนตรี และสถานที่

ตอนที่ 3 การทักทาย

ตอนที่ 4 การอุ่นเครื่อง หรือ Warm Up

ตอนที่ 5 การเรียนคีย์บอร์ด

ตอนที่ 6 กิจกรรมเคาะจังหวะ

ตอนที่ 7 กิจกรรมการออกเสียง และการเคลื่อนไหว

ตอนที่ 8 สรุปบทเรียน

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ สำหรับท่านที่ได้รับชมวิดีโอชุดนี้แล้ว มีความคิดเห็นกันอย่างไร หรือนำไปประยุกต์ใช้กันแล้ว ได้ผลเป็นอย่างไรกันบ้าง ก็มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์บอกเล่ากันได้นะคะ

และสำหรับบทความนี้ หากทุกๆ ท่านเห็นว่าเป็นประโยชน์ ก็อย่าลืมแชร์ ให้คนที่คุณรักได้อ่านและได้ร่วมรับชมวิดีโอชุดนี้กันด้วยนะคะ

และที่ลืมไม่ได้ ต้องขอขอบคุณ RSU Media มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

ขอบคุณค่ะ

= = = = = = = = = = = =

สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง ที่ต้องการคำปรึกษา หรือพูดคุยกับพวกเรา สามารถโทรติดต่อหรือนัดหมายเข้ามาพบหรือพาลูกมาประเมิน เพื่อปรึกษาวางแนวการดูแล ได้ที่บ้านอุ่นรัก สาขาที่ท่านสะดวกค่ะ

ติดต่อเรา
วันทำการ: จันทร์ – ศุกร์
เวลาทำการ: 09.00 น. – 15.00 น.

🏡 บ้านอุ่นรักสวนสยาม: เลขที่ 9/8 ซอยสวนสยาม 24 (แยก 2) หมู่บ้านอมรพันธ์ ซอย 7/1-5 คันนายาว กรุงเทพ 10230

☎️ โทร: 086 775 9656 และ 02 906 3033

🏡 บ้านอุ่นรักธนบุรี: เลขที่ 99/92 หมู่ 19 ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26 ศาลาธรรมสพน์ ทวีวัฒนา กรุงเทพ 10170

☎️ โทร: 087 502 5261 และ 02 885 8720

📧 Email: Baan_Aunrak@Hotmail.com
📧 Facebook Page: BaanAunRak.TH
📧 Line ID: คลิก https://line.me/R/ti/p/%40oya0528g

= = = = = = = = = = = =

#กระตุ้นพัฒนาการ 
#เด็กออทิสติก #เด็กพัฒนาการช้า #เด็กสมาธิสั้น 
#บ้านอุ่นรัก

มหัศจรรย์ … ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายใน

มหัศจรรย์ … ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายใน

สำหรับคนที่ติดตามบทความของบ้านอุ่นรัก คงเคยได้ยินครูนิ่มพูดเสมอว่า “ลูก ๆ ของเราไม่ใช่เด็กที่บุบสลายหรือไร้ค่า แต่ลูกเป็นเด็กที่มีศักยภาพที่พิเศษสุดซ่อนอยู่ภายใน”

———-

คำถามมีแค่ว่า… How can you encourage a child? … คุณจะช่วยนำทางและเสริมสร้างศักยภาพให้ลูกได้อย่างไร

คำตอบ… Use your imagination … ใช้จินตนาการของคุณลองคิดดู

———-

———-

เราขอเวลาของคุณแค่ 1.31 นาทีในการชมคลิปนี้เพื่อได้เรียนรู้และค้นพบว่า “ลูกออทิสติกไม่ใช่เด็กที่บุบสลาย แต่ลูกเป็นเด็กที่มีศักยภาพที่พิเศษสุดซ่อนอยู่ในตัว”

———-

สรุปคำบรรยายคลิป

ในชั่วโมงวาดเขียน ครูให้เด็กนักเรียนวาดรูปสัตว์ชนิดใดก็ได้ตามแต่จินตนาการของเด็ก

ภาพที่เด็ก ๆ วาดจึงมีทั้งเจ้าเหมียวปิกาจู้สีเหลืองสดใส กระต่ายน้อยสีชมพูหูยาวตะมุตะมิ และด้วงมูชิคิงผู้พิทักษ์แห่งขุนเขา

———-

แต่…เด็กน้อยคนหนึ่งเอาแต่ระบายสีดำลงไปในกระดาษ แผ่นแล้วแผ่นเล่าอยู่อย่างนั้นไม่ยอมหยุด และทำเช่นนั้นต่อเนื่องจากในชั้นเรียน นอกเวลาเรียน ระบายสีลงไปในกระดาษอยู่อย่างนั้นตอนอยู่ที่โรงเรียนและที่บ้าน จนกระทั่งครูและครอบครัววิตกกังวลจนครอบครัวต้องพาเด็กไปพบแพทย์

———-

แพทย์ถามหนูน้อยว่า “บอกคุณหมอหน่อยได้มั๊ยว่าหนูกำลังวาดรูปอะไร” แต่เด็กก็ไม่ยอมพูดตอบ ในที่สุดทีมแพทย์ต้องขอให้เด็กหยุดพักการเรียนเพื่อเข้ารักษาอาการที่โรงพยาบาล

———-

ในระหว่างที่อยู่ในโรงพยาบาล เด็กยังคงระบายสีต่อไปไม่หยุด … จนกระทั่งวันหนึ่ง นางพยาบาลฉุกคิดขึ้นได้ว่าภาพต่าง ๆ ที่เด็กวาด หากเรานำมันมาเรียงต่อกันให้ถูกต้อง ภาพนั้นน่าจะมีความหมายอะไรสักอย่าง!

———-

เธอและทีมแพทย์จึงช่วยกันนำภาพแต่ละภาพมาเรียงร้อยเข้าหากัน ซึ่งการทำแบบนั้น ทำได้ไม่ง่ายเลย และในที่สุด ภาพนั้นก็เติมเต็ม….เป็นภาพ…..? (คนที่รู้คำตอบแล้ว ห้ามสปอยล์นะคะ)

———-

… หากคุณอยากรู้ว่าลูกออทิสติกคนนี้วาดอะไร ?

… เราขอเวลาแค่ 1.31 นาทีในการชมคลิปนี้ เพื่อคุณได้เรียนรู้และค้นพบว่าลูกออทิสติกของคุณ ไม่ใช่เด็กที่บุบสลาย แต่ลูกเป็นเด็กที่มีศักยภาพที่พิเศษสุดซ่อนอยู่ในตัว … ส่วนคุณ คุณจะนำทางลูก สร้างเสริมพัฒนาการและผลักดันให้ลูกได้แสดงศักยภาพได้อย่างไร โปรดลองคิดดู…

———-

Clip Credit: Support The Children’s Foundation, Japan Ad Council และ FairyRingDancer

———-

Clip Published on June 26, 2015

———-

คำแปลบรรยายคลิปโดยจินตวีร์ สายแสงทอง

———-