เตรียมอย่างไรให้พร้อม ในภาวะ Social Distancing และ School Closure | บ้านอุ่นรัก

เตรียมอย่างไรให้พร้อม ในภาวะ Social Distancing และ School Closure | บ้านอุ่นรัก

ในช่วงนี้ที่เชื้อโควิด-19 ระบาด ลุงตู่และทีมงานได้ประกาศใช้มาตรการหลัก 2 ประการ คือ (1) การทิ้งระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และ (2) การปิดการเรียนการสอน (School/Program Closures) เพื่อลดโอกาสเสี่ยงการติดเชื้อ แต่มาตรการทั้ง 2 ประการก็ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่ต้องตระเตรียมความพร้อมในการรับมือภาวะการกักตัวลูกเล็กเด็กแดงไว้ที่บ้านตามไปด้วย

สำหรับลูกออทิสติกที่ต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน พ่อแม่ผู้ปกครองคงต้องเตรียมความพร้อมที่จะรับมือให้รัดกุม เพื่อไม่ให้ลูกได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ ด้านพัฒนาการ และความปลอดภัย ในช่วงที่ลูกต้องทิ้งระยะห่างทางสังคมกับทีมแพทย์ ทีมบำบัด ทีมโรงเรียน และทีมกระตุ้นพัฒนาการ ด้วยการงดหรือหยุดเข้ารับบริการด้านการฝึก การเรียนการสอน และการกระตุ้นพัฒนาการไปสักระยะหนึ่ง

เพื่อการเตรียมพร้อมและนำพาลูกออทิสติกฝ่าวิกฤติ “การทิ้งระยะห่างทางสังคม” และ “การปิดการเรียนการสอน” ไปให้ได้ เว็บไซต์ Autism Speaks ได้โพสต์แนวทางการเตรียมความพร้อมสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองชาวอเมริกันไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งแนวทางบางประการ เราสามารถนำมาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทแบบไทย ๆ ได้ ดังนี้ คือ

1. การเตรียมตัวดูแลลูก

2. การพูดคุยกับทีมโรงเรียน ทีมบำบัด หรือทีมกระตุ้นพัฒนาการของลูก เกี่ยวกับบริการต่าง ๆ และ

3. การติดต่อองค์กรในท้องถิ่น โซเชียลมีเดีย หรือกลุ่มทางสังคมที่สามารถให้ความช่วยเหลือหากลูกและท่านต้องการความช่วยเหลือ

