ฮาวทู ใช้การเล่นและการทำกิจกรรมร่วมกันกับลูกที่บ้าน เพื่อกระตุ้นให้ลูกเข้ามามีส่วนร่วม | บ้านอุ่นรัก

ฮาวทู ใช้การเล่นและการทำกิจกรรมร่วมกันกับลูกที่บ้าน เพื่อกระตุ้นให้ลูกเข้ามามีส่วนร่วม | บ้านอุ่นรัก

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563 องค์กรออทิซึมสปีค (Autism Speaks) โดยความร่วมมือจากองค์การอนามัยโลก (World Health Organization หรือ WHO) ได้เผยแพร่วิดีโอชุดใหม่เกี่ยวกับเคล็ดลับง่าย ๆ ในการเพิ่มทักษะการดูแลเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่มีปัญหาด้านพัฒนาการ เช่น เด็กออทิสติก

องค์กรออทิซึมสปีคตั้งเป้าหมายให้วิดีโอชุดนี้เป็นเครื่องมือในการให้ความรู้ บอกเคล็ดลับ ตลอดจนแสดงตัวอย่างและขั้นตอนง่าย ๆ ในการลงมือทำที่จะช่วยให้พ่อแม่ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กมีแนวทาง ทราบขั้นตอนการลงมือทำ และได้ฝึกทักษะการดูแลเด็กอันจะส่งผลดีในการช่วยสร้างเสริมพัฒนาการให้กับเด็ก ๆ ที่บ้านด้วยตนเองได้ต่อไป

สำหรับวิดีโอเคล็ดลับการเพิ่มพูนทักษะการดูแลเด็กที่มีความต้องการเป็นพิเศษที่เรานำมาแชร์ในวันนี้ เป็นการแสดงตัวอย่าง “ฮาวทู” (How To) ใช้การเล่นและการทำกิจกรรมร่วมกันกับลูกที่บ้าน เพื่อกระตุ้นให้ลูกอยากเข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมนั้น ๆ กับเรา

ประโยชน์ที่พ่อแม่ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กจะได้รับจากการชมวิดีโอนี้ คือ

  • มีแนวทางในการฝึกฝนทักษะการดูแลเด็ก
  • ได้รู้วิธีใช้การเล่นเพื่อเข้าแทรกตัวไปคลุกคลีกับลูก

ประโยชน์ที่ลูกจะได้รับ

  • เสริมสร้างพัฒนาการผ่านการเล่นร่วมกับพ่อแม่ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็ก
  • เรียนรู้การเข้าไปมีส่วนร่วม
  • ทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น
  • เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกันกับผู้อื่น

สำหรับท่านที่สนใจชมวิดีโอโปรแกรมพัฒนาทักษะการดูแลเด็ก ท่านสามารถชมวิดีโอต่าง ๆ จากช่องยูทูปขององค์กรออทิซึมสปีค หรือจะศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฝึกอบรมทักษะผู้ดูแลเด็กจากเว็บไซต์ขององค์การอนามัยโลก หรือจะชมวิดีโอผ่านช่องยูทูปหรือเฟซบุ๊คของศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” ก็ได้เช่นเดียวกัน

วิดีโอ เรื่อง ใช้การเล่นและการทำกิจวัตรประจำวันที่บ้านเพื่อสร้างเสริมการมีส่วนร่วมของลูก (คลิกที่ลิงค์ข้างล่างนี้เพื่ออ่านบทความต้นฉบับและชมวิดีโอ)

https://www.autismspeaks.org/science-news/autism-speaks-releases-new-cst-caregiver-quick-tips-videos-support-parents-and

สถานการณ์ตัวอย่างจากวิดีโอ:

แมรี่ (แม่) และนีล (ลูกชาย) นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่บ้าน

จากวิดีโอ ผู้บรรยายแนะนำให้เราใช้ “การสังเกต”

