กิจกรรมกลิ้งลูกเทนนิส (บอลเล็ก) | บ้านอุ่นรัก

กิจกรรมกลิ้งลูกเทนนิส (บอลเล็ก) | บ้านอุ่นรัก

“การเผยแพร่ข้อมูลกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างเสริมพัฒนาการเด็ก” เป็นเป้าหมายอีกประการหนึ่งของการทำงานของศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” ดังนั้น ในบทความนี้ “บ้านอุ่นรัก” ก็มีอีกหนึ่งกิจกรรมง่าย ๆ แต่สนุก แถมยังช่วยสร้างเสริมพัฒนาการให้กับเด็กได้อีกประการหนึ่ง
.
อุปกรณ์
ลูกเทนนิสหรือบอลเล็ก
.
วิธีเล่น:
• กลิ้งลูกเทนนิสไปหาเด็กและกระตุ้นให้เด็กกลิ้งกลับมา
• แทรกการสบตาโดยเรียกชื่อหรือเคาะบอลให้เด็กมองสบตาเราก่อนที่จะกลิ้งลูกเทนนิสให้
• แทรกการออกเสียงโดยชูลูกเทนนิสระดับสายตาให้เด็กออกเสียงก่อนที่จะกลิ้งลูกเทนนิสให้เด็ก
• แทรกการรับลูกเทนนิสสลับข้างซ้าย-ขวา
.
ประโยชน์ที่เด็กจะได้รับ
• ปฏิสัมพันธ์
• กล้ามเนื้อมัดเล็ก
• การฟัง
• การกะระยะทางสายตาและระยะทาง
• การคงสายตา
.
Photo Credit: Unsplash | Nathan Dumlao
.
ควรทำอย่างไร? หากลูกออทิสติกชอบพูดคนเดียวหรือพูดอะไรซ้ำ ๆ | บ้านอุ่นรัก

