6 ข้อคิดดี ๆ เรื่องการใช้เวลาอยู่กับลูกหลานอย่างมีคุณภาพ | บ้านอุ่นรัก

6 ข้อคิดดี ๆ เรื่องการใช้เวลาอยู่กับลูกหลานอย่างมีคุณภาพ | บ้านอุ่นรัก

ในฐานะที่พวกเราเป็นคุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้ปกครองของเด็ก ๆ “บ้านอุ่นรัก” เชื่อมั่นว่าเราต่างมีหน้าที่โดยตรงที่จะทำทุก ๆ อย่างที่เราทำได้ด้วยตัวของเราเองอย่างดีที่สุดเพื่อประคับประคองชีวิตของเด็ก ๆ ให้ไปสู่เป้าหมาย คือ การดำรงชีวิตที่ดีในอนาคตได้ด้วยตนเอง และ    การใช้เวลาอยู่กับลูกหลานนับเป็นสิ่งที่ดีที่สุดประการหนึ่งที่เราสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวของเราเองค่ะ

ในวันนี้ บ้านอุ่นรักจึงนำ 6 ข้อคิดดี ๆ เรื่องการใช้เวลาอยู่กับลูกหลานอย่างมีคุณภาพ มาฝากเพื่อน ๆ ค่ะ

หนึ่ง: ต้องเจียดเวลาเฉพาะไว้ให้ลูกหลานในทุก ๆ วัน ๆ ละ 30-60 นาทีเป็นอย่างน้อย ส่วนจะเป็นช่วงเวลาใดนั้น ขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตประจำวันจริง ๆ ของแต่ละครอบครัวที่จะจัดการให้ลงตัวค่ะ

สอง: การแบ่งเวลาให้ลูกหลานเป็นรอบ ๆ รอบละ 15-30 นาทีเป็นเรื่องที่ดีเพราะจะทำให้เราได้คลุกคลีกับเด็ก ๆ บ่อย ๆ หลาย ๆ รอบต่อวันเพื่อทำกิจกรรมดี ๆ ที่หลากหลายร่วมกันได้ค่ะ

สาม: การให้เวลากับลูกหลานคือเราได้อยู่ตรงนั้นเพื่อลูกหลานอย่างแท้จริง โดยไม่มีไลน์ เฟสบุ๊ค ยูทูป โทรศัพท์ โทรทัศน์ งานบ้าน หรืองานของเรา มาแย่งความสนใจของเราไปจากลูกหลาน

สี่: เราจะใช้เวลาอยู่กับเด็ก ๆ อย่างแท้จริงเพื่อชวนเล่น ชวนออกกำลังกาย ชวนทำกิจกรรมสร้างสรรค์ที่หลากหลาย และฝึกลูกหลานเรื่องการช่วยเหลือและพึ่งพาตนเอง หากทำได้เช่นนี้คือเราได้ใช้เวลาอยู่ตรงหน้ากับเด็ก ๆ โดยไม่ต้องอาศัยองค์ความรู้หรือทฤษฎีใด ๆ แต่กลับเป็นเวลาคุณภาพที่ก่อให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริงต่อเด็ก ๆ ได้ในทุก ๆ วันค่ะ

ห้า: ใช้เวลาร่วมกับเด็ก ๆ ที่บ้านเป็นเรื่องที่ดี ทั้งนี้เพราะเราอาจเผลอคิดไปว่าการออกไปนอกบ้านกับเด็ก ๆ คือเราได้ไปร่วมทำกิจกรรมเหล่านั้นกับเด็ก ๆ แล้ว แต่อันที่จริง การทำเช่นนั้นอาจหมายถึงเรามีหน้าที่เพียงเป็นคนขับรถที่พาพวกเขาไปทำกิจกรรมเหล่านั้นร่วมกับคนอื่น ๆ แต่เรากลับไม่ได้ร่วมทำกิจกรรมนั้น ๆ กับเด็ก ๆ เลยค่ะ

