บ้านอุ่นรักกับการทำธุรกิจสร้างสรรค์ ที่มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต | บ้านอุ่นรัก

บ้านอุ่นรักกับการทำธุรกิจสร้างสรรค์ ที่มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต | บ้านอุ่นรัก

จากวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 ที่ครูนิ่ม (คุณนิสิตา ปีติเจริญธรรม ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก”) ตัดสินใจส่ง ”Project Classroom” ซึ่งเป็นโครงการของบ้านอุ่นรัก เข้าร่วมประกวดในโครงการ “REfuture พลิกอนาคตธุรกิจบริการ 2018” ที่จัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม และสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (หรือ ISMED) ในฐานะ 1 ใน 400 ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมประกวดในโครงการนี้

ด้วยความพยายามของครูนิ่มและทีมครูบ้านอุ่นรัก ตลอดจนความร่วมมือร่วมใจของคุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครองของลูกศิษย์บ้านอุ่นรักที่ช่วยกันแสดงความคิดเห็นและให้คำแนะนำแก่เรา เราจึงได้รับ “รางวัลชนะเลิศในฐานะธุรกิจสร้างสรรค์ สาขาการพัฒนาคุณภาพชีวิต” ในวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

จากรางวัลที่ได้รับ บ้านอุ่นรักจึงได้รับทุนสนับสนุนค่าใช้จ่ายตลอดจนความช่วยเหลือและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคจาก “โครงการ ITAP (Innovation and technology assistance program)” ในการเริ่มดำเนินการและพัฒนาเทคโนโลยีอันเป็นนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างพัฒนาการให้กับเด็กออทิสติก

เมื่อเราได้รับโอกาสให้ได้ทำสิ่งใหม่ ๆ ที่ส่งผลให้เกิดการพัฒนาการดำเนินงานของเรา ตอลดจนจะได้นำมาซึ่งนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมในวงที่กว้างขึ้น เราก็จะทำให้ดีที่สุด ทั้งเรื่องการพัฒนาคุณภาพการให้บริการ การขยายรูปแบบการให้บริการที่หลากหลาย การส่งต่อความรู้ให้กับคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง คุณครู และผู้ที่สนใจข้อมูลเรื่องการกระตุ้นพัฒนาการเด็กพิเศษ และการนำเสนอเทคโนโลยีที่เป็นคุณในการสร้างเสริมพัฒนาการให้เด็ก ๆ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ที่ปลายทางคือเด็กออทิสติก เด็กสมาธิสั้น เด็กที่มีพัฒนาการช้าไม่สมวัย และครอบครัวของเด็ก ๆ จะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่ง ๆ ขึ้น

แม้ในวันนี้ เรายังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาเทคโนโลยี | นวัตกรรม และจะต้องทดสอบการใช้และปรับปรุงคุณภาพของเทคโนโลยี | นวัตกรรม ให้สามารถนำมาใช้งานได้อย่างเหมาะสมและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่เรามั่นใจว่าด้วยความพยายามของเราที่ไม่เคยลดน้อยลง และกำลังใจที่ทุกท่านส่งมอบให้เราอย่างสม่ำเสมอ เราจะทำเรื่องนี้สำเร็จได้ในที่สุด

กิจกรรมกระตุ้นการพูดที่บ้านอุ่นรัก | บ้านอุ่นรัก

กิจกรรมกระตุ้นการพูดที่บ้านอุ่นรัก | บ้านอุ่นรัก

กิจกรรมสนุก  ๆ ที่บ้านอุ่นรักมีอยู่หลากหลายรูปแบบ และทั้งหมดทั้งมวลนั้น เราทำอย่างมีเป้าหมายในการกระตุ้นพัฒนาการ การปรับพฤติกรรม และการส่งเสริมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ของลูกศิษย์ให้สมวัยมากยิ่ง ๆ ขึ้นค่ะ