ควรทำอย่างไร? หากลูกออทิสติกชอบพูดคนเดียวหรือพูดอะไรซ้ำ ๆ | บ้านอุ่นรัก

การพูดกับตัวเองเป็นพฤติกรรมที่พบได้บ่อยในคนทั่วไป หรือแม้แต่ตัวเราเอง เราก็อาจเผลอพูดคนเดียวในบางครั้ง แต่สำหรับลูกออทิสติก พฤติกรรมนี้อาจเกิดบ่อยมากและมีความต่างจากกรณีทั่ว ๆ ไปตรงที่ลูกจะพูดคำซ้ำ ๆ เดิม ๆ หรือพูดเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยลูกอาจไม่ได้รับรู้ว่าพฤติกรรมนั้น ๆ เป็นพฤติกรรมที่แปลกแตกต่าง และไม่ได้เตือนตนเองให้ควบคุมหรือหยุดตนเองเหมือนที่เราทำ บางครั้งพฤติกรรมนี้ของลูกจึงมีผลกระทบบางประการเมื่อลูกอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม
.
สาเหตุที่ลูกออทิสติกชอบพูดคนเดียวหรือพูดอะไรซ้ำ ๆ มีหลายประการ เช่น
(1) การพูดคนเดียวหรือพูดอะไรซ้ำ ๆ เป็นพฤติกรรมกระตุ้นตนเองรูปแบบหนึ่ง
(2) ลูกออทิสติกพูดในสิ่งที่กำลังคิด หรือเราจะเรียกว่าลูกเป็นคนที่ “คิดดัง”
(3) ลูกอาจพูดคนเดียวหรือพูดซ้ำ ๆ ในสถานการณ์พิเศษ เช่น เครียด วิตกกังวล หรือต้องการปฏิเสธอะไรบางอย่าง
.
เมื่อเราพบว่าลูกพูดกับตนเองหรือพูดซ้ำ ๆ เราจะช่วยลูกปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ได้อย่างไร?
.
(1) ตอบสนองและดึงลูกสู่ปัจจุบัน
หากพบว่าลูกเริ่มพูดหรือถามซ้ำ เราควรเข้าแทรกเพื่อตอบรับหรือชวนคุยและสอบถามลูกเพิ่มเติมเผื่อเป็นกรณีที่ลูกต้องการสื่อสารอะไรบางอย่าง หรือต้องการความช่วยเหลือ แต่หากเราพบว่าลูกพูดวนซ้ำเกินสามครั้งหลังจากเราพยายามตอบสนองแล้ว ควรรีบดึงลูกกลับสู่ปัจจุบันซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่กำลังเกิดตรงหน้า เช่น ถามว่าลูกกำลังทำอะไร ลูกกำลังทานอะไร หรือเตือนให้ลูกกลับมาสนใจทำกิจกรรมตรงหน้า
.
(2) เพิ่มกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่มีรูปแบบเหมาะสมกับวัย (ไม่ทำกิจกรรมวนซ้ำจนหมกมุ่น)
ลูกอาจพูดซ้ำ ๆ มากขึ้นในเวลาว่างหรือในเวลาที่ลูกได้แยกตัวคนอยู่เดียวนาน ๆ เช่น ในเวลาที่พ่อแม่หรือคนในบ้านติดภารกิจอื่น ๆ ดังนั้น สมาชิกในบ้านควรร่วมกันวางแผนการทำกิจวัตรประจำวันด้วยการดึงลูกให้เข้ามาทำภารกิจร่วมกันกับสมาชิกในบ้านเป็นระยะ ๆ เพื่อดึงความสนใจของลูกสู่บุคคลและกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งนี้ ในระยะแรกควรตั้งเป้าหมายชัดเจนที่จะสอนทักษะการเล่นที่เหมาะสมกับวัย เพิ่มความสนใจของลูกกับของเล่นที่หลากหลายมากขึ้น (เพื่อป้องกันการหมกมุ่นกับบางกิจกรรมมากเกินไป) และสาธิตการเล่นอย่างถูกวิธี (สอนให้ลูกเล่นให้เป็น) หรือทำกิจกรรมยามว่างที่หลากหลาย เช่น ชวนลูกวาดรูป ระบายสี ปั้นดินน้ำมัน เล่นของเล่น เป็นต้น และเมื่อลูกเล่นได้หลากหลาย เล่นถูกวิธี และเรียนรู้วิธีใช้เวลาอย่างอิสระอย่างรูปแบบและเหมาะสมกับวัยได้แล้ว จึงปล่อยให้ลูกเล่นเองอย่างอิสระ
.
(3) ทำข้อตกลง
ในบางสถานการณ์ เราจำเป็นต้องสอนให้ลูกตระหนักถึงสภาพแวดล้อมทางสังคมและกำหนดกติกา เช่น ทำข้อตกลงตามวัยและตามลำดับความเข้าใจของลูก เช่น เราจะไม่พูดในลิฟท์ เราจะไม่พูดโพล่งในโบสถ์หรือในห้องเรียน หรือฝึกให้ลูกสังเกตบรรยากาศที่คนอื่นร่วมกิจกรรมแบบเงียบ ๆ
.
(4) สอนลูกจัดการกับสถานการณ์พิเศษ
ลูกอาจจะมีชุดคำพูดเฉพาะที่มักพูดกับตัวเองในสถานการณ์ที่มีความเครียด วิตกกังวล ประหม่า แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ได้ ความตื่นเต้นจากระบบประสาทสัมผัสที่ไวจึงถูกรบกวนง่ายจากสิ่งเร้ารอบข้าง การพบคนแปลกหน้า หรือในบางกรณีลูกอาจใช้คำพูดเพื่อปฏิเสธ พูดเพื่อหลีกเลี่ยงการกิจกรรม ดังนั้น พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ควรจับสังเกตท่าทีและคำพูดที่ลูกมักใช้ในสถานการณ์พิเศษเพื่อเข้าแทรกและช่วยนำให้ลูกจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้าได้อย่างเหมาะสม โดยใช้คำพูดหรือสาธิตอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรมและบอกขั้นตอนทีละลำดับ เช่น ช่วยจับนำ ช่วยบอกบทสนทนา หรือบอกวิธีให้ลูกรับรู้อย่างเป็นรูปธรรมว่าจะจัดการกับความเครียด ลูกจะผ่อนคลายหรือเบี่ยงเบนความสนใจอย่างไร เป็นการสอนทักษะให้ลูกรู้วิธีรับมือกับสิ่งกระตุ้นใหม่ ๆ และตอบสนองกับสถานการณ์ตรงหน้าได้อย่างเหมาะสม และก่อนที่ลูกจะไปเผชิญบุคคล สถานที่ สถานการณ์ใหม่ ๆ หรือเข้าไปในบรรยากาศที่อาจมีสิ่งเร้าที่รบกวนระบบการรับสัมผัสของลูก เช่น มีแสงจ้า มีเสียงดัง ฯลฯ ควรบอกให้ลูกรู้ล่วงหน้าว่าจะเจออะไรและบอกวิธิว่าลูกจะเผชิญอย่างไร เช่น วิ่งมาจับมือแม่ เอามืออุดหูไว้ กอดตุ๊กตาแน่น ๆ เป็นต้น
.
ในกรณีที่ลูกออทิสติกมีปัญหาด้านพฤติกรรม ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” ขอให้กำลังใจแก่พ่อแม่ผู้ปกครองในการค่อย ๆ หาทางช่วยลูกปรับเปลี่ยนพฤติกรรม นอกจากนี้ เราจะคอยเป็นหน่วยสนับสนุนข้อมูล เพื่อท่านมีแนวทางในการนำทางลูก ๆ ต่อไป
.
เครดิตภาพ: Unsplash | Nurpalah Dee
.
การสนับสนุนหัวใจของพี่ ๆ น้อง ๆ ของลูกออทิสติก | บ้านอุ่นรัก