หก: การใช้เวลาอยู่กับลูกหลานแม้จะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดที่เราสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวของเราเอง แต่ต้องมีการคิดทบทวนอยู่บ่อย ๆ ด้วยว่า (1) เรายังคงเจียดเวลาเพื่อทำสิ่งดี ๆ ร่วมกับเด็ก ๆ ด้วยตัวของเราเองและ (2) เรายังทำอย่างดีที่สุดในทุก ๆ วัน ใช่หรือไม่ ทั้งนี้เพื่อเตือนตนเองไม่ให้เผลอไผลละเลยจนลืมที่จะเจียดเวลาเฉพาะไว้ให้กับลูกหลานในทุก ๆ วันให้ได้วันละ 30-60 นาทีเป็นอย่างน้อยนั่นเองค่ะ

เวลาทุกวินาที่เรารู้ว่ามีคุณค่า หากเราได้ใช้เวลาที่มีคุณค่านั้นกับลูกหลานอย่างมีคุณภาพแท้จริง เวลาที่มีคุณค่านั้นก็จะยิ่งมีคุณค่าแบบเท่าทวีคูณเลยนะคะ 

Photo Credit: Liana Mikah | Unsplash

ผูกพันกันด้วยมิตรจิต อยู่ร่วมกันอย่างคนเป็นมิตรที่แจ่มใส | บ้านอุ่นรัก

ผูกพันกันด้วยมิตรจิต อยู่ร่วมกันอย่างคนเป็นมิตรที่แจ่มใส | บ้านอุ่นรัก

เรามาตั้งจิตที่จะมีใจดวงใหม่ที่เป็นมิตรและแจ่มใส

…ฝึกตนที่จะพูด โดยเปลี่ยนคำพูดที่ออกจากปากของเราเป็นเสมือนดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอม

…กล่าวคำรับรู้ถึงความรู้สึกคนรอบข้างมากขึ้น

…บอกสิ่งดี ๆ ที่ซ่อนในใจว่าเราห่วงใยหรือรู้สึกขอบคุณมากขึ้น

…ถามไถ่อย่างมองเห็นตัวตนของคนข้าง ๆ มากขึ้น

…ชื่นชมในความสำเร็จเล็ก ๆ ของคนข้าง ๆ มากขึ้น

หากจำเป็นต้องตักเตือน…พูดด้วยเมตตาและพร้อมอภัยให้มากขึ้น

“มิตรจิต มิตรแจ่มใส” คือ จิตดวงใหม่ของเรา

Photo Credit: Kate Kozyrka | Unsplash

“การเตรียมความพร้อม” เรื่องที่เราต้องทำ ก่อนส่งลูกออทิสติกเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาล | บ้านอุ่นรัก

“การเตรียมความพร้อม” เรื่องที่เราต้องทำ ก่อนส่งลูกออทิสติกเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาล | บ้านอุ่นรัก

ก่อนจะส่งลูกออทิสติกเข้าชั้นเรียนอนุบาลที่โรงเรียน เราอยากชวนคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองลองทำ Checklist สิ่งที่เราต้องเตรียมกันดูนะคะ

เรามั่นใจว่าคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองทุกบ้านทุกครอบครัว ล้วนมีการเตรียมความพร้อมด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการสอนลูกอ่าน ก ไก่ ถึง ฮ นกฮูก ท่อง A ถึง Z สอนลูกเรื่องสีและรูปทรง ฝึกให้ลูกนับเลขหลักหน่วย สิบ หรือร้อย สอนลูกเรื่องการอยู่ร่วมกับผู้อื่น และแม้แต่การเตรียมหาโรงเรียนให้ลูก วิ่งวุ่นซื้อชุดนักเรียน ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่คิดว่าลูกต้องใช้ที่โรงเรียน ซึ่งกว่าจะเตรียมพร้อมกันจนครบเสร็จสรรพ คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองคงเหงื่อตกและเหน็ดเหนื่อยเอาเรื่องกันพอสมควรเลยนะคะ

