by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
“การกระตุ้นพัฒนาการให้ลูกออทิสติกด้วยตนเองที่บ้าน” เป็นเรื่องที่คนที่บ้านทุกบ้านทำได้ แม้ทำไม่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ยากจนเกินกำลัง ส่วนจะทำได้ง่ายหรือยากแค่ไหนอย่างไร ขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญ 2 ประการ คือ
ระดับของอาการของลูก
ความร่วมมือตลอดจนลีลาของสมาชิกแต่ละคนในบ้านในการนำทาง ฝึกทักษะ และกระตุ้นพัฒนาการให้กับลูก
สำหรับระดับอาการ ของภาวะออทิซึมก็เหมือนกับโรคภัยไข้เจ็บกลุ่มอื่น ๆ คือ มีกลุ่มอาการ 3 ระดับ จากอาการน้อย (Mild) อาการปานกลาง (Moderate) จนกระทั่งถึงอาการรุนแรง (Severe) ทั้งนี้ ระดับอาการรุนแรงแม้จะพบได้น้อย แต่ก็มีความซับซ้อนเพราะลูกมักจะมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น อาการไม่สมดุลอย่างมากของการประมวลผลและการจัดการระบบการรับรู้และการรับสัมผัส (Sensory Integration) เป็นต้น
ประเด็นการวินิจฉัยอาการและระดับอาการของลูก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กหรือจิตแพทย์เด็ก จะเป็นแพทย์ผู้วินิจฉัยและประเมินอาการ เมื่อแพทย์วินิจฉัยอาการและระดับของอาการแล้ว แพทย์จะให้คำปรึกษาแก่พ่อแม่ผู้ปกครองเรื่องแนวทางการบำบัดรักษา ตลอดจนให้คำแนะนำเรื่องการพาลูกไปฝึกทักษะหรือไปกระตุ้นพัฒนาการกับทีมบำบัดมืออาชีพควบคู่กันไปตามความจำเป็นและเหมาะสมของแต่ละกรณี
จากการที่พ่อแม่ผู้ปกครองพาลูกไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการ ลูกจะได้รับโอกาสในการบำบัดรักษาอย่างถูกวิธี ส่วนพ่อแม่ผู้ปกครองก็จะมีทั้งแพทย์และทีมบำบัดมืออาชีพเป็นหน่วยสนับสนุนข้อมูลและให้แนวทางในการกระตุ้นพัฒนาการให้ลูกที่บ้านในขณะเดียวกันด้วย
ภาพรวมของประเด็นที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรขอคำแนะนำจากทีมแพทย์และทีมบำบัดมืออาชีพก่อนลงมือกระตุ้นพัฒนาการให้กับลูก ๆ ที่บ้าน ไม่ว่าอาการของลูกจะอยู่ในระดับใด มีดังนี้ คือ
คนที่บ้านควรกระตุ้นพัฒนาการด้านใดให้ลูกคู่ขนานไปกับทีมงานมืออาชีพ เช่น กระตุ้นทักษะด้านการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ทักษะทางสังคม การควบคุมอารมณ์ และการแสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่เหมาะสม เป็นต้น
คนที่บ้านไม่ควรทำสิ่งใด เพราะอะไร เช่น เรื่องที่ทำแล้วยิ่งไปย้ำให้อาการของลูกซึมลึกมากขึ้น หรือทำแล้วเท่ากับผลักให้ลูกชอบอยู่ในโลกส่วนตัวมากยิ่ง ๆ ขึ้น เป็นต้น
คนที่บ้านควรมีขั้นตอนการฝึกลูกที่บ้าน หรือใช้เทคนิคใดเป็นตัวช่วยในการลงมือทำ เช่น เทคนิคการย่อยงาน (Task Analysis) หรือการใช้ภาพเพื่อสอนและสื่อสารกับลูก (PECS หรือ Picture Exchange Communication System) เป็นต้น
