by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
ตอน…ลูกชอบให้เราบอกลูกดี ๆ
แม้ลูกเป็นเด็ก แต่ลูกก็มีหัวจิตหัวใจและอารมณ์ไม่ต่างจากเราที่เป็นผู้ใหญ่ ดังนั้น คำพูดบางประเภทของเรา โดยเฉพาะการพูดตำหนิ ติเตียน หรือดุว่าลูกแรง ๆ ก็อาจเป็นสาเหตุที่จะทำให้ลูกเสียใจและอารมณ์ บ่ จอย ได้เช่นกันค่ะ เพราะฉะนั้น เราควรต้องปรับวิธีการพูดและน้ำเสียงของเรากันสักนิดนึง เพื่อให้ลูกรับฟังเรา เรียนรู้ เข้าใจสิ่งที่เราบอก และรู้สึกดีที่ได้สื่อสารกับเราและได้รับฟังคำพูดแบบภาษาดอกไม้ของเราค่ะ
- เลี่ยงการตำหนิ ดุว่า หรือการใช้คำพูดตีตรา เช่น เลี่ยงการใช้คำพูดว่าเด็กพิเศษ สมาธิสั้น ซน โดยเฉพาะการดุลูกในกลุ่มคน
- หากจำเป็นต้องเตือนหรือดุ ควรเตือนโดยระบุเฉพาะพฤติกรรม เช่น ขอให้นั่งกับที่ไม่ลุกเดิน ขอให้ยกมือก่อนตอบ
- ในกรณีที่เลี่ยงไม่ได้และจำเป็นต้องเตือนทันที ควรเตือนโดยระบุเฉพาะพฤติกรรมที่ต้องการเห็น ต้องการให้ทำ ด้วยประโยคสั้น ๆ ที่ลูกเข้าใจโดยง่าย
- เลี่ยงการกล่าวพาดพิงถึงลูกเป็นการส่วนตัวหรือการกล่าวถึงลักษณะนิสัยหรือบุคลิกภาพของลูก เช่น ขอให้ทำการบ้านให้เสร็จและส่งภายในเวลา…. ขอให้นั่งกับที่ไม่ลุกเดิน ขอให้ยกมือก่อนและรอฟังคู่สนทนาพูดให้จบก่อน ไม่พูดแทรก
- พูดชมทุกครั้งที่พบว่าลูกทำสิ่งที่ดี แม้เพียงเล็กน้อย เพื่อสร้างความมั่นใจ กระตุ้นให้ลูกทำสิ่งดี ๆ นั้นอีก และรู้สึกดีต่อสิ่งที่ตนพยายามทำหรือทำได้สำเร็จ
- สร้างและหาโอกาสให้ลูกได้รับผิดชอบ ได้ช่วยงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามวัยที่ลูกพอจะทำได้ ได้ช่วยเหลือในเรื่องที่ไม่ซับซ้อน เพื่อสร้างโอกาสให้ลูกได้รับคำชมเชยจนเกิดความเชื่อมั่นและรู้สึกดีต่อตนเองในทิศทางที่เราต้องการ
เรามาทดแทนการพูดตำหนิ ติเตียน ดุกล่าว ตะคอก หรือพูดด้วยน้ำเสียงที่ประชดประชันเสียดสี มาเป็นการบอกลูกดี ๆ บอกสั้น ๆ และใช้คำพูดกระชับที่แฝงไปด้วยความเมตตาว่าลูกควรทำอะไร เพียงเท่านี้ ลูกก็จะรับฟังเรา เข้าใจสิ่งที่เราต้องการให้ลูกทำ ทำได้ รู้สึกดีกับเรา และเกิดความภาคภูมิใจในความสามารถของตนเองค่ะ
เครดิตภาพ: Nathan Bingle + Tyler Nix | Unsplash
by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
ตอน…ยอมรับกติกาตามวัย
การช่วยให้ลูกสมาธิสั้นมีพัฒนาการที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นพร้อม ๆ กับได้เรียนรู้วิธีใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับบุคคลอื่นที่บ้านหรือในสังคมวงกว้างขึ้นให้ปกติสุขมากขึ้นได้นั้น คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง ลองเริ่มต้นที่การฝึกฝนให้เด็ก ๆ “ยอมรับกติกาตามวัย” กันนะคะ
