5 สิ่งต้องรู้ เพื่อการสอนเด็กออทิสติก เมื่อเขาเริ่มมีความต้องการทางเพศ | บ้านอุ่นรัก

5 สิ่งต้องรู้ เพื่อการสอนเด็กออทิสติก เมื่อเขาเริ่มมีความต้องการทางเพศ | บ้านอุ่นรัก

จากประสบการณ์ให้คำปรึกษาพ่อแม่เด็กออทิสติกในวัยรุ่น และจากการที่ครูนิ่มได้ไปบรรยาย โดยมักจะสอดแทรกเรื่องนี้บ่อยๆ ครูนิ่มพบว่าเป็นเรื่องเพศเป็นประเด็นที่เรามักหลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึง หรือไม่มีใครพูดถึงประเด็นนี้อย่างชัดเจน วันนี้จึงขอนำประเด็นนี้มากล่าวถึงพอสังเขป และคุณพ่อคุณแม่ที่สนใจในรายละเอียดเพิ่มเติม ทีมงานบ้านอุ่นรักได้เขียนแนวทางเรื่องการเลี้ยงลูกในวัยรุ่น และประเด็นเรื่องเพศของเด็กออทิสติก ในแง่มุมมต่างๆไว้ค่อนข้างละเอียดในคอร์สออนไลน์ เรื่อง การดูแลเด็กออทิสติก ในหัวข้อการเลี้ยงดูลูกออทิสติกในวัยรุ่น ท่านที่สนใจ ติดตามได้นะคะ

การสอนเรื่องเพศ เราควรสอนสอดแทรกไปตามเวลา สถานการณ์ที่เหมาะสม สอนตามเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน

1.อายุที่ควรเริ่มสอดแทรกการสอนเรื่องเพศ

ในเด็กผู้หญิง  ร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในช่วงอายุ 9-16 ปี   เด็กผู้ชาย อายุ 10-18 ปี ( การเปลี่ยนแปลงที่สังเกตเห็น เช่น เด็กผู้หญิงเริ่มมีเต้านม มีประจำเดือน เริ่มมีสิว เด็กผู้ชายเสียงเปลี่ยน เริ่มมีขน เริ่มฝันเปียก )

2. หลักการสอนเรื่องเพศ

               *  หลีกเลี่ยง        * ป้องกัน             *  แก้ไข

การคำนึงถึง สภาพแวดล้อมด้าน บุคคล สถานที่ สถานการณ์ ที่ปลอดภัยเพื่อลดโอกาสเสี่ยงของลูก มีการสอน ล่วงหน้าเป็นขั้นตอนชัดเจน ถึงการป้องกันการถูกล่วงเกินละเมิดทางเพศ การป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ เลี่ยงประสบการณ์ตรง เช่น สื่อที่ยั่วยุอารมณ์เพศ หรือความอยากรู้ อยากลอง     

3. การจัดการตนเองเมื่อมีความต้องการทางเพศ 

เราคงเลี่ยงการเจริญเติบโตตามธรรมชาติไม่ได้  เมื่อถึงวัยเจริญพันธ์ จริงๆทั้งลูกสาวลูกชายจะเริ่มสนใจเพศตรงข้าม  โดยเฉพาะลูกชาย ลูกจะเริ่มรู้สึกชัดเจนถึงอวัยวะเพศแข็งตัว  เริ่มฝันเปียก  มีการหลั่ง เริ่มหาวิธีช่วยตนเองในการปลดปล่อยความรู้สึกทางเพศ ทั้งการถูไถและหาอุปกรณ์เสริมต่างๆ ซึ่งจริงๆแล้วเราไม่ได้ห้ามที่ลูกจะปลดปล่อย คุณพ่อ  พี่ชาย หรือญาติผู้ชาย ควรมีบทบาทในการลอบสังเกตและเมื่อเห็นจังหวะเหมาะอาจสอนวิธีการให้ลูกสามารถปลดปล่อยได้ตามธรรมชาติ แต่ต้องระบุและตั้งกฎเหล็กชัดเจนว่าทำได้ที่ไหน ส่วนใหญ่แนะนำห้องน้ำเฉพาะที่บ้าน ทำได้วันละกี่ครั้งโดยดูตามธรรมชาติของลูก แต่ไม่มากเกินไปจนหมกมุ่น

4. สอนให้ลูกปฏิบัติตัวให้ สุภาพ เหมะสมตามวัย

เช่น ไม่เข้าไปคลอเคลีย  ประชิดตัว มีระยะห่าง ไม่เข้าไปใกล้ชิดกับบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกในบ้าน ระวังการพูดคุยกับบุคคลอื่นหรือการตั้งคำถามที่ลูกอาจถามคำถามที่ย้ำคิดย้ำทำประเด็นเรื่องเพศ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่พบบ่อย ซึ่งจะสร้างความระแวง เกิดความรู้สึกทางลบได้

5. พบแพทย์ประจำตัวทางกายและพัฒนาการของลูก

ควรพบแพทย์ อย่างน้อยปีละครั้ง และทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับคำปรึกษาและร่วมวางแผนรับมือล่วงหน้า กับภาวะทางร่างกายโดยเฉพาะช่วงรอยต่อสู่วัยรุ่น เช่น การวางแผนเรื่องประจำเดือนของเด็กผู้หญิง การรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ที่เด็กมักจะกลับมามีอารมณ์รุนแรงชัดเจนขึ้นในวัยรุ่น