แต่สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองของลูก ๆ ออทิสติก แม้เราไม่บอก ท่านก็รู้ว่า “ความพร้อมที่ท่านต้องเตรียม มีมากกว่านั้น” และเป็นเรื่องที่ไม่ท่านอาจรอให้ถึงอนุบาลแล้วค่อยเตรียม แต่ “ท่านต้องลงมือเตรียมเสียแต่เนิ่น ๆ นานพอสมควร ก่อนที่จะส่งลูกออทิสติกเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาล” ค่ะ  

ก่อนจะคุยกันต่อเรื่องการเตรียมความพร้อมเพื่อลูกออทิสติกได้เข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาลและเรียนรู้อย่างมีความหมาย เรามีคำถาม 3 ข้อ มาถามคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองค่ะ ลองตอบในใจ แล้วอ่านบทความนี้ต่อ ในที่สุดท่านจะรู้ว่าคำถามเหล่านี้เกี่ยวข้องกับลูกออทิสติกที่จะเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาลอย่างไรค่ะ

คำถาม 3 ข้อที่เรา (คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง) ต้องตอบ ก่อนส่งลูกออทิสติกเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาล

  1. อะไรคือความพร้อมพื้นฐานสำคัญ 3 ประการที่ลูกต้องมี เพื่อจะทำให้ลูกเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่โรงเรียนได้อย่างมีความหมาย
  2. ลูกมีธรรมชาติและอาการใดบ้างที่เป็นอุปสรรคในการเข้าเรียนร่วมในโรงเรียน
  3. เรามีแนวทางและรู้ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม ก่อนที่จะส่งลูกเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนแล้ว ใช่หรือไม่

เรื่องการเตรียมความพร้อมก่อนส่งลูกออทิสติกวัยอนุบาลเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนนี้ ยิ่งทำเร็ว ก็ยิ่งดีนะคะ และครูนิ่มได้จัดทำคอร์สออนไลน์ที่น่าสนใจเรื่องนี้ไว้แล้ว หากท่านสนใจ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมของคอร์สนี้ ตามลิ้งค์ที่เราแปะมาข้างล่างนี้ค่ะ

https://www.skilllane.com/instructors/nisita?fbclid=IwAR3MLfR-vXGpUdeOGJiuft8kuGkDXBQuWdtU_KolmD7LZTorI6XsTKkB0r4

https://static.edumall.co.th/courses/HowtoprepareyourAutisticChildforkindergarten/detail?fbclid=IwAR0SyDLLYvuOxnqXLt7vERjEPIk3x9cFWBeJ9hRjtbKYY7mGHPJZjBMZZiM

กลับมาที่คำถาม 3 ข้อที่เราตั้งไว้ให้ตอบ ซึ่งตอนนี้ เราขอเฉลยคำตอบของคำถามข้อที่ 1 ก่อนว่า ความพร้อมพื้นฐานสำคัญ 3 ข้อที่ลูกออทิสติกต้องมี เพื่อทำให้ลูกเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่โรงเรียนได้อย่างมีความหมาย ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

ความพร้อมพื้นฐาน 3 ข้อที่ลูกออทิสติกต้องมี เพื่อทำให้ลูกเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่โรงเรียนได้อย่างมีความหมาย

  1. มีการตอบสนองและมีส่วนร่วมตามตารางกิจวัตรประจำวันที่โรงเรียนอย่างมีความหมาย
  2. มีทักษะในการควบคุมตนและการดำรงชีวิตประจำวันร่วมกับคนอื่น ๆ ที่โรงเรียน
  3. มีความพร้อมด้านทักษะการเรียนรู้และมีพื้นฐานด้านวิชาการ

คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองลองพิจารณาข้อเท็จจริงว่าลูกมีความพร้อมพื้นฐานทั้ง 3 ประการแล้วใช่หรือไม่ หรือลูกยังขาดความพร้อมพื้นฐานข้อใดบ้าง และคำถามใหญ่ คือ ท่านจะช่วยลูกของท่าน “เตรียมตัวให้พร้อมพอสมควร” ได้อย่างไร

คำตอบในใจของคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง คงมีหลากหลาย ตั้งแต่ลูกพร้อมแล้ว พร้อมบ้างในบางด้าน หรือไม่พร้อมหลายด้าน ทั้งนี้ทั้งนั้น พร้อมหรือไม่พร้อม แค่ไหน อย่างไร ล้วนมีที่มาที่ไปและมีสาเหตุค่ะ และในตอนนี้ เรามาดูกันว่าอะไรคือสาเหตุของปัญหาที่ทำให้ลูกออทิสติกอาจขาดความพร้อมไปพร้อม ๆ กันนะคะ

โดยธรรมชาติแล้ว ลูกออทิสติกจะมีกลุ่มของอาการสำคัญ 3 ประการที่เป็นสาเหตุของปัญหาเรื่องความพร้อม เป็นข้อจำกัด และกีดขวางการเรียนรู้ของลูก ๆ คือ

  1. มีความสนใจและตอบสนองต่อสิ่งรอบตัวจำกัด
  2. ยึดติดรูปแบบ ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ปรับตัวยาก
  3. มีระบบการรับรู้ไม่สมดุล จึงวิตกกังวลต่อสิ่งรอบตัวได้ง่ายและแสดงพฤติกรรมที่แตกต่างจากเด็กในวัยเดียวกัน

คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองรู้จักธรรมชาติและอาการของลูกดีกว่าใคร จึงย่อมรู้ว่าลูกอาจจะมีปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือแม้แต่มีปัญหาข้างต้นมากกว่าหนึ่งข้อ ที่จะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาล หรือแม้แต่ลูกได้เข้าเรียนร่วมในชั้นเรียนแล้ว ท่านอาจพบว่าลูกเพียงแค่ไป “เรียนรวมอยู่กับเด็ก ๆ คนอื่น” แต่กลับไม่ได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่คุณครูสอนอย่างมีความหมายที่แท้จริงเลย

แม้อาการต่าง ๆ 3 กลุ่มข้างต้นของลูกจะเป็นอุปสรรคสำคัญที่ส่งผลให้ลูกมีปัญหาเรื่องความพร้อมพื้นฐานสำคัญ 3 ประการในการเข้าเรียนร่วม ต่อเนื่องไปจนกีดขวางลูกจากการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อย่างมีความหมาย แต่จากการที่ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” ทำงานด้านการกระตุ้นพัฒนาการและการเตรียมความพร้อมให้ลูก ๆ ออทิสติกวัย 2-5 ขวบ มานาน 26 ปี ประกอบกับเราได้ทำงานเรื่องการประสานงานเพื่อส่งลูกศิษย์ออทิสติกตัวน้อย ๆ ของเราเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาลหลายแห่ง หลายรุ่น ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เราพบว่าการมีแนวทางการกระตุ้นพัฒนาการและการเตรียมความพร้อมที่ดีเป็นเรื่องที่ช่วยเด็ก ๆ ให้ได้เข้าเรียนร่วมในชั้นเรียนอนุบาลได้เป็นอย่างดีค่ะ

 การเตรียมความพร้อมให้ดีที่บ้านอุ่นรักทำได้นั้น ไม่ใช่เรื่องไกลตัวจนเกินที่จะเป็นจริงได้ แต่เป็นเรื่องที่คุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครองทุก ๆ ท่านสามารถลงมือทำที่บ้านได้เช่นกันค่ะ ขอเพียงท่านได้เรียนรู้ ตลอดจนตั้งใจและลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง ในระยะเวลาที่ยาวนานมากพอ ในที่สุดความทุ่มเทของท่านที่ได้ลงมือช่วยลูก ก็จะส่งผลดีต่อลูกในลักษณะเดียวกันกับที่เราทำได้ค่ะ  

ประโยชน์ที่ลูกจะได้รับจากการเตรียมความพร้อมที่ดี มีอะไรบ้างนะ มาอ่านกันต่อเลยค่ะ

  1. ลูกจะค่อย ๆ มีความพร้อมพื้นฐานสำคัญ 3 ประการที่ต้องมี ดังนั้น เมื่อลูกเรียนร่วมในชั้นเรียน ลูกจะเกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้อย่างมีความหมาย
  2. กลุ่มของอาการ 3 ประการสำคัญที่เคยจำกัดและกีดขวางการเรียนรู้ของลูกจะบรรเทาเบาบางลง จนถึงระดับที่ลูกมีความพร้อมมากพอในการเข้าเรียนร่วมในชั้นเรียนอนุบาลต่อเนื่องต่อไปได้