คนที่บ้านต้องเตรียมรับมือความยากง่ายในการนำทางลูกอย่างไร มีอุปสรรคปัญหาใดที่ควรรู้ และจะใช้แนวทางใดเพื่อแก้ปัญหาเหล่านั้น
ระดับอาการของลูกน่าจะส่งผลให้ลูกร่วมมือต่อการฝึกในระดับไหน คนที่บ้านจะจูงใจให้ลูกร่วมมือมากขึ้นได้อย่างไร
ผลลัพธ์หรือความสำเร็จที่คาดว่าจะได้รับในแต่ละขั้นคืออะไร และพ่อแม่ผู้ปกครองตลอดจนคนที่บ้านจะต่อยอดเป็นความสำเร็จเพิ่มเติมได้อย่างไร
คนที่บ้านต้องใช้ระยะเวลาในการนำทางและกระตุ้นพัฒนาการยาวนานแค่ไหนจึงจะเห็นผลในแต่ละขั้นตอน
สำหรับการกระตุ้นพัฒนาการให้ลูกออทิสติกที่บ้านไม่ว่าจะง่ายหรือยาก ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” ขอสนับสนุนให้คนที่บ้านต้องเข้ามามีส่วนร่วมภายใต้คำแนะนำของทีมแพทย์หรือทีมบำบัดมืออาชีพ ทั้งนี้เพราะอาการออทิสติกของลูกจะบรรเทาเบาบางลงได้ ก็ต่อเมื่อ
ลูกได้รับการกระตุ้นพัฒนาการและฝึกทักษะรอบด้านอย่างต่อเนื่อง ยาวนานมากพอ ทำอย่างเหมาะสม ทำถูกวิธี ต้องมีการแทรกบทฝึกทักษะและการกระตุ้นพัฒนาการในชีวิตประจำวันของลูกตามวิถีชีวิตจริงบ่อย ๆ ในระหว่างวัน เช่น ฝึกลูกทำกิจวัตรต่าง ๆ ฝึกลูกมีส่วนรับผิดชอบตนเองตามวัยตามวีถีชีวิตประจำวันจริง ฝีกกล้ามเนื้อมัดใหญ่ การวางแผนการเคลื่อนไหว การสานสัมพันธ์กับบุคคลใกล้ชิด กระตุ้นการเลียนแบบ ขยายคำศัพท์ในชีวิตประจำวัน ฝึกการฟัง-เข้าใจ และการทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ เป็นต้น
ต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูก (โดยเฉพาะลูกออทิสติกและลูกสมาธิสั้น) เพื่อให้ลูกสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุขและไม่ขัดขวางการเรียนรู้ใหม่ ๆ ในอนาคต ทั้งนี้ พฤติกรรมมีผลต่อการดำรงชีวิตของลูกเป็นอย่างยิ่ง ส่วนตัวอย่างของพฤติกรรมที่ต้องปรับเปลี่ยน เช่น พฤติกรรมยึดติด ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง มีรูปแบบการดำรงชีวิตที่มีลักษณะเฉพาะของตัวเอง พฤติกรรมซ้ำ ๆ ที่ลูกชอบทำอันเกิดจากระบบการประมวลผลและการจัดการระบบการรับรู้และการรับสัมผัสที่ไม่สมดุล เป็นต้น
ด้วยหลาย ๆ ปัจจัย เช่น เวลา เศรษฐกิจ ความรักความเข้าใจ “ทีมครอบครัว” จึงเป็นทีมยืนหนึ่งเรื่องการใช้เวลาอยู่ร่วมกับลูกอย่างยาวนานมากพอที่จะสอนลูกในเรื่องต่าง ๆ ตามวิถีชีวิตจริง ได้ฝึกลูกบ่อย ๆ ในระหว่างวันโดยไม่ต้องทุ่มทุนจนเกินกำลัง ได้ฝึกลูกต่อเนื่องตามวัยในขณะที่ลูกเจริญเติบโต นอกจากนี้ ทีมครอบครัวรู้จักลูกดีกว่าใคร จึงรู้ดีว่าลูกต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใดบ้างจึงจะช่วยให้ลูกสามารถใช้ชีวิตร่วมกับบุคคลอื่นได้อย่างปกติสุขในสังคมต่อไป