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ 5 สิ่งต้องรู้ เพื่อการสอนเด็กออทิสติก เมื่อเขาเริ่มมีความต้องการทางเพศ ซึ่งถ้าหากท่านใด มีข้อสงสัย หรือต้องการข้อแนะนำเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามกลับมาทางบ้านอุ่นรักได้ตามช่องทางที่ท่านสะดวก คลิกที่นี่เลยค่ะ

และหากเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ ก็อย่าลืมช่วยกันแชร์ ให้กับคนที่คุณรัก ได้อ่านกันด้วยนะคะ ทีมงานบ้านอุ่นรัก ขอขอบคุณค่ะ

8  ของเล่นติดบ้าน เพื่อเสริมพัฒนาการเด็กออทิสติกอายุ 2-5 ขวบ | บ้านอุ่นรัก

8 ของเล่นติดบ้าน เพื่อเสริมพัฒนาการเด็กออทิสติกอายุ 2-5 ขวบ | บ้านอุ่นรัก

วัย 2-5 ขวบเป็นวัยที่เด็กๆจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ผ่านการเล่น โดยการเรียนรู้บางส่วนเกิดระหว่างการเล่นร่วมกับพ่อแม่กับคนรอบข้าง หรือเล่นกับเพื่อนๆวัยเดียวกัน หรือ และอีกส่วนจะเป็นการค้นพบด้วยตนเอง  โดยเด็กจะสนใจทุกสิ่งรอบตัวและค้นคว้า หาทางเล่นได้หลากหลาย ผ่านการเล่น เชิง  สำรวจ  ทดลอง  ค้นคว้า ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนเด็ก ๆ ค้นพบการเรียนรู้บางอย่าง แต่สำหรับเด็กออทิสติก การเล่นมักมีรูปแบบเฉพาะที่แตกต่างออกไป คือ เด็กมักสนใจสิ่งของที่สามารถนำมาตอบสนองการรับสัมผัส โดยวนเล่นซ้ำ ๆ ในรูปแบบเดิม ๆ แบบ Sensory Play มากกว่าการเล่นเชิงสำรวจค้นคว้าแบบเด็กในวัยเดียวกัน

ถ้าอย่างนั้น ในวันนี้ เรามาคุยกันในประเด็นการเลือกของเล่นที่เราควรมีติดบ้านเพื่อส่งเสริมพัฒนาการลูกกออทิสติกวัย 2-5 ขวบ โดย “บ้านอุ่นรัก” ขอเสนอ 8 ของเล่นติดบ้านเพื่อเสริมพัฒนาการเด็กออทิสติกอายุ 2-5 ขวบกันค่ะ 

1 ของเล่นที่นำมาประกอบการเคลื่อนไหว

วัย 2 ขวบเป็นวัยที่เด็ก ๆ จะเริ่มเรียนรู้ที่จะควบคุมร่างกายตนเองและเริ่มเคลื่อนไหวอย่างมีทิศทางที่มีรูปแบบมากขึ้น โดยเริ่มมองหาสิ่งรอบตัวมาเล่นประกอบการเคลื่อนไหว แต่เด็กออทิสติกมักจะชอบเคลื่อนไหวอิสระแบบเดิม ๆ โดยไม่มีรูปแบบ เช่น วิ่งไป-มาข้ามห้อง เดินวนรอบห้อง ปีนป่ายโซฟาซ้ำแล้วซ้ำอีก หรือนั่งแยกตัวนาน ๆ กับสิ่งเดิม ๆ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรจัดหาของเล่นที่สามารถนำมาเล่นประกอบเพื่อเพิ่มทักษะการเคลื่อนไหวทางร่างกาย เช่น  แทมโพลีนกระโดดเล่น รถของเล่นที่มีล้อเข็นไปมา รถลากมีเชือกผูกสำหรับลากจูง ลูกบอลไว้เตะ-โยน-กลิ้ง ลูกปิงปองไว้โยนเล่น ฟองสบู่ไว้วิ่งไล่จับ จักรยานขาไถไว้ใช้ฝึกการทรงตัว หรือรถจักรยานสามล้อขนาดที่เหมาะสมกับวัย

หลักการ: ชวนเด็กเล่นประกอบการเคลื่อนไหวให้หลากหลายแต่มีรูปแบบที่เหมาะสมกับของเล่นนั้น ๆ และชวนให้เด็กเล่นโดยใช้ระยะเวลาต่อเนื่องนานพอควรโดยไม่ละความสนใจกลางคัน  เช่น  เล่น 5-10 นาทีเป็นอย่างน้อยต่อรอบ

2 ของเล่นเพื่อเพิ่มการสำรวจ ทดลอง (สิ่งของรอบตัว)

เนื่องจากเด็กออทิสติกมักจะสนใจสิ่งเร้าจำกัด ไม่ค่อยเข้าไปสำรวจหรือตอบสนองกับสิ่งใหม่ ๆ รอบตัว เมื่อสนใจเล่นอะไรก็มักจะเล่นเป็นรูปแบบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ซึ่งต่างจากเด็กในวัยเดียวกัน ดังนั้น เราควรมองหาสิ่งของที่มีอยู่รอบตัว เช่น ขวด กล่อง ของใช้  ของใช้พลาสติก ฯลฯ มาชวนลูกเล่นแบบทดลอง สำรวจ และค้นหาวิธีเล่นสนุก ๆ ที่หลากหลาย หรืออาจจัดหาของเล่นที่มีแสง สี เสียง มีการเคลื่อนไหว เช่น ของเล่นไขลาน ไฟฉายดวงเล็ก หุ่นที่ขยับได้ หมุนลูกข่าง เป่าฟองสบู่ โยนลูกปิงปอง เทบอลลูกเล็ก 10-15 ลูกแล้วกระตุ้นให้เด็กเก็บบอลใส่ตะกร้า โยนลูกโป่งแล้วชวนเด็กไล่ตีไล่จับ เป็นต้น

