20 คำศัพท์ ที่ต้องรู้ เมื่อพูดถึง “ออทิสติก”

20 คำศัพท์ ที่ต้องรู้ เมื่อพูดถึง “ออทิสติก”

เรื่องการบำบัดรักษาอาการลูกออทิสติกนั้น   นอกจากการบำบัดรักษาจากผู้เชี่ยวชาญแบบสหวิชาชีพเข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วคุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องเรียนรู้และ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการออทิสติกให้มากพอ  เมื่อมีความรู้เรา จะเกิดความมั่นใจ มีกำลังใจ ไม่กลัวในสิ่งที่เราจินตนาการเกินจริง และเกิดความเชื่อมั่นว่าขอเพียงรู้แนวทาง ปัญหาอุปสรรคทุกอย่างแก้ไขได้ แน่นอนค่ะ

พวกเราชาวบ้านอุ่นรัก  มีความตั้งใจว่านอกจากงานกระตุ้นพัฒนาการเด็กๆในศูนย์ฯแล้ว  พวกเราจะเป็นเพื่อนคู่คิด จัดหาให้ข้อมูลและข่าวสาร  ในรูปแบบต่างๆ  ที่มีประโยชน์ต่อการช่วยลูก ๆ ออทิสติกของพ่อแม่ผู้ปกครองทุก ๆ บ้านค่ะ

วันนี้พวกเราพบบทความที่น่าสนใจเรื่อง “20 คำศัพท์ที่ต้องรู้เมื่อพูดถึงออทิสติก” หรือ “20 Words to Know When Discussing Autism (Vocab)” ซึ่งโพสต์โดย We Rock the Spectrum Kid’s Gym ทีมงานบ้านอุ่นรักจึงแปลสรุปความมาแชร์ให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้อ่านไปด้วยกัน ส่วนข้อมูลต้นฉบับ สามารถอ่านได้จากลิ้งค์ข้างล่างนี้นะคะ

(หมายเหตุ: We Rock the Spectrum Kid’s Gym เป็นโรงยิมออกกำลังกายสำหรับเด็ก ตั้งอยู่ที่เมืองลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอมเริกา โรงยิมแห่งนี้ต้องการให้เด็ก ๆ ได้รับประโยชน์จากการใช้อุปกรณ์ประสาทสัมผัส จึงมีการออกแบบอุปกรณ์เหล่านี้มาโดยเฉพาะเพื่อช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่มีปัญหาด้านการประมวลผลทางประสาทสัมผัส)

20 คำศัพท์ที่ต้องรู้เกี่ยวกับอาการของลูกออทิสติก

1 Echolalia

คือ อาการที่ลูกเปล่งเสียงซ้ำ ๆ พูดคำซ้ำ ๆ หรือพูดประโยคซ้ำ ๆ แต่การออกเสียง เอ่ยคำ หรือพูดวลีซ้ำ ๆ นั้น ลูกไม่ได้ใช้ในการสื่อความหมายอย่างมีประสิทธิภาพ หรือลูกไม่ได้ทำเพื่อแสดงออกในเรื่องต่าง ๆ ตามที่ลูกคิด ลูกแค่เปล่งเสียงตามที่เคยรู้หรือได้ยินมา หรือลูกเพียงพูดเลียนแบบ เช่น เมื่อเราตั้งคำถามให้ลูกตอบ ลูกก็จะพูดทวนคำถามที่ลูกได้ยิน แต่ลูกจะไม่ตอบคำถามนั้น ๆ เป็นต้น

2 Scripting

เป็นอาการที่ลูกออทิสติกมักพูดคำซ้ำ ๆ หรือพูดประโยคเดิม ๆ ลูกมีการออกเสียงสูง ๆ ต่ำ ๆ ซ้ำไปซ้ำมา หรือลูกพูดตามถ้อยคำของคนอื่นที่ลูกได้เห็นหรือได้ยินมา ไม่ว่าจะเป็นการได้ยินมาจากการชมภาพยนต์ ได้ฟังมาจากคำพูดของคนอื่น หรือได้อ่านมาจากหนังสือเล่มโปรด ทั้งนี้ บางครั้งเราจะพบว่ามีการใช้คำว่า Scripting และ Echolalia ในความหมายที่คล้าย ๆ กันในการพูดถึงโรคออทิซึมค่ะ