การสนับสนุนหัวใจของพี่ ๆ น้อง ๆ ของลูกออทิสติก | บ้านอุ่นรัก

ประเด็นพี่ ๆ น้อง ๆ ของลูกออทิสติก (หรือพี่ ๆ น้อง ๆ ของลูกที่มีความต้องการการดูแลเป็นพิเศษแบบอื่น ๆ เช่น สมาธิสั้น พัฒนาการช้า ดาวน์ซินโดรม เป็นต้น) เป็นประเด็นสำคัญที่ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” อยากส่งกำลังใจมายังพ่อแม่ผู้ปกครองของลูก ๆ ว่า “ท่านสามารถเลี้ยงดูลูกที่มีความต้องการการดูแลเป็นพิเศษควบคู่ไปกับพี่ ๆ น้อง ๆ ของลูกเพื่อให้ลูก ๆ ทุกคนเจริญเติบโตไปด้วยกันเป็นอย่างดีได้” โดย “บ้านอุ่นรัก” ขอเสนอแนะแนวทางการสนับสนุนหัวใจของเด็ก ๆ ดังนี้ คือ

(1) พ่อแม่ผู้ปกครองทำใจยอมรับว่าในกระบวนการการเติบโตของพี่ ๆ น้อง ๆ ของลูกออทิสติก พี่ ๆ น้อง ๆ ย่อมได้รับผลกระทบบางอย่างในขณะที่กำลังเติบโตไปพร้อม ๆ กันไม่น้อยไปกว่าลูกออทิสติก แต่ในเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นแล้ว ในฐานะพ่อแม่ “เราจะตั้งใจดูแลลูกทุกคนให้เติบโตไปด้วยกันอย่างดีที่สุดให้ได้”

(2) พ่อแม่ผู้ปกครองอธิบายความหมายของคำว่า “ออทิสติก” ให้พี่ ๆ น้อง ๆ ฟัง

– เริ่มจากการถามว่าพี่ ๆ น้อง ๆ ว่า “สังเกตเห็นไหมว่าลูกออทิสติกแตกต่างจากพี่น้องหรือไม่ อย่างไร”