หลักการ: เมื่อมีของ1 ชิ้นวางอยู่ตรงหน้าที่สามารถนำมาเล่นได้ ให้เราพยายามกระตุ้นให้เด็กสนใจและพยายามค้นหาวิธีเล่นหลาย ๆ แบบ เช่น นำขวดมาเปิด-ปิดฝา นำมากลิ้งเล่น  เตะขวดแทนบอล นำของมาใส่ปิดฝาแล้วเขย่า  เล่นกรอกน้ำใส่ขวด หรือนำรถยนต์ของเล่นมาชวนลูกเล่นด้วยวิธีการที่หลากหลาย เช่น นำรถมาแล่นบนพื้นไปมา รถปีนขึ้นสะพานไม้ จับรถถอยเข้าจอดในกล่อง ฯลฯ หรือจัดสถานการณ์บ่อย ๆ ให้ลูกสังเกตเห็นสิ่งเร้าและเข้าไปตอบสนองให้ถี่ขึ้นอย่างมีทิศทางมากขึ้น เช่น กระตุ้นให้ทดลองเปิด-ปิดปุ่มบังคับของเล่นไขลาน เล่นฟองสบู่ในรูปแบบหลากหลาย จับนำลเด็กให้สนุกกับวิ่งไล่จับฟองสบู่ ใช้นิ้วตามจิ้มฟองสบู่ให้แตก กระโดดโหม่งฟองสบู่ เป็นต้น   

3 ของเล่นเพื่อประกอบการเรียนรู้และเข้าใจสิ่งรอบตัว ของใช้หรือสิ่งของที่เด็กพบในชีวิตประจำวัน

หลักการ: ชวนเด็กเล่นสิ่งของตามประโยชน์ของสิ่งของนั้น ๆ เช่น แปรงสีฟัน หวี กระจก ขวดแชมพู ช้อน จาน แก้วนํ้าพลาสติก ฯลฯ เริ่มจากจับมือนำ ชวนสำรวจทดลอง และพาเด็กเรียนรู้สิ่งรอบตัวอย่างหลายหลาย โดยนำสิ่งนั้นมาประกอบกริยาอาการตามจริง ทำบ่อย ๆ ทำทุกครั้งที่เห็นโอกาสจะแทรกได้ เช่น จับมือเด็กทำท่าแปรงฟันแล้วปล่อยให้เด็กทำเอง สาธิตและจับมือเด็กทำท่าหวีผมแล้วปล่อยให้เด็กทำเอง     

4 ของเล่นเพื่อสร้างสมาธิ

ใช้ของเล่นที่มีจำนวนชิ้นมาก ๆ ที่มั่นใจว่าเด็กสามารถลงมือทำได้ด้วยตนเองอย่างแน่นอน เพื่อฝึกให้เด็กเล่นของเล่นแบบต่อเนื่องรวดเดียวจบโดยไม่ละความสนใจกลางคัน ทั้งนี้ เราสามารถใช้กิจกรรมฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กที่เด็กทำได้เองแล้วมาฝึกการคงสมาธิ เช่น ต่อเลโก้ขนาดใหญ่ หยอดกระปุกออมสิน หยิบเมล็ดพืชใส่ขวด หนีบไม้หนีบขนาดใหญ่บนกระดาษแข็ง ใส่บล็อกลงแท่น กรอกทรายใส่ขวด กรอกน้ำใส่ขวด ปักหมุดขนาดใหญ่ลงแท่น ดึงและกดของเล่นโฟม หรืออาจใช้กิจกรรมที่ได้ลงมือทำเอง เช่น ระบายสีน้ำ ระบายสี ติดเศษกระดาษบนภาพ ลากเส้นง่าย ๆ โดยตั้งเป้าหมายให้ทำงานได้ในพื้นที่อย่างน้อยครึ่งหนึ่งหรือสามเต็มส่วนของกระดาษ A4 และค่อย ๆ เพิ่มการทำงานให้ได้พื้นที่มากขึ้น 

หลักการ: ชวนเด็กเล่นของเล่นที่หลากหลาย โดยเน้นการเฝ้ามองและกระตุ้นให้เด็กลงมือทำกิจกรรมนั้น ๆ ที่มั่นใจว่าไม่ยากเกินความสามารถตามวัย ในกรณีที่เด็กลงมือทำตามทิศทางการเล่นที่ถูกต้องแล้ว เราจะปล่อยให้เด็กเล่นเองโดยไม่เข้าแทรก แต่หากเด็กลงมือทำไม่ต่อเนื่องหรือนำของนั้นมาเล่นในลักษณะกระตุ้นการรับรู้ของตนเอง แบบ Sensory Play เช่น เพ่งมอง เคาะฟังเสียง ลูบสัมผัสแทนเล่น เรียงเป็นแถวยาวเพื่อเพ่งมอง จึงเข้าแทรกและนำให้เด็กลงมือทำในทิศทางที่ตรงตามรูปแบบการเล่นนั้น ๆ โดยนับจำนวนชิ้นที่ส่งให้เด็กทำให้ต่อเนื่อง เริ่มจาก 5 -10-15-20 ชิ้น ตามลำดับ 