การเตรียมความพร้อม เป็นเรื่องที่เราเรียนรู้ได้ ลงมือทำเองได้ที่บ้าน ยิ่งทำเร็วก็ยิ่งดี แต่ขอเน้นว่าเราต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง ในระยะเวลาที่ยาวนานมากพอ ก่อนที่จะส่งลูกเข้าโรงเรียนอนุบาลค่ะ ลูกจึงจะได้รับประโยชน์จากการเตรียมความพร้อมนี้

ในลำดับถัดไป เราจะนำเสนอกรอบความคิดเรื่องขั้นตอนการเตรียมความพร้อม ซึ่งเราบอกได้ด้วยความมั่นใจว่า เราทำได้แล้วจริง ๆ และสิ่งที่เราทำ ช่วยลูก ๆ ออทิสติกได้จริง ๆ” และขอให้คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองมั่นใจว่า ท่านก็ทำได้ เช่นเดียวกันกับเราค่ะ

ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมของ “บ้านอุ่นรัก” เกิดจากการสะสมองค์ความรู้ทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติที่เราได้ทำงานด้านการกระตุ้นพัฒนาการและการเตรียมความพร้อมให้ลูกออทิสติกมานาน อีกทั้งเราได้ทำงานร่วมกับโรงเรียนอนุบาลต่าง ๆ ในหลายแง่มุม เราจึงมีมุมมอง มีกรอบของความคิด มีการเก็บข้อมูลเพื่อวัดผลและตรวจสอบประสิทธิภาพของแนวทางต่าง ๆ ที่ได้ใช้ ตลอดจนพัฒนาแนวทางหรือรูปแบบการกระตุ้นพัฒนาการและการเตรียมความพร้อมเป็นระยะ ๆ อย่างสม่ำเสมอ จนในที่สุด เราได้พบเส้นทางและขั้นตอนการเตรียมความพร้อมที่ดี ทำแล้วเห็นผล และทำได้จริงในชีวิตประจำวันค่ะ

เรื่องการเตรียมความพร้อมที่เราได้เกริ่นมาข้างต้น เราเน้นที่การพิจารณาว่าลูก ๆ ออทิสติกของเรามีอะไรบ้าง คือ

  1. มีความพร้อมพื้นฐานสำคัญ 3 ประการหรือไม่ อย่างไร
  2. มีธรรมชาติและลักษณะของกลุ่มอาการใดบ้างจาก 3 กลุ่มอาการ อันเป็นอุปสรรคสำคัญ ที่จำกัดและกีดขวางการเรียนรู้ของลูก

แต่จากนี้ไป เราจะให้ความสำคัญกับสิ่งที่คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองต้องมีกันแล้วนะคะ เพราะการที่ท่านมีสิ่งที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ สำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาลค่ะ

สิ่งที่คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองต้องมีและรู้ คือ “มีแนวทางและรู้ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม” ค่ะ

