แนวทางที่ใช้….ในการช่วยพัฒนาลูก ตอนที่ 3 | บ้านอุ่นรัก

แนวทางที่ใช้….ในการช่วยพัฒนาลูก ตอนที่ 3 | บ้านอุ่นรัก

ตอน: แนวทางที่ 6 ถึง 10 ที่คุณแม่ใช้…

6: สื่อสารกับคนในบ้านให้เข้าใจว่าต้องดูแลลูกยังไงตามแนวทางที่เราต้องการ (จากประสบการณ์ ไม่มีใครทำได้อย่างที่เราต้องการ ต้องยอมรับความจริงว่าทุกคนในบ้านมีข้อจำกัด ทุกคนในบ้านรักลูกเรา และทุกคนทำดีที่สุดในส่วนของตัวเองแล้ว)

7: การแสดงความรักกับลูกมาก ๆ เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ลูกพร้อม จากแววตาที่เฉยเมย การสนใจแต่วัตถุ แสงเงา ความเงียบของลูกจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป แววตาของลูก การแสดงความรักของลูก ลูกเลียนแบบทุกอย่างที่เราเคยทำกับเค้า

8: คอยสังเกตลูกว่ามีเรื่องอะไรต้องช่วยบ้าง (เปรียบเทียบกับพัฒนาการและความสามารถของเด็กทั่วไปตามวัย) และหาวิธีแก้ไขสิ่งนั้นแบบค่อยเป็นค่อยไปจนลูกค่อย ๆ ชินและสามารถทำได้ด้วยตนเอง เช่น การเหยียบหญ้า กระโดดขาเดียว ติดกระดุม ผูกเชือกรองเท้า ใช้ตะเกียบ ฯลฯ ไม่ว่าลูกจะมีปัญหาเรื่องไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือทำให้ลูกรู้ว่าเมื่อมีเราอยู่ข้าง ๆ ลูก คอยให้กำลังใจและพร้อมช่วยลูกเสมอ

9: การทำงานเป็นทีมของครอบครัวสำคัญมาก จากประสบการณ์ตัวเอง แม่ต้องทำหน้าที่คิดว่าจะดูแลลูกอย่างไร นำคำแนะนำที่ได้มาปรับใช้กับลูกอย่างไร ต้องหาหมอที่ไหน ต้องฝึกลูกที่ไหน จัดตารางกิจกรรมลูก หา ร.ร. ให้ลูกยังไง เลือกครูให้ลูกยังไง ต้องจัดการเรื่องที่ ร.ร. เวลามีปัญหายังไง เมื่อแม่วางแผนแล้ว จะขอให้คนในครอบครัวช่วยทำให้ทุกอย่างสำเร็จตามที่ต้องการ

10: หาตัวช่วยจากคุณพ่อคุณแม่ผู้มีประสบการณ์จริงและลูกโตกว่าลูกเรา ศึกษาเพื่อให้รู้สถานการณ์ล่วงหน้าว่าเราจะเจออะไรในอนาคต สิ่งที่เราต้องเตรียมตัวให้ลูกในแต่ละช่วง แต่ละวัย เก็บรายละเอียด และเอามาวางแผนในการพัฒนาลูก

…ในตอนถัดไป เราจะมาพบกับแนวทางที่ 11-15 ของคุณแม่ท่านนี้กันต่อ จากนั้น ค่อยจบท้ายบทความเรื่องนี้กันที่ “สิ่งที่…คุณแม่ท่านนี้…อยากบอกกับทุกบ้าน” ค่ะ โปรดติดตามอ่านไปด้วยกันกับเรานะคะ

