1. รูปแบบการมองและการให้ความสนใจที่แตกต่างกัน

เด็กออทิสติกบางคนมีรูปแบบการให้ความสนใจทางสายตาแตกต่างจากเด็กทั่วไป เช่น สนใจรายละเอียดบางส่วนของวัตถุ แสง สี หรือการเคลื่อนไหวเป็นพิเศษ งานวิจัยด้านการติดตามการมอง (Eye-tracking) พบความแตกต่างของการให้ความสนใจต่อสิ่งเร้าทางสายตาในกลุ่มบุคคลออทิสติกบางกลุ่ม¹ (ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าการมองจากหางตาเป็นลักษณะเฉพาะของเด็กออทิสติกทุกคน)

2. ความผิดปกติของดวงตาหรือการมองเห็น

การเอียงศีรษะขณะมองอาจเป็นวิธีที่เด็กปรับท่าทางเพื่อให้มองเห็นได้ดีขึ้น เช่น มีภาวะตาเหล่ (Strabismus) ตากระตุก (Nystagmus) หรือความผิดปกติของการมองเห็นระหว่างดวงตาทั้งสองข้าง การปรับตำแหน่งศีรษะอาจช่วยให้เด็กมองเห็นชัดขึ้นหรือลดภาพซ้อนได้²

3. ความผิดปกติของกล้ามเนื้อคอ กระดูกคอ หรือระบบประสาท

การเอียงศีรษะอาจเกี่ยวข้องกับภาวะกล้ามเนื้อคอตึงหรือหดสั้นทำให้เด็กหันคอได้ไม่สะดวก หรืออาจเกิดจากความผิดปกติของกระดูกคอ การควบคุมการเคลื่อนไหว และระบบประสาท ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจประเมินเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง³

1. สังเกตพฤติกรรมของลูกในชีวิตประจำวัน

พ่อแม่ผู้ปกครองสังเกตและบันทึกว่าเด็กมักจะเอียงศีรษะไปทางใด มองสิ่งของในระยะใกล้หรือไกล เกิดขึ้นในช่วงทำกิจกรรมใด และมีพฤติกรรมเช่นนี้บ่อยเพียงใด การถ่ายวิดีโอสั้น ๆ ในขณะที่เด็กแสดงพฤติกรรมดังกล่าวจะช่วยให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ เห็นลักษณะการมองของเด็กได้ชัดเจนขึ้น

2. พาเด็กไปตรวจสายตา

หากเด็กเอียงศีรษะหรือเหลือบตามองสิ่งของเป็นประจำ ควรพาเด็กไปพบจักษุแพทย์เด็กเพื่อประเมินการมองเห็น การทำงานร่วมกันของดวงตา และการเคลื่อนไหวของลูกตา หากพบความผิดปกติ แพทย์จะพิจารณาวิธีรักษาตามสาเหตุ เช่น การใช้แว่นหรือการรักษาภาวะตาเหล่²

3. ประเมินการทำงานของกล้ามเนื้อและกระดูกคอ

หากจักษุแพทย์เด็กพิจารณาว่าการเอียงศีรษะมองของเด็กอาจเกี่ยวข้องกับกระดูกคอ กล้ามเนื้อคอตึงหรือหดสั้น แพทย์ฯ อาจส่งต่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมและหาแนวทางรักษาที่จำเป็น 3 4 ตลอดจนอาจมีการส่งต่อนักกายภาพบำบัดเด็กเพื่อจัดกิจกรรมบำบัดให้เหมาะกับความสนใจและความพร้อมของเด็ก วางแผนฝึกการเคลื่อนไหว ยืดกล้ามเนื้อ และปรับท่าทางอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ควรจับ ดัด หรือบังคับยืดคอลูกด้วยตนเองก่อนทราบสาเหตุที่แท้จริงเพราะการรักษาแต่ละกรณีมีความแตกต่างกัน