– อธิบายเพิ่มเติมสั้น ๆ ใช้ภาษาที่สามารถเข้าใจได้ตามวัยของเด็ก โดยในเด็กเล็กอาจเน้นเน้นพฤติกรรมเด่น ๆ ที่พี่น้องจะประสบหรืออาจได้รับผลกระทบในชีวิตประจำวัน เช่น เด็กออทิสติกอาจมีวิธีเล่น-คิด-พูดที่แตกต่างจากเด็กคนอื่น หรือเด็กออทิสติกอาจต้องการให้พี่น้องดูแลสนับสนุนในบางเรื่อง แต่ก็มีบางเรื่องที่เด็กออทิสติกทำได้ดีเช่นกัน

– อธิบายให้มากขึ้นทีละน้อยตามวัยหรืออาจใช้ตัวช่วยอื่น ๆ เช่น ให้อ่านบทความ ดูสารคดี ชมภาพยนตร์ หรืออ่านหนังสือ

– หาโอกาสให้พี่น้องได้ไปร่วมในการพบแพทย์ในระหว่างการบำบัดรักษา หรือร่วมทำกิจกรรมที่ได้เห็นครอบครัวอื่น ๆ ที่มีสมาชิกออทิสติกในครอบครัว เพราะจะช่วยให้เข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้น และเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่อีกหลายครอบครัวก็กำลังดำเนินชีวิตแบบนี้เช่นเดียวกัน

(3) หาโอกาสให้พี่ ๆ น้อง ๆ ได้ใช้เวลาดี ๆ ร่วมกันเป็นช่วงสั้น ๆ บ่อย ๆ โดยหากิจกรรมที่สามารถทำร่วมกันได้ และควรเริ่มตั้งแต่ในวัยเด็กเล็กโดยมีพ่อแม่หรือผู้ใหญ่เข้ามีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อประสานให้ทุกคนสามารถสนุกสนานและมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน เช่น กิจกรรมกลางแจ้ง วิ่งเล่น ขี่จักรยาน  ว่ายน้ำ  ทานอาหารนอกบ้าน   เล่นเกมส์บอร์ด  ทำกิจกรรมในกิจวัตรประจำวันร่วมกันโดยพ่อแม่เป็นคนกลางร่วมทำด้วย เป็นต้น

(4) ตั้งกติกาของครอบครัว เน้นความยุติธรรมและสม่ำเสมอสำหรับลูก ๆ ทุกคน ซึ่งความยุติธรรมมีความสำคัญสูงสุดต่อจิตใจของลูก ๆ คนอื่น ๆ จึงจำเป็นต้องมีกฎกติกาชัดเจนในบางเรื่องที่ทุกคนจะได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกัน เช่น การไม่ยอมให้ลูกออทิสติกมีอภิสิทธิ์เหนือพี่น้อง พี่น้องไม่จำเป็นต้องเสียสละในส่วนของตนที่ต่างได้รับเหมือนกัน การไม่ยอมปล่อยผ่าน และมีการตอบสนองที่ชัดเจนเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเมื่อลูกออทิสติกมีพฤติกรรมก้าวร้าว หรือทำร้ายจิตใจพี่น้อง

(5) กำหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบในหน้าที่ประจำวัน เน้นให้ลูกทุกคนรวมทั้งลูกออทิสติกฝึกช่วยเหลือตนเองให้มากที่สุด และต่างมีส่วนต้องมีส่วนร่วมในงานส่วนรวมของครอบครัวตามวัย เพราะการใช้ชีวิตตามปกติของพ่อแม่ที่มีลูกที่ต้องการการดูแลพิเศษย่อมมีภาระหน้าที่เพิ่มกว่าปกติ ลูกทุกคนจำเป็นต้องถูกปลูกฝังให้ดูแลตนเอง และมีส่วนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

(6) เมื่อใดที่ต้องการให้พี่น้องช่วยเหลือดูแลลูกออทิสติก ควรถามความพร้อมของพี่น้องก่อนทุกครั้ง (แม้บางครั้งจำเป็นต้องให้ช่วยเหลือ) แต่ควรถามความพร้อมก่อนขอร้องให้ลูก ๆ ทำ ไม่ใช่การสั่งหรือคิดว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ

(7) ช่วยลูก ๆ จัดการกับความรู้สึกด้านลบ จำเป็นต้องยอมรับความจริงและยอมให้ลูกแสดงความรู้สึกทางลบได้ เพราะการที่ลูกออทิสติกมีปัญหาในการสื่อสาร และขาดทักษะทางสังคม ย่อมมีผลให้การอยู่ร่วมกันในพี่น้องไม่ปกติสุขนัก และบ่อยครั้งลูก ๆ อาจรู้สึกว่าเหมือนกำลังถูกแย่งความสนใจของพ่อแม่ อาจรู้สึกเศร้า วิตกกังวล หรือสับสนเกี่ยวกับพฤติกรรมของพี่น้องออทิสติก หรือผลกระทบต่าง ๆ ในครอบครัว และบ่อยครั้งที่ลูก ๆ อาจรู้สึกสับสน ต่อสู้กับใจตนเอง ระหว่างความต้องการปกป้องพี่น้อง โกรธถ้าคนอื่นมาล้อเล่นพี่น้องของตนเอง พร้อมไปกับรู้สึกอายที่คนจ้องมองพฤติกรรมพี่น้องออทิสติก อย่าปฏิเสธ อย่าด่วนสอนเรื่องจริยธรรม เพราะลูก ๆ กำลังรู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ หากพ่อแม่สังเกตเห็น ควรหาโอกาสพูดคุย โดย

– กระตุ้นให้ลูกได้พูดถึงความรู้สึกด้านลบอย่างไม่ปิดกั้น เปิดโอกาสให้ลูกมีโอกาสระบาย

– สรุปทวนความรู้สึกและเหตุการณ์ที่ลูกประสบให้ลูกฟังว่าพ่อแม่เข้าใจอย่างแท้จริง ซึ่งสิ่งนี้สำคัญมากที่ลูกรับรู้ว่าพ่อแม่เข้าใจว่าลูกกำลังเผชิญอะไรอยู่

– แสดงการยอมรับว่าความรู้สึกนั้นเกิดได้เป็นธรรมดาโดยไม่จำเป็นต้องสอนในแง่ศีลธรรมหรือความรักระหว่างพี่น้องในเวลานั้น เพราะยังมีอีกหลายโอกาสในบรรยากาศดี ๆ อีกมากมายที่เราสามารถแทรกคำสอนเรื่องความรักได้

– กอดลูกแน่น ๆ

– ขอบคุณที่ลูกได้พยายามอย่างดีที่สุดแล้ว

– ถามว่ามีอะไรที่พ่อแม่จะช่วยลูกได้

– จบการพูดคุยด้วยการปรึกษาหาความเห็นร่วมกัน เพื่อช่วยให้ลูกรู้วิธีจัดการกับสถานการณ์เดิม ที่อาจเกิดขึ้นอีก ว่าควรจะหาทางออกอย่างไร

(8) ในวันดี ๆ บรรยากาศดี ๆ ชวนลูกคุย

– ถึงความรักที่เรามีกันในครอบครัว โอกาสดีที่ลูก ๆ ได้ดูแลกันและกัน

– ชี้ให้ลูก ๆ สังเกตเห็นจุดแข็ง ความสามารถ การช่วยเหลือ  สิ่งดี ๆ ที่พี่น้องออทิสติกทำได้

(9) ในกิจวัตรประจำวันทำตัวอย่างให้ดู ทำไปพร้อมกับพ่อแม่ หรือหาโอกาสนำให้ลูก ๆ ดูแลกันอย่างเป็นธรรมชาติแบบไม่ยัดเยียด เน้นการช่วยเหลือกัน ทั้งนำพี่น้องช่วยเหลือและนำให้ลูกออทิสติกมีส่วนดูแลหรือแบ่งปันพี่น้องในสิ่งที่ทำได้ และกล่าวขอบคุณลูก ๆ เมื่อพบว่าพี่น้องมีความเห็นอกเห็นใจ มีความห่วงใย การรับรู้ถึงสิ่งดีงาม อย่างสม่ำเสมอนี้ จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง

(10) หาโอกาสพิเศษ (แบบเป็นประจำ) ให้พี่น้องได้มีเวลาแบบตัวต่อตัวกับพ่อแม่ โดยมีผู้อื่นมาดูลูกออทิสติกชั่วคราว เช่น พาลูกคนอื่นไปทำกิจกรรม โดยไม่ต้องพ่วงลูกออทิสติกไปด้วยทุกครั้ง (เพราะครอบครัวที่มีลูกพิเศษหรือลูกเล็กมักทำให้พี่น้องคนอื่น ๆต้องปรับแผนของตนเองมาเป็นลูกที่ต้องการการดูแลพิเศษเป็นจุดศูนย์กลาง ซึ่งลูก ๆ มักจะคิดว่าไม่ยุติธรรม ดังนั้น ทำใจปล่อยให้ลูกออทิสติกอยู่กับคนอื่นที่เราไว้วางใจ ให้คน ๆ นั้นมาช่วยดูแลช่วงสั้น ๆ ในวันหยุด หรือวันที่เหมาะสม หรือพ่อแม่จัดเวลาเฉพาะเพื่ออ่านนิทาน สอนการบ้านพี่น้องแบบตัวต่อตัว

(11) หาโอกาสให้พี่ ๆ น้อง ๆ ได้ปลีกตัวออกไปใช้เวลาเป็นตัวของตนเองในบางเวลา (พ่อแม่ก็ควรปลีกตัวไปใช้เวลาส่วนตัวด้วยเช่นกัน) เช่น ไปทำกิจกรรมที่ชอบกับกลุ่มเพื่อน ไปค้างบ้านญาติในวัยเดียวกัน ไปเข้าค่ายที่สนใจ

“บ้านอุ่นรัก” หวังว่าแนวทางข้างต้นจะเป็นประโยชน์ต่อพ่อแม่ อีกทั้งช่วยสนับสนุนใจลูก ๆ ทุกคนในครอบครัวได้บ้างไม่มากก็น้อยค่ะ

ในเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นแล้ว ในฐานะพ่อแม่ เราจะดูแลลูก ๆ ทุกคนให้เติบโตไปด้วยกันอย่างดีที่สุดให้ได้ค่ะ

เครดิตภาพ: Unsplash | Jess Zoerb

ได้อยู่กับลูกคือช่วงเวลาที่ดี | บ้านอุ่นรัก

ได้อยู่กับลูกคือช่วงเวลาที่ดี | บ้านอุ่นรัก

 

วันนี้ ขอแชร์บทความของทีมครูกระตุ้นพัฒนาการของศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรักธนบุรี” ที่ดูจะเหมาะกับสถานการณ์ในตอนนี้มาลงเป็นแนวทางแก่พ่อแม่ผู้ปกครองค่ะ

ในสถานการณ์นี้ที่การแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ยังไม่มีทีท่าคลี่คลาย “บ้านอุ่นรัก” อยากฝากผู้ปกครองทุกบ้านว่า (1) ท่านอย่าทอดทิ้งเวลาของเด็ก ๆ ให้เสียเปล่า แม้ทำได้เล็กน้อยก็ควรทำ เพื่อสิ่งที่ท่านเพียรสร้างมาจะได้ไม่ถดถอยไป และ (2) ยามนี้ เด็ก ๆ ขาดการฝึกและกระตุ้นพัฒนาการกับทีมกระตุ้นพัฒนาการมืออาชีพอย่างต่อเนื่องมานานกว่าหนึ่งปี เด็ก ๆ จึงไม่มีที่พึ่งอื่น นอกจากท่าน และจะออกไปฝึกที่ไหนก็ยากลำบาก เพราะมีความเสี่ยง