“กิจกรรมกระตุ้นการพูด” เป็น 1/11 กิจกรรมหลักของเรา ที่เรานำมาสอดแทรกให้เกิดขึ้นจริงในการจัดโครงสร้างชีวิตประจำวันของลูกศิษย์  และเราใช้เทคนิควิธี PECS (The Picture Exchange Communication System) มาประยุกต์ใช้เป็นกิจกรรมสนุก ๆ ทั้งในรูปแบบการสอนกลุ่มและการสอนเดี่ยวรายบุคคลเพื่อกระตุ้นการพูดให้กับเด็ก ๆ ค่ะ

PECS นับเป็นวิธีกระตุ้นและเป็นตัวช่วยฝึกเด็ก ๆ ให้พูด ตอบคำถาม และคิดเป็นประโยค

PECS จึงมีประโยชน์หลายด้านสำหรับลูก ๆ จริง ๆ คะ

หากคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง คุณครู และทุกท่านที่สนใจเรื่องการกระตุ้นการพูดให้กับเด็ก ๆ ได้ศึกษาเรื่อง PECS นี้เพิ่มเติม ตลอดจนใช้วิธีนี้เพื่อกระตุ้นการพูดให้กับเด็ก ๆ บ้านอุ่นรักเชื่อแน่ว่าเด็ก ๆ จะมีคุณภาพการพูดที่ดีขึ้นได้ในเร็ววันตามลำดับค่ะ

3 ขั้นตอนสอนลูก ให้เริ่มคิดคำตอบและพูดโต้ตอบได้ด้วยตนเอง | บ้านอุ่นรัก

3 ขั้นตอนสอนลูก ให้เริ่มคิดคำตอบและพูดโต้ตอบได้ด้วยตนเอง | บ้านอุ่นรัก

สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง ที่ต้องการสอนลูกที่มักจะเคยชินที่จะพูดตามแบบอัตโนมัติ โดยยังไม่พยายามคิดคำตอบด้วยตนเองนั้น บ้านอุ่นรักมี 3 ขั้นตอนการสอนลูกมาแนะนำค่ะ

3 ขั้นตอนตามแบบของเรา คือ

1: ยอมรับ

2: เข้าใจ

3: แก้ไข

มาดูกันว่าการยอมรับ เข้าใจ และแก้ไข จะทำให้เราสอนลูกได้อย่างไรค่ะ

1: ยอมรับ

เรายอมรับว่าลูกมีข้อจำกัดทางพัฒนาการที่ส่งผลให้กระบวนการเรียนรู้ทางภาษาเพื่อการสื่อสารของลูกไม่สามารถพัฒนาให้สมวัยได้ตามธรรมชาติ

2: เข้าใจ

เราเข้าใจ 4 ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับลูก ดังนี้ คือ

(1): ณ จุดเริ่มต้น ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับลูกที่จะทำได้เช่นนั้น ความเข้าใจในข้อเท็จจริงนี้จะช่วยให้เรายิ้มรับกับปัญหาตามความเป็นจริง จากนั้นเราก็จะใจเย็น และสามารถค่อย ๆ สอน ค่อย ๆ นำลูกพูด ด้วยใจเมตตาได้ค่ะ

(2): ลูกยังไม่เข้าใจการสื่อสารแบบสองทาง ดังนั้น ลูกจึงไม่รู้ว่าเมื่อมีคนตั้งคำถามกับลูก ลูกก็ควรเป็นคนพูดตอบ

(3): ลูกยังพูดสื่อสารโต้ตอบเองไม่ได้เพราะลูกมีทักษะทางภาษาเพื่อการสื่อสารที่จำกัด

(4): เมื่อลูกเริ่มสนใจเรียนรู้ภาษาจากคนรอบข้าง ลูกยังเคยชินที่จะพูดตามแบบอัตโนมัติ ลูกจึงยังไม่พยายามคิดที่จะหาคำตอบด้วยตนเอง