5 ของเล่นเพื่อฝึกการแก้ปัญหาและพัฒนักษะด้านสติปัญญา

ตัวอย่างของเล่น เช่น ภาพตัดต่อ หนังสือ เกมบอร์ดต่าง ๆ จับคู่ภาพที่เหมือนกัน จับคู่สี รูปทรง ตัวเลข ตัวอักษรพลาสติก หัวและตัวสัตว์ ภาพกับเงา เป็นต้น โดยเพิ่มระดับความยากตามความสนใจและความสามารถของเด็ก

หลักการ: ชวนเด็กเล่นตามรูปแบบที่เหมาะสมกับของสิ่งนั้น หากในระยะเริ่มต้นเด็กยังเล่นไม่ได้ ให้เราเริ่มจากจับมือเด็กทำซ้ำ ๆ แล้วค่อย ๆ ลดการช่วยลงทีละน้อย  

6 ของเล่นเพื่อพัฒนาทักษะทางกล้ามเนื้อมัดเล็ก (มือ-นิ้ว-สายตา)

ตัวอย่างของเล่น เช่น ดินน้ำมัน กรรไกรปลายมน ฉีกหรือขยำกระดาษ ไม้หนีบผ้า ร้อยลูกปัด 

หลักการ:  การพัฒนาทักษะการประสานงานระหว่างมือ-นิ้ว-สายตา จะพัฒนาผ่านกิจกรรมที่เด็ก ๆ ได้ทดลองลงมือทำและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่หลากหลายผ่านการเล่นบ่อย ๆ เพื่อสร้างประสบกาณ์ให้เด็ก ๆ มีโอกาสได้ฝึก ขยำ ดึง กด แกะ บิดข้อมือ โดยเน้นให้เด็ก ๆ ได้ใช้มือทั้งสองข้างทำงานร่วมกัน ทั้งนี้ เราควรเตือนให้เด็กตามองตามมือขณะลงมือทำกิจกรรมต่าง ๆ เป็นระยะตามความเหมาะสม

7 ของเล่นเพื่อพัฒนาทักษะทางภาษา

ตัวอย่างของเล่น เช่น หนังสือนิทาน ตุ๊กตา โมเดลสัตว์และผลไม้  เครื่องครัว การ์ดภาพ ฯลฯ

หลักการ: การพัฒนาทักษะทางภาษาประกอบด้วย 3 มุมมอง คือ การขยายคำศัพท์ การฝึกการฟังเข้าใจ และการกระตุ้นการสื่อความหมายผ่้านการพูดหรือการแสดงท่าทาง ดังนั้น เราจะใช้ของเล่นข้างต้นเป็นเครื่องมือแทรกการสอนศัพท์ ทบทวนการฟัง โดยการตั้งคำถามหรือให้คำสั่งบางอย่างเพื่อประเมินความเข้าใจจากการฟังและกระตุ้นให้เด็ก ๆ พูดหรือใช้ท่าทางโต้ตอบกลับมา 

8 ของเล่นเชิงจินตนาการ

ของเล่นประเภทนี้เป็นการเล่นแบบแสร้งทำ เล่นเชิงจินตนาการ และสร้างบทสนทนา เช่น โมเดลสัตว์  รถยนต์ของเล่น เลโก้ ตุ๊กตา ฯลฯ

หลักการ: เรานำของเล่นนั้น ๆ มาประกอบการเล่นเป็นเรื่องราวหรือกระทำแบบแสร้งทำเสมือนจริง เช่น นำตุ๊กตามาแต่งตัวและพูดคุยเหมือนกำลังเลี้ยงน้อง เล่นหม้อข้าวหม้อแกงแบบกำลังขายของ นำตัวโมเดลทหารพลาสติก 2 ตัวมาทำเหมือนกำลังต่อสู้กัน นำหุ่นยนต์มาเดินหรือทำท่าทาง ในกรณีที่เด็กออทิสติกสามารถเริ่มพูดสนทนาได้ เราอาจเพิ่มบทสนทนาแทรกประกอบในการเล่นนั้น ๆ

“บ้านอุ่นรัก” หวังว่าตัวอย่างของเล่นแบบต่าง ๆ ที่เรานำมาเสนอในวันนี้พอจะเป็นไอเดียเรื่องการจัดหาของเล่นประจำบ้าน ตลอดจนให้แนวทางการและวิธีเล่นกับเด็ก ๆ ได้บ้างนะคะ อย่าลืมนะคะว่าทุกครั้งที่เล่นหรือใช้เวลาร่วมกับเด็ก อย่าลืมที่จะแทรกการสบตา สัมผัสตัวเด็ก และแทรกบทสนทนา คุยกับเด็ก ๆ ลูก ๆ ใช้เวลาดี ๆ ร่วมกันอย่างคุ้มค่าให้มากที่สุด ว่าแล้วก็ลุกขึ้นไปสำรวจสิ่งที่พอจะมีอยู่แล้วในบ้านหรือออกไป Shopping เตรียมของเล่นไว้เล่นกับเด็ก ๆ ลูก ๆ กันค่ะ แต่มีเงื่อนไขนะลูก “ขอ พ่อแม่เล่นด้วยนะ”

สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองหรือคุณครูที่สนใจเรียนรู้เทคนิคการเล่นกับเด็กออทิสติก เราก็มีตัวอย่าง มี Lesson Plan และภาพการสาธิตการเล่นเพื่อบำบัดอาการเด็กออทิสติกด้วยค่ะ สนใจติดต่อสอบถามเราได้ตามช่องทางที่คุณสะดวก กดที่นี่เลยค่ะ 

4 วิธีการตรวจเช็คเบื้องต้น สำหรับการสังเกตและบ่งชี้อาการออทิสติกของลูกน้อย | บ้านอุ่นรัก

4 วิธีการตรวจเช็คเบื้องต้น สำหรับการสังเกตและบ่งชี้อาการออทิสติกของลูกน้อย | บ้านอุ่นรัก

หากเราทำความเข้าใจอย่างแท้จริง และมีการเลี้ยงดูลูกอย่างถูกต้อง อาการออทิสติก ไม่ได้รุนแรงอย่างที่คิด

หากมีความเข้าใจในโรคและอาการของโรคนี้มากเพียงพอ ก็จะสามารถรับมือและหาวิธีการอยู่ร่วม รวมถึงการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับบุคคลปกติทั่วไปได้ไม่ยาก ที่สำคัญคือ การค้นพบอาการตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อเริ่มต้นการบำบัดอาการให้ทุเลาลง ซึ่งวันนี้ บ้านอุ่นรัก ขอนำเสนอ 4 วิธีการง่ายๆ ในการตรวจเช็คเบื้องต้น สำหรับการสังเกตอาการและข้อบ่งชี้อาการออทิสติกของลูกน้อย โดยหากพบมากกว่า 2 ด้าน  !!!!!  ควรรีบไปปรึกษาแพทย์นะคะ

1. ความไม่สมวัยด้านสังคมและปฏิสัมพันธ์แบบสองทาง

  • เลี่ยงการสบตา
  • ไม่สนใจสานต่อปฎิสัมพันธ์แบบสองทางกับบุคคล  ทั้งกับบุคคลใกล้ชิด และเด็กวัยเดียวกัน
  • มักจะแยกตัว ชอบเลี่ยงออกไปเล่นคนเดียวในแบบของตนเอง
  • ขาดการชี้ชวนออดอ้อนพยักพเยิด  ไม่สานต่อหรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางอารมณ์กับบุคลใกล้ชิด
  • ไม่สนใจเลียนแบบท่าทาง  การกระทำ หรือการพูดจากบุคคลรอบตัว

2. ภาษา/การสื่อความหมาย : ลักษณะการพูดและการสื่อความหมายไม่สมวัย

  • เริ่มพูดเพื่อสื่อความต้องการ ได้ช้ากว่าวัย (พูดช้ากว่า 2 ขวบ)
  • สานต่อ การสนทนา ไม่ได้
  • การแสดงออกทางแววตา/สีหน้า/ท่าทาง สื่อความหมายได้จำกัด

3. พฤติกรรม

  • ติดรูปแบบในการดำรงชีวิต   ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
  • บางรายมีการเคลื่อนไหวอวัยวะซ้ำ  (กระตุ้นระบบการรับสัมผัส)
  • หมกมุ่นกับสิ่งของเฉพาะอย่างเป็นพิเศษ
  • เล่นเป็นรูปแบบซ้ำๆ หรือมีวิธีเล่นเฉพาะตัว  ขาดการเล่นแบบสำรวจทดลองหรือ ใช้จินตนาการ
  • สนใจและตอบสนองต่อสิ่งเร้ารอบตัวอย่างจำกัด
  • ระดับการเคลื่อนไหวไม่สมดุล  (ซนอยู่ไม่สุข/ เฉื่อย ไม่ชอบเคลื่อนไหว)

4. อารมณ์   

  • ดูเหมือนเปลี่ยนแปลงง่าย วิตกกังวลสูง อารมณ์กวัดแกว่ง หงุดหงิดรุนแรง เพราะการรับรู้ไว  ตื่นตัวถูกรบกวนจากประสาทสัมผัส กลัว/เลี่ยงหนีหรือเข้าหา หมกมุ่นกับสิ่งเร้าบางอย่างเป็นพิเศษ

สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง ที่ต้องการคำปรึกษา หรือพูดคุยกับพวกเรา สามารถโทรติดต่อหรือนัดหมายเข้ามาพบหรือพาลูกมาประเมิน เพื่อปรึกษาวางแนวการดูแล ได้ที่บ้านอุ่นรัก สาขาที่ท่านสะดวกค่ะ

7 วิธีการเล่นกับลูกที่บ้าน เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการให้มีประสิทธิภาพ | บ้านอุ่นรัก

7 วิธีการเล่นกับลูกที่บ้าน เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการให้มีประสิทธิภาพ | บ้านอุ่นรัก

เล่นกับลูก ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ น้อยๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ หรือผู้ปกครอง แต่เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และสำคัญสำหรับลูกน้อย และการกระตุ้นพัฒนาการของลูกเป็นอย่างมาก

วันนี้ บ้านอุ่นรัก มี 7 วิธีการเล่นกับลูก เพื่อการเสริมพัฒนาการลูกน้อย ให้มีประสิทธิภาพมาบอกเล่าให้คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองได้ทราบกันค่ะ

