ลูกออทิสติกไม่เข้าใจภาษา ทำอย่างไรให้ลูกเข้าใจได้ดีขึ้น? | บ้านอุ่นรัก

ลูกออทิสติกไม่เข้าใจภาษา ทำอย่างไรให้ลูกเข้าใจได้ดีขึ้น? | บ้านอุ่นรัก

การพูดและการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารนับเป็นพัฒนาการและทักษะสำคัญที่จะส่งผลให้เด็ก ๆ พัฒนาทักษะและความสามารถในด้านอื่น ๆ ต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการเลียนแบบ ความสามารถที่จะสานต่อปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ความสามารถในการคิด ประมวลผลการสื่อสารและกลั่นออกมาเป็นคำพูดโต้ตอบที่ตรงตามสถานการณ์ตรงหน้าได้ และความสามารถในการเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ เป็นต้น

แต่ในกรณีของลูกออทิสติก ลูกมักจะมีปัญหาเรื่องการพูดและไม่ค่อยเข้าใจภาษาเพื่อการสื่อสาร จึงต้องได้รับการแก้ไขให้ทันท่วงทีก่อนที่ปัญหาจะยิ่งซับซ้อนมากยิ่ง ๆ ขึ้นจนยากที่จะแก้ไข

การแก้ไขปัญหานี้ควรมีนักแก้ไขการพูดหรือครูฝึกพูดเป็นบุคคลหลักในการช่วยบำบัดและรักษา อย่างไรก็ตาม การบำบัดรักษาต้องใช้ระยะเวลาและต้องทำสม่ำเสมอ ดังนั้น คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง และสมาชิกทุกคนในบ้านสามารถเข้ามาเป็น “ทีมเสริม” ของนักแก้ไขการพูดหรือครูฝึกพูด เพื่อช่วยให้ลูกมีพัฒนาการด้านนี้ที่ดีขึ้นได้ โดยเมื่อนักแก้ไขการพูดหรือครูฝึกพูดวางแนวทางการดูแลและบำบัดรักษาลูกในขณะลูกอยู่ที่บ้าน ทุกคนในบ้านควรร่วมมือกันปฏิบัติตามคำแนะนำนั้น ๆ ค่ะ

สำหรับเด็ก ๆ ออทิสติกที่มาเรียนที่ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” เรามีแนวทางในการกระตุ้นทักษะและพัฒนาการด้านนี้ให้กับเด็ก ๆ ดังนี้ คือ

  • ใช้สื่อ อุปกรณ์ เครื่องมือ
  • ใช้การรับรู้ทางสายตาโดยการมองเห็น (Visual Learning)
  • เพิ่มทักษะทางภาษาท่าทาง
  • วางเงื่อนไขการพูด  
  • เน้นพูดตาม ถามทวนซ้ำ
  • เน้นการพูดโต้ตอบสนทนา

เราอยากให้คุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง ได้ลองทำตามแนวทางของเราควบคู่ไปกับแนวทางที่นักแก้ไขการพูดหรือครูฝึกพูดให้ไว้ ทั้งนี้เพื่อในที่สุดลูกหลานออทิสติกจะได้เข้าใจภาษาได้ดีขึ้นค่ะ

Photo Credit: Humphrey Muleba | Unsplash

ชีวิตยังมีร่มเงาเสมอ | บ้านอุ่นรัก

ชีวิตยังมีร่มเงาเสมอ | บ้านอุ่นรัก

เวลาที่เราทุกข์ใจหรือสุขใจ
เรามักจะนึกถึงใครที่จะช่วยรับรู้และแบ่งปัน

คน ๆ นั้นอาจเป็นพ่อแม่ของเรา เป็นพี่น้อง เป็นเพื่อน เป็นญาติ หรือแม้แต่เพื่อนข้างบ้าน
เค้าคนนั้นจึงเป็นเสมือนออกซิเจนช่วยชีวิตของเรา

ลองค้นลงไปในใจว่ามีใครสักสองสามคนในชีวิตเรา
ที่เป็นเสมือนเพื่อนแท้ ที่เรามักจะแบ่งปันกับเขาเสมอไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดในชีวิต

เมื่อค้นพบ จงถนอมไว้อย่างเห็นค่าและรับรู้ให้ชัดว่า “
เราไม่เคยโดดเดี่ยว”
เพราะ “
ยังมี” ใครบางคนยืนอยู่ข้าง ๆ เราเสมอ

ช่างดีเหลือเกิน ที่มีใครบางคนร่วมรับรู้ว่าเรากำลังเจอกับอะไรในชีวิตที่หนักหนาสาหัส
มีใครบางคนที่จะร้องไห้ไปด้วยกันกับเรา เมื่อเรามีทุกข์
และมีใครบางคนส่งรอยยิ้มกว้าง ๆ มาให้เรา ในเวลาที่เรามีความสุข

เขาเหล่านั้นเป็นเสมือนออกซิเจนที่ช่วยชีวิตเรา
และเราจะเป็นและส่งต่อออกซิเจนชีวิตนี้ให้กับลูกของเราด้วยเช่นกัน

Photo Credit: Eddy Lee | Unsplash

ตั้งเป้าหมายให้ลูกดูแลตนเองในชีวิตประจำวันได้ | บ้านอุ่นรัก

ตั้งเป้าหมายให้ลูกดูแลตนเองในชีวิตประจำวันได้ | บ้านอุ่นรัก

เราจะตั้งเป้าหมายให้ลูกดูแลตนเองในชีวิตประจำวันให้ได้

ทำไม…ต้องตั้งเป้าหมายเช่นนี้ ?

ทำไม…ต้องสอนให้ลูกออทิสติกรู้บทบาทของตนเองและมีส่วนร่วมลงมือทำทุก ๆ เรื่องที่เป็นกิจวัตรประจำวันที่เกี่ยวกับตัวลูกเอง ?

เราทำเช่นนั้น เพราะ…เรารู้ว่า

  • ลูกทำได้
  • ลูกรู้บทบาทของตนเองได้
  • ลูกมีส่วนร่วมลงมือทำในกิจวัตรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องดูแลตนเองได้ตามวัย และ
  • ลูกพึ่งพาตนเองได้

เพราะลูกทำได้เช่นนี้ ในอนาคต…ลูกจึงไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากเราหรือใคร ๆ ในทุก ๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดูแลตนเองในชีวิตประจำวันตามวัย

เราทำเช่นนั้น เพราะ…เรามีเป้าหมายว่า “ลูกออทิสติกของเราต้องดูแลตนเองในชีวิตประจำวันได้” 

เมื่อมีเป้าหมายแน่ชัด เราจึงลงมือทำตั้งแต่ตอนนี้ ค่อย ๆ สอนและให้เวลาลูกได้เรียนรู้ เพื่อได้ถึงวันที่เป้าหมายของเราจะสำเร็จลุล่วง…

ความสำเร็จในการลงมือทำของเรา = ความอดทน + ความพยายามทำที่เราได้ทุ่มเท ใส่ใจ และลงแรงไป

Photo Credit: Anna Earl | Unsplash

ให้โอกาสลูกได้เติบโตในบรรยากาศที่ดี | บ้านอุ่นรัก

ให้โอกาสลูกได้เติบโตในบรรยากาศที่ดี | บ้านอุ่นรัก

เวลาที่ลูกออทิสติก ลูกสมาธิสั้น หรือลูกที่มีพัฒนาการช้าไม่สมวัยของพวกเราอยู่นอกบ้านหรืออยู่กับคนอื่นที่ไม่คุ้นเคย ด้วยความซนและพฤติกรรมวุ่น ๆ ของลูก ลูกจึงมักจะถูกเตือน ถูกตำหนิ หรือถูกดุอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น อย่างน้อย ๆ ในเวลาที่ลูก ๆ อยู่กับเราที่บ้าน บรรยากาศในบ้านของเราควรเป็นบรรยากาศที่ดีและมีการพูดคุยกับลูกด้วยความเมตตา