เครดิตข้อความ: คุณแม่ท่านหนึ่งของนักเรียนของเรา

แนวทางที่ใช้….ในการช่วยพัฒนาลูก ตอนที่ 2 | บ้านอุ่นรัก

แนวทางที่ใช้….ในการช่วยพัฒนาลูก ตอนที่ 2 | บ้านอุ่นรัก

ตอน: แนวทางที่ 1 ถึง 5 ของคุณแม่ท่านนี้…

1: อ่านข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้เยอะมาก มีข้อมูลบอกว่า สมองของลูกจะพัฒนาสูงสุดตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 7 ปี แปลว่าเวลาทองของลูกมีถึงแค่ 7 ขวบ เราจึงต้องทำงานแข่งกับเวลาที่เค้าโตขึ้นทุกวัน ๆ จะอยู่เฉย ๆ ปล่อยเวลาแต่ละวันผ่านไปไม่ได้ เพราะเรามีชีวิตลูกเป็นเดิมพัน หลายครั้งที่เหนื่อย ท้อ แต่เมื่อคิดว่าในวันที่เราไม่อยู่แล้วลูกจะเป็นอย่างไร จะช่วยเหลือตัวเองได้มั๊ย จะอยู่ในสังคมได้มั๊ย สิ่งนี้เป็นแรงผลักดันให้ยอมแพ้ไม่ได้ ต้องทำทุกอย่างเพื่อพัฒนาเค้าให้ได้มากที่สุด

2: หาหมอพัฒนาการเด็ก (เพื่อความมั่นใจ ต้องปรึกษาหมอพร้อมกัน 2-3 คน) แต่การหาหมอพัฒนาการหลายคน ทำให้เหนื่อยและเครียด รวมถึงตัวเองไม่สามารถทำได้ทั้งหมดตามที่หมอแนะนำ สุดท้ายตัดสินใจเลือกหมอเหลือคนเดียว ผลที่ได้คือ ทั้งบ้านเหนื่อยน้อยลง สามารถ Focus กับสิ่งที่หมอแนะนำได้ง่ายขึ้น ปัจจุบัน ยังคงพบหมอพัฒนาการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เรารู้ว่าจะฝึกลูกเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ในอนาคตอย่างไร

3: พาลูกตระเวนฝึกปรับพฤติกรรมทุกวัน โดยมีบ้านอุ่นรักเป็นหลัก และตาม ร.พ. ต่าง ๆ ทั้งใกล้และไกลบ้าน พยายามเรียนรู้หลักการฝึกทั้งฝึกพฤติกรรมและฝึกพูด แล้วนำมาปรับใช้กับกิจกรรมที่อยู่กับลูกในชีวิตประจำวัน การฝึกตามทฤษฎีอาจจะไม่ใช่ทางสำหรับบ้านเรา เพราะทำให้เรายึดติดและคาดหวังกับลูกมากเกินไป เกิดภาวะเครียดในบ้าน สุดท้ายเราใช้ใจตัวเองเป็นหลักในการอยู่กับลูก ไม่ได้สนใจว่าเป็นวิธีอะไร แต่ใช้ความรู้ที่ได้มาปรับใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์แต่ละอย่าง ผลที่ได้คือ เราอยู่กับลูก เล่นกับลูกได้อย่างมีความสุข ยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็น (ยอมรับ แต่ไม่ปล่อยผ่าน เก็บไว้ในใจว่ามีอะไรต้องแก้ไข เมื่อมีโอกาส จะนำไปปรึกษาบ้านอุ่นรักหรือหมอว่าจะต้องแก้ไขอย่างไร) ฝึกให้ลูกช่วยเหลือตัวเอง ฝึกแก้ไขปัญหา

4: ตอนลูกยังเล็ก เราไม่เคยปล่อยให้ลูกอยู่คนเดียว ต้องมีคนในบ้านอยู่เล่นกับลูกเสมอ (แปลว่าลูกได้รับการดึงออกจากโลกของตัวเองตลอดเวลา) จะต้องมีคนอ่านหนังสือ เล่นของเล่นกับลูก โดยงดเปิดทีวี/เล่นมือถือ จนเมื่อลูกโตพอรู้เรื่องแล้ว การดูทีวีและเล่นเกมส์จะให้เป็นเวลา (ปัจจุบันลูกสามารถมีเวลาของตัวเอง ดูทีวี และเล่นเกมส์ได้เหมือนเด็กทั่วไป)