3 Perseveration

คือ อาการหรือพฤติกรรมที่ลูกติดอยู่ หรือยังคงเพียรพยายามทำซ้ำ ๆ ต่อเนื่องอยู่ แม้สิ่งเร้าที่ทำให้ลูกเกิดอาการหรือแสดงพฤติกรรมนั้น ๆ ได้จบลงไปแล้วก็ตามที อาการที่ลูกติดอยู่กับบางเรื่องบางอย่างนี้ ส่งผลให้ลูกไม่สามารถปรับใจหรือยากที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลงได้นั่นเอง

4 Applied Behavioral Analysis Therapy

เรียกย่อ ๆ ว่า ABA เป็นทฤษฎีที่ว่าด้วยการวิเคราะห์พฤติกรรมเพื่อนำผลที่ได้มาประยุกต์ใช้ในการบำบัดรักษาต่อไป ทฤษฎีนี้ใช้หลักของการเรียนรู้ หลักการใช้แรงจูงใจ อันจะส่งผลต่อการเกิดพฤติกรรม ทั้งนี้ นักบำบัดหลาย ๆ ท่านได้ใช้ทฤษฎี ABA นี้ในการบำบัดรักษาลูก ๆ ออทิสติก ในแง่การเพิ่มทักษะการสื่อสาร การเล่น การเข้าสังคม การเรียนรู้ด้านวิชาการ หรือแม้แต่การดูแลช่วยเหลือตนด้วยค่ะ 

5 504 Plan

หรือ แผน 504 เป็นแผนที่รับประกันว่านักเรียนผู้มีความบกพร่องหรือความพิการ ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกายหรือจิตใจ จะต้องได้รับการอำนวยความสะดวกในการขอรับความช่วยเหลือเรื่องการศึกษาเล่าเรียนจนกว่าจะเรียนจบ ทั้งนี้ แผนนี้เป็นของประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนในประเทศไทยก็มีกฏหมายสำคัญ ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกันค่ะ

6 Individualized education program

เรียกย่อ ๆ ว่า IEP หรือแผนการศึกษารายบุคคล แผนการศึกษาแบบนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้เด็ก ๆ ที่มีความต้องการพิเศษได้เข้าสู่ระบบการศึกษาที่มีรูปแบบสอนเฉพาะแบบที่เหมาะสมเฉพาะตนกับเด็ก อีกทั้งเด็กต้องได้รับบริการที่เกี่ยวเนื่องในด้านต่าง ๆ อันจะส่งผลให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

7 Transition

หรือช่วงเปลี่ยนผ่าน ที่เปลี่ยนผ่านจากสภาพแวดล้อมหรือกิจกรรมหนึ่งไปยังสภาพแวดล้อมหรือกิจกรรมอื่น สำหรับลูกออทิสติก ก่อนการเปลี่ยนผ่านระหว่างกิจกรรมต่าง ๆ พ่อแม่ผู้ปกครองหรือคนที่เกี่ยวข้องควรบอกหรือเตือนให้ลูกรู้ล่วงหน้าก่อน เพื่อลดความสับสน หรือความวิตกกังวลให้ลูก ๆ ค่ะ

8 Meltdown

เป็นอาการของลูกออทิสติกที่แสดงออกทางอารมณ์ ไม่ว่าจะแสดงออกมาอย่างเกรี้ยวกราดหรือทำแบบเงียบ ๆ ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นวิธีที่ลูกแสดงปฏิกริยาตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ลูกรู้สึกว่าสับสนหรือมีตัวกระตุ้นที่ท่วมท้นมากมายจนเกินไปนั่นเอง

9 Stimulatory Behavior (Stimming)

หรือพฤติกรรมซ้ำ ๆ ของลูก ไม่ว่าจะเป็นการหมุนสิ่งของ การเปล่งเสียงแบบเลียนแบบ การทำอากัปกริยาซ้ำไปซ้ำมา ทั้งนี้ การที่ลูกทำพฤติกรรมซ้ำ ๆ เพราะลูกใช้มันในการลดหรือบรรเทาความเครียดจากการที่ลูกได้รับการกระตุ้นจากสิ่งเร้ารอบตัวที่มากจนเกินไปนั่นเอง