การพูดคุยกับลูกด้วยความเมตตา จะทำให้ลูกรู้สึกดีและรู้คุณค่าของตัวเอง การพูดชี้แนะสั้น ๆ หรือจับนำให้ลูกแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมและมองหาสิ่งดี ๆ ที่ลูกทำ สามารถช่วยสร้างพฤติกรรมทางบวกของลูกขึ้นมาทดแทนได้

การเลี้ยงลูกด้วยความรัก ย่อมทำให้ลูกรับรู้คุณค่าของตนเอง อีกทั้งสัมผัสได้ว่าพ่อแม่รักและภูมิใจในตัวลูกอย่างสุดหัวใจ

การที่เราสามารถเตรียมตนเตรียมใจให้พร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ความดื้อ อาการหงุดหงิด และลดความขัดแย้งด้วยความเมตตาและความหนักแน่น จะสร้างความสำเร็จในการรับมือลูก ๆ ได้

เมื่อลูกได้อยู่และเติบโตท่ามกลางบรรยากาศที่ดีที่บ้าน บ้านที่คนในบ้านทุกคนรู้คุณค่าของการระวังใจและระวังคำพูด ลูก ๆ ก็จะได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มีความก้าวหน้าด้านพัฒนาการ และเจริญเติบโตทางอารมณ์ได้ด้วยดีค่ะ

Photo Credit: Andrik Langfield | Unsplash

ทำอย่างไรดี ลูกออทิสติกไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์แบบสองทางกับบุคคลอื่น! | บ้านอุ่นรัก

ทำอย่างไรดี ลูกออทิสติกไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์แบบสองทางกับบุคคลอื่น! | บ้านอุ่นรัก

โดยทั่วไปแล้ว ลูกในวัยทารกจนถึงวัยอนุบาลที่ไม่มีอาการออทิสติก ก็จะมีปฏิสัมพันธ์แบบสองทางกับบุคคลอื่นและมีพัฒนาการทางสังคมที่โดดเด่น ดังนั้น จึงสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ได้โดยไม่มีปัญหาใด ๆ มากนัก คือ 

  • ค่อย ๆ เข้าสังคมกับกลุ่มเพื่อนในวัยเดียวกันหรือกับคนรอบข้างได้ แม้ในระยะแรก ๆ อาจเอียงอาย ไม่กล้าเข้าไปเล่นร่วม แต่ก็มีท่าทีสนใจ สังเกตเห็น หันมอง จ้องมอง มองตาม และคอยสังเกตอากัปกริยาต่าง ๆ ของคนอื่น แต่ในท้ายที่สุด ก็จะเข้าไปเล่นร่วม อยู่ในกลุ่ม และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ผ่านการเล่นที่สนุกสนานและการเข้าสังคมนั้น
  • มีปฏิสัมพันธ์แบบสองทางในเชิงสานต่อกับคนรอบข้างอย่างเห็นได้ชัด และเกาะติ ชี้ชวน เลียนแบบ สานต่อแบบสองทางกับพ่อแม่ปู่ย่าตายาย ผู้เลี้ยงดู ครู หรือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดในชีวิตประจำวัน
  • ตระหนักรู้ มองเห็น สังเกต พิจารณาอากัปกริยาหรือการตอบสนองของคนรอบตัวตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อีกทั้งเรียนรู้โดยปริยายถึงวิธีสานต่อหรือตอบสนองกับคนอื่น เช่น โต้ตอบการสนทนากับพี่ ๆ ที่ร้านสะดวกซื้อ พูดคุยกับพ่อค้าขายไอศกรีม หรือทักทายกับเพื่อนตัวเล็ก ๆ (หรือแม้แต่กับลูกหมาลูกแมว) ที่พบระหว่างทาง
  • ลูกวัย 2 ขวบขึ้นไป จะเริ่มต้นสนใจเล่นร่วมกับเพื่อนจากระยะเวลาสั้น ๆ แล้วค่อย ๆ ทำได้นานขึ้นตามลำดับ และเล่นอย่างมีรูปแบบมากขึ้น
  • เมื่อถึงวัย 3 ขวบ ลูกมักต้องการเข้ากลุ่มเพื่อเล่นสนุกไปกับเพื่อน เล่นอย่างมีรูปแบบ แถมยังมีและยอมรับกติกาการเล่นแบบง่าย ๆ ภายในกลุ่มของตนเองได้อีกด้วย