5: ทำตัวให้พูดมากเวลาอยู่กับลูก คอยอธิบายสิ่งรอบตัวลูก เพิ่มคำศัพท์ให้ลูก

… คุณแม่ท่านนี้ยังมีแนวทางที่ 6-15 ในการช่วยพัฒนาลูกมาบอกกันต่อในลำดับถัด ๆ ไป โปรดติดตามอ่านกันให้ได้นะคะ…

เครดิตข้อความ: คุณแม่ท่านหนึ่งของนักเรียนของเรา

แนวทางที่ใช้….ในการช่วยพัฒนาลูก ตอนที่ 1 | บ้านอุ่นรัก

แนวทางที่ใช้….ในการช่วยพัฒนาลูก ตอนที่ 1 | บ้านอุ่นรัก

ตอน: การขึ้นรูปและการส่งต่อ

ประเด็นการกระตุ้นพัฒนาการ ปรับพฤติกรรม และเตรียมความพร้อมให้กับลูกออทิสติก ลูกสมาธิสั้น หรือลูกที่มีพัฒนาการช้าไม่สมวัยนี้ ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” เป็นเพียงผู้ขึ้นรูปพัฒนาการและเตรียมความพร้อมให้กับลูก ๆ ได้ในระดับหนึ่ง ส่วนการช่วยเหลือลูกในชีวิตจริงและในระยะยาว เราเน้นให้ข้อมูลและความรู้แก่คุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง เรื่องอาการของลูก ตลอดจนสิ่งที่คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง และทีมครอบครัว ควรทำร่วมกับทีมแพทย์ ทีมบำบัด และทีมโรงเรียนเพื่อสร้างเสริมพัฒนาการให้กับลูก ๆ ต่อจากเรา

บ้านอุ่นรักจึงเป็นเพียงทางผ่านที่มุ่งหมายใจว่าการขึ้นรูปของเราจะช่วยส่งต่อลูก ๆ ผู้มีความพร้อมพื้นฐานสำคัญ ๆ ให้กับคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง และครอบครัว ได้รับช่วงต่อเพื่อช่วยเพิ่มพูนความงดงามของลูกให้สมบูรณ์เต็มตามศักยภาพที่ลูกมี

เราได้ส่งต่อลูก ๆ หลายรุ่นให้กับทีมครอบครัว ซึ่งทีมครอบครัวก็สามารถรับไม้ต่อจากเราได้อย่างราบรื่น ตลอดจนสามารถช่วยเหลือลูก ๆ ได้เป็นอย่างดี

เราขอยกตัวอย่างคุณแม่ท่านหนึ่งของนักเรียนของบ้านอุ่นรักสวนสยาม คุณแม่ท่านนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงามเรื่องการรับช่วงต่อ ท่านสามารถกระตุ้นพัฒนาการและสร้างเสริมทักษะรอบด้านให้กับลูกที่มีอาการออทิสติก จนในวันนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านและคนในครอบครัวร่วมใจและลงแรงทำ ส่งผลให้ลูกของท่านซึ่งกำลังก้าวสู่ช่วงวัยรุ่นตอนต้น กลายเป็นเด็กที่แววตาเปี่ยมด้วยความรัก มีศักยภาพ มีความสามารถที่โดดเด่นหลายประการ และนำมาซึ่งความสุขและภาคภูมิใจให้กับสมาชิกทุก ๆ คนในครอบครัว

คุณแม่ท่านนี้ได้ส่งความปรารถนาดีและมอบกำลังใจให้แก่คุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครองของบ้านอื่น ๆ ผ่านข้อความของท่าน เรื่อง “แนวทางที่ใช้….ในการช่วยพัฒนาลูก” และท่านหวังว่าข้อความและแนวทางของท่านจะเป็นประโยชน์ต่อลูก ๆ และเราทุกค่ะ

ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” จะส่งต่อข้อความของคุณแม่ท่านนี้มาให้ทุก ๆ ท่านได้อ่านในตอนถัด ๆ ไป ขอให้อดใจรอและติดตามอ่านกันให้ได้นะคะ