ไม่ว่าการกระตุ้นพัฒนาการให้ลูกด้วยตนเองที่บ้าน จะยากหรือง่ายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำ ขอเพียงพ่อแม่ผู้ปกครองและสมาชิกในบ้านมีกรอบแนวคิดและข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่ถูกต้องทั้งเรื่อง “ระดับอาการของลูก” ตลอดจนได้รับ “คำแนะนำเรื่องการกระตุ้นพัฒนาการที่บ้านให้ลูกด้วยตนเองจากทีมแพทย์และทีมบำบัดมืออาชีพ” ก่อนการลงมือกระตุ้นพัฒนาการให้กับลูก ๆ ที่บ้าน คนที่บ้านก็จะสามารถช่วยสร้างเสริมพัฒนาการให้กับลูกได้โดยไม่ยากจนเกินกำลัง เมื่อคนที่บ้านทำหน้าที่นี้ได้อย่างมีทิศทางและยั่งยืน ผลลัพธ์ทางบวกก็คือพัฒนาการดี ๆ ที่จะคงอยู่คู่กับลูกตลอดชีวิตได้ต่อไป
ลงมือทำที่บ้าน
ยิ่งทำ เรื่องที่เคยว่ายาก ก็จะค่อย ๆ คลาย กลายเป็นง่ายขึ้น
ที่สำคัญ ยิ่งทำ ลีลาการนำทางลูก จะยิ่งเฉียบคม ลูกจึงได้เรียน ได้ฝึก และได้สนุกกับการใช้เวลาอย่างมีคุณค่าร่วมกับคนในครอบครัว
ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” พร้อมอยู่เป็นเพื่อนคู่คิดเรื่องการสร้างทีมครอบครัว
เรามาช่วยกันเพื่อทำสิ่งนี้ให้เป็นจริง
by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
ความรู้ความเข้าใจมีความสำคัญ
สำหรับศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” เราให้ความสำคัญกับด่านแรก คือ การทำความเข้าใจกับพ่อแม่ผู้ปกครองโดยการพูดคุยกับพ่อแม่ผู้ปกครองให้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับอาการและระดับอาการของลูกให้มากพอจนสามารถจับประเด็นแก่นแท้ของอาการและระดับอาการของลูกให้ได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้เพื่อกำหนดทิศทางการเลี้ยงดูที่ถูกต้องซึ่งต้องทำต่อเนื่องยาวนานมากพอเพื่อช่วยให้ระดับอาการของลูกบรรเทาเบาบางลงและลูกมีพัฒนาการรอบด้านที่ดีมากขึ้นได้ตามลำดับ
อย่าปล่อยลูกออทิสติกให้โตไปตามธรรมชาติ
พ่อแม่ผู้ปกครองบางท่านอาจเข้าใจผิดว่าท่านก็เลี้ยงดูลูกออทิสติกไปตามธรรมชาติ เพราะเมื่อลูกโตขึ้น อาการของลูกจะดีขึ้นเองตามวัยโดยปริยาย แต่ในโลกของความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะอาการของโรคออทิซึมจะไปขัดขวางการเรียนรู้และการดำรงชีวิตของลูก ดังนั้น หากท่านปล่อยลูกให้เติบโตไปตามธรรมชาติ ลูกจะเติบโตโดยชอบเลี่ยงและชอบแยกตัวออกจากผู้คนไปใช้เวลานาน ๆ ในการหมกมุ่นอยู่ในโลกของตนเอง ลูกจะชอบทำกิจกรรมซ้ำ ๆ มีพฤติกรรมยึดติด ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง จนปิดกั้นการเรียนรู้ใหม่ ๆ และยังจะเกิดการสะสมพฤติกรรมแปลก ๆ จนพ่อแม่ผู้ปกครองเริ่มรู้สึกว่าเข้าถึงลูกได้ยากและเลี้ยงดูลูกในชีวิตประจำวันได้ลำบากขึ้นเรื่อย ๆ
