by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
การฝึกให้ลูกที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษเรียนรู้การดูแลตนเองในชีวิตประจำวันไม่ใช่แค่เรื่องเล็ก ๆ แต่เป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้เด็กค่อย ๆ เติบโตอย่างมั่นคง ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องอาศัย “ความสม่ำเสมอ” และ “ความตั้งใจและลงมือทำจริง” จากพ่อแม่ผู้ปกครองทุกวัน
การฝึกกิจวัตรให้ลูกมีประโยชน์มากกว่าที่คิด
✅ เสริมทักษะและศักยภาพ ในการดูแลตัวเอง
✅ เตรียมความพร้อมก่อนเข้าโรงเรียนอนุบาล
✅ เพิ่มความภาคภูมิใจในตนเอง เมื่อลูกสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง
บ้านอุ่นรักขอเป็นกำลังใจให้ทุกบ้าน “ชวน-ฝึก-ทำไปด้วยกัน” อย่างต่อเนื่องให้ลูกได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นจนจบ เช่น การแปรงฟัน เก็บของหลังเล่น ล้างมือก่อนกินข้าว หรือเตรียมกระเป๋าไปโรงเรียน เมื่อสิ่งเหล่านี้กลายเป็น “กิจวัตร” เด็ก ๆ จะค่อย ๆ ดูแลตัวเองได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร…
ว่าลูกเข้าใจและดูแลตัวเองได้แล้ว?
“ถาม” เขาดูด้วยคำถามง่าย ๆ: ถามสั้น ๆ ตรงประเด็นเพื่อเช็กความเข้าใจและกระตุ้นให้เขาคิดตาม
ตัวอย่างคำถามเกี่ยวกับการดูแลร่างกาย
👉 คันหัวต้องทำยังไง?
👉 เล็บยาวแล้วควรทำอะไร?
👉 เหงื่อตัวเหม็นต้องจัดการอย่างไร?
👉 เสื้อผ้าเลอะทำยังไงดี?
ตัวอย่างคำถามเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวัน
👉 กินข้าวเสร็จแล้วต้องทำอะไรต่อ?
👉 เศษอาหารติดฟันควรทำอย่างไร?
👉 ถ้าพรุ่งนี้จะไปโรงเรียนต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ถ้าเด็กยังตอบไม่ได้แสดงว่าเขายังไม่เข้าใจวิธีดูแลตัวเองในเรื่องนั้น ซึ่งอย่าเพิ่งท้อ…แค่สอนซ้ำอีกครั้งอย่างใจเย็นและด้วยเมตตา เมื่อทำบ่อย ๆ เด็กจะเริ่มเข้าใจ และค่อย ๆ ทำได้ด้วยตนเองในที่สุด
บ้านอุ่นรักเชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนมีพลังที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคตลูกได้ เพียงแค่ “เริ่มลงมือทำและทำอย่างสม่ำเสมอ” บ้านอุ่นรักพร้อมเคียงข้างเสมอ
บ้านอุ่นรักสวนสยาม: ถนนสวนสยาม 24 แยก 2 | โทร. 086 775 9656
บ้านอุ่นรักธนบุรี: ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26 | โทร. 087 502 5261
วัน-เวลาทำการ: จันทร์ – ศุกร์ | 09.00 – 15.00 น.
