เมื่อเด็กออทิสติกหรือเด็กสมาธิสั้นทำบางสิ่งที่ไม่เหมาะสม ผู้ใหญ่อาจพูดว่า “หยุด!” “อย่าทำ!” “รอก่อน!” เราพูดซ้ำ ๆ เพราะอยากให้ลูกเรียนรู้ที่จะควบคุมตัวเอง

แต่บางครั้งคำถามอาจไม่ใช่ “ทำไมลูกไม่ยอมหยุด?” แต่อาจเป็น “ลูกเข้าใจหรือยังว่าเมื่อผู้ใหญ่บอกให้หยุด” “ลูกรู้แล้วหรือไม่ว่าตนเองต้องทำอะไรต่อ?”

เรื่องราวของอีริค ซึ่ง ดร. แครอล เกรย์ (Dr. Carol Gray) เล่าไว้ในประวัติการพัฒนาเรื่องเล่าทางสังคม หรือ Social Stories™ เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจมากของเรื่องนี้

ดร. แครอล เกรย์ เป็นนักการศึกษาและผู้ก่อตั้งแนวคิด “เรื่องเล่าทางสังคม หรือ Social Stories™” ซึ่งได้รับการนำไปใช้ในงานด้านการศึกษาและการสนับสนุนบุคคลออทิสติกอย่างแพร่หลายทั่วโลก เธอเริ่มต้นเส้นทางการทำงานในฐานะครูของเด็กออทิสติกในปี 1976 ที่ Jenison Public Schools รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา¹

จากประสบการณ์การทำงานจริง เธอสังเกตว่าเด็กบางคนต้องการข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์และสถานการณ์ทางสังคมที่คนทั่วไปอาจเข้าใจได้โดยไม่ต้องมีใครบอก เธอจึงเริ่มเขียนเรื่องราวสั้น ๆ เพื่อช่วยให้นักเรียนเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นรอบตัวมากขึ้นและแนวคิดนี้ค่อย ๆ พัฒนาเป็นเรื่องเล่าทางสังคมหรือ Social Stories™ ในช่วงประมาณปี 1990²

ดร. แครอล เกรย์ ร่วมกับจอย กาแรนด์ (Joy Garand) ตีพิมพ์บทความวิชาการสำคัญเกี่ยวกับเรื่องเล่าทางสังคมในปี 1993 เรื่อง Social Stories: Improving Responses of Students with Autism with Accurate Social Information (“เรื่องราวทางสังคม (Social Stories™): ช่วยเด็กออทิสติกตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีขึ้นด้วยข้อมูลทางสังคมที่ถูกต้อง”) ซึ่งถือเป็นงานเขียนสำคัญในระยะแรกของแนวคิดนี้³ สิ่งที่น่าสนใจคือในเวลาต่อมา ดร. แครอล เกรย์ได้ย้อนกลับไปศึกษาบันทึกและเอกสารเก่า ๆ และอธิบายว่าเรื่องเล่าทางสังคมไม่ได้เกิดขึ้นจากเหตุการณ์เพียงครั้งเดียว แต่ค่อย ๆ พัฒนาจากประสบการณ์ ความผิดพลาด การสังเกต และการเรียนรู้ร่วมกับนักเรียน ครอบครัว และผู้เชี่ยวชาญหลายคน²

ปัจจุบันแนวคิดเรื่องเล่าทางสังคมยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเกณฑ์ Social Stories 10.4 ฉบับปี 2023 ให้ความสำคัญมากขึ้นกับการเคารพมุมมอง ประสบการณ์ ความรู้สึก และสิทธิของเด็ก รวมถึงเน้นการอธิบายมากกว่าการสั่งและการมองหาทางเลือกอื่นหากเรื่องเล่าทางสังคมนี้ไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้น⁴

อีริคเป็นนักเรียนออทิสติกที่มีปัญหาเรื่องการพูดแทรกผู้อื่นมานานหลายปี ผู้ใหญ่พยายามสอนเขาว่าให้ยกมือ รอคิวพูด และฟังเมื่อคนอื่นกำลังพูด อีริครู้กฎเหล่านี้และเขาเองก็เคยบอกว่าจะ “หยุดพูดแทรก” แต่ปัญหายังคงเกิดขึ้น

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อ ดร. แครอล เกรย์ นำเหตุการณ์จริงกลับมาดูร่วมกับอีริคและชวนเขาพูดคุยว่าเกิดอะไรขึ้นในสถานการณ์นั้น การมองเหตุการณ์ร่วมกันช่วยให้เห็นว่าอีริคไม่ได้มองสถานการณ์ในแบบเดียวกับผู้ใหญ่ เขามีวิธีตีความสิ่งที่เกิดขึ้นจากมุมมองของตัวเอง เมื่อได้ทำความเข้าใจสถานการณ์ร่วมกัน เขาจึงสามารถบอกได้ด้วยตัวเองว่าเขาต้องการหยุดพูดแทรก จากนั้นเขาได้ช่วยสร้างแนวทางที่ตนเองสามารถทำได้ เช่น ยกมือ ฟังเมื่อคนอื่นพูด ให้คนอื่นมีโอกาสพูด

และเขาสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ในชั้นเรียนได้จริง⁵ เรื่องราวนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์สำคัญที่นำไปสู่การพัฒนาเรื่องเล่าทางสังคม

เรื่องของอีริคไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนจะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมได้เพียงเพราะอ่านเรื่องเล่าทางสังคม แต่เรื่องนี้ให้บทเรียนสำคัญว่าการบอกเด็กว่า “หยุด” อาจไม่เพียงพอ เด็กอาจต้องการความช่วยเหลือในการทำความเข้าใจว่า “เกิดอะไรขึ้น → ฉันกำลังทำอะไร → คนอื่นกำลังทำอะไร → ฉันสามารถทำอะไรต่อได้”

