ฟังในสิ่งที่เด็กพูด | บ้านอุ่นรัก

ฟังในสิ่งที่เด็กพูด | บ้านอุ่นรัก

  • ให้ความสำคัญกับการฟังสิ่งที่เด็กพูดและพยายามสื่อออกมาให้มากขึ้น
  • ฟังเด็กด้วยดี โดยเฉพาะในเหตุการณ์พิเศษ เช่น เด็กทำของเสียหาย เด็กอาละวาด เด็กร้องไห้เสียใจ ซึ่งอาจเป็นประสบการณ์แรกที่เด็กประสบ หรือจำเป็นต้องหาทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
  • รับฟังอย่างแท้จริงให้ดีก่อน โดยไม่รีบตัดบท ไม่รีบพูดแทรก ไม่มองหาจังหวะจับผิด ไม่รีบสั่งสอน
  • จับสัญญานจากนัยและภาษาท่าทางที่เด็กพยายามสื่อ เพื่อทำความเข้าใจ และตอบรับความรู้สึกของเด็กให้มากขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์พิเศษที่ใหม่สำหรับประสบการณ์ของเด็ก

Photo Credit: Unsplash | Emiliano Vittoriosi

ให้โอกาสเด็กที่ทำพลาด | บ้านอุ่นรัก

ให้โอกาสเด็กที่ทำพลาด | บ้านอุ่นรัก

  • แม้เด็กทำพลาด แต่เรายังชื่นชมในความพยายามของเด็กได้
  • ให้คำแนะนำ แทนการตำหนิ ไม่ตอกย้ำความผิดพลาด แต่แนะนำเพื่อครั้งต่อไป
  • ให้กำลังใจ ติดตามดูต่อไป
  • สร้างทัศนคติว่าทุกคนทำผิดได้ แต่ต้องร่วมรับผิดชอบ
  • เมื่อผิดพลาด สามารถแก้ไขใหม่ได้เสมอ
  • มองเหตุการณ์ตามมาตรฐานของเด็กและให้อภัย เพราะเด็กขาดประสบการณ์จึงทำผิดได้
  • ไม่กล่าวโทษ หรือทำโทษในความผิดที่เด็กไม่ได้ตั้งใจ

Photo credit: Unsplash | Lucas Metz 

คุยกับลูกวัยรุ่น | บ้านอุ่นรัก

คุยกับลูกวัยรุ่น | บ้านอุ่นรัก

ถ้าคุณคือพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกวัยรุ่น แต่ไม่ค่อยได้ชวนลูกพูดคุย เพราะรู้สึกว่าลูกมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ลูกชอบอยู่ในโลกส่วนตัว  ลูกไม่ชอบแบ่งปันเรื่องราวใด ๆ กับพ่อและแม่ หรือแม้จะได้คุยกัน ก็จะคุยกันแบบไม่ค่อยเข้าใจ เพราะลูกและคุณสนใจเรื่องราวที่แสนจะแตกต่างกัน…ถ้านี่คือคุณ…ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” มั่นใจว่าบทความนี้คือบทความที่คุณต้องอ่าน

อันที่จริง ก็จริงอยู่ว่าสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองที่ไม่ค่อยได้คุยกับลูกวัยรุ่น หากจู่ ๆ จะชวนลูกคุย ก็คงดูแปลก ๆ และทำได้ค่อนข้างยาก…แต่เพราะลูกคือสิ่งที่มีค่าสูงสุด และการได้พูดคุยกันก็เป็นพื้นฐานของการสร้างและสานความรักและความเข้าใจระหว่างพ่อแม่ผู้ปกครองและลูก ดังนั้น แม้การชวนลูกวัยรุ่นคุยจะทำได้ยากเย็นแค่ไหน ก็คุ้มค่าที่เราทุกคนต้องพยายาม

เทคนิคการคุยกับลูกวัยรุ่น

  1. สร้างความเคยชิน

เพื่อให้ลูกเกิดความเคยชินที่จะคุยกับเรา เราต้องเป็นคนเริ่มต้นพูดคุยกับลูกให้ได้ทุกวัน ๆ ละ 15 นาทีเป็นอย่างน้อย โดยต้องเลือกหัวข้อการพูดคุยให้ถูกต้องและเหมาะสมกับความสนใจของลูก เพื่อไม่ให้ลูกผละจากไปทันที

