ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ลูก ๆ ก็ยังมีเรา | บ้านอุ่นรัก

ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ลูก ๆ ก็ยังมีเรา | บ้านอุ่นรัก

เพราะยังอ่อนเยาว์ ลูกจึงต้องการให้เรา ช่วยนำทาง

เพราะรู้ว่ารักของเราไม่มีวันจืดจาง ลูกจึงวางใจเดินตาม ทางที่เราก้าวนำ

……….

ลูกยังอ่อนเยาว์ ลูกจึงต้องการให้เราช่วยนำทางค่ะ

เพราะฉะนั้น…ยิ้มในใจ….แล้วจูงมือลูกก้าวเดินไปข้างหน้ากันดีกว่าค่ะ

……….

เครดิตภาพ: Phillppe Jausions | Unsplash

3 วิธียืนกราน แบบรุ่นใหญ่ ใจต้องนิ่ง | บ้านอุ่นรัก

3 วิธียืนกราน แบบรุ่นใหญ่ ใจต้องนิ่ง | บ้านอุ่นรัก

ในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะสถานการณ์ฉุกเฉินที่ลูกแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือวิ่งวุ่น ปีนป่าย และซุกซน จนอาจเป็นอันตรายต่อตนเองหรือบุคคลอื่นที่อยู่รอบข้าง คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง คงต้องใช้ “การยืนกรานด้วยความหนักแน่น” เป็นแนวทางในการคลี่คลายสถานการณ์ที่เป็นปัญหานั้นให้จงได้

“การยืนกรานด้วยความหนักแน่น” ตามสไตล์ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” เน้นความเป็นรุ่นใหญ่ที่ใจต้องนิ่ง แต่จะยืนกราน แบบรุ่นใหญ่ ใจต้องนิ่ง ได้อย่างไร “บ้านอุ่นรัก” ขอเชิญ “รุ่นใหญ่ทุกท่าน” มาอ่านแนวทางกันได้เลยค่ะ

3 วิธียืนกราน แบบรุ่นใหญ่ ใจต้องนิ่ง

1: พูดสั้นกระชับ ระบุพฤติกรรมที่ลูกจำเป็นต้องทำ

2: จับนำพาให้ทำ หลังพูดบอกไปสามครั้งแล้วแต่ลูกยังไม่ทำ

3: เฝ้าดูอยู่ตรงนั้นเพื่อให้ลูกทำจนสำเร็จ

1: พูดสั้นกระชับ ระบุพฤติกรรมที่ลูกจำเป็นต้องทำ

การพูดยืนกรานด้วยความหนักแน่นที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องพูดสั้นและกระชับ พูดให้เห็นภาพ และระบุพฤติกรรมที่เหมาะสมที่ควรเกิดในทางตรงข้ามอย่างชัดเจน เช่น ลูกขว้างปาสิ่งของ เราพูดสั้น ๆ แต่หนักแน่นว่า “เก็บ” ลูกปีนขึ้นที่สูง เราพูด “ลงมา” ลูกไม่ทานข้าว เราพูด “ทาน 5 คำ แล้วไปได้”

การพูดสั้น ๆ แบบยืนกราน ต้องไม่พร่ำสอนหรืออธิบายในเวลานั้น แต่หากจะสอนหรืออธิบายเพิ่มเติม เราต้องรอเวลาที่เหมาะสม ตอนลูกอารมณ์ดี ก็ยังไม่สายที่จะทำ

2: จับนำพาให้ทำ หลังพูดบอกไปสามครั้งแล้วแต่ลูกยังไม่ทำ

หากพูด 3 ครั้งแล้วลูกไม่ทำตาม เราจะหยุดนิ่งชั่วครู่ รอเวลา โดยไม่ต่อล้อต่อเถียงกับลูก เมื่อลูกเผลอหรือลดท่าทีต่อต้าน จึงจับนำ จับมือทำอย่างนุ่มนวล