  1. เล่นสนุก หัวเราะร่วมกันโดยไม่ใช้อุปกรณ์ใด ๆ  เป็นการใช้เวลาร่วมกัน ให้ลูกสัมผัสความรู้สึกสนุก หัวเราะ ร่วมกัน เป้าหมายคือให้ลูกสนุกที่จะเล่นร่วมกับบุคคล มากกว่าแยกตัวคนเดียว  เช่น วิ่งไล่จับ  จั๊กจี๋  ให้ขี่ขาแบบนั่งเครื่องบิน  เล่นขี่ม้า เล่นจ๊ะเอ๋ผ่านผ้าห่ม ฯลฯ
  2. การเล่นเพื่อกระตุ้นการสบตา โดยเริ่มจากสร้างแรงจูงใจ  ชวนลูกเล่นของเล่นง่ายๆที่มีจำนวนชิ้นมาประกอบกัน โดยเลือกของเล่นที่ลูกสนใจ  แต่พ่อแม่เก็บชิ้นส่วนของนั้นไว้กับตัว แล้วค่อยๆส่งของให้ลูกเล่นทีละชิ้น โดยยกของระดับสายตา ยกรอลูกสบตา 3-5 วินาที  ก่อนจึงส่งของให้
  3. การเล่นเพื่อกระตุ้นการพูด  หรือเล่นประกอบบทสนทนา  ในลูกที่ยังไม่พูดอาจนำของเล่นมาประกอบเพื่อกระตุ้นการออกเสียง เช่น “ไถรถ เสียงรถแล่นดัง บรื้น ๆ ๆ ๆ” “กล้องถ่ายรูป ถ่ายรูปดัง แชะ ๆ ๆ ๆ”   ลูกที่พูดได้แล้ว นำการเล่นรอบตัว มาประกอบการสร้างบทสนทนาง่าย ๆ ระหว่างเล่น เช่น เล่นหม้อข้าวหม้อแกงแล้วชวนลูกคุยแบบแม่ค้าคุยกับลูกค้า
  4. สอนลูกเล่นของเล่นให้เป็น   ชวนลูกเล่นโดยนำของเล่น แต่ละชิ้นมาเล่นให้ตรงตามรูปแบบและเล่นอย่างมีความหมาย ตามลักษณะของเล่นชิ้นนั้นๆ  เพื่อลดการเล่นของลูกในแบบซ้ำๆ ในลักษณะหมกมุ่นกับประสาทสัมผัสตนเอง  เช่น แทนที่จะปล่อยให้เด็กเรียงรถยนต์เป็นแถวยาวซ้ำไปซ้ำมา เปลี่ยนเป็นชวนเด็กเล่นอย่างมีความหมาย เช่น  นำรถมาไถ  ขึ้นรถปีนขึ้นสะพานไม้  รถเข้าจอด
  5. เล่นสำรวจและทดลองทำ  โดยนำของเล่นมาฝึกให้ลูกทดลองเล่นแบบ ค้นคว้า  สำรวจ หรือใช้จินตนาการ  โดยของหนึ่งชิ้น สามารถชวนลูกเล่นหลาย ๆ แบบ เช่น นำขวดมาเปิดปิดฝา  นำมากลิ้งเล่น  เตะขวดเก่าเล่น  นำของมาใส่ปิดฝาแล้วเขย่า  กรอกน้ำใส่ขวด ฯลฯ
  6. เล่นจินตนาการแบบแสร้งทำ เช่น นำตุ๊กตามาแต่งตัวและพูดคุยเหมือนกำลังเลี้ยงน้อง  เล่นหม้อข้าวหม้อแกงแบบกำลังขายของ เล่นตัวทหารแบบกำลังเล่นต่อสู้ โดยการเล่นจินตนาการ ในลูกรายที่สามารถเข้าใจได้ อาจเล่นแสร้งทำโดย ไม่จำเป็นต้องมีของประกอบ เช่น ทำท่าหวีผม แต่งตัว  ทำท่าทานขนม
  7. การเล่นเพื่อสร้างสมาธิ  เลือกของเล่นที่ได้ลงมือทำสัก 5-10 อย่างมาหมุนเวียนให้ลูกเล่น โดยเลือกของเล่นที่มีจำนวนชิ้นในการลงมือทำมากพอสมควร และเป็นของเล่นที่มั่นใจว่าลูกทำได้เอง  เช่น ปักหมุดลงแท่น ต่อเลโก้ขนาดใหญ่ หยอดกระปุกออมสิน หยิบเมล็ดพืชใส่ขวด หนีบไม้หนีบบนกระดาษแข็ง ใส่บล็อกง่ายๆลงช่อง  กรอกทรายใส่ขวด  กรอกน้ำใส่ขวด   ฯลฯ เป้าหมายเพื่อชักชวนให้ลูกทำกิจกรรมให้ได้จำนวนชิ้นเพิ่มจากเดิมอย่างต่อเนื่องมากขึ้นโดยไม่ละความสนใจกลางคันแบบขาดสมาธิโดยเริ่มตั้งเป้าหมายจากน้อยชิ้น 5-7-10 ชิ้น แล้วจึงเพิ่มขึ้นทีละน้อย อาจใช้กิจกรรมศิลปะ ลีลามือ เช่น ระบายสีน้ำ ระบายสี ติดเศษกระดาษบนภาพ ลากเส้นง่ายๆ ฯลฯ โดยตั้งเป้าหมายให้ลุกลงมือทำได้ในพื้นที่สมวัย เช่น ระบายสีน้ำอย่างน้อยครึ่งหรือสามเต็มส่วนของภาพบนกระดาษ A4