  1. สังเกตกิจกรรมที่ลูกกำลังทำ (ลูกกำลังเล่นต่อบล็อก)
  2. สังเกตสิ่งที่แม่ลงมือทำในแต่ละขั้นตอน
    • แม่นั่งอยู่ตรงหน้า ในระดับที่สายตาของลูกจะมองเห็นแม่ได้โดยง่าย
    • ในขณะที่ลูกกำลังเล่นต่อบล็อก แม่ก็ทยอยเก็บของเล่นชิ้นอื่น ๆ เข้าที่ เพื่อขจัดสิ่งรบกวนอื่น ๆ รอบตัวที่อาจทำให้ลูกวอกแวก ทั้งนี้ การลงมือจัดการสิ่งแวดล้อมรอบตัวส่งผลดีคือช่วยให้ลูกไม่วอกแวก ลูกจึงพุ่งความสนใจมาที่แม่และกิจกรรมที่แม่จะชวนลูกร่วมทำได้ง่ายขึ้น
    • แม้แม่จัดเก็บของเล่นชิ้นอื่น ๆ ที่เกลื่อนอยู่บนพื้นเข้าที่ แต่แม่ไม่เก็บบล็อก เพราะลูกกำลังเล่นต่อบล๊อกเหล่านั้นอยู่
    • หลังเก็บของเล่นชิ้นอื่น ๆ เข้าที่เสร็จแล้ว แม่ยื่นบล็อกสองชิ้นไปตรงหน้าลูก รอสักครู่ จนลูกสนใจสิ่งที่แม่ยื่นให้ แม่สบตาและยิ้มให้ลูก แม่พูดกับลูกว่า “เรามาต่อบล็อกด้วยกันนะ”
    • เมื่อพูดจบ แม่ลงมือต่อบล็อกหนึ่งชิ้นให้ลูกเห็นเป็นการนำทางและชี้ชวนให้ลูกเรียนรู้และเข้าใจว่าแม่และลูกกำลังเล่นอะไรร่วมกัน ในขณะเดียวกัน แม่เก็บ (ถือ) บล็อกอีกชิ้นไว้ในมืออีกข้างของตนเอง
    • ลูกมองแม่ต่อบล็อก ลูกหยิบบล็อกมาอีกหนึ่งชิ้นและต่อบล็อก ลูกพูดว่า “ต่อบล็อก”
    • แม่ชมว่า “ลูกต่อบล็อกได้ดีมากจ๊ะ”
    • แม่เริ่มเลียนแบบสิ่งที่ลูกทำ คือ แม่วางบล็อกอีกชิ้นหนึ่ง (ที่ถือไว้ในมือ) ลงบนพื้นใกล้ ๆ กับบล็อกชุดแรกที่ลูกได้ต่อเอาไว้แล้ว
    • ลูกมองแม่และเห็นสิ่งที่แม่ทำ

จากการที่แมรี่ (แม่) เลียนแบบสิ่งที่นีล (ลูก) ทำ จากนั้นแม่ก็เริ่มสร้างการมีส่วนร่วมด้วยการพูดชักชวนให้ลูกทำกิจกรรมนั้น ๆ ด้วยกัน ซึ่งในสถานการณ์นี้ คือ แม่ใช้การเล่นมากระตุ้นให้ลูกสนใจมองมาที่แม่ + สนใจกิจกรรมตรงหน้าที่แม่ชักชวนให้ลูกทำร่วมกันกับแม่ + ลูกลงมือทำกิจกรรมนั้น ๆ ร่วมกันกับแม่ได้สำเร็จ

สรุปขั้นตอน

  1. สังเกตว่าเด็กกำลังสนใจและทำกิจกรรมอะไรอยู่ในขณะนั้น
  2. ขจัดสิ่งรบกวนอื่น ๆ รอบตัวออกไปให้หมดเพื่อช่วยให้เด็กเรียนรู้การทำกิจกรรมตรงหน้านั้น ๆ ร่วมกับผู้ใหญ่ได้ง่ายขึ้น (อีกทั้งยังเป็นการจัดการสถานที่และสิ่งแวดล้อมให้มีความปลอดภัยในการทำกิจกรรมอีกประการหนึ่งด้วย)
  3. นั่งหันหน้าเข้าหาเด็ก อยู่ในระดับสายตาเด็กเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน
  4. กล่าวชมเด็กเมื่อเด็กทำกิจกรรมตามที่เราชักชวนได้สำเร็จ ทั้งนี้ ต้องกล่าวชมให้ชัดเจนและเฉพาะเจาะจงว่าเด็กกำลังทำสิ่งใดได้ดีจึงได้รับคำชมนั้น
  5. เมื่อถึงคิวที่เราต้องทำกิจกรรมต่อเนื่องจากเด็ก ให้เราใช้การเลียนแบบสิ่งที่เด็ก

ลองทำกันดูนะคะ ลองค่อย ๆ แทรกตัวเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ ลูกผ่านกิจกรรมประจำวันง่าย ๆ ที่บ้านตามวิถีชีวิตจริง เช่น การเล่น จากนั้นก็หาทางขยับขยายชักชวนลูกไปทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่จะช่วยสร้างเสริมพัฒนาการและทักษะที่รอบด้าน โดยนำขั้นตอนข้างต้นมาประยุกต์ใช้ไปตามสถานการณ์ค่ะ