1. การเตรียมตัวดูแลลูก

  • จัดเตรียมข้าวของ เครื่องใช้ ของเล่น อุปกรณ์การเรียนการสอนแบบง่าย ๆ ที่พอหาได้ และสถานที่ให้พร้อมในการดูแลลูก
  • จัดเตรียมชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินและเวชภัณฑ์ประจำบ้าน เช่น เครื่องวัดอุณหภูมิ ยาลดไข้ และยาอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในกรณีลูกเจ็บป่วย
  • ตรวจสอบความปลอดภัยของข้าวของ เครื่องใช้ และสถานที่ เพื่อลูกที่อยู่ที่บ้านได้รับความปลอดภัย
  • จัดเตรียมอาหารให้เพียงพอ ทั้งนี้ต้องเป็นอาหารที่ไม่กระตุ้นอาการและการตื่นตัวของลูก
  • เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับอาการของลูก บันทึกทางการแพทย์และสุขภาพ ข้อมูลการประเมิณอาการต่าง ๆ ของลูก และวิธีดูแลลูกไว้ให้พร้อมหากต้องนำมาใช้งาน
  • เตรียมตารางนัดหมายกับแพทย์และทีมบำบัด ตลอดจนยืนยันวันนัดหมายล่วงหน้าให้เรียบร้อย
  • เตรียมตารางกิจวัตรประจำวันประจำบ้านที่ช่วยสร้างเสริมพัฒนาการของลูกให้รอบด้าน เช่น การกระตุ้นกล้ามเนื้อมัดเล็ก กิจกรรมออกกำลังกายช่วงเช้าและเย็นที่มีผลต่อการควบคุมการเคลื่อนไหวอย่างมีทิศทางและการสร้างปฏิสัมพันธ์แบบสองท้างกับบุคคลรอบข้าง การเสริมทักษะการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร กิจกรรมเสริมสร้างการสบตา กิจกรรมสร้างเสริมการคงสมาธิ การช่วยเหลือตนเอง และกิจกรรมช่วยงานบ้านง่าย ๆ ที่ลูกสามารถทำได้สำเร็จ เป็นต้น
  • บันทึกข้อมูลการติดต่อ เบอร์โทรศัพท์ ไลน์ เฟซบุ๊ก หรือช่องทางการติดต่ออื่น ๆ ของทีมแพทย์ ทีมบำบัด ทีมโรงเรียน และทีมกระตุ้นพัฒนาการของลูก
  • ในกรณีที่พ่อแม่ผู้ปกครองมีความจำเป็นต้องไปทำงานนอกบ้าน ท่านควรติดต่อเครือข่ายผู้ปกครองลูกออทิสติกที่ท่านรู้จัก เพื่อนหรือคนในครอบครัวของท่านที่รู้จักและคุ้นเคยกับลูกเป็นอย่างดี ทีมบำบัดหรือทีมกระตุ้นพัฒนาการของลูก เพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องการผลัดกันมาดูแลลูกแทนท่าน

2. การพูดคุยกับทีมโรงเรียน ทีมบำบัด หรือทีมกระตุ้นพัฒนาการของลูก เกี่ยวกับบริการต่าง ๆ เช่น

  • บริการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ ทางไลน์ ผ่านระบบวีดีโอคอล หรือเฟซบุ๊กกลุ่มปิด เป็นต้น
  • บริการที่สามารถจัดส่งถึงบ้าน
  • บริการในกรณีฉุกเฉิน

3. การติดต่อองค์กรในท้องถิ่น โซเชียลมีเดีย หรือกลุ่มทางสังคมที่สามารถให้ความช่วยเหลือหากลูกและท่านต้องการความช่วยเหลือ

คลิ๊กลิงค์นี้เพื่ออ่านบทความต้นฉบับ เรื่อง “How to handle clinical care during social distancing and school/program closures” จากเว็บไซต์ Autism Speaks

https://www.autismspeaks.org/science-news/how-handle-clinical-care-during-social-distancing-and-schoolprogram-closures

คลิ๊กลิงค์นี้เพื่ออ่านบทความต้นฉบับ เรื่อง “How to handle school closures and services for your child with autism” จากเว็บไซต์ Autism Speaks

https://www.autismspeaks.org/science-news/how-handle-school-closures-and-services-your-child-autism

ไม่ว่าสถานการณ์โควิด-19 จะจบเร็วหรือช้า บ้านอุ่นรักขอส่งมอบกำลังใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองและลูก ๆ และเราพร้อมอยู่เป็นเพื่อนคู่คิดของท่านในการเผชิญหน้ากับวิกฤตนี้ เพื่อผ่านพ้นไปด้วยกันให้ได้ด้วยดี

เครดิตบทความ: www.autismspeaks.org

เครดิตภาพ: Paul Hanaoka | Unsplash

ความรู้สึกและประสบการณ์ของพ่อแม่ผู้ประสบความสำเร็จในการกระตุ้นพัฒนาการเพิ่มเติมให้ลูกที่บ้าน | บ้านอุ่นรัก

ความรู้สึกและประสบการณ์ของพ่อแม่ผู้ประสบความสำเร็จในการกระตุ้นพัฒนาการเพิ่มเติมให้ลูกที่บ้าน | บ้านอุ่นรัก