ต้องเลี้ยงดูให้ถูกต้อง
ลูกออทิสติกที่เริ่มต้นด้วยอาการดีในระดับ High Function ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าลูกจะประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้งนี้เพราะตัวกำหนดที่สำคัญคือการเลี้ยงดูที่ถูกต้อง และในทางกลับกัน ลูกที่ดูเหมือนมีอาการออทิซึมชัดเจนเต็มรูปแบบแต่ได้รับการเลี้ยงดูที่ถูกต้อง อาการของลูกกลับคลี่คลายและใช้ชีวิตได้ดียิ่ง ๆ ขึ้นตามลำดับ
ใช้การเข้าแทรกแซง (Intervention) เป็นกลยุทธในการนำทางลูก
การเข้าแทรกแซงลูกอย่างถูกหลักวิชาการและถูกวิธีจะช่วยแก้ไขอาการต่าง ๆ ของลูกได้ ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองต้องหันมาใช้การเข้าแทรกแซงลูกเป็นอาวุธสำคัญในการต่อสู้กับอาการออทิซึม
วิธีการเข้าแทรกแซง
พ่อแม่ผู้ปกครองต้องจับประเด็นอาการของลูกให้ได้ว่าลูกมีอาการใดบ้างจากอาการ 4 กลุ่มหลัก คือ ภาษา สังคม อารมณ์ และพฤติกรรม จากนั้นจะได้หาทางคลี่คลายอาการตามแนวทางที่ “บ้านอุ่นรัก” นำเสนอกรอบแนวคิด คือ
สร้างสัมพันธภาพทางบวก กระตุ้นการสบตา หัวเราะ เล่นสนุก คลุกคลีกับลูกมากขึ้น
จัดสภาพการดำรงชีวิตของลูกเสียใหม่โดยทุก ๆ 30-60 นาที โดยต้องมีการเข้าแทรกแซงและกระตุ้นพัฒนาการให้ครบทุกด้าน
มีการปรับพฤติกรรมที่ขัดขวางการเรียนรู้และดำรงชีวิตของลูก ต้องค่อย ๆ แปลงสภาพพฤติกรรมยึดติดโดยฝึกให้ลูกดำรงชีวิตให้ได้ตามจริง ดึงความหมกมุ่นของลูกแปลงสภาพมาเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์
การเข้าแทรกแซงเพื่อกระตุ้นพัฒนาการแม้ทำไม่ได้ง่าย ๆ แต่ถ้าเรายอมรับลูกตามความเป็นจริง เข้าใจอาการของลูก มีแนวทางการเข้าแทรกแซงและกระตุ้นพัฒนาการที่ถูกต้อง เราพร้อมสู้โดยใช้ความรักความปรารถนาดีที่พ่อแม่ผู้ปกครองมีให้ลูก เมื่อฮึดสู้สุดใจ ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถ และยังไง ๆ ลูกเราต้องรอดและอาการออทิซึมของลูกจะคลี่คลายลงได้ค่ะ
ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” อยู่ตรงนี้และทำงานกระตุ้นพัฒนาการเด็กออทิสติกมาเกือบ 30 ปีแล้วจึงได้เห็นภาพของเด็ก ๆ ที่ค่อย ๆ เติบโต ก้าวหน้า และเก่งขึ้นจนเรามั่นใจว่าทุกอย่างจะดีขึ้นตามลำดับขึ้นอยู่กับแรงฮึดที่เราพยายามจริง ๆ
สถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เราคิด ถ้าเราสู้ขาดใจ ยังไง ๆ ลูกเราก็รอดค่ะ
by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
ตีลูกครั้งใดเหมือนเราตีลงไปที่หัวใจตัวเอง แล้วเราจะทำอย่างไรดี?