3 ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม ประกอบด้วย

  1. มีการกระตุ้นพัฒนาการระยะเริ่มแรก (Early Intervention) ให้กับลูก ๆ สำหรับขั้นตอนนี้ เรามุ่งแก้ไขอาการและธรรมชาติของลูกออทิสติกที่ยังขัดขวางพัฒนาการและการเรียนรู้ ซึ่งทำได้โดยการเพิ่มความใส่ใจต่อบุคคล เพิ่มทักษะการสานต่อปฎิสัมพันธ์แบบสองทาง กระตุ้นการเลียนแบบ  เพิ่มความสนใจต่อสิ่งเร้ารอบตัวอย่างมีความหมาย เพิ่มทักษะทางภาษา ทั้งการขยายศัพท์ การฟังเข้าใจ  การพูดสื่อสาร เพิ่มช่วงการคงสมาธิ และมีการปรับความสมดุลของระบบการรับสัมผัส เป็นต้น
  2. มีการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าโรงเรียน (School Readiness) ให้กับลูก ๆ ขั้นตอนนี้เน้นการทำงาน 3 ด้าน คือ
  • เตรียมให้ลูก ๆ มีแรงจูงใจด้วยตนเองที่จะตอบสนองและมีส่วนร่วมกับกิจกรรม ตามตารางกิจวัตรประจำวันอย่างมีความหมายมากขึ้น
  • สอนและฝึกลูก ๆ เรื่องการดำรงชีวิตประจำวันและการควบคุมตนเองในด้านพฤติกรรม ทั้งนี้ ต้องมีการปรับพฤติกรรมที่ขัดขวางการดำรงชีวิตและการอยู่ร่วมกับบุคคลรอบข้าง และเพิ่มทักษะพื้นฐานในการช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวันพร้อม ๆ กันไปด้วย
  • เตรียมความพร้อมด้านทักษะการเรียนรู้ และพื้นฐานวิชาการ ตามหลักสูตรการเรียนชั้นอนุบาลให้กับลูก ๆ
  1. มีการประสานงานการเรียนร่วมในโรงเรียน ขั้นตอนนี้เป็นการทำงานร่วมกัน 3 ฝ่ายระหว่างบ้าน โรงเรียน และทีมบำบัด และมีจุดประสงค์หลัก คือ การสนับสนุนให้ลูก  ๆ สามารถปรับตัวให้เข้ากับชีวิตในโรงเรียนให้ได้ และลูกได้ใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ จนถึงระดับที่ลูกสามารถเข้าเรียนร่วมอย่างมีความหมายได้อย่างแท้จริง

อุปสรรคและปัญหาเกิดขึ้นได้ตลอดระยะเวลาที่ลูกของเราเจริญเติบโต แต่ด้วยความรักความปรารถนาดีของคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง และสมาชิกทุกคนในครอบครัว ด้วยรอยยิ้มและอ้อมกอดที่ยอมรับความเป็นลูกออทิสติก ความเข้มแข็ง ความอดทน ความพร้อมที่จะสู้ และความเชื่อมั่นในศักยภาพของลูกและของตัวท่านเองที่มีมากพอ ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นองค์ประกอบที่นำทางทุกท่านสู่ความสำเร็จตามที่มุ่งหวังได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

ความสำเร็จในการเตรียมความพร้อมจะมากหรือน้อย ลูกจะได้รับประโยชน์ที่แท้จริงจากการเตรียมความพร้อมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับแรงกายที่จะลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง ยาวนานมากพอ และแรงใจที่จะทำให้สำเร็จ ไม่ล้มเลิกกลางคัน ที่คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองพยายามและทุ่มเทลงไปค่ะ

ได้อ่านบทความนี้และบทความต่าง ๆ ของเราแล้ว รู้สึกเช่นไร มีอะไรอยากถาม อยากบอก กรุณาติดต่อมาเพื่อบอกเรานะคะ 

ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” จะเป็นเพื่อนคู่คิดให้ทุกท่าน เป็นครูของลูก ๆ และเป็นกองหนุนที่พร้อมส่งมอบกำลังใจไปยังคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง ลูก ๆ ทุกบ้านทุกครอบครัว และคุณครูทุกโรงเรียนเสมอค่ะ

จะก้าวข้ามปัญหาและขวากหนามด้วยความตั้งใจ | บ้านอุ่นรัก

จะก้าวข้ามปัญหาและขวากหนามด้วยความตั้งใจ | บ้านอุ่นรัก

เพราะเราตั้งใจไว้ว่า “ลูกของเราจะต้องอยู่รอด” ดังนั้น แม้ชีวิตของลูกและเราจะมีความทุกข์ เราก็จะใช้ความตั้งใจที่จะทำเพื่อลูกเป็นแสงนำทางให้กับชีวิต