- ตั้งกติกาตามวัย คุยกับลูกโดยใช้ข้อตกลง คุยกันในทุกสถานการณ์ที่ทำได้ เช่น ข้อตกลงก่อนไปร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อขนมว่าจะซื้อกี่ชิ้น ข้อตกลงก่อนไปเล่นสนามเด็กเล่นว่าจะรอคิวไม่แซงเพื่อน ข้อตกลงเวลาไปเดินเล่นว่าเดินข้าง ๆ จับมือแม่ ไม่วิ่งนำหน้าแม่ ข้อตกลงก่อนได้ขี่จักรยานนอกบ้านว่าต้องขี่จักรยานชิดด้านซ้ายของขอบถนน ฯลฯ
- ฝึกการรอคอยแทรกในทุกสถานการณ์ที่ทำได้ เช่น ฝึกให้นั่งรอแม่สักครู่ก่อนออกไปเดินเล่น นับเลขรอแม่ขณะแม่ชงนมให้ ยืนรอขณะแม่ทำเครื่องดื่มให้ โดยไม่รีบให้ทันที
- หากลูกมีพฤติกรรมปฏิเสธกิจกรรมหรือเลี่ยงกติกา เราอาจลดการพูดให้คำสั่งและเปลี่ยนท่าทีของเราเป็นการแตะนำ หรือเบี่ยงเบนก่อนนำให้ลูกลงมือปฏิบัติให้เสร็จ แทนการพูดใช้คำสั่ง
- ไม่ปล่อยผ่านพฤติกรรมที่เกินกว่าเหตุ มีการคุยกันหลังเหตุการณ์สงบ และให้ลูกร่วมรับผิดชอบผลที่ตนกระทำไป การทำแบบนี้จะช่วยย้ำเตือนให้ลูกยอมรับกติกาตามวัยในครั้งต่อ ๆ ไปได้ดีขึ้นค่ะ
การยอมรับกติกาตามวัยไม่ใช่เป็นเรื่องของผู้ใหญ่แต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ยังเป็นเรื่องที่เด็กต้องเรียนรู้และทำด้วยค่ะ คำว่า “ยอมรับกติกา” อาจฟังดูว่าทำได้ยากโดยเฉพาะกับเด็ก ๆ แต่อันที่จริง เด็กฝึกฝนและทำได้ค่ะ ขอให้ไว้ใจในศักยภาพและความสามารถของลูกและเชื่อใจว่าลูกทำได้ ส่วนคุณแม่ คุณพ่อ และทีมครอบครัว ก็ต้องไม่ท้อถอย ต้องร่วมแรงร่วมใจกันประคับประคองและสอนลูกด้วยใจที่เบิกบาน เมื่อทุกคนในทีมทำเหมือน ๆ กัน อีกไม่ช้าไม่นาน ลูกตัวน้อยก็จะเริ่มเรียนรู้ และค่อย ๆ ยอมรับกติกาตามวัยได้ตามลำดับค่ะ
เครดิตภาพ: Nathan Bingle + Tyler Nix | Unsplash
by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
ตอน…เคลื่อนไหวให้สมดุล
คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง และทุกท่าน คงจัดระเบียบและระบบรอไว้เรียบร้อยแล้วตามวิธีที่ “บ้านอุ่นรัก” ได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้ ส่วนในตอนนี้ เรามาชวนลูกเคลื่อนไหวร่างกายให้สมดุลกันนะคะ และความสมดุลที่ว่านี้ คือ ระดับการเคลื่อนไหวและสงบของลูกที่ต้องสมดุลกันค่ะ
- ถ้าลูกซนอยู่ไม่สุข วิ่งเล่นไป ๆ มา ๆ อยู่เสมอ ชอบปีนป่าย และกระโดดอยู่เกือบตลอดเวลา เราควรชวนลูกนั่งพักในที่ ๆ สงบ ชวนอ่านหนังสือ ร้องเพลง หรือนวดเบา ๆ เพื่อสลับโทนการเคลื่อนไหว
- หากลูกมักเหม่อลอย ละความสนใจโดยง่าย เฉื่อย ๆ เฉย ๆ ไม่ชอบเคลื่อนไหว และชอบอยู่กับที่นาน ๆ ควรชวนวิ่งเล่น เตะบอล เต้นประกอบเพลง เพื่อให้กระตือรือร้นมากขึ้น