ก่อนจะตีหรือทำโทษลูก ขอให้ลองพิจารณาประเด็นต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
บางครั้ง ลูกอาจจะยังไม่สามารถเชื่อมโยงว่าตนทำพฤติกรรมใดที่ไม่หมาะสมจึงถูกตี แต่กลับรับรู้ถึงความโกรธของพ่อแม่ และรู้สึกไม่ดีต่อตนเอง
การตีหรือลงโทษอาจได้ผลให้ลูก “หยุดพฤติกรรม” ขณะนั้น เพราะลูกตกใจหรือเจ็บปวด แต่อาจจะไม่ได้ผลให้เกิดการเรียนรู้เสมอไป
การตีที่อาจจะได้ผลเชิงการเรียนรู้ เพราะมี “คำสอน” หลังการตี ดังนั้น หากพ่อแม่ตีลูก แต่ไม่มีการสอนต่อ การตีนั้นก็จะสูญเปล่า ลูกเจ็บตัวฟรี
ลูกก็เหมือนเรา ลูกจะซึมซับคำสอนต่าง ๆ ได้ดี ในบรรยากาศที่ใจเปิดรับ
มีทางเลือกอื่น ๆ อีกมากที่จะหยุดพฤติกรรมของลูก โดยที่ทั้งลูกและพ่อแม่จะไม่เจ็บปวด
2 ขั้นตอนที่นำมาฝากนี้ เป็นทางเลือกสำคัญที่จะหยุดพฤติกรรมของลูกได้
1. หยุดพฤติกรรมตรงหน้าที่ไม่เหมาะสมให้ได้เร็วที่สุดโดยไม่ปล่อยผ่าน โดย
– สบตาลูกพร้อมระบุ “หยุด…(พูดสั้น ๆ ชัด ๆ ระบุพฤติกรรมที่ต้องหยุดทำ)” ด้วยน้ำเสียงจริงจัง
– ถ้าลูกไม่หยุด เข้าไปสัมผัสตัว เช่น จับไหล่ จับมือ หรือนวดให้ผ่อนคลาย
2. เมื่อลูกหยุดพฤติกรรมแล้ว รอเวลาสักครู่จนลูกสงบแล้วจึงสอนด้วยคำพูดสั้น ๆ ตรงประเด็นว่า “ลูกควรพูดหรือกระทำ….(พูดสั้น ๆ ชัด ๆ ระบุพฤติกรรมเหมาะสมที่ควรทำ)”
เราเป็นเพียงมนุษย์พ่อแม่ตัวเล็ก ๆ ที่ทำผิดพลาดกับลูกเสมอ แต่เราจะตั้งมั่นในใจว่าเราจะเริ่มต้นใหม่ เราจะไม่ทำพลาดอีก เราจะไม่ปล่อยให้อารมณ์ชั่ววูบพาเราไป จนเราเผลอทำร้ายคนที่เรารักที่สุดแบบหมดหัวใจ
by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
การส่งบุตรหลานที่มีปัญหาด้านพัฒนาการเข้าสู่กระบวนการกระตุ้นพัฒนาการระยะเริ่มแรก (Early Intervention Process) เป็นแนวทางการช่วยเหลือ ดูแล และบำบัดรักษาอาการที่ได้รับการยอมรับว่าช่วยทำให้เด็กเล็ก ๆ ฟื้นฟูความสมวัยได้โดยง่าย ช่วยสกัดกั้นความล่าช้าบางอย่างได้ทันท่วงที่และช่วยป้องกันปัญหาพฤติกรรมบางอย่างไม่ให้เกิดขึ้นจึงลดความสูญเสียที่ไม่จำเป็นลงได้ อีกทั้ง “การรีบทำอย่างถูกวิธี” ยังทำให้เด็กมีเวลามากพอในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบด้านจนสามารถพัฒนาทักษะและศักยภาพของตนเองให้พร้อมก่อนเข้าสู่วัยอนุบาล
กระบวนการกระตุ้นพัฒนาการระยะเริ่มแรกนอกจากส่งผลดีนานัปการต่อเด็กเล็ก ๆ แล้ว ยังมีประโยชน์หลายอย่างต่อคนที่บ้านของเด็ก ด้วย กล่าวคือ
1 : เร่งสปีดความสามารถในการรับมือและการจัดการกับสถานการณ์ปัญหาในขณะที่เด็กอยู่บ้าน