หลายวันก่อนครูนิ่มได้คุยเคสกับครอบครัว ๆ หนึ่งของลูกศิษย์บ้านอุ่นรักสวนสยาม ครูรู้สึกประทับใจที่คุณพ่อคุณแม่ตระหนักรู้ถึงบทบาทของตนเอง เมื่อลูกมีพฤติกรรมใหม่ ๆ ที่ควรปรับ คุณพ่อคุณแม่มักจะนำข้อมูลมาพูดคุยและขอคำปรึกษาเพื่อหาแนวทางและร่วมมือทำร่วมกันกับครู อีกทั้งให้ความสำคัญในการลงมือปรับพฤติกรรมและกระตุ้นพัฒนาการของลูกที่บ้านด้วยตนเองต่อจากครู ทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าแบบก้าวกระโดด

ครูประทับใจและสบายใจว่าครอบครัวนี้เป็นอีกครอบครัวหนึ่งที่จะนำพาลูกเดินต่อไปได้อย่างดีแน่นอน จึงได้ขอความกรุณาคุณพ่อคุณแม่ให้ช่วยเขียนความรู้สึกของตนเองมาลงให้เพื่อน ๆ ผู้ปกครองท่านอื่น ๆ ได้อ่าน และคุณพ่อคุณแม่คู่นี้ได้กรุณาอนุญาตให้เราแชร์ข้อความเพื่อเป็นแรงบันดาลใจร่วมกันต่อไปค่ะ

กำลังใจถึงคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน

จากคุณพ่อ:

ในวันที่ได้รู้ว่าลูกน้อยของเราเป็นเด็กพิเศษหรือที่เรียกว่าออทิสติก เชื่อว่าคนที่เป็นพ่อแม่ทุกคนย่อมเศร้าเสียใจและเป็นทุกข์ ผมและภรรยาก็เช่นกัน แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ไร้เดียงสาของลูก ทำให้ได้คิดว่าต่อให้เสียใจแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้ลูกดีขึ้นมาได้ ถ้าเราอ่อนแอ ลูกก็จะอ่อนแอตามเพราะเค้าช่วยตัวเองไม่ได้ ตัวพ่อแม่เองต้องเข้มแข็งก่อน ความคิดของเราแวบเดียวอาจจะเป็นตัวตัดสินใจเปลี่ยนชีวิตใครบางคนทั้งชีวิต ผมกับภรรยาให้กำลังใจซึ่งกันและกันมาตั้งแต่ตอนนั้น ถ้าเราสามารถหลุดพ้นจากความเสียใจได้เร็วแค่ไหน ก็จะสามารถหาวิธีการช่วยลูกได้เร็วขึ้นเท่านั้น จากนั้นทุกอย่างจะเริ่มง่ายขึ้น เราช่วยกันหาข้อมูล ปรึกษาคุณหมอ ผู้เชี่ยวชาญและคุณพ่อคุณแม่เด็กพิเศษที่ลูกโตแล้ว เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลลูก

สรุปคร่าว ๆ ได้ดังนี้

หนึ่ง: กิจกรรมบำบัดหรือ SI จำเป็นอย่างยิ่ง ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

สอง: ปรับพฤติกรรมและกระตุ้นพัฒนาการด้านต่าง ๆ

สาม: ฝึกการพูด ออกเสียง จัดรูปปาก

สี่: ฝึกลากเส้นระบายสี รู้จักพยัญชนะและตัวเลขเพื่อเตรียมเข้าเรียนอนุบาล

ห้า: เลือกโรงเรียนที่เข้าใจเรื่องเด็กพิเศษจริง ๆ และควรมีครูประกบเพื่อช่วยให้ปรับตัวตามการเรียนในห้องเรียนได้

ขณะที่ผมกำลังเขียนอยู่นี้ ลูกผมกำลังยิ้ม สนุกกับการเรียนว่ายน้ำ ชอบไปโรงเรียนและร่วมทำกิจกรรมต่าง ๆ กับเพื่อน ๆ เที่ยวกับครอบครัวได้หลาย ๆ วัน ทานอาหารหลากหลาย นอนหลับปกติ ทำกิจวัตรประจำวันเองแทบทุกอย่าง

