
ลูกเรียนรู้ได้ดีที่สุดไม่ใช่ตอนนั่งฝึกหรือทำแบบฝึกหัด แต่คือช่วงเวลาที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนในครอบครัว ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองลองเลือกกิจวัตรประจำวัน 1 อย่างและกิจกรรมการเล่นอีกสัก 1 อย่างเพื่อทำต่อเนื่องทุกวัน ทำ 3-4 รอบต่อวัน รอบละ 5-10 นาที เพื่อเปลี่ยนช่วงเวลาธรรมดาให้กลายเป็นโอกาสเสริมพัฒนาการที่มีความหมายสำหรับลูกและพัฒนาการของเขา
การเริ่มต้นสร้างการเรียนรู้ที่บ้านในแต่ละวันไม่จำเป็นต้องยาก แต่ต้องวางแผนล่วงหน้า
- เลือกกิจวัตรประจำวัน 1 อย่าง เช่น การนั่งรับประทานอาหารอยู่กับที่ การอาบน้ำและแต่งตัวด้วยตนเอง การเก็บของเล่น หรือแปรงฟัน
- เลือกกิจกรรมการเล่นหรือเกม 1 อย่างที่ลูกสนใจ ซึ่งจะเป็นกิจกรรมเดิมหรือกิจกรรมใหม่ก็ได้
- ในระหว่างวัน พยายามแทรกการทำกิจกรรมที่เป็นกิจวัตร+การเล่นทุกวัน โดยใช้เวลาอย่างน้อย 5 นาทีต่อรอบต่อกิจกรรม
- แบ่งการทำเป็นช่วง ๆ เช่น เช้า บ่าย เย็น เป็นต้น
- สลับการทำกิจกรรมให้หลากหลายเพื่อไม่ให้น่าเบื่อ
- มีช่วงเวลาพักเพื่อเด็กเหนื่อยหรือเครียดจนเกินไป
จำนวนของกิจกรรมไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่ที่สำคัญคือการสร้าง “กิจวัตรการเรียนรู้ร่วมกัน” ให้เกิดขึ้นในระหว่างทำกิจกรรมนั้น ๆ เช่น เริ่มต้นด้วยการเรียกชื่อลูก รอให้ลูกหันมาสนใจ เปิดโอกาสให้ลูกเลือกของเล่นหรืออุปกรณ์ รอให้ลูกสื่อสารหรือแสดงความต้องการ แล้วจึงตอบสนองและเล่นต่อไปพร้อมกัน เมื่อรูปแบบเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ เด็กจะเริ่มคาดเดาได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป รู้สึกมั่นใจ กล้าเข้ามามีส่วนร่วม และค่อย ๆ ฝึกทักษะสำคัญ เช่น การสื่อสาร การผลัดกันเล่น การรอคอย การทำตามคำแนะนำ และการช่วยเหลือตนเอง โดยไม่รู้สึกว่ากำลัง “ถูกฝึก”
การเสริมพัฒนาการไม่จำเป็นต้องแยกออกจากชีวิตประจำวัน เพราะทุกกิจวัตรสามารถกลายเป็นโอกาสในการเรียนรู้ได้ หากผู้ใหญ่ตั้งใจเข้าไปมีส่วนร่วมกับลูกอย่างเหมาะสม แม้จะเป็นเวลาเพียงวันละ 10 นาที/รอบ แต่หากทำอย่างสม่ำเสมอ เด็กจะได้รับโอกาสฝึกทักษะเดิมซ้ำ ๆ ในบริบทที่คุ้นเคยซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ในระยะยาว
“ทุกกิจวัตรที่ทำร่วมกันในวันนี้คือรากฐานของพัฒนาการที่มั่นคงของเด็ก ๆ ในวันข้างหน้า” ค่ะ
อ้างอิงข้อมูลเชิงวิชาการ
- แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลักการของ Caregiver Skills Training (CST) ที่พัฒนาโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ซึ่งส่งเสริมให้ผู้ดูแลใช้กิจวัตรประจำวัน (daily routines) และการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ร่วมกัน (shared engagement) เป็นโอกาสในการพัฒนาการสื่อสาร การเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมของเด็กอย่างต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน
เอกสารอ้างอิง
- World Health Organization. (2022). Caregiver Skills Training for Families of Children with Developmental Delays or Disabilities. Geneva: WHO.
- World Health Organization & United Nations Children’s Fund. (2022). Caregiver Skills Training: Participant Guide.
“บ้านอุ่นรัก” เสริมพัฒนาการเด็กออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้าไม่สมวัย
บ้านอุ่นรักสวนสยาม ถนนสวนสยาม 24 แยก 2 โทร 08 6775 9656 | LINE ID: 0867759656
บ้านอุ่นรักธนบุรี ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26 โทร 08 7502 5261 | LINE ID: @aunrak2
AI Image by Google Gemini