#ผลลัพธ์ที่ได้ ขึ้นอยู่กับการลงมือทำ 

เครดิตบทความและวิดีโอ: Autism Speaks

เครดิตภาพประกอบบทความ: Unsplash by Dan Burton

ฮาวทู กระตุ้นการพูดโดยใช้ภาพช่วยสร้างความเข้าใจ | บ้านอุ่นรัก

ฮาวทู กระตุ้นการพูดโดยใช้ภาพช่วยสร้างความเข้าใจ | บ้านอุ่นรัก

วิธีสอน

  • เลือกขนมหรือของเล่นที่เด็กชอบ 3 อย่างและขนมหรือของเล่นที่เด็กไม่ชอบ 2 อย่าง
  • ทำบัตรภาพขนมหรือของเล่นที่เลือกมาทั้ง 5 ชิ้น
  • วางบัตรภาพสิ่งที่เด็กชอบและไม่ชอบอย่างละภาพ
  • ให้เด็กเลือกภาพสิ่งที่ต้องการมา 1 ภาพเพื่อส่งให้ผู้สอน พร้อมกับกระตุ้นให้เด็กพูดตามภาพ (ในกรณีที่เด็กไม่พูดเอง ให้ผู้สอนพูดนำ และกระตุ้นให้เด็กพูดตาม)
  • ผู้สอนส่งขนมหรือของเล่นที่ตรงกับภาพให้เด็ก (เด็กได้รับขนมหรือของเล่นที่ตรงกับภาพ)
  • ทำซ้ำ 7-10 รอบ

เทคนิค

  • สำหรับเด็กที่ยังไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ ให้ผู้สอนวางภาพสิ่งที่เด็กชอบใกล้ตัวเด็ก (เพื่อให้เด็กหยิบได้ง่าย) และวางภาพสิ่งที่เด็กไม่ชอบไกลจากตัวเด็ก (เพื่อให้เด็กหยิบได้ยาก)
  • ผู้สอนเคาะหรือชี้จุดที่ใกล้ภาพที่ต้องการให้เด็กหยิบ
  • ทำซ้ำ 2-3 รอบ จากนั้นให้ผู้สอนวางภาพตามปกติให้เด็กหยิบเอง
  • สำหรับเด็กที่ออกเสียงยาก ให้ผู้สอนหักขนมเป็นชิ้นเล็ก ๆ แตะเบา ๆ ที่ริมฝีปากของเด็ก หรือสาธิตชี้ชวนให้มอง หรือให้จับขนมหรือของเล่นที่เด็กชอบ เพื่อจูงใจให้เด็กเกิดความพยายาม

เครดิตภาพ: Unsplash by Yarenci Hdz

ควรทำอะไรในวันหยุด? | บ้านอุ่นรัก

ควรทำอะไรในวันหยุด? | บ้านอุ่นรัก

ก่อนจะถึงวันหยุด ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดตามเทศกาลต่าง ๆ พ่อแม่ผู้ปกครองมักคิดวางแผนล่วงหน้าเพื่อหาบางสิ่งบางอย่างทำร่วมกันกับลูก

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะคืออะไร ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” อยากให้สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ช่วยให้ลูกได้ฝึกการเรียนรู้บทบาทของตนเองในแง่การช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน เพราะการที่ลูกรู้บทบาทของตนเองและสามารถช่วยเหลือตนเองได้ เป็นทักษะที่ยั่งยืนที่จะช่วยให้ลูกดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างดีด้วยตนเองในอนาคตต่อไป

ในวันหยุดนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองอาจลองทำสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ร่วมกับลูก เพื่อฝึกให้ลูกเรียนรู้บทบาทของตนเองในการช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวันให้ได้มากที่สุด