10 Visual Schedule

หรือตารางภาพกิจวัตรที่ช่วยให้ลูกออทิสติกรู้ลำดับของกิจวัตรหรือเรื่องที่ลูกต้องทำตามลำดับล่วงหน้าก่อน ทั้งนี้ การที่ลูกได้รู้ลำดับของกิจวัตรที่จะเกิดตามลำดับจากการดูตารางภาพกิจวัตรจะเป็นตัวช่วยลดความสับสนและวิตกกังวลสำหรับลูกออทิสติกค่ะ

11 Elopement

หรือการแยกตัว ทั้งนี้ลูกออทิสติกมักแยกตัวไปโดยไม่บอกกล่าว ไม่ขออนุญาตก่อนที่จะไป และไม่บอกว่าจะไปไหน การแยกตัวในลักษณะนี้นับเป็นพฤติกรรมที่น่ากังวลและต้องหาทางป้องกันหรือแก้ไขค่ะ

12 Savant

หรือการเป็นผู้รู้ กล่าวคือ ลูกออทิสติกมีลักษณะการเป็นผู้รู้นี้ ลูกจะมีความรู้อย่างละเอียดลออในเรื่องที่ลูกสนใจค่ะ

13 Splinter skill

หรือการที่มีลูกมีทั้งทักษะที่ดีและด้อยกว่าระดับปกติผสมผสานกันไป กล่าวคือ ลูกออทิสติกจะมีทักษะบางอย่างที่ดีมากกว่าคนอื่น ๆ แต่ในขณะเดียวกัน ลูกก็จะมีทักษะหรือความสามารถในเรื่องอื่น ๆ ที่ด้อยกว่าคนอื่น ๆ ด้วยค่ะ

14 Sensory Processing Disorder

หรือ SPD เป็นความผิดปกติของระบบประมวลผลการรับสัมผัสทางประสาทสัมผัส เมื่อสภาวะของระบบประสาทรับสัมผัส การประมวลผลการรับสัมผัสขาดประสิทธิภาพ ลูกออทิสติกจึงตอบสนองต่อการรับสัมผัสนั้น ๆ แบบผิดปกติก เช่น ลูกออทิสติกที่มีการประมวลผลทางประสาทสัมผัสไวกว่าปกติ จะรู้สึกไวเมื่อสัมผัสกับผิวของผ้าบางชนิดหรือลูกอาจรู้สึกไวต่อพื้นผิวของอาหารบางแบบที่ลูกสัมผัสเมื่อได้ทานเข้าไป เป็นต้น

15 Vestibular System

หรือระบบการทรงตัว ตามปกตินั้น ระบบประสาทสัมผัสที่สมดุล ทำให้เรามีการเคลื่อนไหวแบบต่าง ๆ ที่สอดประสานกันระหว่างอวัยวะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวนั้น ๆ แต่สำหรับลูกออทิสติกแล้ว ลูกจะมีปัญหาเรื่องการทรงตัว การเคลื่อนไหวของลูกมักมีลักษณะไม่สมดุลและขาดการสอดประสานกันระหว่างอวัยวะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ลูกจึงมีท่าเดินและจังหวะการเดินที่ผิดไปจากปกตินะคะ

16 Comorbidity

คือ ภาวะที่ลูกจะมีอาการของความเจ็บป่วยสองโรคคู่กันไป เช่น ลูกจะเป็นโรคลมชักและโรคย้ำคิดย้ำทำคู่กันไป เป็นต้น

17 Joint Attention

เป็นสภาวะที่เรามีความสนใจร่วมกันกับคนอื่น ๆ เรื่องความสนใจร่วมกันนี้เป็นทักษะทางสังคมที่พัฒนาตั้งแต่ลูกยังเล็กค่ะ ความสนใจร่วมกันนี้รวมความไปถึงการชี้ชวน แบ่งปันเรื่องที่สนใจ และการมองตามคนอื่น ๆ ด้วย เช่น ในขณะที่เด็ก ๆ เล่นด้วยกันนั้น เด็ก ๆ มักชอบพูดว่า “ดูฉันสิ” หรือชอบชี้ให้คนอื่นมองตามสิ่งที่เด็กเห็น แต่ลูกออทิสติกจะมีความสนใจร่วมกันกับคนอื่นในระดับที่ต่ำมากจนกระทั่งถึงไม่มีความสนใจร่วมกับคนอื่นเลยค่ะ