เมื่อเราส่งเด็กเข้าสู่กระบวนการกระตุ้นพัฒนาการระยะเริ่มแรก เราย่อมมีโอกาสได้พบปะพูดคุยและขอคำแนะนำจากทีมบำบัดมืออาชีพ ตลอดจนครูกระตุ้นพัฒนาการของเด็กตั้งแต่เด็กยังเล็ก เท่ากับว่าทั้งเด็กเล็ก ๆ และตัวเราเองได้มีทีมงานมืออาชีพเข้าช่วยสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือในหลาย ๆ ด้าน อันส่งผลดีโดยตรงต่อการแก้ไขและบำบัดอาการของเด็ก ส่วนประโยชน์ที่เราและคนที่บ้านได้เพิ่มเติมมาเป็นของแถม คือ เราได้เร่งสปีดของตนเองในการเรียนรู้วิธีเข้าแทรกแซงพัฒนาการ รู้วิธีรับมือ รู้เทคนิคการเจรจากับเด็กเมื่อมีข้อขัดแย้งเกิดขึ้น เราจึงมีศักยภาพเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามวันเวลาในการดูแลเด็กและการจัดการกับสถานการณ์ที่เป็นปัญหาในขณะที่เด็กอยู่กับเราที่บ้าน ทั้งนี้ แนวทางการดูแล ช่วยเหลือ และนำทางเด็กที่มีปัญหาด้านพัฒนาการมักเน้นการทำซ้ำ ทำบ่อย ๆ ทำให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันที่บ้าน ดังนั้น หากเราทั้งจดทั้งจำคำแนะนำของทีมงานมืออาชีพ และหมั่นนำกลับมาทำอย่างจริง ๆ จัง ๆ ที่บ้าน เผลอแป๊บเดียว คนที่บ้านทุกคนก็จะกลายเป็นทีมครอบครัวบำบัดที่สามารถดูแลเด็กได้ดีตั้งแต่เด็กยังเล็กจนกระทั่งเด็กเติบโต
2 : ลดค่าใช้จ่ายในการบำบัดบางอย่างได้
เมื่อเรารู้และนำแนวทางที่ได้รับคำแนะนำจากทีมบำบัดมืออาชีพและครูกระตุ้นพัฒนาการไปลงมือทำจริงที่บ้าน ตลอดจนหมั่นพูดคุยปรึกษาขอคำแนะนำจากทีมต่าง ๆ เหล่านั้น เราจะมีความมั่นใจในการนำทางเด็กไปทีละเรื่อง เมื่อเรามีความมั่นใจ ตลอดจนทีมบำบัดที่ดูแลเด็กลงความเห็นว่าเราสามารถช่วยกระตุ้นพัฒนาการระยะเริ่มแรกรูปแบบนั้น ๆ ให้เด็กได้เอง เราจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดการซื้อคอร์สกระตุ้นพัฒนาการ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง และไม่ต้องไปนั่งแกร่วรอเด็กที่สถานบำบัดรักษาอีกด้วย
3 : ได้ปรับปรุงความสัมพันธ์และบรรยากาศการอยู่ร่วมกันของคนในครอบครัว
ตามที่ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” ย้ำบ่อยครั้งว่าการดูแลเด็กที่มีปัญหาด้านพัฒนาการมีความคล้ายกับการดูแลเด็กทั่ว ๆ ไป เพียงแต่ต้องอาศัยการคลุกคลีกับเด็กให้มากและต้องคลุกคลีบ่อย ๆ เพื่อแทรกโอกาสและสถานการณ์ให้เด็กได้ฝึกฝนทักษะและศักยภาพเสียแต่เนิ่น ๆ เมื่อคลุกคลีบ่อย ๆ และได้ทำกิจวัตรต่าง ๆ ด้วยความสนุกสนานร่วมกัน ในไม่ช้าไม่นาน เราและคนที่บ้านก็จะกลายเป็นแก๊งเพื่อนซี้ของเด็ก ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็จะราบรื่นและบรรยากาศที่บ้านจะมีความเป็นปกติสุขมากขึ้นเพราะทุกคนรู้วิธีรับมือกับสถานการณ์ที่เป็นปัญหา ทุก ๆ คนที่บ้านจึงมีความสุขมากขึ้นตาม ๆ กันไปด้วย