หลักคิดนี้มีความสำคัญสำหรับเด็กวัยเด็กเล็กมาก เพราะเด็กวัย 2–5 ขวบยังอยู่ระหว่างพัฒนาความสามารถด้านการยับยั้งการตอบสนอง การรอคอย การเปลี่ยนความสนใจ และการกำกับตนเอง ดังนั้น…

  • แทนที่จะสอนเพียงว่า “อย่าวิ่ง” เราอาจสอนว่า “เมื่อแม่พูดว่า ‘หยุด’ หนูหยุดก่อน แล้วฟังแม่”
  • แทนที่จะบอกว่า “อย่าแย่ง” เราอาจสอนว่า “หนูรอก่อน ถึงคิวหนูแล้วจึงหยิบได้”

เด็กจึงไม่ได้เรียนรู้เพียงว่า “อะไรห้ามทำ” แต่ได้เรียนรู้ว่า “เมื่อหยุดแล้ว ฉันควรทำอะไรต่อ”

สำหรับเด็กเล็ก Social Stories™ ควรสั้น ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และเชื่อมโยงกับสถานการณ์จริงของเด็ก เช่น หนูกำลังเล่น บางครั้งคุณพ่อคุณแม่พูดว่า
“หยุด” เมื่อหนูได้ยินคำว่า “หยุด” หนูหยุดเล่นก่อน แล้วฟัง พ่อแม่จะบอกหนูว่า “ทำอะไรต่อ” บางครั้งหนูอาจได้เล่นต่อ บางครั้งหนูอาจต้องรอก่อน หนูสามารถฝึกได้ทีละนิด หยุด → ฟัง → รอ → แล้วค่อยทำต่อ ทุกครั้งที่หนูหยุดได้ หนูกำลังฝึกควบคุมตัวเอง

หัวใจสำคัญของการฝึกนี้คือการค่อย ๆ เปลี่ยนจากผู้ใหญ่เป็นคนควบคุมพฤติกรรมของลูกไปสู่ลูกเริ่มเรียนรู้ที่จะควบคุมพฤติกรรมของตัวเอง ในช่วงแรก พ่อแม่อาจต้องช่วยด้วยคำพูด ท่าทาง ภาพ หรือการชี้นำ ต่อมาเมื่อเด็กเข้าใจมากขึ้น จึงค่อยลดความช่วยเหลือลงจาก “แม่บอกให้หยุด” ไปสู่ “หนูได้ยินสัญญาณแล้วหยุดเอง” และในที่สุด “หนูรู้ตัวว่าควรหยุด แม้ไม่มีผู้ใหญ่บอก” นี่คือการวางรากฐานของการกำกับตนเอง (self-regulation) ซึ่งมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ การเข้าสังคม และการใช้ชีวิตประจำวันในระยะยาว

สำหรับเด็กเล็ก การฝึกอาจช้าและต้องทำซ้ำหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่เด็กหยุดได้เพียงไม่กี่วินาที รอได้อีกเล็กน้อย หรือเปลี่ยนจากสิ่งที่อยากทำไปทำสิ่งที่จำเป็นได้

นั่นคือก้าวเล็ก ๆ สู่เป้าหมายระยะยาวที่จะช่วยให้ลูกค่อย ๆ เรียนรู้ว่า “เมื่อถึงเวลาที่ต้องหยุด…หนูสามารถหยุดตัวเองได้”

¹ Carol Gray Social Stories. About Carol Gray. ข้อมูลประวัติการทำงานระบุว่า Gray เริ่มเป็นครูที่ Jenison Public Schools ในปี 1976 และทำงานกับนักเรียนออทิสติกจนถึงปี 2004.

² Gray, C. Social Stories Overview. Carol Gray อธิบายประวัติการพัฒนา Social Stories จากเอกสารและบันทึกการทำงานของเธอ โดยระบุว่าแนวคิดพัฒนาขึ้นในช่วงหลายปี และเธอเริ่มพัฒนา Social Stories ในช่วงประมาณปี 1990.

³ Gray, C., & Garand, J. (1993). Social Stories: Improving Responses of Students with Autism with Accurate Social Information. Focus on Autistic Behavior, 8, 1–10. งานนี้เป็นหนึ่งในบทความแรก ๆ ที่นำเสนอแนวคิด Social Stories อย่างเป็นระบบ.

⁴ Gray, C., Faherty, C., Timmins, S., & Lanou, A. (2023). Social Stories 10.4 Criteria. เกณฑ์ฉบับปัจจุบันเน้น Social Humility การเคารพมุมมองและสิทธิของผู้รับเรื่อง การบรรยายมากกว่าการสั่ง และการเฉลิมฉลองความสามารถของผู้รับเรื่อง.

⁵ Gray, C. The Discovery of Social Stories. เรื่องของ Eric เป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่ Gray ใช้อธิบายเส้นทางการพัฒนา Social Stories โดยเธอย้ำว่าการพัฒนาวิธีการนี้เกิดจากประสบการณ์ร่วมกับนักเรียนหลายคน รวมถึง Eric และ Tim.

“บ้านอุ่นรัก” ใช้ความรู้คู่ความรักเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการระยะเริ่มแรก

“บ้านอุ่นรัก” เสริมพัฒนาการเด็กออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้าไม่สมวัย

บ้านอุ่นรักสวนสยาม ถนนสวนสยาม 24 แยก 2 โทร 086 775 9656 | LINE ID: 0867759656

บ้านอุ่นรักธนบุรี ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26 โทร 087 502 5261 | LINE ID: @aunrak2

Image Credit: Google Gemini