18 Prosody

หรือจังหวะของเสียงที่เปล่งออกมาเป็นภาษาพูด เวลาที่เราพูด เราจะมีระดับเสียงสูง-ต่ำตามการผันคำ มีการกำหนดระดับเสียง มีการเน้นเสียง มีการเปลี่ยนเสียงสูง-ต่ำ และมีท่วงทำนองของเสียงที่เราพูด แต่ลูกออทิสติกจะมีโทนเสียงที่ต่างจากปกติ กล่าวคือ ลูกอาจพูดเสียงเดียวราบเรียบแบบไม่มีเสียงสูงหรือเสียงต่ำเลย หรือในอีกกรณีคือ ลูกจะพูดเสียงสูง ๆ ต่ำ ๆ เหมือนกำลังร้องเพลง เป็นต้นค่ะ

19 Discrete Trial

หรือการแยกย่อยส่วนงาน เป็นโครงสร้างของการสอนงานลูก ๆ ออทิสติกที่มีการย่อยงานออกเป็นส่วน ๆ เพื่อให้ลูกเข้าใจงานที่ละส่วนได้โดยง่าย งานแต่ละอย่างที่จะสอนให้ลูกทำ จะถูกแยกย่อยออกเป็นขั้นตอนจากต้นจนจบ การบำบัดแบบ ABA ก็ใช้การย่อยงานในการบำบัดรักษาด้วยเช่นกันค่ะ (สำหรับการย่อยงานนี้ บ้านอุ่นรักก็ใช้หลักการนี้ในการสอนลูก ๆ ออทิสติกเช่นกัน แต่เราใช้คำว่า Task Analysis ซึ่งก็มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่า Discrete Trial นะคะ)

20 Cognitive Behavioral Therapy

หรือ CBT หรือการบำบัดด้วยการเปลี่ยนความคิดอันส่งผลให้พฤติกรรมเปลี่ยนตาม การบำบัดแบบนี้เป็นรูปแบบจิตบำบัดที่จะเปลี่ยนชุดความคิดในทางลบที่บุคคลมีต่อตนเองและต่อโลก กล่าวคือ เมื่อความคิดที่เรามีอยู่เปลี่ยนไป พฤติกรรมของเราที่จะแสดงออกก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย รูปแบบการบำบัดนี้ใช้เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์หรือบำบัดความผิดปกติทางอารมณ์ เช่น โรคซึมเศร้า ส่วนกรณีของลูกออทิสติกที่มีความวิตกกังวลสูงและมีภาวะซึมเศร้า พบว่า การบำบัดแบบนี้ช่วยลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์และบรรเทาความรู้สึกต่าง ๆ ทางลบได้ด้วยการปรับเปลี่ยนความคิดและการรับรู้ที่ลูกมีต่อเรื่องต่าง ๆ ค่ะ

(ข้อมูลเพิ่มเติมที่ทีมงานหามา พบว่าแนวทางในการบําบัดแบบ CBT นี้ คือ ถ้าเราสามารถประเมิน (evaluate) ความคิดให้ถูกต้อง ตามความเป็นจริงหรืออยู่ในโลกของความเป็นจริงได้ (realistic) อาการเกี่ยวกับอารมณ์และพฤติกรรมของเราก็จะดีขึ้น ทั้งนี้ มีขั้นตอน คือ การทําให้เราเข้าใจก่อนว่าความคิดใดที่มีไม่สมเหตุสมผล ไม่สมเหตุสมผลอย่างไร  ให้เราประเมิณและแก้ไขความคิดให้ดีขึ้นต่อไป – ที่มาของข้อมูลเพิ่มเติม http://www.thaidepression.com/www/56/CBTdepression.pdf)

คำที่เกี่ยวข้องกับอาการออทิสติกยังมีอีกมากมายค่ะ ไว้เราจะทยอยลงในบทความอื่น ๆ ต่อไปนะคะ

ทีมงานบ้านอุ่นรัก ขอขอบพระคุณ

คุณจินตวีร์  สายแสงทอง

ผู้แปลและเรียบเรียงบทความนี้ มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

เน้นประเด็น ข้อ 16-18/18 | พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู  จะช่วยเด็กออทิสติกในเรื่องพฤติกรรมได้อย่างไร | บทความแปล (เรียบเรียงใหม่)

เน้นประเด็น ข้อ 16-18/18 | พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู จะช่วยเด็กออทิสติกในเรื่องพฤติกรรมได้อย่างไร | บทความแปล (เรียบเรียงใหม่)

