โดย admin | กำลังใจ, บทความบ้านอุ่นรัก
บ้านอุ่นรักเคยได้ยินคำกล่าวเท่ห์ ๆ จากนักปฏิบัติธรรมท่านหนึ่งว่า
“กินให้อิ่ม นอนให้หลับ หัวเราะให้ดัง
แม้ชีวิตจะหนักหนาสาหัสแค่ไหน เราก็มีสิทธิที่จะมีความสุข”
เราจึงขอส่งคำกล่าวนี้มายังทุกท่าน
อนุญาตให้ตัวเองมีความสุขนะคะ
หาสุขง่าย ๆ ที่แทรกอยู่ในชีวิตประจำวันให้เจอ แล้วนำสิ่งนั่นมาหล่อเลี้ยงใจตัวเองค่ะ
โดย admin | Video, กำลังใจ
ชีวิตน้องเพชร
ตัวอย่างคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ร่วมมือร่วมใจกับคุณยายช่วยกันเลี้ยงดู ฟูมฟัก ดูแลน้องเพชร เด็กน้อยที่มีอาการออทิซึม จนถึงวันที่เขาเติบโตเป็นวัยรุ่นที่สามารถดูแลตนเองได้ โดยคุณแม่และคุณยายใช้สัญชาตญานผสมกับการลองผิดลองถูกในการนำพาลูกจนพบทางที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของตนเอง
ตัวอย่างนี้ แสดงให้เห็นว่า โดยพื้นฐานแล้วเราสามารถใช้แนวทางการเลี้ยงดูแบบวิถีชีวิตธรรมดา ๆ ที่เพิ่มความใกล้ชิดและความช่างสังเกตของแม่และคนรอบข้างลงไป จากนั้น คนในครอบครัวก็ลงมือทำ ลองผิดบ้าง ลองถูกบ้าง ก็ทำไป โดยมีการปรับแก้และหาหนทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาที่พบในแต่ละวันของการดำรงชีวิต ค่อย ๆ ทำไปโดยใช้ความรัก ความนุ่มนวล ความพยายาม และให้ความสำคัญ ตลอดจน “ต้องตั้งมั่นอย่างชัดเจนในสิ่งที่ลูกจำเป็นต้องทำ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ลูกสามารถดำรงชีวิตให้ได้ด้วยตนเองในอนาคต โดยไม่ปล่อยให้ลูกดำรงชีวิตอย่างไร้รูปแบบจนเกินไป”
ในที่สุดพลังรักจากคนในครอบครัวจะสามารถนำทางลูกให้รอดได้แน่นอนค่ะ
กดที่ลิ้งค์นี้เพื่อร่วมรับชมวีดีโอรายการ “คนค้นคน” ตอน “ถอดรหัสออทิสติกน้องเพชร โดย นายแพทย์โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์”
โดย admin | กำลังใจ, บทความทั่วไป
“คุณแม่ท่านหนึ่ง” ได้เขียนบทความ เรื่อง “เส้นทางที่ไม่เคยเดิน” นี้ และอนุญาตให้ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” นำมาเผยแพร่ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่เธอ ลูก และครอบครัว ได้ร่วมกันเดิน จนผ่านพ้นเส้นทางที่ขรุขระและเต็มไปด้วยขวากหนามมาได้ด้วยดี
ทั้งคุณแม่ท่านนี้และบ้านอุ่นรักขอส่งกำลังใจมายังทุก ๆ ครอบครัว และเราปรารถนาเป็นอย่างยิ่งว่า ในที่สุดแล้ว ทุก ๆ ครอบครัว จะพบวิธีก้าวเดินที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของตนเอง และสามารถเดินไปกับลูก จนถึงจุดหมายปลายทางที่ดีได้สมดังใจหวังค่ะ
“เส้นทางที่ไม่เคยเดิน” ตอนส่งท้าย: สิ่งที่อยากบอกกับทุกบ้าน...