ผมจึงอยากจะเล่าเพื่อแบ่งปันสิ่งที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่ของเด็ก ๆ ทุกคน

ขอเป็นกำลังใจให้มีความเข้มแข็งไปด้วยกันครับ

จากคุณแม่:

อยากให้คุณพ่อคุณแม่ถ้ามีโอกาสเข้ารับการอบรมเพื่อเข้าใจลูกและเรียนรู้เทคนิควิธีการฝึกลูกที่บ้าน

ค่อย ๆ ฝึกไปเรื่อย ๆ นะคะ

จากที่ใส่รองเท้าเองไม่เป็น ติดกระดุมเสื้อไม่ได้ ซักวันหนึ่งลูกจะทำได้ และจะพัฒนาไปได้อีกเรื่อย ๆ ในอีกหลาย ๆ เรื่องเลยค่ะ

หนักแน่นเข้าไว้นะคะ

รักและเอ็นดูลูกมาก ๆ เค้าน่ารักค่ะ

เครดิต Icon: Flaticon.com

ความรู้สึกของแดเนี่ยล แทมเม็ต ผู้เขียนหนังสือ เรื่อง “จากออทิสติกสู่อัจฉริยะ (Born on a Blue Day)” | บ้านอุ่นรัก

ความรู้สึกของแดเนี่ยล แทมเม็ต ผู้เขียนหนังสือ เรื่อง “จากออทิสติกสู่อัจฉริยะ (Born on a Blue Day)” | บ้านอุ่นรัก

คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง อาจเคยสงสัยในบางครั้งว่าลูกออทิสติกที่วันนี้ยังไม่ยอมพูดไม่ยอมจา ไม่สบตา หรือไม่บอกรักเรา เขารู้สึกอย่างไรต่อเรากันนะ….?

ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” ขอนำข้อความที่ “แดเนี่ยล แทมเม็ต” (ผู้เขียนหนังสือ เรื่อง “จากออทิสติกสู่อัจฉริยะ (Born on a Blue Day)) เขียนถึงคุณพ่อและคุณแม่ของเขาไว้อย่างน่ารักจับใจมาฝาก ทั้งนี้ เรามั่นใจว่า…ลูกของคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองก็รู้สึกเช่นนี้เช่นกัน

“…..ผมนั่งอยู่ตรงนี้ในเวลานี้…เพื่อเล่าเรื่องราวในอดีตสมัยเป็นเด็ก…ผมรู้สึกอัศจรรย์ใจกับความพยายามและอดทนที่พ่อกับแม่มีให้ผมอย่างมากมายแม้จะได้รับผลตอบกลับเพียงเล็กน้อย เทียบกับเวลาที่เสียไป

เวลาที่ฟังพ่อแม่เล่าถึงช่วงเวลาหลายปีในวัยเยาว์ของผม  มันเหมือนต้องมนตราอันแปลกประหลาด 

ได้รับรู้ว่าท่านต้องปรับเปลี่ยนบทบาทของตัวเองในการเลี้ยงดูผมอย่างไร เมื่อท่านเริ่มเข้าใจถึงปัญหาหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้นมากมายจนทำให้ผมสามารถยืนหยัดในโลกนี้อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ 

แม้ผมจะมีปัญหามากมาย ทั้งการร้องไห้อาละวาดและความยากอื่น ๆ ในการเลี้ยงดู..พ่อกับแม่ก็ยังรักผม  โดยปราศจากเงื่อนไขใดใดและยอมอุทิศตน  เสียสละทุกอย่าง เพื่อช่วยเหลือผมทีละเล็กทีละน้อยวันแล้ววันเล่า

พวกท่านเป็นยอดคนของผมอย่างแท้จริง”

คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง อย่ายอมแพ้กลางคันนะคะ เพราะทุกท่านคือ The Back-Up ผู้เป็นคนเบื้องหลัง ผู้เต็มไปด้วยพลังแห่งรัก และเป็น “ยอดคนของลูก” ที่สามารถทำสิ่งดี ๆ เพื่อลูกได้เสมอค่ะ

VDO รายการ “พบหมอรามา ช่วง Big story ตอน เด็กสมาธิสั้นกับเด็กไฮเปอร์ แตกต่างกันอย่างไร” | บ้านอุ่นรัก

VDO รายการ “พบหมอรามา ช่วง Big story ตอน เด็กสมาธิสั้นกับเด็กไฮเปอร์ แตกต่างกันอย่างไร” | บ้านอุ่นรัก

คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง เคยสงสัยกันหรือไม่ว่าอาการซุกซนและอยู่ไม่สุขของลูกตัวน้อย ๆ ที่บ้าน ถ้าจัดระดับแล้ว ความซนของลูกเป็นแค่ความซุกซนตามธรรมชาติของเด็ก ๆ หรือซนเพราะลูกมีอาการสมาธิสั้น หรือซนระดับเซียนเพราะลูกมีทั้งอาการสมาธิสั้นผสมความหุนหันพลันแล่นกันแน่?

เรามาไขข้อข้องใจดังกล่าวด้วยการชมคลิปความรู้ จากรายการ “พบหมอรามา” ของช่อง Rama Channel ช่วง Big story ตอน “เด็กสมาธิสั้น” กับ “เด็กไฮเปอร์” แตกต่างกันอย่างไร? กันค่ะ เพื่อทราบข้อมูลเบื้องต้นในเรื่องนี้

ไม่ว่าลูกน้อยจอมซนที่บ้านจะซุกซนแค่ไหน ขอให้คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครองที่สงสัยและกังวลใจ หมั่นสังเกตลูกสักระยะหนึ่ง ตลอดจนจดบันทึกอาการที่ได้จากการสังเกต พาลูกไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กหรือจิตแพทย์เด็ก และนำข้อมูลที่ได้จากการสังเกตและจดบันทึกไปพูดคุยและปรึกษากับแพทย์นะคะ

การทำเช่นนี้จะเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่ช่วยให้ท่านได้ทราบข้อเท็จจริงทางการแพทย์ว่าความซุกซนของลูกเป็นปัญหาด้านพัฒนาการหรือไม่ และหากความซนนั้นเป็นปัญหา ท่านก็จะได้มีแพทย์เป็นผู้ให้แนวทางการบำบัดรักษา ดูแล เลี้ยงดู และช่วยเหลือลูกที่มีปัญหาด้านพัฒนาการอย่างถูกวิธีต่อไปค่ะ

กดที่ภาพเพื่อชม VDO

เครดิต VDO และข้อมูล: รายการพบหมอรามา ช่อง Rama Channel ช่วง Big story  ตอน “เด็กสมาธิสั้น” กับ “เด็กไฮเปอร์”  แตกต่างกันอย่างไร?