by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
เสียงธรรมดาที่คนทั่วไปไม่รู้สึกอะไร อาจสร้างความเครียดหรือความกลัวอย่างรุนแรงให้กับเด็กออทิสติกได้ ด้วยเหตุนี้ นักกิจกรรมบำบัดหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ดูแลการบำบัดเด็กจึงมักจะจัดกิจกรรมที่เหมาะสมเพื่อช่วยลดความกลัวหรือความวิตกกังวลของเด็ก พร้อมทั้งฝึกให้เด็กค่อย ๆ ปรับตัวต่อการประมวลผลและการตอบสนองต่อเสียงที่เป็นปัญหาได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้กิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้จะมีประโยชน์ในการช่วยให้เด็กสามารถปรับตัวและจัดการกับเสียงที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ “บ้านอุ่นรัก” ขอเน้นย้ำว่า พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ควรให้เด็กทำกิจกรรมเหล่านี้ ร่วมกับนักกิจกรรมบำบัดหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หรือทำภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญเสมอ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน
แนวทางกิจกรรมบำบัดที่เหมาะสม:
1. กิจกรรมบูรณาการทางประสาทสัมผัส (Sensory Integration)
วัตถุประสงค์:
เพื่อช่วยให้สมองของเด็กสามารถประมวลผลและตอบสนองต่อเสียงได้อย่างเหมาะสม
ตัวอย่างกิจกรรม:
- เล่นในห้องที่ออกแบบมาเฉพาะ เช่น ห้องบูรณาการประสาทสัมผัส (Multisensory Room) ซึ่งมีแสง เสียงเบา และของเล่นที่กระตุ้นประสาทสัมผัส
- การนวดเบา ๆ หรือใช้แรงกด (Deep Pressure) เพื่อช่วยให้เด็กรู้สึกสงบ
- ใช้ของเล่นที่มีเสียงเบาและสามารถควบคุมระดับเสียงได้ เช่น ของเล่นไขลาน หรือเสียงนกร้องเบา ๆ
2. การลดความไวต่อเสียงแบบค่อยเป็นค่อยไป (Desensitization)
วัตถุประสงค์:
เพื่อให้เด็กค่อย ๆ คุ้นเคยและรับมือกับเสียงที่เคยก่อให้เกิดความกลัวได้อย่างปลอดภัย
ตัวอย่างขั้นตอน:
- เริ่มต้นด้วยเสียงเบา ๆ และอยู่ในระยะห่าง เช่น เสียงเครื่องดูดฝุ่นที่เด็กกลัว
- ให้เด็กมีโอกาสควบคุมแหล่งกำเนิดเสียงเอง เช่น เปิด–ปิดเสียง-เบาเสียงได้เอง
- ค่อย ๆ เพิ่มระดับความดัง หรือให้เสียงอยู่ใกล้มากขึ้นเมื่อเด็กแสดงความพร้อม
- ใช้หูฟังตัดเสียงรบกวน (Noise-Canceling) เพื่อฝึกให้เด็กมีอำนาจในการควบคุมการได้ยิน
3. การใช้เกมหรือกิจกรรมที่มีเสียง
วัตถุประสงค์:
เปลี่ยนเสียงที่น่ากลัวให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่สนุกและปลอดภัย
ตัวอย่างกิจกรรม:
- เล่นดนตรีง่าย ๆ เช่น เคาะกลอง เขย่ามาราคัส (เครื่องดนตรีประเภทเขย่า)
- เล่นเกมเสียงสัตว์หรือเสียงธรรมชาติผ่านแอปพลิเคชันที่เด็กสนใจ
- อ่านนิทานเสียงหรือหนังสือที่มีเสียงประกอบ ร่วมกับผู้ดูแล
วัตถุประสงค์:
ให้เด็กมีเครื่องมือในการรับมือเมื่อเกิดความกลัวหรือความเครียดจากเสียง
ตัวอย่างกิจกรรม:
- ฝึกหายใจลึก ๆ พร้อมนับเลขเพื่อช่วยควบคุมอารมณ์
- ใช้ “กล่องสงบใจ” (Calm-Down Box) ที่บรรจุของเล่นเพื่อการผ่อนคลาย เช่น สไลม์ ลูกบอลบีบ
- วาดภาพ หรือใช้ระบบภาพสื่อสาร (PECS) เพื่อช่วยแสดงออกถึงความรู้สึก
5. กิจกรรมที่ทำร่วมกับครอบครัวหรือครู
วัตถุประสงค์:
สร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างเด็กกับผู้ใกล้ชิด เพื่อช่วยสนับสนุนการปรับตัวของเด็ก
แนวทางกิจกรรม:
- ฝึกให้ครอบครัวหรือครูเข้าใจว่าเสียงประเภทใดที่เป็นปัญหาสำหรับเด็ก