อยากให้กำลังใจกับทุกบ้านให้อดทนกับความเหนื่อยยากที่ต้องเจอ การเลี้ยงลูกแบบเราไม่ใช่งานที่ง่ายเลย แต่มองอีกมุมหนึ่ง เราสามารถได้รับความสุขมากมายทุกครั้งที่ลูกทำอะไรได้ น้ำตาเราไหลด้วยความดีใจทุกครั้งที่เราเห็นพัฒนาการของเค้าไม่ว่าจะระดับใดก็ตาม ซึ่งความสุขเหล่านี้ เราอาจจะไม่ได้เจอเลย…ถ้าลูกเราไม่ได้เป็นแบบนี้
สิ่งที่เราตั้งใจเขียนนี้ เรามุ่งหวังว่าแนวทางการดูแลลูกในแบบของเราจะสามารถเป็นแสงเล็ก ๆ ให้กับแต่ละบ้านที่ประสบปัญหาเหมือนเรา นำไปลองใช้ ลองเดินตามในเส้นทางที่เรียกว่าไม่ใช่ทางสวยงาม ไม่ใช่ทางปกติ แต่ขอให้มั่นใจว่า ถ้าแต่ละบ้านลองทำตามแล้ว คุณจะได้เห็นศักยภาพในตัวลูกของคุณจริง ๆ ไม่มากก็น้อย อย่าท้อ อย่าสิ้นหวังกับสิ่งที่คุณกำลังเจออยู่ในตอนนี้ ขอให้ทำทุกอย่างให้เต็มกำลังของตัวคุณเอง และเมื่อเวลาผ่านไป เรื่องนี้มันจะเป็นแค่ฝันร้ายของคุณเท่านั้น
เครดิตภาพ: Annie Spratt | Unsplash
โดย admin | กำลังใจ, บทความทั่วไป
“คุณแม่ท่านหนึ่ง” ได้เขียนบทความ เรื่อง “เส้นทางที่ไม่เคยเดิน” นี้ และอนุญาตให้ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” นำมาเผยแพร่ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่เธอ ลูก และครอบครัว ได้ร่วมกันเดิน จนผ่านพ้นเส้นทางที่ขรุขระและเต็มไปด้วยขวากหนามมาได้ด้วยดี
ทั้งคุณแม่ท่านนี้และบ้านอุ่นรักขอส่งกำลังใจมายังทุก ๆ ครอบครัว และเราปรารถนาเป็นอย่างยิ่งว่า ในที่สุดแล้ว ทุก ๆ ครอบครัว จะพบวิธีก้าวเดินที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของตนเอง และสามารถเดินไปกับลูก จนถึงจุดหมายปลายทางที่ดีได้สมดังใจหวังค่ะ
“เส้นทางที่ไม่เคยเดิน” ตอนที่ 8: เส้นทางเสริม...
…สิ่งที่เราเล่ามาทั้งหมดเป็นแนวทางหลักที่เราใช้ในการช่วยลูกให้ดีขึ้น แต่เราเชื่อว่าการรักษาลูกไม่มีเส้นทางเดียว ถ้าทำทุกอย่างที่ทำได้ ลูกน่าจะดีขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย เราศึกษาแนวคิด แนวทางรักษาอื่นๆ และสุดท้ายเราเลือกสิ่งที่คิดว่าจะทำลูกให้ดีขึ้นโดยไม่เป็นอันตราย เช่น เลี่ยงอาหารที่ส่งผลต่ออาการของลูกให้มากที่สุด จนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีผลกระทบ (ปัจจุบันลูกทานอาหารได้ทุกอย่างแล้ว) การทานวิตามินเสริม, การรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ ซึ่งเราเองก็ตอบไม่ได้ว่าลูกดีขึ้นด้วยสิ่งเหล่านี้หรือไม่ เรารู้แค่ว่า เราทำทุกอย่างเท่าที่เราจะทำได้แล้วและลูกก็ดีขึ้นอย่างน่าชื่นใจจริง ๆ