เครดิตภาพ: Alvin Mahmudov | Unsplash

อย่าปล่อยลูกอยู่กับพี่เลี้ยงยูทูป | บ้านอุ่นรัก

อย่าปล่อยลูกอยู่กับพี่เลี้ยงยูทูป | บ้านอุ่นรัก

คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง คงจะทราบกันดีแล้วว่าในวัยเด็กเล็ก (ลูกหลานวัยแรกเกิดถึงสามขวบ) เป็นช่วงวัยที่สมองของเด็ก ๆ มีการพัฒนาสูงสุด ดังนั้น ในช่วงวัยนี้ของลูกหลาน เราต้องไม่รอช้าที่จะช่วยกันสร้างเสริมพัฒนาการด้านสมองให้กับพวกเขา ซึ่งเราสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการชวนลูกเล่นแล้วแอบแทรกเงื่อนไขให้ลูกรู้จักการรอคอยและยอมรับกติกาง่าย ๆ ตามวัยแบบไม่ให้ลูกรู้ตัว ชวนสบตา ชวนพูดคุย ชวนเล่นเชิงจินตนาการ ชวนลูกอ่าน ชวนลูกขีด ๆ เขียน ๆ ชวนลูกทำกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสร้างประสบการณ์ทางบวก พากย์สิ่งต่าง ๆ ที่ได้พบเห็นให้ลูกฟัง สอนลูกเรียนรู้คำศัพท์ที่เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่หรือพบรอบตัวในชีวิตประจำวัน หรือขวนลูกฝึกการควบคุมอารมณ์อยากได้ อยากเอา ของตนเอง เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า กิจกรรมที่มีส่วนช่วยก่อร่างสร้างฐานพัฒนาการทางสมองที่ดีให้กับลูกหลานวัยเด็กเล็กมีอยู่มากมาย ซึ่งเราสามารถใช้ “การเล่น” มาเป็นแกนกลางในการดำเนินกิจกรรมนั้น ๆ และกระตุ้นให้ลูกหลานอยากเข้ามามีส่วนในการทำร่วมไปกับเรา แต่!!!!…เดี๋ยวก่อน….มีกิจกรรมอะไรบ้างนะที่พวกหนูน้อยมักจะชอบทำกันในตอนนี้ แต่เราก็ไม่ควรปล่อยให้พวกเขาทำ ทั้งนี้เพราะหากทำแล้วอาจส่งผลเสียต่อพัฒนาการทางสมองของพวกเขามากกว่าประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับเสียอีก?

กิจกรรมประเภทหนึ่งที่เราไม่ควรปล่อยให้ลูกหลานวัยเด็กเล็กทำโดยลำพังในระยะเวลาที่นานติดต่อกันนานจนเกินไป คือ การดูยูทูป ทั้งนี้ หากจะให้เด็กดูยูทูปหรือใช้สื่อดิจิทัล เราควรจะรอให้เด็ก ๆ โตกว่านี้อีกสักหน่อย และใช้ในระยะเวลาสั้น ๆ โดยมีเงื่อนไขและมีผู้ใหญ่แอบจับตาดูอยู่ห่าง ๆ ตลอดจนคอยให้คำแนะนำตามสถานการณ์ที่เหมาะสมค่ะ

ทำไม…เราจึงต้องกล่าวเช่นนั้น มาอ่านบทความข้างล่างจาก “ไลน์ ทูเดย์” เพื่อทราบคำตอบที่ว่า “ทำไมเราจึงไม่ควรปล่อยลูกหลานวัยเด็กเล็กให้อยู่กับพี่เลี้ยงยูทูป” กันค่ะ

กดที่ลิงค์เพื่ออ่านบทความจากไลน์ ทูเดย์

https://today.line.me/TH/pc/article/7gX7Ym?utm_source=lineshare

สำหรับเรื่องสื่อดิจิทัลนี้ “บ้านอุ่นรัก” เชื่อว่าสื่อดิจิทัลทุกประเภท รวมทั้งยูทูป ก็มีข้อดีสำหรับเด็ก ๆ อยู่ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่ที่การเลือกใช้ แต่เพราะเด็กเล็ก ๆ ยังเลือกใช้เองไม่เป็นและไม่ถูก เราจึงต้องช่วยเลือกให้พวกเขา และเราต้องเลือกให้ดีทั้งในแง่ของเวลาที่เด็กควรเริ่มใช้ ระยะเวลาที่ควรใช้ และสถานการณ์ที่ถูกต้องพอเหมาะพอควรที่ควรใช้ค่ะ หากเราเลือกได้ดี เด็ก ๆ ก็ย่อมได้รับประโยชน์จากการใช้สื่อเหล่านั้นได้อย่างแน่นอนค่ะ

เครดิตข้อมูล: Line Today

เครดิตภาพ: Hal Gatewood | Unsplash