  1. เรื่องที่จะคุย

ในระยะแรก ๆ ของการชวนลูกวัยรุ่นคุย เราต้องเน้นการชวนคุยในเรื่องที่ลูกไม่ต้องระวังตัว เช่น เรื่องทั่ว ๆ ไปที่ไม่เฉพาะเจาะจง เรื่องที่ไม่ลงลึก เรื่องที่อยู่ในกระแสแต่ไม่จำเป็นต้องมีสาระจริงจัง คุยเรื่องไกลตัว เรื่องการเดินทาง ซีรีย์ที่ลูกชอบดู หนังสือที่ลูกชอบอ่าน เกมส์และกีฬาที่ลูกชอบเล่น หรืออาหารที่ลูกชอบทำ จากนั้น เมื่อลูกเริ่มรู้สึกสบายใจและเคยชินเวลาที่คุยกับเรา ลูกจะค่อย ๆ หลุดไหลพูดคุยกับเราถึงเรื่องอื่น ๆ ที่เจาะลึก เฉพาะเจาะจง และเกี่ยวข้องกับชีวิตของลูกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับตัวให้เข้ากับเพื่อน อัตลักษณ์และตัวตนของลูก ข้อสงสัยเรื่องความรักและความรู้สึก หรือแม้แต่เรื่องที่ลูกหนักใจและมีปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน

  1. สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ

ในการพูดคุยกับลูก เราจะไม่เน้นการสอน ไม่พูดตัดบท ไม่พูดปลอบใจในทันที แต่จะเน้นการจับความรู้สึกว่าลูกรู้สึกอย่างไรในสถานการณ์ต่าง ๆ และลูกกำลังเผชิญกับสถานการณ์ปัญหาอะไร แล้วตอบรับให้ลูกรับรู้ให้ได้ว่าเราเข้าใจทั้งความรู้สึกและสถานการณ์ที่ลูกกำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ก็ตามที

ตามที่เกริ่นไปแล้วว่า ในขณะที่คุยกับลูก เราต้องให้ความสำคัญกับความรู้สึกของลูกและหาวิธีนำทางให้ลูกรู้จักสะท้อนและจัดการความรู้สึกของตนเองให้ได้เสียก่อน จากนั้นจึงค่อยพูดให้ข้อคิดหรือแนวทางที่จะช่วยให้ลูกเข้าใจประเด็นว่าลูกจะสามารถจัดการกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างไร ส่วนการสอนลูก เราค่อยสอนหลังจากลูกเปิดใจรับฟังข้อคิดเห็นต่าง ๆ ของเราได้อย่างสงบ ทั้งนี้เพื่อลูกไม่เกิดความรู้สึกต่อต้านความเห็นของพ่อแม่ในแบบที่ลูกวัยรุ่นทั่วไปมักจะทำ

การที่เราใส่ใจ รับฟัง ทำความเข้าใจ สนใจ และเห็นความสำคัญในสิ่งที่ลูกกำลังพูดให้เราฟัง ตลอดจนการแสดงออกให้ลูกรับรู้ว่าเรายินดีที่ได้รับฟัง  ยินดีที่จะช่วยสนับสนุน อยู่ข้างๆ เพื่อช่วยให้ข้อคิดเห็น หรือคำแนะนำที่ช่วยนำทางลูกได้ จะทำให้ลูกเคยชินและไว้ใจที่จะพูดคุยกับเรามากยิ่ง ๆ ขึ้น และลูกจะเปิดใจ แบ่งปันความรู้สึก และอยากเล่าเรื่องราวทุกข์สุขให้เราฟังด้วยความสบายใจ ดังนั้น ในยามที่ลูกมีปัญหา พ่อแม่ผู้ปกครองก็จะกลายเป็นคนแรก ๆ ที่ลูกกล้าพูดเพื่อขอความช่วยเหลือ

…เพราะลูกคือสิ่งที่มีค่าสูงสุด ดังนั้น การชวนลูกวัยรุ่นคุย แม้อาจดูยาก แต่คุ้มค่าและเราต้องพยายามทำ