นอกจากการปรึกษาหมอและผู้เชี่ยวชาญ เรายังหาตัวช่วยจากคุณพ่อคุณแม่ผู้มีประสบการณ์จริงและลูกโตกว่าลูกเรา พูดคุยสอบถาม เก็บรายละเอียด เพื่อให้รู้สถานการณ์ล่วงหน้าว่า เมื่อลูกโตขึ้นในแต่ละวัย เราอาจจะเจอปัญหาอะไรในอนาคต อะไรคือสิ่งที่เราต้องเตรียมตัวให้ลูกในแต่ละช่วง แต่ละวัย หลังจากนั้น เราจะเก็บประเด็นสำคัญเอามาวางแผนในการพัฒนาลูก รวมถึงการอ่านหนังสือที่เขียนโดยคนที่เป็นแบบลูก การอ่านข้อมูลในเวปจากคนที่เป็นเหมือนลูกแต่สามารถสื่อสารได้แล้วว่าทำไมตอนเด็กถึงมีพฤติกรรมแปลก ๆ เพื่อให้เราเข้าใจเวลาลูกทำพฤติกรรมแปลก ๆ และจะถามลูกเสมอว่าอะไรคือเหตุผลที่เค้าทำ เพื่อที่จะได้แก้ปัญหาได้ตรงจุด
เราพยายามหากีฬาให้ลูกได้เล่น เพราะจากข้อมูลที่เราอ่านบอกว่ากีฬาโดยเฉพาะว่ายน้ำจะทำให้ลูกดีขึ้น สำหรับบ้านเรา ลูกคนเล็กเรียนว่ายน้ำอาทิตย์ละ 3-4 วันเป็นเวลา 3 ปี ก็ยังว่ายไม่ได้ ในช่วงแรกก็ท้อเหมือนกัน แต่เมื่อปรึกษาหมอ และหมอบอกว่า ยังไงก็ต้องให้ลูกเล่นกีฬาอะไรบางอย่าง เราก็เลยลองหากีฬาให้ลูกลองเรียนไปเรื่อย ๆ เช่น เตะบอล เทนนิส ซึ่งลูกคนเล็กก็ยังทำไม่ได้อยู่ดี สุดท้าย เรื่องกีฬาของลูกก็มาลงตัวที่แบดมินตันเมื่อตอนอายุ 8 ปี สิ่งที่เห็นคือ เค้ามีสมาธิจดจ่อกับสิ่งต่างๆ ได้นานขึ้น เค้าสามารถตีกับพี่ชายและเพื่อนได้ และพัฒนาจนสามารถไปแข่งวิ่งผลัดกับเพื่อนในงานกีฬาสีที่โรงเรียนได้
ลูกคนเล็กขอเรียนเปียโนเมื่ออายุประมาณ 7.5 ปี เพราะพี่ชายขอเรียน ในตอนแรกเราไม่มั่นใจเลยว่าจะเรียนได้ แต่คิดว่าน่าจะดีต่อการพัฒนากล้ามเนื้อนิ้วและการสั่งการของสมอง ก็เลยคุยกับคุณครูเปียโนให้เข้าใจว่าลูกมีลักษณะยังไง แต่กลายเป็นว่าเราได้ค้นพบความสามารถพิเศษของลูกด้านดนตรี ลูกกลายเป็นลูกศิษย์คนโปรดของครูเพราะเล่นได้ดี และเปียโนก็ทำให้ลูกมีสมาธิมากขึ้น ลูกมีโอกาสได้แสดงออกโดยการเล่นคอนเสิร์ตของโรงเรียน ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มประสบการณ์ทางสังคมที่ดีมาก เพราะทำให้ลูกรู้จักควบคุมตัวเองได้มากขึ้น…
เครดิตภาพ: Annie Spratt | Unsplash
โดย admin | กำลังใจ, บทความบ้านอุ่นรัก
“คุณแม่ท่านหนึ่ง” ได้เขียนบทความ เรื่อง “เส้นทางที่ไม่เคยเดิน” นี้ และอนุญาตให้ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” นำมาเผยแพร่ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่เธอ ลูก และครอบครัว ได้ร่วมกันเดิน จนผ่านพ้นเส้นทางที่ขรุขระและเต็มไปด้วยขวากหนามมาได้ด้วยดี
ทั้งคุณแม่ท่านนี้และบ้านอุ่นรักขอส่งกำลังใจมายังทุก ๆ ครอบครัว และเราปรารถนาเป็นอย่างยิ่งว่า ในที่สุดแล้ว ทุก ๆ ครอบครัว จะพบวิธีก้าวเดินที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของตนเอง และสามารถเดินไปกับลูก จนถึงจุดหมายปลายทางที่ดีได้สมดังใจหวังค่ะ
“เส้นทางที่ไม่เคยเดิน” ตอนที่ 7: โรงเรียนของลูก...
