งานวิจัยนี้เป็นการทบทวนอย่างเป็นระบบและการวิเคราะห์อภิมาน* (systematic review and meta-analysis) ซึ่งรวบรวมและวิเคราะห์ผลจากงานวิจัย 25 ชิ้น เพื่อศึกษาว่าการตอบสนองทางวาจาของพ่อแม่ (Parent Verbal Responsiveness: PVR) มีความสัมพันธ์กับความสามารถด้านการสื่อสารของเด็กเล็กที่มีอาการออทิซึมหรือมีความเสี่ยงต่ออาการนี้อย่างไร

ผลการศึกษาพบว่าการตอบสนองทางวาจาของพ่อแม่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับความสามารถด้านการสื่อสารของเด็ก และพบความสัมพันธ์นี้ทั้งในเด็กที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติกและเด็กที่มีความเสี่ยงต่ออาการดังกล่าว แต่การวิเคราะห์ยังไม่พบว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างประเภทของการตอบสนองทางวาจาที่งานวิจัยนำมาศึกษา1

กล่าวสรุป คือ เมื่อเด็กกำลังพยายามสื่อสารไม่ว่าจะด้วยคำพูด เสียง ท่าทาง การมอง หรือการแสดงความสนใจต่อบางสิ่ง แล้วผู้ใหญ่หันมาใส่ใจและตอบสนองต่อสิ่งที่เด็กกำลังพยายามสื่อสาร เด็กก็จะได้มีโอกาสอยู่ในประสบการณ์การสื่อสารแบบ “ไป–กลับ” กับคนอื่นมากขึ้น และนี่เป็นจุดที่สำคัญ เพราะการสื่อสารของเด็กไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเวลาที่ผู้ใหญ่ “สอน” แต่เกิดขึ้นได้ตลอดทั้งวันในช่วงเวลาธรรมดา ๆ เช่น ตอนเล่น ตอนกินข้าว ตอนแต่งตัว หรือแม้แต่ตอนที่เด็กพยายามชี้ หยิบของ หรือส่งเสียงเพื่อให้เราหันมาสนใจ

อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรตีความงานวิจัยนี้ว่า “ถ้าพ่อแม่ตอบสนองลูกมากขึ้น ลูกจะพูดเก่งขึ้นแน่นอน” เนื่องจากงานวิจัยนี้เป็นการศึกษาความสัมพันธ์จากงานวิจัยที่มีอยู่ จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการตอบสนองทางวาจาของพ่อแม่เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้ทักษะการสื่อสารของเด็กพัฒนาขึ้น ทั้งนี้เพราะเด็กอาจมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการด้านการสื่อสารด้วย เช่น ระดับพัฒนาการเดิม ความสามารถทางภาษา ความสนใจร่วม การมีส่วนร่วมทางสังคม ตลอดจนประสบการณ์และการสนับสนุนด้านพัฒนาการในด้านอื่น ๆ

สิ่งที่งานวิจัยช่วยให้เราเห็นได้ชัดขึ้นคือการตอบสนองของพ่อแม่เป็นพฤติกรรมที่มีความสัมพันธ์กับทักษะการสื่อสารของเด็ก และเป็นสิ่งที่พ่อแม่สามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ โดยพ่อแม่ไม่จำเป็นต้องเข้าใจลูกได้อย่างถูกต้องทุกครั้งไป สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การที่พ่อแม่ต้อง “เดาให้ถูก” ว่าลูกต้องการอะไรทุกครั้ง แต่คือการหันมาใส่ใจความพยายามสื่อสารของลูกและพยายามตอบกลับอย่างเหมาะสม

  • บางครั้งเราอาจไม่รู้ว่าลูกกำลังชี้อะไร
  • ไม่แน่ใจว่าเสียงที่ลูกทำหมายถึงอะไร
  • หรือยังไม่เข้าใจว่าทำไมลูกจึงเดินมาหาแล้วดึงมือเรา

แต่ในสถานการณ์เหล่านี้ พ่อแม่อาจเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการ “หยุด – สังเกต – รับฟัง – ตอบกลับ”

  • หยุดสิ่งที่กำลังทำลงสักครู่
  • สังเกตว่าลูกกำลังสนใจอะไร
  • รับฟังหรือใส่ใจวิธีที่ลูกกำลังพยายามสื่อสาร
  • แล้วตอบกลับไปตามสิ่งที่ลูกกำลังพยายามสื่อ

การสื่อสารที่สำคัญของลูกอาจไม่ได้เริ่มต้นจากคำพูดทุกครั้งไป แต่อาจเริ่มจากการที่ลูกพยายามจะบอกอะไรบางอย่างกับเรา และเมื่อผู้ใหญ่ตอบกลับ ความพยายามเล็ก ๆ นั้นก็มีโอกาสกลายเป็นบทสนทนาเล็ก ๆ ระหว่างลูกกับคนที่เขาไว้ใจ

ต้นฉบับสำหรับผู้ที่สนใจอ่านเพิ่มเติม

PubMed Central — ฉบับเต็มที่เปิดให้อ่านได้ฟรี
อ่านบทความฉบับเต็มที่ PubMed Central

https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC6636861

Wiley Online Library — ต้นฉบับจากสำนักพิมพ์
อ่านบทความจาก Wiley Online Library

https://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1002/aur.2100

PubMed — ข้อมูลบทความและบทคัดย่อ
ดูข้อมูลบทความใน PubMed

https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/31050220

เชิงอรรถ

1 Edmunds, S. R., Kover, S. T., & Stone, W. L. (2019). The relation between parent verbal responsiveness and child communication in young children with or at risk for autism spectrum disorder: A systematic review and meta-analysis. Autism Research, 12(5), 715–731. https://doi.org/10.1002/aur.2100

“บ้านอุ่นรัก” เสริมพัฒนาการเด็กออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้าไม่สมวัย

บ้านอุ่นรักสวนสยาม ถนนสวนสยาม 24 แยก 2 โทร 086 775 9656 | LINE ID: 0867759656

บ้านอุ่นรักธนบุรี ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26 โทร 087 502 5261 | LINE ID: @aunrak2

Image Credit: Google Gemini