นอกจากนั้น การที่เราเปิดโอกาสให้เด็กเล็ก ๆ ได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ อันเป็นกิจวัตรประจำวันของตนเองที่บ้าน เด็กจะเข้าใจวิธีลงมือทำกิจวัตรได้ดีขึ้น มีโอกาสได้ฝึกฝนลงมือทำบ่อย ๆ จนสามารถดูแลและช่วยเหลือตนเองตามวัยได้ตั้งแต่ยังเล็ก เด็กก็จะเติบโตมาเป็นสมาชิกที่มีคุณค่าที่คนในครอบครัวรู้สึกภาคภูมิใจ
4 : เพิ่มความสนุกให้การเรียนรู้ที่บ้าน
เนื่องจากเด็กเล็กมักใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บ้าน การเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่บ้านจึงมีความหมายต่อการดำเนินชีวิตจริงของเด็ก เรียนรู้ได้หลากหลาย และทำได้บ่อยครั้งทั้งวัน ส่วนหัวข้อและวิธีการสอนนั้น ทีมดูแลมืออาชีพจะเป็นผู้ให้แนวทางแก่คนที่บ้านว่าควรสอนอะไรและสอนอย่างไร ซึ่งแน่นอนว่าการสอนเด็กเล็กต้องเน้นความสนุกเพื่อจูงใจให้เด็กสนใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมทำเรื่องนั้น ๆ การที่คนที่บ้านเข้าแทรกแซงเด็กในหัวข้อต่าง ๆ ตามสถานการณ์จริงได้ทั้งวันด้วยความสนุก ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะได้เรียนรู้พร้อม ๆ กันไปว่าการเรียนการสอนที่บ้านเป็นเรื่องสนุกและทำได้ผลจริง ผลก็คือเด็กที่ยังเล็กได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบด้านในเวลาส่วนใหญ่ที่เขาอยู่บ้านจนค่อย ๆ มีความพร้อมสมวัยมากขึ้นก่อนวัยอนุบาล ซึ่งนับเป็นการส่งเสริมความสำเร็จเรื่องการเรียนรู้ในอนาคตที่โรงเรียนต่อไปได้
สำหรับเด็กเล็ก การกระตุ้นพัฒนาการระยะเริ่มแรกจะช่วยให้พวกเขาค่อย ๆ ทำสิ่งต่าง ๆ ตามวัยได้สำเร็จ สร้างความมั่นใจว่าตนสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ เกิดความสนุกที่ได้เรียนรู้ทุกกิจกรรมที่บ้าน ส่วนเราซึ่งเป็นคนที่บ้านหากเราลงมือทำจริง เราก็จะได้รับประโยชน์ต่าง ๆ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นอย่างแน่นอน
สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง และผู้ดูแลเด็กท่านที่พร้อมแล้วที่จะ “รีบทำให้ถูกวิธี” และต้องการ “ขึ้นทางด่วนเพื่อรีบนำสิ่งดี ๆ มาให้คนที่บ้าน” ก็ไม่ต้องรีรอ โปรดติดต่อครูของศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” ได้ในทันที เราพร้อมเสมอที่จะช่วยท่านสร้างทีมครอบครัวบำบัดให้เกิดขึ้นจริง
เครดิตภาพ: Marc Noorman | Unsplash
by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
