“ลูกชี้รูปถูกทุกใบ แต่ไม่ยอมพูดว่ารูปนั้นคืออะไร”

“เหมือนลูกจะเข้าใจทุกอย่าง แต่พอถามกลับไม่เคยตอบ”

“รู้จักชื่อสัตว์ สี ผลไม้ตั้งเยอะ แต่พอถามว่า ‘นี่อะไร’ ลูกกลับเงียบ”

“เวลาต้องการของหรืออยากบอกอะไร ลูกไม่เรียก ไม่บอก และรอให้ผู้ใหญ่เดาใจอยู่เสมอ”

หากสิ่งเหล่านี้กำลังเกิดขึ้นกับลูก คุณไม่ได้กำลังเผชิญปัญหานี้เพียงลำพัง

เด็กที่มีความล่าช้าด้านภาษาและเด็กออทิสติกจำนวนไม่น้อย “รู้คำศัพท์” ได้มากกว่าที่แสดงออก แต่กลับยังไม่สามารถนำคำเหล่านั้นมาใช้เพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวันได้ ทั้งนี้เพราะการรู้คำศัพท์ (Vocabulary) และการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร (Functional Communication) เป็นคนละทักษะกัน เช่น เด็กอาจรู้ว่าภาพนี้คือ “กล้วย” หรือของชิ้นนี้เรียกว่า “รถ” แต่ยังไม่รู้ว่าจะพูดคำเหล่านั้นเมื่อไร พูดกับใคร หรือพูดไปเพื่ออะไร ดังนั้น เป้าหมายของการกระตุ้นภาษาจึงไม่ใช่เพียงการทำให้เด็ก “จำคำศัพท์ได้มากขึ้น” แต่คือการช่วยให้เด็กนำคำเหล่านั้นมาใช้สื่อสารในชีวิตจริง

นอกจากการพาลูกเข้ารับการฝึกพูดกับทีมผู้เชี่ยวชาญแล้ว ผู้ปกครองสามารถช่วยพัฒนาทักษะทางภาษาได้ทุกวันผ่านกิจวัตรประจำวันที่บ้าน โดยควรส่งเสริมทั้ง 3 ด้านควบคู่กัน ได้แก่

1. เพิ่มคลังคำศัพท์ให้หลากหลาย: สอดแทรกคำศัพท์จากสิ่งที่พบในชีวิตประจำวัน ทั้งคำนาม คำกริยา และคำขยาย เพื่อให้เด็กมี “วัตถุดิบ” สำหรับการสื่อสารมากขึ้น

2. ฝึกการฟังและความเข้าใจภาษา: ช่วยให้เด็กเข้าใจคำพูด คำสั่ง เรื่องราว และสิ่งที่ผู้อื่นสื่อสาร เพราะความเข้าใจภาษาเป็นพื้นฐานสำคัญก่อนการใช้ภาษา

3. กระตุ้นให้เด็กใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารจริง: สร้างโอกาสให้เด็กได้บอกความต้องการ แสดงความคิดเห็น เลือก ตอบคำถาม หรือเริ่มต้นสื่อสารด้วยตนเองในสถานการณ์จริง

ทั้ง 3 ทักษะนี้ควรเกิดขึ้นพร้อมกันและสอดแทรกอยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เฉพาะช่วงเวลาที่นั่งฝึกหรือทำแบบฝึกหัดเท่านั้น

เราจะช่วยให้เด็กที่ยังไม่พูด “เริ่มสื่อสาร” ได้อย่างไร?

1. สร้างเหตุผลให้เด็กอยากสื่อสาร: อย่ารีบหยิบของให้ทันที ลองเว้นจังหวะเล็กน้อย เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กพยายาม “ขอ” หรือแสดงความต้องการก่อน หากเด็กยังพูดไม่ได้ อาจยอมรับการชี้ การใช้ท่าทาง การส่งเสียง หรือการพูดเลียนเสียงเป็นก้าวแรก เพราะเป้าหมายสำคัญคือให้เด็กเรียนรู้ว่า “การสื่อสารทำให้ความต้องการของตนได้รับการตอบสนอง”

2. เริ่มจากคำที่ใช้ได้ทุกวัน: เช่น “เอา” “กิน” “น้ำ” “เปิด” “อีก” หรือ “แม่” คำเหล่านี้เป็นคำที่เด็กมีโอกาสใช้บ่อย เห็นผลลัพธ์ทันที และช่วยให้เด็กเรียนรู้ว่าภาษามีประโยชน์กับชีวิตจริง

3. เล่นกับลูกแบบโต้ตอบสองทาง: ไม่ว่าจะเล่นของเล่น อ่านนิทาน ร้องเพลง หรือทำกิจกรรมที่ลูกชอบ ผู้ใหญ่ควรเว้นจังหวะให้เด็กได้ผลัดกันสื่อสาร เลียนเสียง ต่อคำ หรือเริ่มต้นสื่อสารบ้าง แทนการเป็นฝ่ายพูดอยู่เพียงคนเดียว

4. ลดการเดาใจ: แม้พ่อแม่จะรู้ว่าลูกต้องการอะไร แต่การรอเพียงไม่กี่วินาทีและเปิดโอกาสให้ลูกพยายามสื่อสารก่อน จะช่วยให้เด็กเรียนรู้ว่าเสียง คำพูด หรือท่าทางของตนเองมีความหมาย และสามารถใช้สื่อสารกับผู้อื่นได้

ท้ายที่สุด สิ่งที่ทำให้เด็กเริ่มใช้ภาษาไม่ใช่การท่องจำคำศัพท์ให้ได้มากที่สุด แต่คือการได้ใช้คำเหล่านั้นซ้ำ ๆ ในสถานการณ์จริงจนเด็กค้นพบว่า “การสื่อสาร” เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ตนเองได้รับสิ่งที่ต้องการ เชื่อมโยงกับผู้คนรอบตัวและมีความสุขกับการโต้ตอบ เมื่อเด็กเห็นคุณค่าของการสื่อสาร การใช้ภาษาก็จะค่อย ๆ พัฒนาไปตามลำดับพัฒนาการอย่างมั่นคง และทุกครั้งที่ผู้ใหญ่เปิดโอกาสให้เด็กได้สื่อสาร นั่นคืออีกหนึ่งก้าวสำคัญที่กำลังพาเขาเข้าใกล้การใช้ภาษาได้อย่างมีความหมายมากขึ้น

“บ้านอุ่นรัก” เสริมพัฒนาการเด็กออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้าไม่สมวัย

บ้านอุ่นรักสวนสยาม ถนนสวนสยาม 24 แยก 2 โทร 08 6775 9656 | LINE ID: 0867759656

บ้านอุ่นรักธนบุรี ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26  โทร 08 7502 5261 | LINE ID: @aunrak2

AI Image: Google Gemini