เวลามีค่านะคะ รีบตักตวงเวลาแห่งความสุขกับลูก นะคะ ❤ คลุกคลี หัวเราะ สบตา  พูดคุย  นำทางและสอนลูกให้เรียนรู้สิ่งใหม่ไปด้วยกัน สู้ ๆ ค่ะ พวกเราชาวบ้านอุ่นรักเอาใจช่วยนะคะ

สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง ที่ต้องการคำปรึกษา หรือพูดคุยกับพวกเรา สามารถโทรติดต่อหรือนัดหมายเข้ามาพบหรือพาลูกมาประเมิน เพื่อปรึกษาวางแนวการดูแล ได้ที่บ้านอุ่นรัก สาขาที่ท่านสะดวกค่ะ

ว่าด้วยเรื่อง การฝึกเขียนของลูกออทิสติก | บ้านอุ่นรัก

ว่าด้วยเรื่อง การฝึกเขียนของลูกออทิสติก | บ้านอุ่นรัก

วันนี้ ขอวกมาตรวจการบ้านที่เคยให้ไว้เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2562 กันค่ะ

ก่อนจะฝึกลูกเขียนอักษรเป็นตัว ๆ เราควรถามตัวเราเองก่อนว่าลูกหมุนฝาขวดน้ำออกได้เองหรือยัง

การถามคำถามนี้ เพียงแต่จะตั้งข้อสังเกตว่าการเขียนอักษรเป็นตัว ๆ เป็นเรื่องยากสำหรับเด็กเล็ก ๆ เพราะยังใช้มือไม่ถนัดนัก ดังนั้น การลากเส้นและตีโค้งอักษรแบบต่อเนื่องจนจบเป็นอักษรสักหนึ่งตัว จึงยากสำหรับเด็ก ๆ ค่ะ

ลองดูตัวอย่าง เช่น 2 3 5 8 P S D V หรือลูกอาจรู้สึกว่ายากจังในการลากหัวอักษร เช่น น ย ล ง อ

หากลูกยังหมุนข้อมือไม่ถนัด ผลคือตัวอักษรที่ลูกพยายามเขียน จะมีขนาดของตัวอักษรขนาดยักษ์ ล้นบรรทัด และตัวอักษรที่ปรากฏจะเป็นแบบไม่เก็บรายละเอียด ไม่มีรอยหยัก หรือเกิดอักษรที่ต่อเส้นเป็นท่อน ๆ

#Suggestions: ข้อเสนอแนะ

#ทำแบบฝึกลากเส้นของเราเอง

#ลากเส้นประขนาดใหญ่เต็มกระดาษขนาด A4 เพื่อฝึกลากเส้นฝึกมุมโค้งแบบต่อเนื่อง เช่น O C U D และเส้นต่าง ๆ อาจจะเป็นภาพวาดหรือเส้นแบบง่าย ๆ เท่าที่นึกออก เพื่อฝึกลูกตีโค้งในทิศทางต่าง ๆ

#ฝึกลูกลากเส้นประ ลากเส้นต่อเนื่องแบบหักศอก ตีมุม โดยลากเส้นประอักษรขนาดใหญ่เต็มกระดาษขนาด A4 เช่น เส้น L Z V J 1 2 7

พร้อมกับการฝึกเขียน #ฝึกการหมุนข้อมือลูกด้วยกิจกรรมสนุก ๆ เช่น ฝึกเปิดฝาขวดขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือลูก

ทั้งในแนวตั้ง คือ หันข้างฝาขวด แม่ถือไว้ ชวนให้ลูกหมุนขวดที่ลอยอยู่ในแนวตั้ง และหมุนฝาขวดที่ตั้งบนโต้ะในแนวนอน

#ฝึกลูกหมุนข้อมือแบบต่อเนื่อง เช่น ผูกเชือกติดไว้ ตรงกลางแกนทิชชูที่ใช้แล้ว โดยปล่อยให้ชายเชือกห้อย ยาว แล้วกระตุ้นให้ลูกหมุนเชือกพันแกนจนสุดเชือก

ทั้งแนวตั้ง คือ ถือแล้วหมุนกลางอากาศ แนวนอน คือ วางแกนทิชชูตั้งขึ้นบนโต๊ะและให้ลูกหมุนในแนวนอน และหลังจากลูกหมุนเชือกพันแกนทิชชูได้ถนัดแล้ว คือ ทำได้รวดเร็วขึ้น หมุนข้อมือได้ต่อเนื่องขึ้น

จากนั้นอาจจะลดขนาดแกนให้เล็กลง เช่น ผูกเชือกบนแกนกระดาษแฟกซ์ที่ใช้แล้วหรือหาหลอดชาไข่มุกที่มีความแข็ง ผูกเชือกห้อย แล้วฝึกลูกหมุนเชือกพันแกนจนสุด เพื่อฝึกการตีโค้งข้อมือในวงที่แคบลง