3: เฝ้าดูอยู่ตรงนั้นเพื่อให้ลูกทำจนสำเร็จ

สำหรับบางสถานการณ์ เราอาจพบว่าปัญหาดูจะยืดเยื้อ หรือเป็นกรณีที่เราเพิ่งเริ่มกระบวนการปลูกฝังให้ลูกแสดงพฤติกรรมใหม่ที่เหมาะสม เราอาจจำเป็นต้องอยู่ตรงนั้นกับลูก อยู่อย่างเมตตาเพื่อเตือนและเฝ้าดู จนกว่าลูกจะทำพฤติกรรมใหม่ที่เหมาะสมได้สำเร็จ

สำหรับการยืนกรานด้วยความหนักแน่น ในครั้งแรก ๆ เราอาจทำไม่สำเร็จ แต่ในฐานะ “รุ่นใหญ่” เราต้องมั่นใจว่า “เราทำได้” โดยอาศัยเทคนิคเพิ่มเติมเพื่อทำให้ได้ เช่น ปรับและเตรียมใจให้พร้อม ปรับท่าทีให้หนักแน่น สบตาลูก และพูดนำทางให้สั้นกระชับ

เมื่อคุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง และลูก ๆ ผ่านกระบวนการข้างต้นไปด้วยกันวันแล้ววันเล่า ท่านจะพบว่าลูกที่เคยขัดขืนและต่อต้านจะค่อย ๆ แพ้ทางพ่อแม่ที่หนักแน่น..แต่อ่อนโยนด้วยเมตตา

เครดิตภาพ: Ayo Ogunseinde | Unsplash

ลูกเกิดมาเป็นสิ่งล้ำค่าบนโลกนี้ | บ้านอุ่นรัก

ลูกเกิดมาเป็นสิ่งล้ำค่าบนโลกนี้ | บ้านอุ่นรัก

ลูกเกิดมาเป็นสิ่งล้ำค่าบนโลกนี้ เกิดมาด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์  ไม่คิดจะทำร้ายใคร และจะไม่ทำร้ายใครด้วยเจตนา

ลูกคิดแบบตรง ๆ ไม่มีชั้นเชิง ไม่คิดขยายความ  จึงเป็นโชคดีอีกชั้นของลูก ที่ทำให้ลูกไม่ถูกใคร ๆ ทำร้ายจิตใจได้โดยง่าย

ลูกที่ล้ำค่า คิดตรง ๆ ไม่คิดขยายความ มีศักยภาพพิเศษสุดซ่อนอยู่ภายใน และลูกจะเก่งกว่านี้ได้อีกหลายเท่า ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับเราว่าจะเริ่มต้นลงมือช่วยลูกเมื่อไร?

หากทำได้เร็ว เรา…จะมีเวลามากพอที่จะสอนลูกในเรื่องต่าง ๆ ที่สำคัญและจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของลูก

หากทำได้เร็ว ลูก…จะมีเวลามากพอที่จะค่อย ๆ เรียนรู้และปรับแต่งพฤติกรรม จนเก่งขึ้นและเก่งมากขึ้นจนสมบูรณ์แบบเต็มตามศักยภาพที่ลูกมี

ลูกเก่งกว่าที่เห็นและเป็นอยู่ในวันนี้ได้อีกหลายเท่า

ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับเรา…

เครดิตภาพ: Kelly Sikkema | Unsplash

ลุก ๆ นั่ง ๆ ฟังนิทานที่ “บ้านอุ่นรัก” | บ้านอุ่นรัก

ลุก ๆ นั่ง ๆ ฟังนิทานที่ “บ้านอุ่นรัก” | บ้านอุ่นรัก

ก่อนจะเข้าสู่กิจกรรมลุก ๆ นั่ง ๆ เพื่อฟังนิทานที่ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” เราขอให้เล่าให้คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง ทราบกันคร่าว ๆ สักนิดหนึ่งว่า “บ้านอุ่นรัก” แบ่งการเรียนการสอนนักเรียนตัวน้อย ๆ วัย 2-5 ขวบออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