หลายท่านกังวลเรื่องการลงมือช่วยกระตุ้นพัฒนาการให้กับลูกหลานที่บ้าน กังวลว่าตัวเองจะทำได้หรือไม่ จะทำได้ดีรึเปล่า “บ้านอุ่นรัก” อยากฝากว่า “ท่านไม่ต้องกังวล ลงมือทำเลย เป็นช่วงเวลาที่ดีที่ท่านจะได้เรียนรู้วิธีอยู่กับลูก วิธีช่วยลูก ทำไปเรื่อย ๆ เราจะค่อย ๆ เก่งขึ้น จะเกิดประสบการณ์เองค่ะ”

หลายท่านบอกว่าเด็ก ๆ ไม่ยอมเชื่อฟัง ไม่ยอมทำ …ถ้าเป็นแบบนั้น เราก็ยิ่งต้องเริ่มทำ และเพิ่มการใช้เวลาทำกิจกรรมอยู่กับลูกให้มากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปเปรียบเสมือนเราได้ทำแบบฝึกหัดบ่อย ๆ เราจะเก่งขึ้นเองค่ะ

เริ่มจากอ่านแนวทางนี้ ทำความเข้าใจ และลงมือทำนะคะ

  • เลือกกิจกรรมที่พอทำได้
  • นำมาเขียนแผนแต่ละวันแต่ละอาทิตย์จะทำอะไรบ้าง
  • หมั่นทำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน อาจเริ่มจากวันละ 10-15 นาที แล้วค่อย ๆ เพิ่มเวลาไป
  • ประเมินตนเองและลูกอยู่เสมอ หลังจากทำอย่างสม่ำเสมอสักระยะ เวลาที่อยู่ร่วมกันควรจะค่อย ๆ ง่ายขึ้น และมีความสุขขึ้น ลูกฟังเรามากขึ้น
  • หากไม่ใช่ ค่อย ๆ กลับไปปรับวิธีการสอน แผนการสอน และเทคนิคการสอน จนกว่าจะเจอทางที่รู้สึกว่าใช่ค่ะ

ทีมกระตุ้นพัฒนาการเด็กของ “บ้านอุ่นรักธนบุรี” และ “บ้านอุ่นรักสวนสยาม” ขอส่งกำลังใจและความคิดถึง ๆ เด็ก ๆ ตลอดจนพ่อแม่ผู้ปกครองทุกท่าน แม้เราอยู่ห่างกันในยามนี้ แต่ก็จะช่วยกันหาแนวทางเพื่อกระตุ้นพัฒนาการของเด็ก ๆ ไปด้วยกันค่ะ

เครดิตภาพ:  freepik.com | prostooleh

การดูแลและกระตุ้นพัฒนาการเด็กออทิสติกของศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก”

การดูแลและกระตุ้นพัฒนาการเด็กออทิสติกของศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก”

ทีมครูกระตุ้นพัฒนาการเด็กของศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” คำนึงถึงอาการหลักของเด็กออทิสติก คือ ความหมกมุ่นและชอบอยู่ในโลกของตนเอง มาเป็นหลักในการวาง “3 แนวทางกระตุ้นพัฒนาการ” อันนำไปสู่การบำบัดรักษา คือ

  1. การมีปฏิสัมพันธ์ในเชิงบวกระหว่างนักเรียนและทีมครู เพื่อให้เด็กสัมผัสรักผ่านสัมพันธภาพดี ๆ ความสนุก การเล่น พร้อม ๆ ไปกับการแทรกวินัยตามจำเป็นตามวัยเพื่อนำทางและต่อยอดทางพัฒนาการให้เด็กสามารถเจริญเติบโตและยืนหยัดอยู่บนโลกนี้ได้อย่างมีความหมาย
  2. การแทรกแซงและจัดสภาพการดำรงชีวิตประจำวันให้เด็กได้รับการกระตุ้นพัฒนาการที่ครอบคลุมแบบบูรณาการทุกด้าน
  3. การปรับแต่งพฤติกรรมที่ขัดขวางการดำรงชีวิตของเด็ก เช่น พฤติกรรมหงุดหงิด ยึดติดรูปแบบ แยกตัว และหมกมุ่นสนใจสิ่งของหรือกิจกรรมเฉพาะอย่างจนขาดความสนใจในเรื่องอื่น ๆ เป็นต้น