  1. หากิจกรรมง่าย ๆ ที่ลูกสนใจมาทำร่วมกันที่บ้าน กิจกรรมที่ทำจะเป็นตัวกลางในการสานสัมพันธ์และนำสู่การสื่อสารสองทาง กิจกรรมที่ลูกสนใจจะเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงเราให้ค่อย ๆ เข้าแทรกไปอยู่ในโลกของลูกอย่างมีความหมายได้ ลองวาดภาพ ระบายสี ทำงานศิลปะ เล่นดนตรี ฟังเพลง ร้องเพลง เล่นกีฬา เล่นเกมส์บอร์ดหรือเกมส์อะไรก็ได้ที่สามารถเล่นร่วมกันได้ ดูการ์ตูน อ่านนิทาน หรือออกกำลังกายร่วมกัน การที่พ่อแม่ผู้ปกครองใช้เวลาร่วมกับลูกเพื่อแลกเปลี่ยนความสนุกและมีเสียงหัวเราะร่วมกัน ในที่สุดพ่อแม่ผู้ปกครองจะกลายเป็นเพื่อนสนิทของลูกไปโดยไม่รู้ตัว อีกทั้งลูกจะเรียนรู้ว่าการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นก็เป็นเรื่องที่สนุก อันจะส่งผลให้ลูกค่อย ๆ ลดการปลีกตัวอยู่ตามลำพังเพื่อทำกิจกรรมที่ตนเองชอบในเชิงหมกมุ่นลงไปได้
  2. ทำกิจกรรมนอกบ้านที่ไม่ใช่การเที่ยวห้างสรรพสินค้า เน้นกิจกรรมที่ลูกและสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันเพื่อสำรวจสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น เล่นร่วมกันที่สนามเด็กเล่น เที่ยวสวนสัตว์ด้วยกัน เดินวิ่งออกกำลังกายร่วมกันที่สวนสาธารณะ หรือเล่นกีฬาที่ลูกชอบที่สนามกีฬา เป็นต้น
  3. ชวนลูกร่วมกระบวนการฝึกการดำรงชีวิตที่มีเป้าหมายให้ลูกได้เรียนรู้และฝึกฝนทักษะต่าง ๆ ตามความจำเป็นตามวัยจนสามารถช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวันได้มากที่สุด โดยพิจารณาตามความเป็นจริงว่าเวลาใด เกิดกิจวัตรประจำวันใดที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือตนเองของลูก เมื่อถึงเวลานั้น ๆ ในวันหยุด พ่อแม่ผู้ปกครองและสมาชิกในบ้านก็ให้ความสำคัญกับการใช้เวลาในขณะนั้นทำกิจวัตรร่วมกับลูก โดยจับนำให้ทำ สอนและฝึกทักษะการทำกิจวัตรด้วยตัวเอง กระตุ้นหรือเตือนให้ทำตามความเหมาะสม
  4. ชวนลูกร่วมทำข้อตกลงเรื่องการทบทวนบทเรียน โดยตั้งเป้าหมายเรื่องการสร้างกระบวนการเรียนรู้ทางการศึกษาที่สม่ำเสมอ เช่น ใช้เวลาอยู่กับลูกในวันหยุดเพื่อทบทวนบทเรียน ติดตามการทำการบ้าน ตรวจสอบงานที่ครูมอบหมายให้ลูกทำในวันหยุด อยู่ช่วยลูก จับนำให้ทำหรือสอนลูกให้ทำ เป็นต้น
  5. ใช้เวลากับลูกตามสถานการณ์ที่เหมาะสมเพื่อวางพื้นฐานนิสัยพฤติกรรมสุขภาพ โดยให้ความสำคัญกับการย้ำเตือนพฤติกรรมพื้นฐานที่จะส่งผลดีกับสุขภาพของลูก เช่น ชวนลูกจัดเตรียมและทำอาหารที่มีคุณประโยชน์ สอนลูกทำหน้ากากผ้า สอนลูกล้างมือ ล้างจาน ซักเสื้อผ้า ชวนลูกปลูกผักปลอดสารพิษและให้ความรู้เรื่องสารพิษในอาหารประเภทต่าง ๆ ที่มีรสชาติหวาน มัน เค็ม หรืออาหารขยะควบคู่กันไปด้วย เป็นต้น

เครดิตภาพ: Freepik.com

ทัศนคติและบทบาทแบบไหนของคนที่บ้านที่สร้างเสริมพัฒนาการให้ลูก ๆ ได้? | บ้านอุ่นรัก

ทัศนคติและบทบาทแบบไหนของคนที่บ้านที่สร้างเสริมพัฒนาการให้ลูก ๆ ได้? | บ้านอุ่นรัก

ที่ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” ทีมครูบ้านอุ่นรักและพ่อแม่ผู้ปกครองจะมีการประชุมร่วมกันทุก ๆ 3 เดือน

