“ข้อมูลที่ควรสังเกตุและจดบันทึก” ก่อนพาลูกไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาปัญหาลูกพูดช้า | บ้านอุ่นรัก

“ข้อมูลที่ควรสังเกตุและจดบันทึก” ก่อนพาลูกไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาปัญหาลูกพูดช้า | บ้านอุ่นรัก

โดยทั่วไป ลูกในวัย 1 ขวบ มักเริ่มพูดออกเสียงเป็นคำ 1 พยางค์ ให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้ยิน แต่ลูกบางรายที่พูดช้า พ่อแม่ผู้ปกครองย่อมวิตกกังวล และในบางกรณีอาจจำเป็นต้องพาลูกไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กเพื่อวินิจฉัยอาการ ให้คำปรึกษาเรื่องแนวทางกระตุ้นการพูด ตลอดจนให้การบำบัดรักษาที่ทันท่วงที

ในกรณี “ลูกพูดช้า” ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” ขอแนะนำให้พ่อแม่ผู้ปกครอง “สังเกตุและจดบันทึกข้อมูล” ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่จะส่งต่อให้แพทย์และทีมบำบัดรักษานำไปใช้ประกอบการวินิจฉัย ตลอดจนช่วยแก้ไขปัญหาในขั้นตอนต่อไป

“ข้อมูลที่ควรสังเกตุและจดบันทึก” ก่อนพาลูกไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาเรื่องอาการลูกพูดช้า

1: คุณภาพการพูดตามวัย

คุณภาพการพูดตามวัยของเด็ก ที่พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถสังเกตุและนึกภาพตามได้โดยง่าย เป็นดังนี้ คือ

1 ขวบ: เริ่มพยายามสื่อความหมายได้ 1 พยางค์ง่าย ๆ เป็นหมวดคำที่หลากหลาย เช่น หม่ำ  หมา  ไป  แม่  ไม่

2 ขวบ: สื่อความหมายได้ 2 พยางค์

3 ขวบ: สื่อความหมายได้ 3 พยางค์ และพูดได้คละหมวด

4-5 ขวบ: ใช้ประโยคสั้น ๆ ได้ใจความค่อนข้างสมบูรณ์  สื่อสิ่งที่ต้องการได้อย่างเข้าใจความหมาย สานต่อการสนทนาไปในทิศทางเดียวกับเนื้อหาของคู่สนทนาได้ และเด็กจะสื่อความหมายด้วยหลายวิธีประกอบกันทั้งพูด ทำท่าทางประกอบ สบตา ชี้ชวน เช่น พยักหน้า และจะแสดงสีหน้าประกอบให้เห็นการสื่อถึงอารมณ์ได้ชัดเจน

2. ลักษณะการพูดของเด็กที่พูดช้า

สำหรับเด็กที่พูดช้า โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้ ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองสามารถลองสังเกตุลักษณะการพูดของลูก จดบันทึกว่าลูกน่าจะอยู่ในเด็กพูดช้ากลุ่มใด และส่งข้อมูลให้แพทย์ต่อไป

A: เด็กปกติทั่วไปแต่มีพัฒนาการด้านการพูดช้ากว่าเพื่อนไนวัยเดียวกันจึงพูดช้าซึ่งพบได้เสมอ ลักษณะของเด็กในกลุ่มนี้ คือ เด็กมักพยายามที่จะพูด มีการสบตาเว้าวอน และสามารถใช้ภาษาท่าทางแบบเจาะจงได้ เช่น ชี้ไปยังสิ่งที่ต้องการ ทำท่าพยักพเยิด หรือมองไปยังของที่ต้องการแม้ของสิ่งนั้นจะอยู่ในที่ ๆ ไกลออกไป

B: เด็กอาจมีปัญหาพัฒนาการบางด้านที่ส่งผลให้พูดช้าหรือพูดไม่สมวัย เช่น อาการสมาธิสั้นที่ส่งผลให้เด็กซนจนไม่สนใจเลียนแบบการพูด อย่างไรก็ตาม เด็ก ๆ ในกลุ่มนี้ยังมีความพยายามที่จะสื่อสารบอกความต้องการด้วยการสบตา หรือใช้ภาษาท่าทาง เช่น มองไปที่ของ มองกลับมาที่พ่อแม่ แล้วสบตาและพยักพเยิด