3: แก้ไข

การแก้ไขปัญหานี้ของลูก มีอยู่หลายวิธีที่บ้านอุ่นรักอยากให้คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง ได้ลองทำ คือ

(1): กรณีลูกพูดตาม ให้เราถามนำ โดยพูดเสียงเบา ๆ เมื่อเราตั้งคำถาม แล้วบอกบทคำตอบต่อท้ายคำถามนั้นในทันทีด้วยเสียงที่ดังกว่าเสียงที่เราใช้ในการตั้งคำถาม จากนั้น กระตุ้นให้ลูกพูด โดยเราจะทำเช่นนั้น (ถาม-ตอบ) ทวนซ้ำ ๆ หลาย ๆ รอบ โดยเฉพาะในกรณีที่ลูกพูดเองไม่ได้ เราจะถามนำและบอกบทซ้ำ ๆ ให้บ่อยยิ่งขึ้น

(2): ผู้สอนลูกพูด จะบอกบทคำตอบด้วยคำสั้น ๆ ต่อในทันที โดยผู้สอนทำรูปปากนำหรือพูดออกเสียงทีละคำ บอกบทนำแบบไม่เต็มเสียง เช่น “ทานข้าวกับอะไร” ตอบ “กับ ขะ (ไข่)” ชี้ให้ลูกมองปาก แล้วกระตุ้นลูกให้พูดต่อคำหรือพูดตาม และทวนถามซ้ำ ๆ

(3): ในระยะแรกที่ลูกยังเคยชินที่จะพูดตาม ควรตั้งคำถามที่มีคำตอบให้เห็นเป็นรูปธรรม เพื่อผู้สอนสามารถชี้ให้เห็นสิ่งของหรือภาพที่เป็นคำตอบวางอยู่ตรงหน้าเป็นการช่วยชี้นำ

(4): ที่บ้านอุ่นรัก เราใช้เทคนิควิธีของ PECS (The Picture Exchange Communication System) มาประยุกต์ใช้เป็นกิจกรรมสนุก ๆ ทั้งในรูปแบบการสอนกลุ่มและการสอนเดี่ยวรายบุคคล เพื่อกระตุ้นการพูดให้กับเด็ก ๆ โดยการใช้ภาพเป็นตัวช่วยฝึกเด็กในการพูด การตอบคำถาม และการคิดเป็นประโยค ทั้งนี้ การกระตุ้นการพูด เป็น 1/11 กิจกรรมหลักที่บ้านอุ่นรักนำมาสอดแทรกให้เกิดขึ้นจริงในการจัดโครงสร้างในชีวิตประจำวันของเด็ก ๆ ที่มาเข้ากลุ่มที่บ้านอุ่นรักค่ะ

เรามายอมรับ เข้าใจ และแก้ไขปัญหาการพูดของลูก ๆ ไปด้วยกันนะคะ เพื่อลูกของเราสามารถที่จะเริ่มคิดคำตอบ ตลอดจนสามารถที่จะพูดจาโต้ตอบกับคู่สนทนาได้ด้วยตนเองค่ะ

Photo Credit: Nikolay Hristov | Unsplash

วิธีเพิ่มคุณภาพการพูดของลูกให้ดีขึ้น | บ้านอุ่นรัก

วิธีเพิ่มคุณภาพการพูดของลูกให้ดีขึ้น | บ้านอุ่นรัก

คุณภาพการพูดของลูกจะดีขึ้นได้…ก็ต่อเมื่อ….? 

