เมื่อโลกของเด็กกว้างขึ้น เด็กต้องเรียนรู้มากกว่าเพียงการกินข้าว แต่งตัว หรือเก็บของเล่นด้วยตัวเอง เขาต้องเรียนรู้ที่จะรอ หยุดตัวเองเมื่อจำเป็น จัดการกับความผิดหวัง เปลี่ยนจากสิ่งหนึ่งไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง แก้ปัญหา และเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับสถานการณ์

จากการศึกษาและทบทวนอย่างเป็นระบบพบว่าเด็กก่อนวัยเรียนที่มีอาการออทิซึมมีความยากลำบากด้านการเปลี่ยนจากสิ่งหนึ่งไปสู่อีกสิ่งหนึ่งและการยับยั้งพฤติกรรม ในขณะที่เด็กสมาธิสั้นพบความยากลำบากเด่นในด้านการยับยั้งพฤติกรรม การวางแผน และความจำใช้งาน¹

สาเหตุไม่ใช่ “ความดื้อ” หรือ “ไม่ยอมเชื่อฟัง” แต่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของการทำงานบริหารจัดการของสมอง (Executive Functions) ซึ่งยังอยู่ระหว่างการพัฒนา เด็กบางคนอาจมีข้อจำกัดในการยับยั้งสิ่งที่อยากทำทันที จึงเผลอหยิบ วิ่ง พูดแทรก หรือแสดงพฤติกรรมก่อนที่จะคิดถึงผลที่จะตามมา บางคนอาจมีความยากในการคงความสนใจหรือใช้ความจำขณะทำกิจกรรมทำให้ทำตามคำสั่งหลายขั้นตอนได้ยาก ในขณะที่เด็กออทิสติกจำนวนหนึ่งอาจมีความยืดหยุ่นทางความคิดต่ำกว่าและเปลี่ยนกิจกรรมได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อต้องหยุดสิ่งที่กำลังสนใจหรือเปลี่ยนจากกิจวัตรที่คุ้นเคย¹

นอกจากนี้ การกำกับอารมณ์ก็สัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการทำงานบริหารจัดการของสมอง หลักฐานการทบทวนงานวิจัยพบความสัมพันธ์ระหว่างความยากลำบากด้านการทำงานบริหารจัดการกับการควบคุมอารมณ์ในทั้งเด็กออทิสติกและเด็กสมาธิสั้น ² ดังนั้น เมื่อเด็กกำลังโกรธ ตื่นเต้น ผิดหวัง หรือถูกกระตุ้นมากเกินไป ความสามารถในการ “หยุดและคิด” อาจลดลงไปอีก

เริ่มฝึกจากเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เพราะทุกกิจวัตรคือโอกาสที่เด็กจะได้ฝึกคิด ฝึกเลือก และฝึกจัดการตัวเอง ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องจัดช่วงเวลาพิเศษเพื่อฝึกเสมอไป การรอคิวก่อนเล่น การเก็บของเล่นเมื่อเล่นเสร็จ การเปลี่ยนจากกิจกรรมที่ชอบไปทำกิจกรรมอื่น หรือการหาวิธีรับมือเมื่อสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ล้วนเป็นสถานการณ์ธรรมดาที่สามารถเปลี่ยนให้เป็นโอกาสเรียนรู้ได้

1. ฝึก “รอ” เริ่มจากการรอเพียงไม่กี่วินาที เช่น รอรับของเล่น รอถึงคิว หรือรอให้พ่อแม่ทำบางอย่างเสร็จ แล้วค่อยเพิ่มระยะเวลา

2. ฝึก “หยุดก่อนทำ” ใช้คำสั้น ๆ และสม่ำเสมอ เช่น “หยุด–คิด–แล้วทำ” ฝึกในสถานการณ์ง่าย ๆ ก่อน เช่น ก่อนหยิบของ ก่อนเปิดประตู หรือก่อนวิ่งออกจากพื้นที่

3. ฝึกเปลี่ยนกิจกรรม บอกล่วงหน้าว่ากิจกรรมกำลังจะจบ ใช้ตารางภาพ ตัวจับเวลา หรือกิจวัตรที่คาดเดาได้ เพื่อช่วยให้เด็กเตรียมตัวสำหรับการเปลี่ยนผ่าน

4. ฝึกจัดการอารมณ์ ไม่ได้สอนเพียงว่า “อย่าโกรธ” แต่สอนว่าเมื่อโกรธแล้ว ทำอะไรได้บ้าง เช่น หายใจ ขอพัก ขอความช่วยเหลือ หรือบอกความต้องการด้วยคำพูดหรือภาพ

5. อย่ารีบทำแทนทุกครั้ง เมื่อเด็กพบปัญหา ลองเว้นจังหวะให้เขาคิดก่อน แล้วถามว่า “ลองทำอะไรได้บ้าง?” “ให้ช่วยตรงไหน?” เพราะทุกครั้งที่เด็กได้ลองคิด ลองเลือก และลองแก้ปัญหา คือโอกาสฝึกการกำกับตนเอง