C: เด็กที่อาจมีอาการออทิสติก ไม่สบตา ไม่สานต่อแบบสองทาง ไม่ใช้ภาษาท่าทางที่ชี้ชัด เช่น เมื่อต้องการอะไร เด็กจะลากมือพ่อแม่ไปโดยไม่ช้อนตาขึ้นมองหน้าพ่อแม่ อาจจะมองที่ของ แต่ไม่สลับกลับมามองคนที่จะช่วยไปเอาของให้ ไม่ชี้ไปยังของที่ต้องการ ไม่ทำท่าพยักพเยิดประกอบ

3: สำหรับลูกที่อยู่ในวัย 2.6 ขวบและยังไม่พูด ร่วมกับมีการเคลื่อนไหวที่ดูไม่สมวัย เช่น เดินช้า เคลื่อนไหวแบบดูไม่แข็งแรง ป้อแป้ ก้าวขึ้น-ลง ทางต่างระดับไม่คล่อง ลุกยืนไม่คล่อง ปีนป่ายเก้งก้าง วิ่งเร็ว ๆ และหยุดเบรกไม่ได้ พ่อแม่ผู้ปกครองควรจดบันทึกลักษณะร่วม และรีบพาลูกไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กหรือจิตแพทย์เด็กโดยเร็ว

พัฒนาการด้านการพูดที่ลูกทำได้ตามวัยนับเป็นพื้นฐานที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งของทักษะการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารอันส่งผลต่อการเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ของลูกในวัยถัด ๆ ไป ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองควรหมั่นสังเกตุการพูดของลูก ตลอดจนจดบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้จากการสังเกตุ หากพบว่าลูกพูดช้า ก็ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กเพื่อทำการวินิจฉัยอาการ และเข้าสู่การบำบัดรักษาสำหรับลูกรายที่มีปัญหาด้านการพูดต่อไป

เครดิตภาพ: freepik

เล่นยิมนาสติกบอลกับลูก ให้ลูกได้ทักษะ พร้อม ๆ กับได้เล่น | บ้านอุ่นรัก

เล่นยิมนาสติกบอลกับลูก ให้ลูกได้ทักษะ พร้อม ๆ กับได้เล่น | บ้านอุ่นรัก

ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” ใช้การเล่นหลายแบบ หลายวิธี ในการกระตุ้นพัฒนาการและทักษะให้กับลูกศิษย์ที่มาเรียนกับเรา

ยิมนาสติกบอลก็เป็นอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่ง ที่เรานำมาใช้ในการฝึกและกระตุ้นทักษะด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ให้กับเด็ก ๆ

– ใช้เชื่อมโยงด้านปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล

– ใช้กระตุ้นระบบการรับสัมผัส

– ใช้ฝึกการคงสมาธิ และ

– ใช้ฝึกการคงสายตา

คลิกเพื่อชมคลิป

 

สำหรับท่านที่ได้ชมคลิปของเราแล้ว ขอให้ลองใช้ยิมนาสติกบอลในการเล่นกับลูก ๆ เด็ก ๆ ที่บ้าน เพื่อพวกเขาได้พัฒนาทักษะที่รอบด้านมากยิ่งขึ้น พร้อม ๆ กับได้เล่นสนุก และมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับพ่อแม่ พี่น้อง และคนที่บ้านค่ะ

สอนลูกวาดภาพ ให้ลูก “ได้ประโยชน์” มากกว่าการวาด | บ้านอุ่นรัก

สอนลูกวาดภาพ ให้ลูก “ได้ประโยชน์” มากกว่าการวาด | บ้านอุ่นรัก

“คลิก” เพื่อชมคลิปทั้ง 3 ตอน ของศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” กันเลยนะคะ เพื่อทราบแนวทาง “การสอนลูกวาดภาพ ให้ลูก “ได้ประโยชน์” มากกว่าการวาด” ค่ะ

EP 1: เราจะสอนลูกวาดภาพได้อย่างไร?