หนึ่ง: สมาชิกทุกคนในบ้านร่วมกันกระตุ้นการพูดของลูก ร่วมกันสร้างบรรยากาศ ร่วมกันสร้างสถานการณ์ที่จะกระตุ้นให้ลูกได้พูดกับคนในบ้านให้บ่อยที่สุด

สอง: มีการกระตุ้นการพูดแบบเนียน ๆ ในชีวิตประจำวันของลูก โดยสมาชิกทุกคนในบ้านจะไม่ให้อะไรแก่ลูกโดยง่าย ทุก ๆ คนจะลดการมองตาก็รู้ใจ และทุก ๆ คนจะกระตุ้นให้ลูกพยายามพูดจาสื่อสารเพื่อบอกให้เรารู้ถึงความต้องการของลูกเสียก่อน จากนั้นเราจึงจะให้ลูกได้รับในสิ่งที่ลูกต้องการ

สาม: ในกรณีที่ลูกยังพูดเองไม่ได้หรือยังตอบคำถามเองไม่ได้ เราทุก ๆ คนที่เป็นคู่สนทนาของลูก จะถามนำและบอกบทให้ลูกพูดตาม เราจะไม่ย่อท้อ แต่จะขยันที่จะถามนำเช่นนั้น ทวนซ้ำ ๆ อยู่บ่อย ๆ จนกว่าลูกจะยอมพูดเองและตอบคำถามเอง

สี่: การกระตุ้นการพูดจะมาพร้อมกับการกระตุ้นให้ลูกสบตากับคู่สนทนาเสมอ ดังนั้น เราจะพูดกับลูก สบตาลูก ยิ้มให้ลูก เชยคางลูกหรือจับใบหน้าของลูกเบา ๆ ให้ลูกมองตรงมาที่เราซึ่งเป็นคู่สนทนา ในที่สุด ลูกก็จะเคยชินที่จะพูดพร้อม ๆ กับสบตากับคู่สนทนาได้ดียิ่งขึ้น

ความสามัคคีของสมาชิกทุก ๆ คนในบ้าน การร่วมใจ การร่วมแรง และการร่วมกันลงมือสร้างคุณภาพการพูดให้กับลูกสำคัญมากจริง ๆ ค่ะ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ “ต้องเริ่มต้นทำ..ทำทุกวัน..ทำอย่างสม่ำเสมอ..ทำอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาที่ยาวนานมากพอ.. และทุก ๆ คนในบ้านต้องทำแบบเดียวกัน” ในไม่ช้าไม่นาน เราก็จะพบว่าลูกพูดได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้นค่ะ 

Photo Credit: Daiga Ellaby | Unsplash

5 กิจกรรมเรียบง่ายในการใช้เวลาอยู่กับลูกอย่างมีคุณภาพ | บ้านอุ่นรัก

5 กิจกรรมเรียบง่ายในการใช้เวลาอยู่กับลูกอย่างมีคุณภาพ | บ้านอุ่นรัก

การใช้เวลาคุณภาพอยู่กับลูกให้ได้ทุกวัน ๆ ละ 30-60 นาทีเป็นอย่างน้อย เป็นเรื่องที่ดีที่สุดที่คุณพ่อและคุณแม่สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตนเอง และเมื่อได้ทำอย่างดีที่สุดในทุก ๆ วันโดยไม่เผลอไผลหรือละเลย เวลาเหล่านั้นจะกลายเป็นโอกาสทองในการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตของลูก ๆ ได้ค่ะ ในช่วงเวลา 30-60 นาทีทองนั้น คุณพ่อ คุณแม่ลองทำ 5 กิจกรรมที่เรียบง่ายดังต่อไปนี้ไปกับลูก ๆ กันดูนะคะ เมื่อได้ทำ ก็จะพบกับความสุข ความสนุก และเกิดการเรียนรู้ไปพร้อมกับลูกค่ะ

1: สร้างกิจกรรมหัวเราะด้วยกันทุกวัน

คุณพ่อ คุณแม่ลองสังเกตดูว่าลูกชอบหรือสนใจการทำอะไร การเล่นแบบไหน ชอบเล่นของเล่นชิ้นใดที่มีอยู่ หรือสนใจทำกิจกรรมใดบ้าง จากนั้นก็ค่อย ๆ แทรกนำตัวเองเข้าไปร่วมเล่นในโลกของลูก โดยให้ลูกเป็นผู้นำการเล่น ส่วนเราจะตามลูกไป เพื่อหาโอกาสสลับการต่อยอดวิธีเล่นใหม่ ๆ ให้ลูกบ้าง โดยไม่ลืมที่จะยิ้มและหัวเราะ สนุกสนานไปด้วยกันกับลูกค่ะ