นอกจากนี้ “บ้านอุ่นรัก” ยังให้ความสำคัญกับ “การกระตุ้นพัฒนาการระยะเริ่มแรก (Early Intervention)” เพื่อสร้างเสริมพัฒนาการและเตรียมความพร้อมให้เด็กวัย 2-5 ขวบ (วัยก่อนเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาล) โดย

  1. กระตุ้นพัฒนาการระยะเริ่มแรกมีเป้าหมายในการแก้ไขอาการและธรรมชาติของเด็กออทิสติกที่ยังขัดขวางพัฒนาการ เช่น
  • เพิ่มความใส่ใจต่อบุคคลและสร้างเสริมทักษะการสานต่อปฏิสัมพันธ์แบบสองทาง
  • กระตุ้นการเลียนแบบให้มีมากขึ้น
  • เพิ่มความสนใจต่อสิ่งเร้ารอบตัวอย่างมีความหมาย
  • เพิ่มทักษะทางภาษา ซึ่งหมายรวมถึงการขยายศัพท์ การฟังเข้าใจ และกระตุ้นการพูดเพื่อการสื่อสาร
  • เพิ่มช่วงการคงสมาธิ
  • ปรับความสมดุลการเคลื่อนไหวและระบบการรับสัมผัส
  • ปรับพฤติกรรมที่ขัดขวางการดำรงชีวิต
  1. เตรียมความพร้อมก่อนเข้าโรงเรียน (School Readiness) โดย
  • สร้างแรงจูงใจให้เด็กๆ เกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้สิ่งใหม่ด้วยตนเอง
  • เพิ่มระดับการตอบสนองและมีส่วนร่วมกับกิจกรรมตามตารางกิจวัตรประจำวันอย่างมีความหมายมากขึ้น
  • เตรียมการดำรงชีวิต ประกอบด้วยการควบคุมตนเองในด้านพฤติกรรม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ขัดขวางการดำรงชีวิต และการอยู่ร่วมกับบุคคลรอบข้าง
  • เพิ่มทักษะพื้นฐานในการช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน
  1. เตรียมความพร้อมด้านทักษะการเรียนรู้และพื้นฐานวิชาการ
  2. ประเมินความพร้อมของเด็กก่อนเข้าเรียนร่วมในโรงเรียน

ในการทำงานของทีมครูกระตุ้นพัฒนาการเด็กของ “บ้านอุ่นรัก” เราเน้นการวางรากฐานที่มั่นคงให้กับเด็ก ๆ ตลอดจนการร่วมใจกันทั้ง 3 ฝ่าย ทั้งบ้าน ทีมบำบัด และโรงเรียนของเด็ก เพื่อสนับสนุนให้เด็กที่พร้อมเข้าเรียนร่วมสามารถที่จะปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตในโรงเรียนและได้นำศักยภาพของตนเองมาใช้ในการเรียนรู้ได้อย่างเต็มความสามารถ จนถึงระดับที่เกิดการเรียนร่วมอย่างมีความหมายต่อไป

อันที่จริงแล้ว แนวทางของเราทำได้ไม่ยาก และเราสนับสนุนให้คนที่บ้านทำแบบเดียวกันนี้คู่ขนานไปกับเรา ทั้งนี้เพราะ เมื่อทีมกระตุ้นพัฒนาการและคนที่บ้านร่วมใจกันทำตามแนวทางข้างต้น เด็กจะได้รับประโยชน์มากยิ่งขึ้นจากสิ่งที่เราร่วมใจกันทำ

สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการทราบข้อมูลเรื่องการบริการของเราหรือจะส่งลูกหลานวัย 2-5 ขวบที่มีอาการออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้ากว่าวัย มากระตุ้นพัฒนาการ ปรับแต่งพฤติกรรม และเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนอนุบาล ท่านสามารถติดต่อเราได้หลายช่องทางเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

เครดิตภาพ: Unsplash | @bakutroo | SlidesCarnival

โทรเลย