สอนลูกวาดภาพ ให้ลูก "ได้ประโยชน์" มากกว่าการวาด (EP 1)

EP 1: เราจะสอนลูกให้วาดภาพได้อย่างไร?—–"บ้านอุ่นรัก" มีเคล็ดลับ "การสอนลูกวาดภาพ ให้ลูกได้ประโยชน์ มากกว่าการวาด" มาฝากค่ะ—–เราแบ่งเนื้อหาของเรื่องนี้ออกเป็น 3 EP EP 1: เราจะสอนลูกให้วาดภาพได้อย่างไรEP 2: เราจะสอนลูกวาดภาพ ให้ภาพที่ลูกวาดมีองค์ประกอบมากขึ้น และมีจินตนาการอยู่ในนั้นได้อย่างไรEP 3: เราจะสอนให้ลูกเล่าถึงภาพและเรื่องราวในภาพที่ลูกวาดได้อย่างไร—–เรารับประกันว่าคุ้มค่าเมื่อได้ชมค่ะ ดังนั้น อย่าลืมติดตามชมให้ครบทั้ง 3 EP กันนะคะ และฝากกด Like กด Share เนื้อหาและวีดีโอต่าง ๆ ของเรากันด้วยนะคะ—–ติดต่อศูนย์กระตุ้นพัฒนาการบ้านอุ่นรัก—– 🏡 บ้านอุ่นรักสวนสยาม | ☎️ โทร: 086 775 9656 —–🏡 บ้านอุ่นรักธนบุรี | ☎️ โทร: 087 502 5261 —–Email มาหาเราได้ที่: Baan_Aunrak@Hotmail.com—– Add เราเป็นเพื่อนทางไลน์ คลิกลิงค์นี้: https://lin.ee/BBfuMde—–

โพสต์โดย Baan Aun Rak ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ บ้านอุ่นรัก เมื่อ วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2020

EP 2: เราจะสอนลูกวาดภาพ ให้ภาพที่ลูกวาดมีองค์ประกอบมากขึ้นและมีจินตนาการอยู่ในนั้นได้อย่างไร?

สอนลูกวาดภาพ ให้ลูก "ได้ประโยชน์" มากกว่าการวาด (EP 2)

EP 2: เราจะสอนลูกวาดภาพ ให้ภาพที่ลูกวาดมีองค์ประกอบมากขึ้น และมีจินตนาการอยู่ในนั้นได้อย่างไร—–ในตอนที่แล้ว "บ้านอุ่นรัก" ได้บอกเคล็ดลับการสอนลูกวาดภาพกันไปแล้ว และเราหวังว่าเพื่อน ๆ จะชอบคลิปของเรานะคะ—–ส่วนใน EP นี้ เราจะมาดูกันต่อว่า "เราจะสอนลูกวาดภาพ ให้ภาพที่ลูกวาดมีองค์ประกอบมากขึ้นและมีจินตนาการอยู่ในนั้นได้อย่างไร" —–สำหรับคลิป เรื่อง "การสอนลูกวาดภาพให้ลูกได้ประโยชน์มากกว่าการวาด" นี้ เราแบ่งเนื้อหาของเรื่องออกเป็น 3 EP และขอฝากให้ทุกท่านติดตามรับชมให้ครบทุกตอนด้วยนะคะ —–EP 1: เราจะสอนลูกให้วาดภาพได้อย่างไรEP 2: เราจะสอนลูกวาดภาพ ให้ภาพที่ลูกวาดมีองค์ประกอบมากขึ้น และมีจินตนาการอยู่ในนั้นได้อย่างไรEP 3: เราจะสอนให้ลูกเล่าถึงภาพและเรื่องราวในภาพที่ลูกวาดได้อย่างไร—–เพื่อน ๆ ที่รับชมคลิปต่าง ๆ ของ "บ้านอุ่นรัก" สามารถส่งคำแนะนำมายังเราได้นะคะ และที่สำคัญ คือ.(^-^). ฝากกด Like.(^-^). ฝากกด Share เนื้อหาและคลิปต่าง ๆ ของ "บ้านอุ่นรัก" ด้วยนะคะ—–ติดต่อศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ "บ้านอุ่นรัก"—–🏡 บ้านอุ่นรักสวนสยาม | ☎️ โทร: 086 775 9656—–🏡 บ้านอุ่นรักธนบุรี | ☎️ โทร: 087 502 5261—–Email มาหาเราได้ที่: Baan_Aunrak@Hotmail.com—–Add เราเป็นเพื่อนทางไลน์ คลิกลิงค์นี้: https://lin.ee/BBfuMde