กลุ่มที่ 1: กลุ่มกระตุ้นพัฒนาการระยะเริ่มแรก

กลุ่มที่ 2: กลุ่มเตรียมก่อนไปโรงเรียน  และ

กลุ่มที่ 3: กลุ่มต่อยอดพัฒนาการ

“บ้านอุ่นรัก” เปิดสอนเพื่อกระตุ้นพัฒนาการ เตรียมความพร้อม และปรับพฤติกรรม ในวันทำการ (วันจันทร์ถึงวันศุกร์) และเป็นการเรียนการสอนแบบมาเช้ากลับบ่ายหรือเย็น (ขึ้นอยู่กับตอร์สที่นักเรียนลงเรียนว่าเป็นคอร์สครึ่งวันหรือเต็มวัน) ส่วนในวันเสาร์จะเป็นการสอนเสริมสำหรับนักเรียนกลุ่มที่ 3 ที่เป็นนักเรียนของ “บ้านอุ่นรัก” เท่านั้น

สำหรับกิจกรรมการเรียนการสอนในวันเสาร์ คุณครูจะเน้นการชวนลูกศิษย์กลุ่มที่ 3 หรือลูกศิษย์ที่ผ่านการกระตุ้นพัฒนาการและการเตรียมความพร้อมก่อนไปโรงเรียนที่ “บ้านอุ่นรัก” มาเรียบร้อยแล้ว เข้าร่วมการทำกิจกรรมสนุก ๆ ที่มีเป้าหมายในการต่อยอดพัฒนาการ และในตอนนี้ เรานำภาพตัวอย่างบางส่วนของกิจกรรมวันเสาร์ที่ “ครูโอ๋” (คุณฐิติมา สุพิสาร ครูกระตุ้นพัฒนาการและนักจิตวิทยา ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรักสวนสยาม”) ชวนลูกศิษย์กลุ่มที่ 3 มาร่วมทำ “กิจกรรมฟังนิทาน” มาให้คุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง และทุกท่านที่สนใจ ได้ร่วมชม

ในการทำ “กิจกรรมฟังนิทาน” เพื่อต่อยอดพัฒนาการให้กับเด็ก ๆ ครูจะใช้เทคนิคการสอนแบบพิเศษในรูปแบบ 4 มิติเพื่อจูงใจให้เด็กสนใจเข้าร่วมทำกิจกรรม ตลอดจนสามารถร่วมทำกิจกรรมไปกับกลุ่มตั้งแต่ต้นจนจบได้ด้วยความสนุกสนาน

การสอนแบบพิเศษในรูปแบบ 4 มิติ คือ การเรียนการสอนที่ทำให้เด็ก ๆ (1) ได้มองเห็น (2) ได้ยิน (3) ได้สัมผัส และ (4) ได้ลงมือทำ ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ได้ดีกับเด็ก ๆ ที่สามารถเข้าไปเรียนร่วมที่โรงเรียนได้แล้ว ทั้งนี้ “บ้านอุ่นรัก” จะใช้กิจกรรมฟังนิทานและกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องมาผสมผสานกันเพื่อ (1) ต่อยอดทักษะการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารของเด็ก ๆ ให้ทำได้ซับซ้อนมากขึ้น  (2) เพิ่มทักษะทางสังคม (3) เพิ่มช่วงการคงสมาธิในการร่วมกลุ่มทำกิจกรรมกับเพื่อน และ (4) ส่งเสริมด้านการเรียนรู้ตามหลักสูตรในโรงเรียน

เวลาที่ครูโอ๋และครูกระตุ้นพัฒนาการทุก ๆ ท่านของ “บ้านอุ่นรัก” ชวนเด็ก ๆ เข้าร่วมกิจกรรมฟังนิทาน ครูจะมีบทบาทหน้าที่สำคัญ 2 ประการ คือ (1) เป็นนักเล่านิทาน และ (2) เป็นนักแก้ปัญหาที่ต้องตีโจทย์ให้แตกว่าครูต้องทำอย่างไรจึงจะกระตุ้นและช่วยให้ลูกศิษย์ที่มีอาการสมาธิสั้นและไม่สามารถจดจ่อกับการฟังอะไรนาน ๆ สามารถฟังและเข้าใจนิทานที่ครูเล่าได้ในระดับหนึ่ง ส่วนลูกศิษย์ออทิสติกที่มีปัญหาด้านพัฒนาการทางภาษา ปัญหาการฟังเพื่อจับใจความ และปัญหาความเข้าใจด้านภาษาที่ไม่สมวัย ต้องได้เข้าร่วมฟังนิทานด้วยความเข้าใจและเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย

เทคนิคการสอนแบบพิเศษที่ครูระดมมาใช้ในการเล่านิทานให้เด็ก ๆ ฟัง ประกอบด้วย

  • การย่อยเนื้อหา
  • การสรุปใจความทีละส่วน
  • การใช้สื่อประกอบการเล่า และ
  • การทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ต่อเนื่องเพื่อย้ำการเรียนรู้อย่างมีความหมาย

 

การทำเช่นนี้ คือ การสร้างมิติการเรียนรู้ทางภาษา การฟังจับใจความให้เข้าใจ การเสริมทักษะทางสังคม และการส่งเสริมจินตนาการของเด็ก ๆ ผ่าน 4 มิติ คือ การได้มองเห็น ได้ยิน ได้สัมผัส และได้ลงมือทำ (กิจกรรมประดิษฐ์หน้ากาก) ก่อนจะตบท้ายความสนุกอย่างมีความหมายด้วยการให้เด็ก ๆ ได้ผลัดกันออกมาเล่าเรื่องหน้าชั้นเรียนให้เพื่อน ๆ และครูรับฟัง

 

….วันเสาร์ เราทำกิจกรรมอะไรกัน? ที่ “บ้านอุ่นรัก” ยังมีอีกมาก แถมยังสนุกทุกกิจกรรม ไว้ติดตามชมในคราวต่อไปกันค่ะ

เครดิตภาพ: Waldemar Brandt | Unsplash

4 วิธีบอกรัก “รักนะ…ตัวเอง” (ตอนที่ 2) | บ้านอุ่นรัก

4 วิธีบอกรัก “รักนะ…ตัวเอง” (ตอนที่ 2) | บ้านอุ่นรัก

ในตอนที่แล้ว เราได้บอก (รัก) ตัวเอง กันไปแล้วว่า “เราจะมีความสุขให้ได้ เพราะ…เราสามารถมีฝันและมีชีวิตของตัวเองไปพร้อม ๆ กับการหาทางรอดให้ลูก”

ส่วนในตอนนี้ เรามาพบกับอีก 3 วิธีที่เหลือในการบอกรักตัวเองกันต่อ เพื่อใช้ชีวิตอย่างมีความสุขให้ได้ค่ะ

(2) เราจะหาความสุขเล็ก ๆ มีช่องว่างทางอารมณ์บ่อย ๆ

เราจะหาช่องว่างทางอารมณ์จากสิ่งเล็ก ๆ ที่เราชอบและจะทำให้บ่อย เพราะเมื่อเราได้ทำ เราได้เป็นตัวของตัวเองและผ่อนคลาย…เราจะนั่งทาเล็บ ขัดถูรถยนต์คันงาม เลี้ยงปลา อ่านหนังสือ สวดมนต์ เพื่อสร้างช่องว่างทางอารมณ์ที่ทำให้เรารู้สึกดีที่ได้เป็นตัวของตัวเอง ได้ดื่มด่ำช่วงเวลาที่ใจสงบ เป็นช่วงเวลาเล็ก ๆ ที่ไม่มีภาระ ไม่ต้องคิด ไม่ต้องรับผิดชอบชีวิตใคร…เรามีสมาธิและจิตใจสงบ แม้เป็นเวลาที่สงบเพียงช่วงสั้น ๆ แต่เราจะแทรกช่องว่างทางอารมณ์ให้เกิดขึ้นบ่อย ๆ ในระหว่างวันเพื่อจิตใจเราจะได้เป็นเหมือนกาน้ำที่ไม่เติมน้ำจนล้น ใจเรายังมีพื้นที่ว่างระหว่างน้ำและฝากา พอน้ำเดือดจัด จึงไม่มีน้ำร้อนไหลออกมาลวกมือลวกใจ

