พ่อแม่ย่อมรู้สึกกังวลเมื่อลูกไม่สบตา เรียกชื่อแล้วลูกไม่หันมอง หรือหลบสายตาเวลาพูดคุย จนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า “ลูกไม่สนใจเราใช่ไหม” แต่จากประสบการณ์การทำงานด้านการเสริมพัฒนาการเด็กออทิสติกมานานมากกว่า 30 ปี ครูบ้านอุ่นรักอยากชวนทุกคนมองเรื่องนี้ด้วยความเข้าใจมากขึ้น

เด็กออทิสติกที่ไม่สบตาไม่ได้แปลว่าเขาไม่รักพ่อแม่หรือไม่ต้องการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัว หลายครั้ง การมองตาเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กเพราะสมองต้องเปิดรับข้อมูลจำนวนมากเกินไปในขณะเดียวกัน ทั้งสีหน้า น้ำเสียง และอารมณ์ของคนตรงหน้า จนทำให้เด็กรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือไม่สบายใจเมื่อต้องสบตาโดยตรง ดังนั้น การฝึกสบตาที่ได้ผลอาจไม่ได้เริ่มต้นจากการสั่งซ้ำ ๆ ว่า “มองแม่สิ” เสมอไป แต่เริ่มจากกิจกรรมที่ช่วยให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย สนุก และอยากเชื่อมต่อกับคนตรงหน้าอย่างสมัครใจด้วยตัวเอง ซึ่งหนึ่งในวิธีที่บ้านอุ่นรักใช้แล้วเห็นผลอย่างต่อเนื่อง คือ ครูใช้ “ดนตรีบำบัด” เป็นทางเชื่อมการสบตาและเพิ่มทักษะทางสังคมให้กับเด็ก

เมื่อครูเปิดเพลง สิ่งที่เด็ก ๆ ทำส่งผลให้ครูชื่นใจ:

  • เด็กที่ดูเหมือนไม่สนใจคนรอบตัว กลับเริ่มตอบสนองต่อกิจกรรมอย่างน่าประหลาดใจ
  • เด็กยอมเคาะจังหวะโต้ตอบกับครู ทั้งที่ปกติไม่เล่นกับใครเลย นี่คือจุดเริ่มต้นของ “การให้ความสนใจร่วม” หรือ Joint Attention ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการสื่อสารและการเข้าสังคม
  • เด็กหยุดฟังทันทีเมื่อได้ยินเพลงที่ชอบ
  • เด็กบางคน แม้ยังไม่สามารถพูดได้ ก็เริ่มฮัมเพลงหรือออกเสียงสั้น ๆ ตามจังหวะ นี่คือรูปแบบของ “การสื่อสารก่อนภาษา” ซึ่งเป็นพัฒนาการสำคัญก่อนการพูดเป็นคำหรือประโยค
  • สิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นระหว่างกิจกรรมดนตรีบำบัดที่บ้านอุ่นรัก คือ เด็กจะค่อย ๆ เรียนรู้การ “รอ” อีกฝ่าย รอจังหวะ รอฟังเสียง หรือรอการตอบกลับจากคนที่เล่นด้วยกัน และในช่วงเวลานั้นเอง เด็กมักเริ่มสังเกตสีหน้า มองหาคนที่กำลังมีปฏิสัมพันธ์กับตนเองจนเกิดการสบตาแบบธรรมชาติขึ้นโดยไม่ถูกบังคับ การสบตาเพียงเสี้ยววินาทีอาจดูเป็นเรื่องเล็กสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับเด็กออทิสติก นั่นเป็นก้าวสำคัญของการเปิดประตูสู่โลกทางสังคม

เหตุผลที่ดนตรีช่วยเพิ่มทักษะการสบตาให้ดีขึ้นได้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเพราะเด็กออทิสติกจำนวนมากตอบสนองต่อ “จังหวะ” และ “รูปแบบซ้ำ ๆ” ได้ดี สมองของเด็กสามารถคาดเดาเสียงและลำดับของดนตรีได้ เด็กจึงรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลาย เมื่อความกังวลลดลง พวกเขาจะเริ่มมีความพร้อมที่จะเปิดรับการเชื่อมต่อกับคนตรงหน้าผ่านการสบตาและมองหน้ากันได้ดีขึ้นและบ่อยครั้งขึ้น

แม้ผลลัพธ์ของการใช้ดนตรีบำบัดเพื่อเพิ่มทักษะการสบตาจะแตกต่างกันในเด็กแต่ละคน แต่บ้านอุ่นรักอยากชวนพ่อแม่ลองเริ่มต้นกิจกรรมดนตรีบำบัดง่าย ๆ ที่บ้านด้วยการเปิดเพลงที่ลูกชอบ เลือกเพลงที่มีจังหวะซ้ำ ๆ ร้องหรือฮัมเพลงสลับกัน เคาะจังหวะไปด้วยกัน หรือขยับร่างกายตามเสียงเพลง กิจกรรมเล็ก ๆ เหล่านี้จะช่วยเปลี่ยนช่วงเวลาแห่งความกดดันในการสอนลูกสบตาให้กลายเป็นช่วงเวลาของความสุขที่สามารถเพิ่มโอกาสในการเชื่อมโยงสายตาและหัวใจเข้าหากัน

  • จากเดิมที่ลูกหลีกเลี่ยงสายตา เขาอาจกลายเป็นเด็กที่เริ่มมองหาใครบางคนผ่านเสียงเพลงที่คุ้นเคย
  • ลูกอาจเริ่มสบตาแม่เพียงหนึ่งวินาทีสั้น ๆ ก่อนค่อย ๆ เพิ่มเป็นสอง-สาม-สี่วินาที แล้วตามมาด้วยรอยยิ้มหรือเสียงหัวเราะร่วมกัน
  • ความสำเร็จเล็ก ๆ เหล่านี้เป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาทักษะการสบตา การสื่อสาร และการเปิดโลกทางสังคมของลูกออทิสติกในระยะยาว

นอกจากดนตรีที่ช่วยลดความตึงเครียดในระหว่างแทรกการสอนการสบตาให้กับเด็ก ๆ แล้ว ครูพบว่าเด็กบางคนสามารถสบตาได้ดีขึ้นเพราะได้แกว่งตัวหรือเต้นตามเพลง ดังนั้น ในตอนหน้า ครูจะพาไปดูว่าทำไม “การเคลื่อนไหวร่างกายตามเสียงเพลง” จึงอาจช่วยให้เด็กออทิสติกพร้อมเชื่อมโยงทางสายตากับคนรอบตัวได้ดีขึ้น

ติดตามอ่านกันนะคะ

“บ้านอุ่นรัก” เสริมพัฒนาการเด็กออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้าไม่สมวัย

บ้านอุ่นรักสวนสยาม ถนนสวนสยาม 24 แยก 2 โทร 086 775 9656 | LINE ID: 0867759656

บ้านอุ่นรักธนบุรี ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26 โทร 087 502 5261 | LINE ID: @aunrak2

Image Credit: Google Gemini | Slides Carnival