โพสต์โดย Baan Aun Rak ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ บ้านอุ่นรัก เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2020

EP 3: เราจะสอนให้ลูกเล่าถึงภาพและเรื่องราวในภาพที่ลูกวาดได้อย่างไร?

สอนลูกวาดภาพ ให้ลูก "ได้ประโยชน์" มากกว่าการวาด | EP 3

EP 3 | เราจะสอนให้ลูกเล่าถึงภาพและเรื่องราวในภาพที่ลูกวาดได้อย่างไร—–จากการสอนลูกวาดภาพ นับจากภาพง่าย ๆ ที่มีโครงสร้างไม่สลับซับซ้อน จนถึงการวาดภาพที่มีองค์ประกอบมากขึ้น และมีจินตนาการแฝงอยู่ในภาพ เราจะขยับมาดูแนวทางการสอนให้ลูก "เล่าเรื่องราวในภาพ" กันในตอนนี้นะคะ —–หลังได้ชมคลิปเรื่องนี้จนครบทั้ง 3 EP แล้ว อย่าลืมลงมือชวนลูกวาดภาพ + เล่าเรื่องราวในภาพกันนะคะ —–ในท้ายนี้ "บ้านอุ่นรัก" อยากฝากทุกท่านช่วยกันกด Like กด Share คลิปและบทความต่าง ๆ ของเราด้วยค่ะ เราขอขอบพระคุณทุกท่านล่างหน้าไว้ ณ ที่นี้ค่ะ—–ติดต่อศูนย์กระตุ้นพัฒนาการบ้านอุ่นรัก—– 🏡 บ้านอุ่นรักสวนสยาม | ☎️ โทร: 086 775 9656 —–🏡 บ้านอุ่นรักธนบุรี | ☎️ โทร: 087 502 5261 —–Email มาหาเราได้ที่: Baan_Aunrak@Hotmail.com—– Add เราเป็นเพื่อนทางไลน์ คลิกลิงค์นี้: https://lin.ee/BBfuMde—–

โพสต์โดย Baan Aun Rak ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ บ้านอุ่นรัก เมื่อ วันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2020

 

3 ขั้นตอนกระตุ้นลูกออทิสติก ลูกสมาธิสั้น ให้ “ใส่ใจ” หันมาหาหรือเดินมาหาตามเสียงเรียก | บ้านอุ่นรัก

3 ขั้นตอนกระตุ้นลูกออทิสติก ลูกสมาธิสั้น ให้ “ใส่ใจ” หันมาหาหรือเดินมาหาตามเสียงเรียก | บ้านอุ่นรัก

ปัญหาประการหนึ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองของลูกออทิสติกและลูกสมาธิสั้นหลายบ้านพบบ่อย คือ เวลาเรียกลูก ลูกจะทำเฉยเหมือนไม่ได้ยิน หรือเวลาเรียกให้ลูกเข้ามาหา ลูกก็ไม่มาตามเสียงเรียก ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้เกิดจากการที่ลูกขาดการใส่ใจ (Attending) เพราะอาการออทิซึมหรือสมาธิสั้นของลูก ส่งผลให้ลูกมัวแต่ซนง่วนอยู่กับอะไรบางอย่าง หรือไม่ก็กำลังเหม่อลอยอยู่