▶️16.คิดให้รอบคอบเรื่องสถานที่ ๆ เราจะพาเด็กออทิสติกที่มีปัญหาเรื่องระบบรับสัมผัส (รับรู้ไว) ไปเที่ยว
🎢🎠ตัวอย่าง: หากลูกกลัวเสียงดัง หรือกลัวที่ ๆ มีคนพลุกพล่าน เราไม่ควรพาลูกไปเที่ยวเทศกาลดอกไม้ไฟหรืองานกาชาด 🎡แต่ควรชวนลูกไปเที่ยวในสวนที่สงบ ๆ และร่มรื่น ⛩เป็นต้น

▶️17.สื่อสาร พูดคุย หรือรับมือเด็ก 😇ด้วยความเมตตา ใจเย็นและสงบ หากในการรับมือนั้น เรา😡รู้ตัวว่าเรายังใจร้อนและโมโหอยู่ เราควรขอให้เพื่อน คนในครอบครัว หรือนักบำบัดช่วยรับมือแทน (หรือขอคำปรึกษาว่าจะทำใจให้สงบได้อย่างไร) 😰ทั้งนี้ หากเราโกรธ ใจร้อน เร่งรัดให้เด็กทำสิ่งต่าง ๆ หรือขู่เด็ก เราอาจหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของเด็กได้เพียงชั่วครู่ (เพราะเด็กกลัวหรือตกใจ) แต่ไม่ทำให้เด็กมีพฤติกรรมที่ดีขึ้นได้ในระยะยาว

▶️18.เราไม่โทษเด็กหรือตัวเราเองหากเราทำดีที่สุดแล้วแต่สถานการณ์กลับไม่เป็นไปตามที่เราต้องการ 😎🤗 ทั้งนี้เพราะแม้เราพยายามดีที่สุดแล้ว พยายามทำให้ทุกเหตุการณ์เป็นเรื่องที่เด็กรู้อย่างชัดเจนแล้วว่าเขาต้องทำอะไร ทำอะไรก่อน-หลัง เราใจเย็นแล้ว หรือได้บอกเด็กไปหลายครั้งแล้วในสิ่งที่เขาต้องทำ 👩‍🌾👨‍🌾 แต่ใช่ว่าเหตุการณ์จะเป็นไปด้วยดีได้ทุกครั้ง 👩‍🏭หากครั้งใดเกิดเรื่องที่เราไม่คาดคิดหรือไม่พึงประสงค์ ไม่เป็นดังใจหวัง🧛‍♂🧛‍♀

เน้นประเด็น ข้อ 13-15/18 | พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู  จะช่วยเด็กออทิสติกในเรื่องพฤติกรรมได้อย่างไร | บทความแปล (เรียบเรียงใหม่)

เน้นประเด็น ข้อ 13-15/18 | พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู จะช่วยเด็กออทิสติกในเรื่องพฤติกรรมได้อย่างไร | บทความแปล (เรียบเรียงใหม่)

▶️13.ให้เด็กร่วมทำงานหรือทำกิจกรรมที่มีเครื่องไม้เครื่องมือ สื่อเป็นองค์ประกอบ (เช่น เล่นเกมส์ เล่นคอมพิวเตอร์) หรือใช้สายตาในการดำเนินงาน (เช่น งานแยกสี แยกสิ่งของ ต่อตัวต่อ ต่อโมเดลรถยนต์) ทั้งนี้เพราะเด็กออทิสติกมักมีทักษะที่ดีในเรื่องเหล่านี้อย่างไรก็ตาม หากงานหรือกิจกรรมที่ทำต้องใช้ระยะเวลานาน ควรให้เด็กได้พัก พื่อไม่ให้เกิดความกระวนกระวายหรือหงุดหงิด

▶️14.อนุญาตให้เด็กหยิบของชิ้นโปรด🐖🏐จากกิจกรรมที่เพิ่งจบไปติดไม้ติดมือไปด้วยในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านสู่กิจกรรมใหม่ 🤗 เพื่อทำให้เด็กสบายใจในการเปลี่ยนผ่านกิจกรรมหรือการเปลี่ยนที่ไปยังสถานที่ ๆ ใหม่ที่ไม่คุ้นเคย (โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านจากกิจกรรมที่ชอบไปสู่สิ่งที่ไม่ชอบ)
🚚ตัวอย่าง: ให้เด็กถือรถยนต์ของเล่นติดมือ🚗ไปตอนที่เด็กต้องออกจากบ้านไปพบนักกิจกรรมบำบัด