แทรกการวางเงื่อนไขก่อนการเล่น | บ้านอุ่นรัก

แทรกการวางเงื่อนไขก่อนการเล่น | บ้านอุ่นรัก

เชื่อหรือไม่ว่าถ้าเราแทรกการวางเงื่อนไขก่อนการเล่นของลูก ๆ ให้ถูกจังหวะ การแทรกการวางเงื่อนไขนั้น จะนำสู่การกระตุ้นทักษะและสร้างเสริมพัฒนาการให้กับลูกออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้าได้จริง!
เงื่อนไขที่แทรก สร้างการกระตุ้นพัฒนาการ
กระตุ้นการสบตา
กระตุ้นการออกเสียงและการพูด
กระตุ้นการสานต่อแบบสองทาง
กระตุ้นการเลี่ยนแบบท่าทาง
ฝึกการรอคอย
เวลาลูกต้องการเล่นอะไร ก่อนที่เราจะให้ลูกเล่นของเล่นชิ้นนั้นด้วยตนเองเองอย่างอิสระ เราควรทำอย่างไรจึงจะแทรกการวางเงื่อนไขได้?
– ลูกสานต่อและสบตากับพ่อแม่ก่อน เช่น พ่อแม่เก็บส่วนประกอบบางชิ้นของของเล่นไว้เอง จากนั้น ยกของชิ้นนั้นระดับสายตา กระตุ้นให้ลูกสานต่อด้วยการสบตา เมื่อลูกสบตา ค่อยส่งของชิ้นนั้นให้ลูก
– ลูกออกเสียง พูดตาม หรือพูดชื่อสิ่งต่าง ๆ ให้ได้ก่อน จึงจะได้เล่น เช่น เราทำท่าจะยื่นของเล่นบางชิ้นให้ลูกแต่ยังไม่ให้ เพื่อเราสามารถแทรกการกระตุ้นให้ลูกพยายามออกเสียงพูดหรือพูดก่อน
– ลูกเลียนแบบท่าทางง่าย ๆ ตามเราให้ได้ก่อน เช่น ตบมือ ไชโย ตบโต๊ะ หมุนมือ ชี้อวัยวะ
การวางเงื่อนไขก่อนให้ลูกได้เล่น อาจดูใจร้ายไปสักนิด แต่ทำแล้วจะส่งผลดีต่อพัฒนาการของลูก ๆ
ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” จึงอยากจะให้พ่อแม่ผู้ปกครองลองฝืนใจทำ ทำได้ไม่ยาก ลองทำ (เพื่อลูก) กันดูนะคะ
รับมือลูกหงุดหงิด อาละวาด อย่างไร? | บ้านอุ่นรัก

รับมือลูกหงุดหงิด อาละวาด อย่างไร? | บ้านอุ่นรัก

แนวทางการรับมือลูกหงุดหงิด อาละวาด 

  • ตั้งสติ ไม่ตกใจ ไม่รน
  • มีทัศนคติเชิงบวก
  • พูดสั้น พูดให้เห็นภาพ พูดเชิงบวก
  • เลี่ยงคำพูดกระตุ้นอารมณ์
  • คาดการณ์ล่วงหน้า ไวต่อการตอบสนอง
  • หยุดการสูญเสีย เก็บสิ่งอันตราย
  • ถ้าพฤติกรรมรุนแรง มีระยะห่างไม่ให้เข้าถึงตัว
  • เริ่มปรับทีละขั้นตามระดับความรุนแรง
    • เบี่ยงเบน: ใช้การสร้างความสนุกเข้ามาแทนที่
    • ใช้กิจกรรมที่สนใจ
    • ชวนลูกเปลี่ยนอิริยาบถ
    • เพิกเฉย: นิ่ง ไม่พูด ไม่มอง ไม่ให้ความสนใจ
    • กลับไปให้ความสนใจลูก เมื่อลูกมีพฤติกรรมเหมาะสม
    • Time In: อยู่ข้าง ๆ ลูกแบบเงียบ ๆ อย่างเมตตา
    • Time Out: แยกออกไปเพื่อสงบ (แยกผู้ใหญ่ออก | แยกเด็ก | งดกิจกรรม)
  • เปลี่ยนความโกรธด้วยการทำให้ลูกหันมารับรู้ความรู้สึกทางร่างกาย
  • หลังลูกสงบ ค่อยสอนลูกเรื่องวิธีจัดการกับปัญหา
    • สอนให้รู้อารมณ์
    • พูดแสดงความเข้าใจ
    • พูดกระชับ ๆ เกี่ยวกับความจริง (เหตุการณ์ ) และความรู้สึกของลูก
    • สอนให้ลูกรู้วิธีรับมือว่า “หากมีเหตุการณ์เช่นนี้อีก ในครั้งต่อไป ลูกควรจะทำอย่างไรดี”