- จับตาดูอยู่ห่าง ๆ และเตือนลูกให้เคลื่อนไหวอย่างมีจังหวะจะโคน มีสมดุล ลดความรนรีบ เช่น เตือนให้เดินมาหาแม่แทนการวิ่ง เตือนให้ตามองตามมือ-เท้าขณะทำกิจกรรม เตือนให้ขึ้น-ลงบันไดช้า ๆ โดยตามองทาง เตือนให้ระบายสีช้า ๆ มีจังหวะจะโคน เตือนให้ตามองตามมือที่ระบายสีแทนการระบายสีแบบรนรีบ รวดเร็ว และรุนแรง
- จับตาดูอยู่ห่าง ๆ และหากจำเป็นควรเตือนให้ลูกทำกิจวัตรต่าง ๆ แบบรวดเดียวจบเพื่อแก้ไขการละความสนใจหรือการหันเหความสนใจกลางคัน
การจัดสมดุลการเคลื่อนไหวของลูกนี้จะทำให้ลูกค่อย ๆ มีช่วงการคงสมาธิที่ยาวนานขึ้น ลดความซุกซนอยู่ไม่สุข และช่วยบรรเทาอาการหุนหันพลันแล่นให้ลดน้อยลงได้ ลองทำดูนะคะ
เครดิตภาพ: Nathan Bingle + Tyler Nix | Unsplash
by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
ตอน…ต้องจัดระเบียบ ระบบ กันสักหน่อย
จากภาพรวมของสิ่งที่เราต้องทำทั้ง 2 ประการที่ได้กล่าวไว้ในตอนที่ 2 เราขยับมาพบกับวิธีต่าง ๆ ที่ “บ้านอุ่นรัก” จะนำเสนอให้คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง คุณครู ผู้ดูแลเด็ก ๆ และทุกท่านได้ลงมือทำกันค่ะ
เรามาเริ่มต้นที่การจัดระเบียบและวางระบบกันก่อนเลยนะคะ
ระเบียบบ้านและสภาพแวดล้อม
- จัดสภาพแวดล้อมให้เป็นระเบียบเพื่อตัดวงจรสถานการณ์ที่จะกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมวุ่นวาย หรือเกิดพฤติกรรมที่เป็นปัญหาอยู่เป็นประจำ
- ลดจำนวนของเล่นที่วางไว้ตามมุม เพื่อลดโอกาสที่ลูกจะรื้อค้นจนของเล่นเกลื่อนกระจาย
- เล่นของเล่นเสร็จ ชวนลูกช่วยเก็บให้เรียบร้อย (ทำแบบนี้ไปบ่อย ๆ ซ้ำ ๆ เดี๋ยวลูกจะเคยชินและกลายเป็นนิสัยของลูกต่อไป)
- เก็บขวดแชมพู ขวดแป้ง ที่ลูกชอบเทเล่น หรือสิ่งของที่อาจเป็นอันตรายไว้ในที่สูงจนพ้นมือลูก
- ย้ายโต๊ะ เก้าอี้ หรือโซฟา ออกจากจุดที่ลูกเคยชินที่จะกระโดดเล่นเป็นประจำ จนสปริงหลุด เก้าอี้ขาโย้ หรือโต๊ะใกล้จะพังยับเยินแล้ว
วางระบบโภชนาการและการออกกำลังกายให้ดี
- ลดสารอาหารกระตุ้นอาการ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่มรสหวาน เช่น ลูกอม น้ำอัดลม และขนมที่มีสารคาเฟอีนแฝงอยู่ เช่น ไอศกรีม ชานมไข่มุก และช็อกโกแลต เป็นต้น
- วางระบบและจัดตารางการออกกำลังกายในระดับที่เหงื่อออกให้เกิดเป็นประจำ เช่น ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วัน ๆ ละ 15 ถึง 30 นาทีเป็นอย่างน้อย (ตามวัย) จะออกกำลังกายแบบไหนก็ได้ที่สะดวกที่จะทำ สนุกสนาน ได้ยิ้มและหัวเราะด้วยกัน ได้สร้างประสบการณ์ดี ๆ และมีเวลาดี ๆ ร่วมกัน ตลอดจนมีความปลอดภัย เช่น วิ่งเล่นไล่จับ ชวนลูกแตะบอล ขี่จักรยาน เล่นของเล่นสนาม หรือในวันที่ฝนตก ก็ชวนกันเต้นตามเพลงในบ้าน หรือออกกายบริหารในห้องรับแขกไปด้วยกันค่ะ