เครดิตข้อความ: คุณแม่ท่านหนึ่งของนักเรียนของเรา

เราจะมีความสุขให้ได้ | บ้านอุ่นรัก

เราจะมีความสุขให้ได้ | บ้านอุ่นรัก

“เราจะมีความสุขให้ได้” เป็นทัศนคติทางบวกที่บ้านอุ่นรักอยากให้คุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง มีไว้เพื่อกำกับใจ ทั้งนี้เพราะการดูแลและเลี้ยงดูลูกที่มีปัญหาด้านพัฒนาการเป็นเรื่องที่เราต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานกว่าเราจะพบกับความสำเร็จในแต่ละขั้นตอน หากเราไม่มี “ความสุข” คอยกำกับใจ เราอาจท้อแท้และยอมถอดใจไปเสียกลางคัน จนทำให้เราช่วยลูกไม่ได้ในท้ายที่สุด

“เราจะมีความสุขให้ได้” มีองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ คือ

หนึ่ง: เราจะมีฝันและชีวิตของตัวเองไปพร้อม ๆ กับการหาทางรอดให้กับลูก

สอง: เราจะมีช่องว่างทางอารมณ์บ่อย ๆ ในแต่ละวันและใช้เวลาสั้น ๆ ที่แทรกอยู่ในทุก ๆ วันนั้นในการสร้างสุขเล็ก ๆ ให้กับตนเอง

สาม: เราจะรู้ทันใจให้เร็ว รีบปีนขึ้นมา และไม่จมแช่อยู่ในหลุมอารมณ์

สี่: เราจะมองโลกแบบ “New Normal” เพราะความทุกข์ย่อมเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดาโลก การมีความทุกข์เป็นจุดเริ่มต้นไม่ใช่สถานการณ์ที่จะทำให้เราถอดใจหรือจมอยู่กับมัน เมื่อเราตัดสินใจลุกขึ้นสู้ เราก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหาและคลี่คลายสถานการณ์ตรงหน้าให้ดีขึ้นได้ด้วยตัวของเราเอง

การเดินทางบนเส้นทางช่วยลูกสร้างเสริมพัฒนาการนี้เป็นการเดินทางข้ามกาลเวลา แต่ “เรามีความสุขในระหว่างทางได้” เราจึงไม่ท้อแท้และไม่มีวันหมดพลังใจ เราจึงพร้อมเสมอที่จะลุกขึ้นสู้และก้าวเดินต่อไปจนถึงวันแห่งความสำเร็จของลูกและเรา

บ้านอุ่นรักขอเป็นกำลังใจให้คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง ทุกท่านค่ะ

เครดิตภาพ: Devon Divine | Unsplash

สร้างสุขเล็ก ๆ ในใจบ่อย ๆ ด้วยการมีช่องว่าง…….ทางอารมณ์ | บ้านอุ่นรัก

สร้างสุขเล็ก ๆ ในใจบ่อย ๆ ด้วยการมีช่องว่าง…….ทางอารมณ์ | บ้านอุ่นรัก

การมีช่องว่าง……….ทางอารมณ์เป็นวิธีสร้างสุขเล็ก ๆ ในใจอีกวิธีหนึ่งที่ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการบ้านอุ่นรักอยากแนะนำให้คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง ได้รู้จักและลองทำเพื่อเปลี่ยนโหมดอารมณ์

การเปลี่ยนอารมณ์ทุกข์ให้เป็นสุขด้วยวิธีนี้ ทำได้ง่าย ๆ โดยอาศัยสิ่งเล็ก ๆ อะไรก็ได้ตามความชอบของเรา อะไรก็ได้ที่เราทำแล้วรู้สึกผ่อนคลายและได้เป็นตัวของตัวเอง

เช่น …..