2: คุยกับลูกในเรื่องของลูก | สลับคุยเรื่อง “ชีวิต”

การชวนลูกคุยไม่ใช่เพียงแค่ถามลูกว่า “กินข้าวหรือยัง” “แปรงฟันหรือยัง” แต่เป็นการชวนลูกคุยในเรื่องที่ลูกสนใจ เช่น ตั้งคำถามกับลูกว่า “ลูกกำลังทำอะไร” “มันทำยังไง” หรือ “มันเป็นอย่างไร” เป็นต้น ทั้งนี้ เราจะเริ่มต้นการชวนลูกคุยและให้ความสนใจอย่างแท้จริงกับสิ่งเล็ก ๆ ที่ลูกชอบและสนใจก่อน จากนั้นค่อย ๆ ตั้งเป้าแทรกสลับการคุยเรื่องอื่น ๆ ในชีวิต และเพิ่มเวลาพูดคุยกับลูกให้นานที่สุด โดยไม่ปล่อยให้ลูกรีบปลีกตัวออกไปค่ะ

3: จิตที่เข้มแข็งนำพาลูกเสพคุ้นศาสนา

เราทุกคนมีศาสนาเป็นธงนำทางชีวิต การหาโอกาสสั้น ๆ ไปวันละน้อย ให้ลูกได้เห็น ได้ฟัง หรือได้อยู่ในบรรยากาศที่ดีงามเกี่ยวกับศาสนาบ่อย ๆ จะช่วยให้ลูกได้ค่อย ๆ คุ้นเคยกับศาสนา โดยไม่ได้มุ่งบังคับลูกค่ะ

4: ขึ้นรูปและวางกระบวนการเรียนรู้ของลูก

การชวนลูกคิด การชวนลูกมองสิ่งรอบตัวที่ลูกควรได้เรียนรู้และจำเป็นต่อการดำรงชีวิตในอนาคต ตลอดจนการฝึกลูกแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงรอบ ๆ ตัวในชีวิตประจำวัน เป็นวิธีขึ้นรูปและวางกระบวนการเรียนรู้ของลูกได้อย่างแนบเนียนโดยที่ลูกไม่ทันรู้ตัวเลยว่าคุณพ่อคุณแม่กำลังสอนลูกอยู่ค่ะ

5: สอนกระบวนการฝึกลูกช่วยเหลือตนเอง

คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนลูกให้ช่วยเหลือตนเองในทุกกิจวัตรประจำวันที่เกี่ยวกับตนเอง นับจากตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอนค่ะ เพื่อลูกจะกลายเป็นคนที่รู้รับผิดชอบ และไม่ต้องอาศัยหรือพึ่งพาผู้อื่นในทุก ๆ เรื่องประจำวันที่ลูกควรทำได้ด้วยตนเอง ค่อย ๆ สอนลูก แตะนำ จับทำ พูดสั้น ๆ ปล่อยทำเอง แล้วลูกจะค่อย ๆ เติบโตอย่างสมภาคภูมิแบบคนตัวเล็ก ๆ ที่ดูแลตนเองได้ค่ะ

เวลา 30-60 นาทีต่อวันนี้ เป็นโอกาสทองดี ๆ ของเรากับลูกที่อยู่ตรงหน้าเราแล้วในตอนนี้ ดังนั้น เรามาทำทุก ๆ วันเวลาให้เป็นวันเวลาของครอบครัวเพื่อสำรวจโลกไปพร้อมกับลูกและไม่ปล่อยให้เวลาคุณภาพนี้หลุดมือไปเพราะมันย้อนคืนกลับมาไม่ได้จริง ๆ ค่ะ

Photo Credit: Lawrson Pinson | Unsplash