4. ตรวจประเมินระบบประสาทเมื่อมีข้อบ่งชี้

หากแพทย์พบว่าการเอียงศีรษะสัมพันธ์กับความผิดปกติของการควบคุมการเคลื่อนไหวหรือมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย อาจพิจารณาส่งต่อกุมารแพทย์ประสาทวิทยาเพื่อประเมินเพิ่มเติมและวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม³

  • หากเด็กมีอาการเอียงคอเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน โดยเฉพาะหลังได้รับบาดเจ็บ มีไข้ ปวดศีรษะ อาเจียน เดินเซ เห็นภาพซ้อน หรือมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท พ่อแม่ผู้ปกครองควรรีบพาเด็กไปโรงพยาบาลเพื่อรับการประเมินโดยเร็ว³
  • การเอียงคอหรือเหล่ตามองไม่ใช่พฤติกรรมที่ควรรีบแก้ไขโดยไม่ทราบสาเหตุเพราะบางครั้งอาจเป็นสัญญาณของปัญหาการมองเห็น กล้ามเนื้อ หรือระบบประสาทที่ต้องได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี

หัวใจสำคัญ คือ สังเกตให้เข้าใจ ไม่จำเป็นต้องรีบแก้ไขด้วยการฝึกให้เด็กปรับพฤติกรรมแต่ต้องค้นหาสาเหตุให้ชัดเจน และเลือกวิธีช่วยเหลือให้ตรงจุดเพื่อให้เด็กมองเห็น เรียนรู้ และทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้อย่างสบายและปลอดภัย

เชิงอรรถ

1. Wang, S., Jiang, M., Duchesne, X. M., Laugeson, E. A., Kennedy, D. P., Adolphs, R., & Zhao, Q. (2015). Atypical Visual Saliency in Autism Spectrum Disorder Quantified through Model-Based Eye Tracking. Neuron, 88(3), 604–616. สนับสนุนข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบการให้ความสนใจทางสายตาที่แตกต่างในบุคคลออทิสติก ไม่ได้ยืนยันว่าการมองจากหางตาเป็นอาการจำเพาะของออทิสติก

2. American Association for Pediatric Ophthalmology and Strabismus (AAPOS). Abnormal Head Position. อธิบายสาเหตุจากความผิดปกติของดวงตาที่ทำให้เด็กเอียงหรือหันศีรษะขณะมอง รวมถึงแนวทางตรวจและรักษาตามสาเหตุ
3. Royal Children’s Hospital Melbourne. Clinical Practice Guidelines: Acquired Torticollis. แนวทางประเมินภาวะคอเอียงที่เกิดขึ้นภายหลังในเด็ก ครอบคลุมสาเหตุจากกล้ามเนื้อ การบาดเจ็บ การติดเชื้อ ความผิดปกติของดวงตา และระบบประสาท ตลอดจนสัญญาณเตือนที่ต้องตรวจเพิ่มเติม
4. Sargent, B., Coulter, C., Cannoy, J., & Kaplan, S. L. (2024). Physical Therapy Management of Congenital Muscular Torticollis: A 2024 Evidence-Based Clinical Practice Guideline From the American Physical Therapy Association Academy of Pediatric Physical Therapy. Pediatric Physical Therapy, 36(4), 370–421. แนวทางเวชปฏิบัติที่สนับสนุนการประเมินและการรักษาภาวะกล้ามเนื้อคอหดสั้นในเด็กโดยนักกายภาพบำบัด ทั้งนี้ เอกสารอ้างอิงข้อ 4 กล่าวถึงภาวะกล้ามเนื้อคอหดสั้นที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิดเป็นหลัก จึงไม่ควรนำมาใช้แทนแนวทางวินิจฉัยภาวะคอเอียงที่เกิดขึ้นภายหลัง

บ้านอุ่นรัก — ครูใช้ความรู้คู่ความรัก เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้และเติบโตตามศักยภาพของตนเอง

บ้านอุ่นรักสวนสยาม ถนนสวนสยาม 24 แยก 2 โทร 086 775 9656 | LINE ID: 0867759656

บ้านอุ่นรักธนบุรี ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26 โทร 087 502 5261 | LINE ID: @aunrak2

Image Credit: Google Gemini