▶️15.ใช้การหันเหความสนใจของเด็กแทนการบอกว่า “ไม่” หรือ “หยุด”👩‍🌾👨‍🌾 ทั้งนี้โดยเฉพาะในเวลาที่เราต้องการหยุดพฤติกรรมทางลบ
⭕ ตัวอย่าง: ลูกวิ่งวุ่นในร้านขายของ แม่บอกลูกว่า “เดิน”
⭕ตัวอย่าง: ลูกเดินออกนอกเส้นที่ตีไว้ให้เดิน แม่จูงลูกกลับมาเดินในเส้น พร้อมบอกลูกว่า “กลับมาเดินตามเส้นที่เขาขีดไว้ให้เดิน”

เน้นประเด็น ข้อ 11-12/18 | พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู  จะช่วยเด็กออทิสติกในเรื่องพฤติกรรมได้อย่างไร | บทความแปล (เรียบเรียงใหม่)

เน้นประเด็น ข้อ 11-12/18 | พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู จะช่วยเด็กออทิสติกในเรื่องพฤติกรรมได้อย่างไร | บทความแปล (เรียบเรียงใหม่)

▶️11.ชมเด็กและแสดงให้เด็กรู้ว่าเรารู้สึกดีอย่างไรที่เด็กทำได้ตามข้อตกลง
🔰ตัวอย่างเด็กส่งเสียงดังในโรงภาพยนตร์ เราควรบอกเด็กว่า “พูดเบา ๆ ในโรงภาพยนตร์” เมื่อเด็กทำได้ตามที่เราบอก เราต้องกล่าวชม เช่น “แม่ดีใจที่หนูพูดเบา ๆ ในโรงภาพยนตร์” “แม่ขอบใจที่หนูพูดเบา ๆ ในขณะชมภาพยนตร์” เป็นต้น
📛การต่อยอด: ในกรณีที่เด็กมีทักษะการฟัง การทำความเข้าใจ เราควรใช้สถานการณ์นี้ในการต่อยอดสอนเด็กเรื่องผลการกระทำของเด็กที่มีต่อบุคคลอื่น

▶️12.ให้เด็กได้เลือกเองบ้าง ทั้งนี้ อย่าลืมว่าเด็กออทิสติกก็เหมือนกับเด็กอื่น ๆ ทั่วไป 🧒👩 คือ อยากควบคุมสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเองได้บ้าง 👨‍🌾👩‍🌾 ดังนั้น ในบางเรื่อง บางครั้งบางคราว เราควรให้เด็กได้เลือกบ้าง 🔶️แต่จำกัดตัวเลือกไว้ไม่เกิน 4 อย่าง เพื่อไม่ให้เด็กเกิดความสับสนเพราะเลือกไม่ถูก
⭕ตัวอย่าง: 🖥📺หนูอยากเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์หรืออยากดูโทรทัศน์
👕ลูกอยากใส่เสื้อสีเขียวหรือสีแดง

🍭🍭 หมายเหตุ: สำหรับเด็กที่ขาดทักษะทางภาษาและการฟังเข้าใจ เราสามารถใช้ภาพเป็นตัวช่วยในการให้ทางเลือก
ตัวอย่าง: วันนี้ลูกอยากทานอะไร (ให้เด็กเลือกจากตัวเลือกตามภาพที่เตรียมไว้)

เน้นประเด็น ข้อ 9-10/18 | พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู  จะช่วยเด็กออทิสติกในเรื่องพฤติกรรมได้อย่างไร | บทความแปล (เรียบเรียงใหม่)

เน้นประเด็น ข้อ 9-10/18 | พ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครู จะช่วยเด็กออทิสติกในเรื่องพฤติกรรมได้อย่างไร | บทความแปล (เรียบเรียงใหม่)

▶️9.ใช้การเสริมแรง 🍭 (Reinforcement) (เช่น คำชม รางวัล ให้ดาวความดี) เพื่อกระตุ้นให้เด็กทำพฤติกรรมที่พึงประสงค์