ในขณะที่คุณพ่ออาสาช่วยดูแลลูกที่บ้าน คุณแม่ก็ไปร้านทำผมเพื่อเปลี่ยนทรงผมและสีผมให้ได้ลุคสดใสตามที่ใจต้องการ

คุณน้าใจดีมาช่วยดูแลลูกให้ 2 ชั่วโมง คุณแม่จะได้ไปทำเล็บกับเพื่อน ๆ ส่วนคุณพ่อจะได้ไปเจอผองเพื่อนแล้วค่อยไปรับคุณแม่กลับบ้านพร้อมกันหลังทำเล็บเสร็จแล้ว

ลูกเล่นสนุกอยู่กับคุณแม่ คุณพ่อขอโอกาสแวบไปดูวีดีโอน้องมิลค์หน้านิ่งแข่งโดรน

น้องหมาน้องแมวเดินมาใกล้ ๆ ตอนที่ลูกหลับ คุณแม่จึงได้พักใจมาเล่นกับน้องหมาน้องแมวอยู่พักใหญ่

ลูกกำลังฝึกลาก 13 เส้นพื้นฐานกับพี่และน้องอย่างสนุกสนาน คุณแม่จึงไปนั่งเล่นที่ชิงช้าตัวโปรด และใช้ช่วงเวลาเล็ก ๆ นี้ อ่านนิยายรักละมุนเล่มโปรดต่ออีก 2-3 ตอน

ตอนนี้มีเวลาว่าง 15 นาที คุณแม่จะทำอะไรดีนะระหว่าง…นอนเล่นสักงีบ นั่งสมาธิให้จิตสงบ สวดมนต์และอธิษฐานจิตตามหลักศาสนาของตน ฟังเพลง หรือมาสก์หน้าให้เด้งและฉ่ำน้ำแบบดาราเกาหลี

เสาร์หน้าจะมีคนช่วยดูแลลูกตั้งแต่เช้ายันบ่าย คุณพ่อและคุณแม่จึงวางแผนไปวิ่งมาราธอนให้เหงื่อชุ่มแบบพี่ตูนกับน้องก้อย พร้อม ๆ กับการชมวิวข้างทาง และเผาผลาญไขมัน…

อะไรก็ได้ ที่เป็นความสุขเล็ก ๆ ที่เราชอบทำ

อะไรก็ดี ที่เมื่อทำแล้ว เรารู้สึกผ่อนคลายและได้เป็นตัวของตัวเอง

อะไรก็ได้..อะไรที่ดี..ก็ดีทั้งนั้น

เพราะ…การมีช่องว่าง……….ทางอารมณ์จะทำให้เรารู้สึกดีที่ได้เป็นตัวของตัวเอง ได้ดื่มด่ำช่วงเวลาที่ใจสงบ ได้มีช่วงเวลาเล็ก ๆ ที่ไม่มีภาระ ได้หยุดความคิด และได้หยุดพักจากการรับผิดชอบชีวิต

เพราะ…การมีช่องว่าง……….ทางอารมณ์เป็นการเตรียมจิตให้สงบ หากทำได้บ่อย ๆ แม้เพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ในระหว่างวันของทุกวัน ใจของเราก็จะเหมือนกาน้ำที่ไม่มีน้ำร้อนเดือดพล่านจนล้นออกมาก ใจของเราก็จะมีพื้นที่ว่างระหว่างน้ำร้อน ๆ และฝาของกา ดังนั้น แม้น้ำจะเดือดจนเลยจุดเดือด ก็ย่อมไม่มีน้ำร้อนไหลออกมาลวกมือและใจของเรา

การมีช่องว่าง……….ทางอารมณ์ด้วยการทำเรื่องง่าย ๆ ที่เราชอบ เป็นวิธีสร้างสุขเล็ก ๆ ในใจ ที่เราขอเชียร์ให้คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง ได้ทำแทรกในชีวิตประจำวันบ่อย ๆ ตามโอกาสและจังหวะเวลาที่เหมาะสมเพื่อเติมพลังชีวิตให้ฟูและค่อย ๆ เต็มขึ้นมาได้อีกครั้งนะคะ