(3) เราจะรู้ทันใจให้เร็ว รีบปีนขึ้นมา อย่านอนจมแช่ในหลุมอารมณ์

เราจะรู้ทันใจตัวเองให้เร็ว รับมือกับสิ่งใหม่และทุกเหตุการณ์ให้เท่าทัน…เราจะรับรู้และมองเห็นอารมณ์ ความรู้สึกต่าง ๆ ที่เกิดแวบเข้ามาบ่อย ๆ ด้วยสติที่รู้ตัว ไม่ว่าจะโกรธ น้อยใจ เสียใจ ไม่ได้ดังใจ ว้าเหว่ โดดเดี่ยว เหงา เศร้าใจ เมื่อเรารู้ทันใจตนเอง เราจะรับรู้และมองเห็นอารมณ์และความรู้สึกต่าง ๆ ที่ผุดขึ้นมาบ่อย ๆ เหล่านั้น และตัดมันออกไปได้แบบอัตโนมัติ ทำให้ทุกข์ที่เราเคยมี ลดลงไปครึ่งหนึ่งแล้ว…เราจะรู้ทันใจตนเองและมีสติ ไม่ตกอยู่ในหลุมอารมณ์  ไม่ปล่อยให้ใจลงไปจม นอนแช่ หรือปรุงแต่งจนเรื่องราวบานปลายใหญ่โต…เราจะมีสภาพจิตที่เป็นกลาง เข้าใจและมองโลกอย่างตรงไปตรงมา มองตรง ๆ จริง ๆ ไม่บิดข้อเท็จจริง และเราจะไม่ใช้กลไกทางจิตเพื่อพยายามพูดอธิบายหรือหาเหตุผลบางอย่างมาสนับสนุนในทุกเรื่องเพื่อป้องกันตนเอง

(4) เราจะมองโลกแบบ “New Normal”

เราจะมองว่าเป็นธรรมดาของชีวิตที่จะมีเรื่องใหม่ ๆ ปะทะเข้ามา เรื่องเหล่านั้นเป็นวิถีธรรมดา ๆ ของคนธรรมดา ๆ เป็นวิถีที่กำลังดำเนินอยู่ของโลกและเกิดขึ้นได้ทุก ๆ วันกับทุก ๆ คน ทั้งความสุขและความทุกข์ ทั้งถูกอิจฉา ริษยา ทั้งทำให้เสียใจ น้อยใจ รู้สึกโดดเดี่ยว ถูกเข้าใจผิด ไม่ได้รับความยุติธรรม เพื่อใจของเราถูกรบกวนน้อยลง…เรายอมรับว่าทุก ๆ อย่างจะเกิดขึ้นกับเราได้ในทุกวันที่เราตื่นขึ้นมา เราแค่กำลังจะเผชิญกับอะไรบางอย่างที่หนีไม่พ้นตามธรรมดาของโลก เราแค่ใช้ชีวิตอยู่และเผชิญกับเรื่องต่าง ๆ ออกไปตรง ๆ ถ้าเราพูดผิด เราก็ขอโทษ ใครมาทำร้าย เราก็สมควรเศร้าใจหรือร้องไห้ หากเราว้าเหว่ เราก็วิ่งหาอ้อมกอด เมื่อสนุก เราก็หัวเราะให้ดัง และเราจะอนุญาตให้ตัวเองมีความสุข และเข้าใจชีวิตแบบ New Normal

4 วิธีบอกรัก รักนะ…ตัวเอง ของ “บ้านอุ่นรัก” แม้จะไม่ใช่วิธีบอกรักที่ว้าวหรือหวือหวาสักเท่าไรนัก แต่เรามั่นใจว่าการที่เราทุกคนบอกรักตัวเองไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ เป็นการแสดงความตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าเราจะรักตนเอง อนุญาตให้ตนเองมีความสุขให้ได้ เพราะนั่นคือหนทางที่ถูกต้องในการนำพาชีวิตลูกและเราไปสู่จุดหมายปลายทางที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นได้พร้อม ๆ กัน

มา Reset พลังกายและพลังใจของตนเอง และบอก “รักนะ…ตัวเอง” กันนะคะ

เครดิตภาพ: Tim Mossholder | Unsplash + Slides Carnival