ในวันรวมพล ทีมครูบ้านอุ่นรักและคนที่บ้านของลูกศิษย์จะพูดคุยปรึกษากันเรื่องพัฒนาการของลูก ๆ ตลอดจนแนวทางการดูแลลูก ซึ่งหัวใจสำคัญของวันรวมพลอยู่ที่เราได้ทบทวนร่วมกันว่า “ทัศนคติทางบวกและบทบาทของคนที่บ้านมีผลต่อความสำเร็จเรื่องการกระตุ้นและสร้างเสริมพัฒนาการให้กับลูก ๆ อย่างแท้จริง”  

ทัศนคติทางบวกและบทบาทของคนที่บ้านที่ช่วยกระตุ้นและสร้างเสริมพัฒนาการให้ลูกได้สำเร็จนั้น สรุปได้ดังนี้ คือ 

  1. ทุกคนที่บ้านทำงานแบบสอดประสานกัน รวมพลังกัน ตั้งธงร่วมกัน รู้บทบาทและหน้าที่ของตนเอง และช่วยกันเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นบ้านบำบัด โดยแทรกการกระตุ้นพัฒนาการแบบครอบคลุมทุกด้านในระหว่างวัน ทำให้ได้ทุกวัน และทำวันละหลาย ๆ ครั้ง
  2. เน้นการปรับพฤติกรรมที่อาจขัดขวางการเจริญเติบโตและการเรียนรู้ใหม่ ๆ
  3. สังเกตและจดบันทึกสิ่งที่ได้ลงมือทำที่บ้าน ปัญหาที่พบ ตลอดจนความคืบหน้าของพัฒนาการในแต่ละด้าน และแบ่งปันข้อมูลดังกล่าวให้ทีมแพทย์ ทีมบำบัดของลูก และทีมครูบ้านอุ่นรักทราบ เพื่อแต่ละทีมสามารถช่วยกันหาแนวทางกระตุ้นและสร้างเสริมพัฒนาการได้ถูกทางอย่างทันท่วงที
  4. นำทางลูกหลานด้วยหัวใจเปี่ยมด้วยความหวัง คนที่บ้านที่แม้ยอมรับความจริงว่าลูกมีปัญหาพัฒนาการหลายด้านที่ต้องแก้ไข แต่ในขณะที่ช่วยลูกอยู่นั้น คนที่บ้านสามารถมองโลกได้อย่างรื่นรมย์ รู้วิธีหาช่องว่างทางอารมณ์ และอนุญาตให้ตนเองมีความสุขได้

ในวันรวมพลที่ “บ้านอุ่นรัก” จัดกันทุก ๆ 3 เดือนนี้ ทีมครูจะทบทวนร่วมกับคนที่บ้านของลูกศิษย์ในประเด็นต่าง ๆ ข้างต้นทุกครั้ง และเราปรารถนาให้ทั้ง 2 ฝ่าย (ทีมบ้านอุ่นรักและคนที่บ้าน) มีทัศนคติทางบวกร่วมกัน ตั้งธงและกำหนดทิศทางร่วมกัน ตลอดจนเดินไปในทางเดียวกันตามหน้าที่และบทบาทของตนเอง

เมื่อคนที่บ้านและทีมครูบ้านอุ่นรักช่วยกันทำสิ่งที่ถูกต้องทุกวัน ลูก ๆ จะได้สะสมวันเวลาที่มีความหมาย เกิดการเรียนรู้ มีประสบการณ์ ได้ฝึกฝนทักษะ และได้ทำแบบฝึกหัดตามสภาพชีวิตจริงซ้ำ ๆ ลูกจึงสามารถออกเดินไปข้างหน้า และค่อย ๆ เก่งขึ้นทุก ๆ วัน

ทุกครั้งที่ได้รวมพล ทีมครูบ้านอุ่นรักได้เห็นแววตาที่ฮึดสู้ ความมั่นใจ และความหวังของคนที่บ้าน ที่ทำให้เรารู้ได้ในทันทีว่า “คนที่บ้านของลูกศิษย์” จะพาลูก ๆ รอดพ้นวิกฤตได้แน่นอน ซึ่งในโมเมนต์นั้น นาทีนั้น เรารู้สึกแวบขึ้นมาว่าเราช่างดีเหลือเกินที่ได้อยู่ตรงนี้ ในฐานะเพื่อนคู่คิดของพ่อแม่ผู้ปกครองและคนที่บ้าน นับเป็นความสุขเล็ก ๆ ของเราที่ยากจะอธิบาย

สู้ไปด้วยกันค่ะ

เครดิตภาพ: Unsplash | Derek Thomson