เราจะเดินตามแสงนำทางนั้นไปพร้อม ๆ กับลูก อย่างคนที่มีเป้าหมายและความหวัง

เราและลูกจะยืนอยู่บนโลกใบนี้อย่างคนที่มีความสุข

เราจะใช้สติและมีช่องว่างทางอารมณ์ให้มากพอ เพื่อเตรียมรับมือกับเรื่องดีร้ายต่าง ๆ ที่อาจถาโถมเข้ามาในชีวิตของลูกและเรา

เราจะเห็นคุณค่าและรู้รักษาความรักที่ลูกและเรามีต่อคนรอบข้างเอาไว้ให้ได้

เราจะไม่ปิดกั้นหัวใจ แต่จะยินดีเปิดโอกาสให้คนรอบข้างที่ดีทุก ๆ คนได้เข้ามาช่วยเหลือเรา และเป็นส่วนหนึ่งที่จะร่วมกันดูแลลูกของเรา

เพราะเราตั้งใจแล้วว่า “ลูกของเราจะต้องอยู่รอด” … ดังนั้น นับจากนี้ เราจะอนุญาตให้ลูกและเราได้มีความสุขบนเส้นทางของชีวิต

เราจะค่อย ๆ นำทางลูกเดินไปสู่จุดหมายปลายทาง ที่ “ลูกอยู่รอด” ให้สมดังความตั้งใจของเรา

Photo Credit: Alexandru Acea | Unsplash

สื่อสารกับลูกออทิสติกอย่างเป็นรูปธรรม | บ้านอุ่นรัก

สื่อสารกับลูกออทิสติกอย่างเป็นรูปธรรม | บ้านอุ่นรัก

 

ลักษณะที่เด่นชัดอีกสองประการของลูกออทิสติก คือ (1) มีทักษะทางภาษาที่จำกัด และ (2) มีการสื่อความหมายแบบไม่สมวัย

ปัญหาทั้งสองประการนี้ ส่งผลให้ลูกมีชีวิตประจำวันที่ไม่ค่อยปกติสุข ไม่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างมีประสิทธิภาพได้ด้วยตนเอง ไม่สามารถบอกความต้องการของตนเองให้ผู้อื่นรู้และเข้าใจได้ ไม่ค่อยเข้าใจความหมายของเรื่องต่าง ๆ ที่เราหรือผู้อื่นสื่อสารกับลูก พูดสื่อความหมายได้จำกัด โต้ตอบการสนทนาแบบไม่สมวัย ใช้ภาษากาย สีหน้า และแววตาในการแสดงอารมณ์ได้ไม่ดี และใช้ท่าทางในการสื่อความหมายได้น้อย กล่าวโดยสรุป คือ ลูกไม่ค่อยเข้าใจภาษา และแม้จะเข้าใจภาษาพื้นฐานสั้นๆ ที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวัน แต่ก็ไม่เข้าใจความหมายของการสื่อสารผ่านประโยคยาวๆ หรือประโยคที่มีความหมายซับซ้อนได้อย่างแท้จริง

สำหรับปัญหาทักษะการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารของลูกนี้ คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองไม่ควรปล่อยผ่านหรือละเลย แต่ต้องรีบพาลูกไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กหรือจิตแพทย์เด็ก เพื่อแพทย์วินิจฉัยอาการ ตลอดจนหาทางบำบัดรักษาให้ทันท่วงที โดยปกติแล้ว การบำบัดรักษาปัญหานี้ต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนาน (ประมาณ 6-24 เดือน) และควรบำบัดรักษาก่อนลูกเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาล เพราะหากบำบัดรักษาลูกหลังลูกเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาลแล้ว ปัญหาของลูกอาจจะซับซ้อนจนแก้ไขได้ยาก และทำให้ลูกไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในชั้นเรียนได้ตามปกติค่ะ

ในการเรียนการสอนลูกออทิสติกที่ไม่ค่อยเข้าใจภาษา บ้านอุ่นรักใช้ “การสื่อสารอย่างเป็นรูปธรรมในการสื่อสารกับลูกออทิสติก” เพื่อช่วยให้ลูก ๆ เข้าใจภาษาหรือเข้าใจความหมายของการสื่อสารตรงหน้าได้ดียิ่งขึ้น กล่าวคือ ในการสอนเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เราจะ…