ปัญหานี้แก้ไขได้ด้วยการฝึก “การใส่ใจ (Attending Skill)” ให้ลูกใส่ใจที่จะหันมาหาตามเสียงเรียก หรือเดินมาหาตามเสียงเรียก ซึ่งเมื่อทำได้ก็จะเกิดประโยชน์ทั้งในแง่การสร้างเสริมเพิ่มพูนทักษะความใส่ใจของลูก และยังช่วยให้พ่อแม่ผู้ปกครองดูแลลูกในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในเวลาที่ไปในที่สาธารณะ เช่น ห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่อื่นใดที่เราต้องการให้ลูกอยู่ในสายตา หรือกลับมาหาเรา ก่อนเกิดความเสี่ยงหรือความคับขันบางประการ เป็นต้น

“การฝึกการใส่ใจ” เป็นการฝึกที่นักกระตุ้นพัฒนาการให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง จึงมักเน้นย้ำให้พ่อแม่ผู้ปกครองต้องฝึกและกระตุ้นลูกออทิสติกหรือลูกสมาธิสั้นกันทุกวัน ส่วนขั้นตอนการฝึกจะเป็นอย่างไรนั้น ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” มีแนวทางมาฝาก ดังนี้ คือ

3 ขั้นตอนเบื้องต้นเพื่อฝึกและกระตุ้นลูกออทิสติกและลูกสมาธิสั้นหันมาหาหรือเดินมาหาตามเสียงเรียก

ขั้นตอนที่ 1

  • เตรียมขนม ของเล่นที่ลูกชอบ เพื่อเป็นสิ่งจูงใจ
  • เรียกชื่อลูก + กวักมือ + พูดว่า “มาหาแม่” จากระยะที่ผู้สอนเอื้อมมือถึง หรือห่างไม่เกิน 1 เมตร
  • มีผู้ช่วย เพื่อช่วยดันหลัง ให้ลูกเดินไปหาตามเสียงเรียก

ขั้นตอนที่ 2

  • เมื่อลูกเดินมาตรงหน้า จึงพูดซ้ำว่า “มาหาแม่” + พร้อมกับกวักมือ + และส่งของระดับสายตา + พร้อมกับพูดว่า “มองแม่” + รอลูกสบตาจึงส่งให้
  • จากนั้นควรต่อด้วยการกอดหรือชวนลูกเล่นสั้น ๆ ในแบบที่ลูกชอบ เช่น จั๊กจี๋ จ๊ะเอ๋ เหวี่ยงตัวลูก หรือยกตัวลูกขึ้น-ลง

ขั้นตอนที่ 3

  • ทำเช่นเดิม แต่เพิ่มระยะทาง
  • เตรียมขนมหรือของเล่นที่ลูกชอบ เพื่อเป็นสิ่งจูงใจ
  • เรียกชื่อลูก + กวักมือเรียก + และพูดว่า “มาหาแม่” จากระยะทางที่ไกลขึ้น
  • ผู้ช่วย ช่วยดันหลัง ให้ลูกเดินไปหา
  • ส่งขนม ของเล่นที่ลูกต้องการ โดยส่งของนั้น ในระดับสายตาลูก + รอลูกสบตาจึงส่งให้

การฝึก “การใส่ใจ” นี้ จำเป็นต้องอาศัยเวลาฝึกอย่างต่อเนื่องสักระยะหนึ่ง ลูกจึงจะหันมาหา หรือเดินมาหาตามเสียงเรียก และเมื่อฝึกจนลูกเคยชินที่จะทำเช่นนั้นแล้ว “บ้านอุ่นรัก” ก็อยากจะให้พ่อแม่ผู้ปกครองต่อยอดการฝึกเพิ่มเติมไปอีก 2 ขั้น คือ

2 ขั้นตอนต่อยอดเพื่อเพิ่มการใส่ใจให้ลูกออทิสติกและลูกสมาธิสั้นหันมาหาหรือเดินมาหาตามเสียงเรียก

หลังจากลูกชินกับการเดินมาหา

1. ลดการให้ขนมหรือของเล่น แต่เปลี่ยนเป็นการกอดหรือชวนลูกเล่นสั้น ๆ ในแบบที่ลูกชอบ เช่น จั๊กจี๋ จ๊ะเอ๋ เหวี่ยงตัวลูก หรือยกตัวลูกขึ้น-ลง