ข้อควรจำ: 🐷🐖

↪-ในกรณีที่เราสัญญากับเด็กว่าเราจะให้รางวัล เราต้องทำตามสัญญาเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ

↪-เราต้องสามารถหยุดการต่อรองในกรณีที่เด็กมีการต่อรองเรื่องสิ่งตอบแทนหรือรางวัลที่ต้องการได้รับ ทั้งนี้ เราอาจให้ทางเลือกแก่เด็กเพื่อลดข้อโต้แย้งเรื่องของรางวัล แต่ต้องไม่เกิน 2-4 ตัวเลือก เพราะเด็กอาจสับสนและเลือกไม่ถูกหากมีตัวเลือกมากมายเกินไป

↪-รางวัลที่ให้เป็นสิ่งที่เด็กชอบ

↪-เราจะค่อย ๆ ลดการให้แรงเสริม เช่น รางวัล หรือคำชมลง จนกระทั่งไม่ต้องให้อีกเลย เมื่อเด็กเกิดพฤติกรรมทางบวกจนเป็นนิสัยแล้ว

ตัวอย่าง: แม่จะคุยโทรศัพท์ 5 นาที ในระหว่างที่แม่โทรศัพท์ ลูกต้องเล่นเงียบ ๆ ถ้าลูกทำได้ เมื่อแม่คุยโทรศัพท์เสร็จ แม่จะเล่นกับลูกค่ะ (รางวัลในที่นี้คือแม่จะเล่นกับลูก)

▶️10.ทำข้อตกลงที่ทำร่วมกันมีความชัดเจนว่า✏เราจะทำอะไร ✏อะไรเกิดก่อน-หลัง ✏และหากเด็กทำได้ตามข้อตกลง เด็กจะได้อะไรเป็นรางวัล

ตัวอย่างสถานการณ์😭: ลูกโกรธและโวยวายทุกครั้ง หากไปร้านขายของแต่แม่ไม่อนุญาตให้ลูกเดินไปดูของเล่นที่แผนกของเล่น
🚩ตัวอย่างการทำข้อตกลง:🏪 ก่อนไปร้านขายของ แม่บอกลูกว่า “วันนี้เราจะไปซื้อปากกา 🖋🖊ที่ร้านขายของ เมื่อเราซื้อปากกาเสร็จ เราจะไปจ่ายเงิน จากนั้น เราจะกลับบ้านกันค่ะ ✔ถ้าลูกทำตามนี้ได้ ✅ลูกจะได้ดูการ์ตูนเรื่องโคนันที่ลูกชอบ 1 ตอนเมื่อเรากลับถึงบ้าน”

🔅🔅: เมื่อไปถึงร้านขายของ แม่จะบอกลูกอีกครั้งว่า “ตอนนี้ เราจะเข้าไปในร้านขายของ ไปซื้อปากกา ไปจ่ายเงิน และเราจะกลับบ้าน ✔ถ้าลูกทำตามนี้ได้ ลูกจะได้ดูการ์ตูนเรื่องโคนันที่ลูกชอบ 1 ตอนเมื่อเรากลับถึงบ้าน”
😉 ข้อควรจำเรื่องการให้รางวัล:
✅เราควรกล่าวทวนสิ่งที่เด็กทำได้ตามข้อตกลงก่อนให้รางวัล
ตัวอย่างการกล่าวทวนความ: เมื่อกลับเข้าบ้าน แม่พูดว่า👩‍🏭 “วันนี้แม่ดีใจมากที่ลูกทำได้ตามข้อตกลงของเรา คือ เราไปร้านขายของ ไปซื้อปากกา จ่ายเงิน และกลับบ้าน เพราะฉะนั้นตอนนี้ลูกได้ดูการ์ตูนเรื่องโคนัน 1ตอน

🤩-เราอาจให้เด็กเลือกของรางวัลด้วยตนเองหรือให้ทางเลือกว่าเด็กต้องการเลือกรางวัลใดระหว่าง 1 หรือ 2 แต่อย่าให้ตัวเลือกมากจนเกินไปเพราะเด็กจะตัดสินใจไม่ได้
😍-เราจะค่อย ๆ ลดการให้รางวัลจนกระทั่งไม่ต้องให้รางวัลอีกเลยเมื่อเด็กทำพฤติกรรมทางบวกจนเป็นนิสัยได้แล้ว

Call BaanAunRak