…เราหาข้อมูลโรงเรียนที่คิดว่าจะดูแลลูกได้ เข้าไปดูสถานที่จริง 4-5 โรงเรียน พูดคุยกับคุณครู สังเกตการดูแลนักเรียน โดยขอคำปรึกษาจากบ้านอุ่นรักและคุณหมอประกอบการตัดสินใจ ซึ่งโรงเรียนก็มีส่วนสำคัญในการช่วยลูกจริง ๆ โรงเรียนที่ลูกเราอยู่ไม่ได้เน้นวิชาการเกินไป เน้นการแสดงออก การคิด การทำงานเป็นกลุ่ม ทำให้ทักษะทางสังคมลูกพัฒนาขึ้นอย่างมาก
ตอนลูกเข้าโรงเรียนในช่วงแรก ลูกยังไม่สามารถไปโรงเรียนได้เต็ม 5 วันเหมือนเด็กคนอื่น เพราะยังต้องได้รับการฝึกพัฒนาการอยู่ และต้องมีครูประกบช่วยที่โรงเรียน การหาโรงเรียนจึงต้องคำนึงถึงความสะดวกในการเดินทางของครูประกบด้วย ในช่วงแรกเราเลือกโรงเรียนที่คุณครูจากบ้านอุ่นรักสามารถไปดูแลลูกเราได้ แต่หลังจากนั้น เราย้ายโรงเรียนมาเป็นโรงเรียนที่มีถึงมัธยมปลายแทนตามคำแนะนำของคุณหมอและบ้านอุ่นรัก เพื่อให้ลูกไม่ต้องปรับตัวมากเกินไปในช่วงวัยรุ่น
การผูกใจกับคุณครูประจำชั้นของลูกเป็นเรื่องสำคัญ เราจะสืบล่วงหน้าเสมอว่าชั้นปีต่อไปมีครูท่านไหนสอนบ้าง เราจะเลือกครูคนไหนเป็นครูของลูกเรา และเราจะหาวิธีให้ลูกได้อยู่กับครูคนที่เราเลือกให้ได้ จนปัจจุบัน เรายังคุยกับคุณครูประจำชั้นของลูกทุกปีว่าปัญหาลูกคืออะไร อยากให้คุณครูช่วยอะไร และที่บ้านพร้อมจะช่วยทางโรงเรียนอย่างไร (ซึ่งปัญหาในแต่ละปี จะเริ่มน้อยลงตามชั้นปีที่ลูกโตขึ้น)
ตั้งแต่ลูกยังเล็ก เราจะแอบสังเกตกลุ่มผู้ปกครองที่โรงเรียนว่ามีบ้านไหนที่ดูใจกว้างบ้าง (เราไม่เคยบอกผู้ปกครองท่านอื่นว่าลูกเป็นอะไร เพราะเคยมีประสบการณ์ลูกโดนรังเกียจจากโรงเรียนเก่ามาแล้ว) และถ้ามีโอกาส เราจะบอกผู้ปกครองเหล่านั้นอ้อมๆ ว่า ถ้าลูกเราทำอะไรผิด หรือแกล้งเพื่อน ช่วยบอกเราด้วย เพราะลูกเราเล่นไม่ค่อยเป็น ชอบอยู่คนเดียว (โชคดีที่ลูกเราเรียนเก่งแบบโดดเด่นมาก เพื่อนมักจองตัวทำงานกลุ่ม และเอาเล่าความเก่งของลูกเราให้พ่อแม่ฟัง ทำให้เหมือนได้รับการยอมรับด้านวิชาการจากผู้ปกครอง) รวมถึงแอบสืบจากเพื่อนในห้องว่าลูกมีพฤติกรรมอย่างไร แล้วเอาสิ่งนั้นมาสอนลูก ณ ตอนนี้ เรารู้สึกได้ว่าพ่อแม่ของเพื่อนลูกก็มองลูกเราปกติธรรมดาเหมือนเด็กทั่วไป…
เครดิตภาพ: Annie Spratt | Unsplash