- การระเบียบและระบบที่สำคัญอีกประการที่เราต้องทำให้ได้ คือ ทุกคนในทีมทำเหมือน ๆ กันค่ะ
คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง และทุกท่าน เริ่มจัดระเบียบและระบบรอไว้เลยนะคะ พอถึงตอนหน้า เราจะมาทำเรื่องอื่น ๆ กันต่อ รับรองว่างานนี้ลูกจะรู้สึกสนุกสนานไปกับวิธีรับมือของเราควบคู่กันไปด้วยอย่างแน่นอนค่ะ
เครดิตภาพ: Nathan Bingle + Tyler Nix | Unsplash
by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
ภาพรวมของแนวทาง
ทุกครั้งที่ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” ชวนคุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง และทุกท่าน วางแนวทางการดูแลและรับมือลูก ๆ ไม่ว่าลูกจะมีอาการออทิสติก สมาธิสั้น หรือพัฒนาการช้าไม่สมวัย เราจะเน้นการมองภาพรวมว่าเด็ก ๆ มีปัญหา ความบกพร่องด้านพัฒนาการ และอาการที่เป็นปัญหาที่หลงเหลืออยู่ในลักษณะใดบ้าง เพื่อเราจะได้หาหนทางแก้ไขและนำทางเด็ก ๆ ได้อย่างถูกต้อง ถูกวิธี และทุกวิธีที่ใช้ต้องปลอดภัย มีประสิทธิผล และปรับใช้ในวิถีชีวิตประจำวันได้ค่ะ
สำหรับ “โรคสมาธิสั้น” ของลูกหลาน เราวางภาพรวมว่า เราต้องทำสิ่งต่าง ๆ ที่จะส่งผลให้ (1) เพิ่มช่วงการคงสมาธิได้ (2) ลดความซนอยู่ไม่สุขได้ และ (3) ลดความหุนหันพลันแล่นลงให้ได้ ดังนั้น โดยรวมแล้ว เราต้องทำดังนี้ คือ
1: ปรับวงจรการดำเนินชีวิตที่บ้านและที่โรงเรียนของหนูน้อยจอมซนอย่างเป็นระบบ และ
2: ปรับวิถีชีวิตหลายด้านพร้อม ๆ กัน
จากภาพรวมของสิ่งที่เราต้องทำทั้ง 2 ประการข้างต้น เราจะนำเสนอวิธีต่าง ๆ ในตอนต่อ ๆ ไปให้คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง คุณครู ผู้ดูแลเด็ก ๆ และทุกท่านได้ลงมือทำค่ะ
การรับมือลูกหลานสมาธิสั้นอย่างมีประสิทธิภาพนั้น นอกจากเราจะนำทางเด็ก ๆ ด้วยจิตใจที่เบิกบานแล้ว ขอให้ทุกคนในทีมที่ทำร่วมกัน เตือนตนเสมอว่า “เราทุก ๆ คนจะทำเหมือน ๆ กัน” ไม่ทำแบบต่างคนต่างทำ ต่างวิธี เพราะจะสร้างความสับสนให้กับเด็ก ๆ จนเสียแผนได้ค่ะ
การรับมืออาการสมาธิสั้นของลูกหลานอย่างมีชั้นเชิง ย่อมต้องอาศัยความอดทน ความพยายาม และร่วมมือร่วมใจกัน ใครเหนื่อยหรือท้อ ก็พักและใช้ช่องว่างทางอารมณ์มาลดอุณหภูมิของน้ำร้อนในใจไม่ให้เดือดพล่านจนล้นออกมารดใจ พักสักหน่อยให้หายเหนื่อยนะคะ หายเหนื่อยเมื่อไร ค่อยมาสู้กันต่อ เราทุกคนในทีมจะทำให้เหมือน ๆ กัน เพื่อลูกหลานสมาธิสั้นได้มีพัฒนาการรอบด้านที่ดีและสมวัยขึ้นด้วยมือของเราค่ะ
เครดิตภาพ: Nathan Bingle + Tyler Nix | Unsplash