สำหรับเด็กวัยก่อนเรียนที่มีอาการสมาธิสั้น แนวทางที่มีหลักฐานสนับสนุนให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและปรับพฤติกรรมของเด็กควบคู่กับการฝึกผู้ปกครอง เพื่อให้พ่อแม่สามารถช่วยเด็กเรียนรู้การกำกับตนเองและจัดการพฤติกรรมได้อย่างเหมาะสมในชีวิตประจำวัน โดยสถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา (American Academy of Pediatrics) แนะนำให้ใช้การแทรกแซงด้านพฤติกรรม (Behavioral Intervention) เป็นแนวทางแรกสำหรับเด็กกลุ่มนี้ที่อยู่ในวัย 4 ปีถึงก่อน 6 ปี³

ปัญหาการกำกับตนเองที่ไม่ได้รับการช่วยเหลืออาจไม่ได้หยุดอยู่เพียงพฤติกรรม “นั่งไม่นิ่ง” หรือ “รอไม่ได้” เมื่อเด็กต้องเข้าสู่สภาพแวดล้อมที่มีความต้องการมากขึ้น เช่น โรงเรียน เด็กอาจพบความยากในการรอคิว ทำตามกติกา เปลี่ยนกิจกรรม ทำงานให้เสร็จ รับมือกับความผิดหวัง หรือแก้ปัญหาความขัดแย้งกับเพื่อน ในระยะยาว ความยากเหล่านี้อาจกระทบต่อการเรียนรู้ การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับพ่อแม่ ครู และคนรอบตัวได้ งานทบทวนเกี่ยวกับเด็กออทิสติกยังชี้ด้วยว่าความยากลำบากด้านการทำงานบริหารจัดการในวัยก่อนเรียนมีความเกี่ยวข้องกับทักษะทางสังคมและพฤติกรรมภายนอกที่เป็นปัญหา จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรให้ความสนใจกับการฝึกเด็กควบคุมตนเองตั้งแต่ช่วงต้นของพัฒนาการ⁴ สิ่งสำคัญคือเราไม่ควรมองเรื่องนี้ด้วยความกลัว เพราะวัย 3–6 ปีคือช่วงที่เด็กยังมีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาทักษะเหล่านี้อีกมาก การฝึกอย่างเหมาะสม การช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ และการจัดสภาพแวดล้อมให้เด็กประสบความสำเร็จได้ทีละขั้นล้วนเป็นส่วนสำคัญของการสร้างทักษะการกำกับตนเอง จาก “รอได้” “หยุดได้” “จัดการอารมณ์ได้” “เปลี่ยนกิจกรรมได้” “แก้ปัญหาได้” “ตัดสินใจได้” เมื่อเด็กสะสมทักษะการกำกับตนเองไปทีละเล็กทีละน้อย เด็กจะไม่ได้เพียงเรียนรู้ที่จะ “ทำตามคำสั่งของผู้ใหญ่” แต่กำลังเรียนรู้ประโยคสำคัญที่สุดประโยคหนึ่งของการเติบโตว่า “ฉันสามารถจัดการตัวเองได้” และเมื่อเด็กเริ่มทำสิ่งนี้ได้ ความเป็นอิสระก็ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ผู้ใหญ่ “มอบให้” แต่กำลังเป็นความสามารถที่เด็กค่อย ๆ สร้างขึ้นด้วยตัวเอง

เชิงอรรถ

¹ Christoforou, M., Jones, E. J. H., & White, P. (2023). Executive function profiles of preschool children with autism spectrum disorder and attention-deficit/hyperactivity disorder: A systematic review. JCPP Advances, 3(1), e12123.

² Pozo-Rodríguez, M., et al. (2026). A systematic review on the association between executive function and emotional regulation in autism, ADHD, and autism/ADHD. Neuroscience & Biobehavioral Reviews, 183, 106570.

³ Wolraich, M. L., et al. (2019). Clinical Practice Guideline for the Diagnosis, Evaluation, and Treatment of Attention-Deficit/Hyperactivity Disorder in Children and Adolescents. Pediatrics, 144(4), e20192528.

⁴ Petrolo, E., et al. (2025). The role of executive functions in preschool children with autism spectrum disorder: A short narrative review. Research in Developmental Disabilities, 157, 104905.

“บ้านอุ่นรัก” ใช้ความรู้คู่ความรักเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการระยะเริ่มแรก

“บ้านอุ่นรัก” เสริมพัฒนาการเด็กออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้าไม่สมวัย

บ้านอุ่นรักสวนสยาม ถนนสวนสยาม 24 แยก 2 โทร 086 775 9656 | LINE ID: 0867759656

บ้านอุ่นรักธนบุรี ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26 โทร 087 502 5261 | LINE ID: @aunrak2

Image Credit: Google Gemini