แต่สำหรับลูกออทิสติก ภาพการสานต่อแบบสองทางเช่นที่ว่านี้ ดูเหมือนจะถูกตัดตอนลงกลางคัน ลูกจึงมักจะมีลักษณะ ดังนี้ คือ

  • เลี่ยงการสบตากับคู่สนทนา ไม่ช้อนตามองเมื่อมีคนมาแตะตัวหรือเล่นด้วย
  • ในยามดีใจ ตกใจ เสียใจ หรือภูมิใจ ก็ไม่มองไปรอบ ๆ ไม่มองหาพ่อแม่หรือคนใกล้ชิดเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้สึก
  • ลูกอาจวิ่งเข้ามาหา มาดึงมือ มานั่งตัก แต่ไม่มีการสานต่อ ไม่เงยหน้ามอง ไม่สบตา ไม่พยักพเยิด หรือหากพ่อแม่ชี้ชวน ล้อเล่น หรือเรียกหาจากระยะไกล ลูกก็ไม่สนใจ
  • ไม่เหลียวมองคนที่เดินผ่าน หรือเดินผ่านคนอื่นไปโดยไม่ตระหนักรู้
  • หากเลือกได้ ลูกจะแยกตัวออกมานั่งเล่นคนเดียว ง่วนอยู่กับสิ่งที่ตนเองสนใจ หรือวิ่งเล่นปีนป่ายอยู่คนเดียวมากกว่าจะอยู่ร่วมกับคนใกล้ชิด
  • เมื่อได้พบกับเด็กในวัยเดียวกัน ก็ไม่ค่อยสนใจไปสานต่อ แม้ในบางครั้ง ลูกอาจเข้าไปหาเพื่อน แต่มุ่งเข้าไปหาเพื่อไปเอาของเล่นที่เพื่อนกำลังเล่นมากกว่าไปสานต่อเพื่อเล่นร่วมกับเพื่อน
  • ลูกอาจไปวิ่งเล่นร่วมกับเด็ก ๆ คนอื่น แบบอาศัยวงจรการวิ่งของเพื่อน ๆ แต่กลับเล่นสนุกคนเดียวโดยไม่มีท่าทีพยักพเยิด ล้อเล่น สบตา ยิ้มหัวเราะร่วมกันในเชิงสานต่อแบบสองทางกับเพื่อน

โดยธรรมชาติที่ลูกออทิสติกขาดการมีปฏิสัมพันธ์แบบสองทางกับบุคคลอื่นนี้ ลูกจึงขาดโอกาสที่จะพัฒนาทักษะทางสังคม ขาดการเรียนรู้ผ่านการเล่นและการเข้าสังคม ขาดการใช้หรือพัฒนาทักษะภาษาเพื่อการสื่อสารกับบุคคลอื่น และมีพฤติกรรมบางอย่างที่แตกต่างจากเด็กทั่ว ๆ ไป

แม้ลูกออทิสติกจะมีปัญหาเหล่านี้ บ้านอุ่นรักก็ขอให้คุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง มีกำลังใจและเชื่อมั่นว่า “ทุกปัญหา มีหนทางแก้ไข และท่านคือหัวเรือใหญ่ที่จะช่วยลูก ๆ แก้ปัญหานี้”

ขอเพียงท่านมองลูกตามความเป็นจริง กล้าเผชิญความจริง ตั้งสติได้เร็ว และเริ่มลงมือช่วยลูกแก้ไขปัญหาอย่างเต็มความสามารถเสียแต่วันนี้ ในไม่ช้า ลูก ๆ ก็จะมีพัฒนาการทางสังคมและมีปฏิสัมพันธ์แบบสองทางกับบุคคลอื่นที่ดีขึ้นได้ตามลำดับค่ะ

Photo Credit: Conner Baker | Unsplash