  • ประมวลภาพรวมของเหตุการณ์นั้น จากนั้น แยกภาพรวมออกเป็นส่วน ๆ เป็นภาพย่อย ๆ เรียงตามลำดับ…หนึ่ง…สอง…สาม…ไปจนกระทั่งจบเหตุการณ์
  • แปลงภาพเหตุการณ์แต่ละส่วนออกมาเป็นรูปภาพ ภาพวาด หรือภาพถ่ายย่อย ๆ เพื่อสื่อสารกับลูก ทั้งนี้ เราอาจใช้ตัวเขียน ตัวอักษร ตัวเลข การเขียนคำประกอบ ใช้สีช่วยความจำ ใช้ของจริง โมเดล หรือการ์ดภาพ มาประกอบการสื่อสารกับลูก เพื่อทำให้ลูกเข้าใจภาษาได้ง่ายขึ้น
  • แปลงภาษาประโยคที่ยาว ๆ ออกมาเป็นภาพสั้น ๆ เป็นคำพูดสั้น ๆ อธิบายแบบกระชับตรงไปตรงมา หรือย่อสั้นๆ แบบสรุปความ เพื่อค่อย ๆ แนะนำลูกไปช้า ๆ ทีละขั้นตามลำดับ ให้เหมาะกับระดับความเข้าใจหรือความสามารถทางภาษาของลูก
  • แปลงคำโดยนัยให้กลายเป็นคำที่สื่อความหมายทางตรง เช่น

คำที่มีความหมายโดยนัย: วันนี้ฝนตกแบบไม่ลืมหูลีมตา ลูกไม่ควรออกไปวิ่งเล่นในสนามนะคะ

คำที่สื่อความหมายทางตรง: วันนี้ฝนตกหนัก ลูกจึงต้องเล่นอยู่ในบ้านค่ะ

  • ใช้สมุดสื่อสารหรือการอัดเสียงมาประกอบการสื่อสารกับลูก
  • ให้ลูกได้มีส่วนร่วมลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ตามลำดับขั้นตอนที่ระบุชัด (จากขั้นตอนที่หนึ่ง สอง สาม ไปทีละขั้นตามลำดับจนถึงขั้นตอนสุดท้าย) เพื่อสร้างประสบการณ์ตรงหรือประสบการณ์จริงให้กับลูก ทั้งนี้ เราจะอธิบายขั้นตอนการลงมือทำด้วยภาพวาดหรือคำอธิบายสั้น ๆ ที่ระบุแนวทางการแก้ปัญหา และมีการแสดงบทบาทสมมุติเสมือนจริงหรือจำลองเหตุการณ์ให้ลูกได้ลงมือทำ การชวนลูกคุยในขณะที่ลงมือทำจะช่วยกระตุ้นให้ลูกคิดและฝึกฝนการตอบโต้เสมือนจริง ทั้งนี้ ต้องมีการฝึกและลงมือปฏิบัติจริงบ่อย ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ตรงซ้ำ ๆ ให้กับลูกจนลูกจดจำทุกขั้นตอนของเหตุการณ์นั้น ๆ ได้อย่างแม่นยำ เช่น แม่ผลักตัวลูก แม่ล๊อคตัวลูกไว้ แล้วพูดสอนลูกว่า เมื่อเกิดสถานการณ์แบบนี้ ลูกจะพูดว่าอะไรและลูกจะทำอะไรเพื่อแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว เป็นต้น

สำหรับลูกออทิสติกนั้น การสื่อสารอย่างเป็นรูปธรรมตามแนวทางที่บ้านอุ่นรักกล่าวไว้ข้างต้น จะช่วยให้ลูกเรียนรู้ได้ดีขึ้น เรียนรู้ได้ง่ายขึ้น และช่วยให้ลูกเข้าใจภาษาได้ดีขึ้นมากกว่าการพูดคุยแต่เพียงอย่างเดียว ลองทำดูนะคะ

Photo Credit: Joshua Coleman | Unsplash