ที่ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” ทั้งที่บ้านอุ่นรักสวนสยามและบ้านอุ่นรักธนบุรี เราให้ความสำคัญเรื่อง “การกระตุ้นพัฒนาการระยะเริ่มแรกสำหรับเด็กเล็กวัย 2-5 ขวบที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กหรือจิตแพทย์เด็กมาแล้วว่าเด็กมีอาการออทิซึม สมาธิสั้น หรือมีพัฒนาการช้าไม่สมวัย” ทั้งนี้เพราะการกระตุ้นพัฒนาการระยะเริ่มแรกมีประโยชน์หลายประการ คือ
1 : ทำเร็วจะฟื้นฟูให้สมวัยได้ง่าย
2 : ทำเร็วเพื่อลดความสูญเสีย
3 : ทำเร็วจะสกัดกั้นความล่าช้าบางอย่างได้ทัน
4 : ทำเร็วอาจช่วยป้องกันพฤติกรรมบางอย่างไม่ให้เกิดขึ้น
5 : ทำเร็วเพื่อเด็กได้มีเวลามากพอที่จะเรียนรู้
สำหรับเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการ หากเราใช้การดูแลเลี้ยงดูตามธรรมชาติและปล่อยให้เด็กเรียนรู้หัวข้อต่าง ๆ ที่ตนสนใจด้วยตนเองตามวัย พัฒนาการที่ล่าช้าของเด็กก็จะยิ่งซึมลึกจนยากที่จะแก้ไข “บ้านอุ่นรัก” จึงใช้วิธีกระตุ้นพัฒนาการโดยการเข้าแทรกแซงเด็ก (Child Intervention) ที่เราทำบ่อยครั้งในชีวิตประจำวันตลอดทั้งวัน ทั้งนี้เป็นการเข้าแทรกครอบคลุมทุกช่วงเวลาที่เด็กตื่น และจัดหัวข้อเพื่อเข้าแทรกให้ครอบคลุมพัฒนาการทุกด้าน เช่น กล้ามเนื้อมัดใหญ่ กล้ามเนื้อมัดเล็ก ภาษา การช่วยเหลือตนเอง สติปัญญา สังคม อารมณ์ และพฤติกรรม ส่วนเด็กบางคนที่มีพัฒนาการล่าช้าอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องเพิ่มการแก้ไขอาการและลดข้อจำกัด เราก็จะกระตุ้นพัฒนาการเพิ่มเติมให้เด็ก ๆ ด้วย เช่น กระตุ้นระบบการรับสัมผัส กระตุ้นการพูด การเล่นตามวัย เพิ่มช่วงการคงสมาธิ และการสานต่อปฎิสัมพันธ์กับเพื่อนวัยเดียวกันและคนรอบข้าง เป็นต้น
เมื่อเรากระตุ้นพัฒนาการระยะเริ่มแรกอย่างสม่ำเสมอในระยะเวลายาวนานมากพอ โดยทำให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของเด็กทั้งในขณะที่เด็กอยู่ที่บ้าน ที่สถานที่กระตุ้นพัฒนาการ และที่โรงเรียน เราก็มั่นใจได้ว่าเด็ก ๆ จะได้รับประโยชน์จากการกระตุ้นพัฒนาการระยะเริ่มแรกได้อย่างเต็มที่ค่ะ
พ่อแม่ผู้ปกครองท่านใดต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องบริการ “กระตุ้นพัฒนาการระยะเริ่มแรก” ของศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ “บ้านอุ่นรัก” ท่านสามารถโทรเข้ามาพูดคุยสอบถามเราได้ที่ “บ้านอุ่นรัก” ทั้งสองสาขา คือ บ้านอุ่นรักสวนสยามและบ้านอุ่นรักธนบุรี เราพร้อมเสมอที่จะเป็นเพื่อนคู่คิดของพ่อแม่และผู้ปกครองค่ะ
เครดิตภาพ: Fab Lentz | Unsplash