บทความที่ครูนิ่มเขียนเรื่องความพร้อมในการฝึกเขียนของลูกนี้ ครูเขียนในฐานะคนที่มีหน้าที่กระตุ้นพัฒนาการเด็กและพบว่าคุณพ่อคุณแม่มีความกังวลว่าทำไมลูกไม่ชอบเขียน คุณพ่อคุณแม่ซื้อแบบฝึกเขียนมาให้ลูกแล้ว แต่ลูก ๆ ก็ยังเขียนไม่ได้สักที และคุณพ่อคุณแม่รายแล้วรายเล่าได้มาสมัครเข้ารับบริการฝึกการเขียนกับศูนย์กระตุ้นพัฒนาการบ้านอุ่นรักของเรา

ครูจึงพยายามจำลองภาพเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่มองเห็นองค์ประกอบสำคัญ ๆ ของความพร้อมในการฝึกเขียนของลูก ๆ ว่า ณ จุดเริ่มต้นที่ลูก ๆ เริ่มเขียน สำหรับลูก ๆ แล้วการเขียนไม่ได้ง่ายนัก

หลังการลงบทความมาหลายตอนเพื่ออธิบายว่าทำไมเรื่องนี้จึงยากสำหรับลูก ๆ ครูนิ่มขอทิ้งท้ายองค์ประกอบอื่น ๆ ไว้เป็นข้อเสนอแนะเพิ่มเติมให้จบครบทุกด้าน

ครูหวังว่าบทความทุกตอนของเรื่องนี้จะเกิดประโยชน์ไม่มากก็น้อยแก่คุณพ่อคุณแม่หรือคุณครูที่สนใจ ดังนี้ค่ะ

องค์ประกอบและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

ชี้ชวนลูกและนำให้ลูกจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำ ทั้งนี้ต้องทำให้ได้ระยะเวลาต่อเนื่องและคงสมาธิได้พอสมควรตามวัย

การชี้ชวนลูกทำเรื่องนี้ไปด้วยกันกับคุณพ่อคุณแม่ ในตอนเริ่มต้นยังไม่ต้องตั้งเป้าหมายให้เป็นการเขียน แต่ชวนให้ลูกสนุกที่จะทำเรื่องนี้ได้ต่อเนื่องมากขึ้น

ให้ลูกได้สนุกไปกับการลากเส้นอิสระ เพลินไปกับการระบายสีเล่นโดยไม่ต้องมีรูปแบบ

เริ่มจาก 5 นาที 10 นาที 15 นาที หรือนานเท่าที่ลูกสนใจในระดับเหมาะสม

เตือนหรือนำให้ลูกใช้มือ 2 ข้างทำงานร่วมกันแบบอัตโนมัติ ทั้งนี้ในระยะแรกอาจช่วยจับนำได้

มือข้างหนึ่งจับดินสอ มืออีกข้างหนึ่งจับขอบกระดาษด้านตรงข้าม รวมทั้งฝึกใช้มือสองข้างในกิจกรรมอื่น ๆ เช่น มือข้างที่ถนัดหยิบสิ่งของ มืออีกข้างหนึ่ง จับภาชนะ ขณะหยิบของใส่ในภาชนะนั้น

เริ่มที่ให้ลูกได้จับดินสอในท่าทางที่ลูกถนัด ในแบบของตนเองตามขั้นของพัฒนาการไปก่อนระยะหนึ่ง (เริ่มจากท่ากำดินสอ คีบดินสอด้วยนิ้วชี้และนิ้วโป้งจนถึงจุดที่จีบนิ้วจับดินสอ) แล้วจึงค่อย ๆ จับนำให้ลูกจับดินสอที่ถูกท่าเป็นระยะจนลูกจับได้ถนัด

เตือนให้ลูกคงสายตา และมองตามมือในขณะที่ขีดเขียน หรือทำกิจกรรมการใช้มือต่าง ๆ เพื่อเตรียมให้ลูกมีการทำงานประสานกันได้ดีของมือ-นิ้ว-สายตา

ช่วยจัดท่านั่งของลูกให้ถนัด ให้อยู่ในท่าที่พร้อมและเหมาะสมกับการเขียน

ระยะแรกยังไม่จำเป็นต้องเน้นคุณภาพ ทุกอย่างสามารถพัฒนาขึ้นได้ตามลำดับ ตามความถี่ของการฝึกฝน และการที่ลูกได้รับประสบการณ์.

ที่กล่าวข้างต้นคือองค์ประกอบหลาย ๆ ด้านที่สนับสนุนการเขียนของลูก

ตั้งทัศนคติให้ถูกต้องว่าการขีดเขียนและการระบายสีเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เราได้ทำและได้ใช้เป็นช่วงเวลาสนุก ๆ ร่วมกันกับลูก

เมื่อลูกได้รับโอกาสฝึกฝนที่มีความถี่พอสมควรและเมื่อลูกมีประสบการณ์มากพอ คุณภาพในสิ่งที่ลูกทำจะพัฒนาได้เองตามลำดับ ซึ่งนี่คือวิถีการเรียนรู้ที่วิเศษสุดที่ลูก ๆ ทุกคนมีตามธรรมชาติอยู่แล้วค่ะ

สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง ที่ต้องการคำปรึกษา หรือพูดคุยกับพวกเรา สามารถโทรติดต่อหรือนัดหมายเข้ามาพบหรือพาลูกมาประเมิน เพื่อปรึกษาวางแนวการดูแล ได้ที่บ้านอุ่นรัก สาขาที่ท่านสะดวกค่ะ