2. เพิ่มระยะทาง หรือเรียกชื่อขณะลูกก้มเล่นเพลิน ๆ หรือกำลังหันหลัง โดยย้อนกลับไปใช้วิธีการเดิม คือ เมื่อลูกหันมาหาจึงให้ขนมหรือของเล่นที่ชอบ พร้อมกอด หรือชวนเล่นแบบที่ลูกชอบโดยใช้ระยะเวลาสั้นๆ และเมื่อลูกหันมาหาตามเสียงเรียกขณะก้มหน้า หรือหันหลังแล้ว จึงลดการให้ขนมหรือของเล่น โดยใช้การกอดหรือเล่นแบบที่ลูกชอบแทน

การฝึกทั้ง 3 ขั้นต้นเบื้องต้น และ 2 ขั้นตอนต่อยอด เป็นเรื่องที่พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถทำให้สำเร็จได้ที่บ้าน ดังนั้น “บ้านอุ่นรัก” จึงอยากเชิญชวนให้ทุกท่านเริ่มต้น ลองลงมือทำที่บ้าน เพราะการฝึก “การใส่ใจ” นี้ จะส่งผลที่คุ้มค่าเรื่องการสร้างเสริมพัฒนาการให้กับลูกออทิสติกและลูกสมาธิสั้นได้ต่อไป

Credit Pictures: freepik.com

 

ลูกชอบผลักน้อง ควรทำอย่างไร | บ้านอุ่นรัก

ลูกชอบผลักน้อง ควรทำอย่างไร | บ้านอุ่นรัก

แนวทางการแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

  1. ลดโอกาสทำสำเร็จให้ได้มากที่สุด เช่น คว้าให้เร็ว คว้าให้ทัน
  1. ถ้าป้องกันไม่ทัน เมื่อเกิดพฤติกรรมไม่เหมาะสม จะไม่ปล่อยผ่าน และต้องมี Reaction หรือปฏิกิริยาตอบสนองให้ลูกรู้ว่าทำไม่ได้ เช่น ใช้คำพูด ว่า “หยุด” จากนั้นนิ่ง จับต้นแขนสองข้าง จ้องหน้าลูกนิ่ง ๆ นับในใจ 5-10 วินาที ให้ลูกรู้ว่าตอนนี้มีบางอย่างที่สำคัญที่แม่จะพูดด้วย แล้วพูดสั้น ๆ ว่าไม่ให้ทำอะไรและควรทำอะไรแทน เช่น ถ้าลูกจะให้น้องออกไป ลูกต้องบอกน้องว่า “ออกไป” หรือถ้าลูกจะจับน้อง ต้องจับแบบนี้ (ทำเสียง “ตึ้ด ๆ ๆ ๆ” และค่อย ๆ จับน้องเบา ๆ ช้า ๆ เป็นจังหวะ) หรือถ้าลูกจะเล่นกับน้อง ลูกต้องจับน้องเบา ๆ ไม่ให้น้องเจ็บ
  1. ฝึกให้ลูกสื่อสารด้วยคำพูดแทนอากับกริยาให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ ทำได้ด้วยการบอกบทให้ลูกพูดตาม เช่น ถ้าลูกส่ายหน้ากับน้อง ต้องฝึกให้ลูกบอกน้องด้วยคำพูดแทนการส่ายหน้า พูดว่า “ไม่เอา” ถ้าลูกปัดมือน้อง ก็ให้ลูกพูดบอกน้องว่า “ออกไป” เมื่อลูกใช้คำพูดเพื่อสื่อสารได้มากขึ้น การแก้ปัญหาด้วยการกระทำก็จะลดลง

ในส่วนของพ่อแม่ผู้ปกครอง เมื่อเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างพี่น้อง พ่อแม่ผู้ปกครองควรวิเคราะห์เหตุนำด้วยเสมอว่าเหตุการณ์นำอะไรที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นั้น เช่น ลูกผลักน้อง ทั้งนี้ เมื่อเหตุนำต่าง รายละเอียดการแก้ไขก็จะต่างกันไปด้วย นอกจากนี้ เมื่อเรารู้เหตุนำ เราจะได้หาทางแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับเหตุนำนั้นอย่างถูกวิธีได้ต่อไป

เครดิตภาพ: Bekky Bekks | Unsplash