- เตรียม “แผนรับมือ” เมื่อจำเป็นต้องอยู่ในสถานที่ที่มีเสียงดัง เช่น ร้านอาหาร โรงเรียน หรือห้างสรรพสินค้า
- ใช้หูฟังป้องกันเสียง (Earmuffs) เมื่อต้องพาเด็กออกนอกบ้าน
หากพ่อแม่หรือผู้ปกครองมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกิจกรรมใด ควรปรึกษานักกิจกรรมบำบัดหรือนักบำบัดเฉพาะทาง เพื่อให้การดูแลเด็กเป็นไปอย่างเหมาะสมและปลอดภัยสูงสุดค่ะ
by admin | บทความทั่วไป, บทความบ้านอุ่นรัก
ในการสอนลูกเลียนแบบ เช่น เลียนแบบการขยับปาก การออกเสียงพูด การทำท่าทาง หรือการลงมือทำตามสิ่งต่าง ๆ ที่จะช่วยเสริมสร้างทักษะด้านการช่วยเหลือหรือการดูแลตนเอง เราจะพบว่าในระยะแรก ๆ หรือแม้แต่ผ่านไปสักพักใหญ่แล้ว ลูกก็ยังอาจไม่ให้ความร่วมมือ หรือแม้ลูกร่วมมือ ลูกก็ยังเลียนแบบผิด ๆ ถูก ๆ จนเราเกิดความท้อใจ
หากเราตกอยู่ในภาวะนี้ ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” อยากให้กำลังใจว่าอย่าเพิ่งถอดใจ การถอดใจไม่ใช่คำตอบ เพราะสิ่งที่เราเห็นลูกทำหรือไม่ทำในวันนี้ยังไม่ใช่ตัวจริงของลูก หัวใจสำคัญคือเราต้องยึดมั่น ต้องให้เวลาลูกได้เรียนรู้ ให้โอกาสลูกได้ทำซ้ำได้ซักซ้อมทำตามบ่อย ๆ เราต้องยื้อแบบไม่ปล่อยผ่าน และที่สำคัญคือเราต้องไม่ตั้งเงื่อนไขที่ยากหรือสลับซับซ้อนมากเกินไปจนลูกเป็นฝ่ายถอดใจไปก่อนเสียเอง
เราจะวัดความสำเร็จเรื่องการสอนลูกเลียนแบบได้อย่างไร?
ทุกความสำเร็จมีลำดับขั้นตอน ขอให้สังเกตให้ดี เราจะพบความสำเร็จเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่น่าชื่นใจ
• ลูกมองเราเมื่อเราสาธิตหรือแสดงแบบให้ลูกดู
• ลูกสบตาเราในขณะเรียนรู้การเลียนแบบ
• ลูกสนใจฟังสิ่งที่เรากำลังสอน
• ลูกเลียนแบบเราได้อย่างสอดคล้องกับการนำของเรา
• ลูกเข้าใจเราว่าเราต้องการให้ลูกทำอะไร
• ลูกพยายามเลียนแบบ ส่วนจะทำได้เป๊ะหรือไม่เป๊ะนั้น เป็นรายละเอียดที่เราสามารถจัดเก็บให้เข้าที่ได้ในเวลาต่อ ๆ ไป
ในการเรียนรู้ของลูกที่มีอาการออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้ากว่าวัย ลูกจำเป็นต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ใช้เวลายาวนาน และต้องพากเพียรพยายามมากกว่าเด็กโดยทั่วไปอยู่มาก เราจึงควรใช้ความสม่ำเสมอ ใช้ระยะเวลา ใช้ความถี่ที่เพียงพอ และใช้ความเข้มแข็งในใจในการสอนจนกว่า “ลูกจะเข้าใจและตระหนักรู้ว่าตนเองทำเป็นและจำเป็นต้องทำบางอย่างสานต่อกลับมา”
แนวทางการเติมเต็มทักษะการเลียนแบบ
• หาจังหวะเข้าแทรกและกระตุ้นให้เหมาะสม เช่น ระหว่างที่เล่นสนุกกับลูก
• กระตุ้นให้ลูกเลียนแบบการกระทำที่กำลังเกิดตรงหน้า
• แทรกการวางเงื่อนไขอย่างเป็นธรรมชาติไม่ให้ลูกรู้ตัว
• กระตุ้นนำให้ลูกเลียนแบบง่าย ๆ เช่น ชี้สิ่งที่ต้องการ ทำท่าตาม หรือพูดตาม
• รอจนกว่าลูกจะพยายามทำ ลองทำ หรือแม้แต่การจับนำให้ลูกทำสำเร็จตามการนำ ก่อนที่จะให้ลูกได้รับสิ่งที่ลูกต้องการ
จากประสบการณ์การทำงานด้านนี้ของ “บ้านอุ่นรัก” ยาวนานต่อเนื่องเกิน 30 ปี ขอให้เชื่อเถอะว่าในความไม่ทำและความไม่เป๊ะของลูก ลูกของเราเขาพยายามอย่างหนักและสักวันลูกของเราจะทำได้ดีกว่าที่ทำอยู่ในวันนี้อย่างแน่นอน
“บ้านอุ่นรัก” ขอเป็นกำลังใจให้
#ทำแล้วทำอยู่และต้องทำต่อ
ติดต่อ ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก”
บ้านอุ่นรักสวนสยาม โทร 086 775 9656
บ้านอุ่นรักธนบุรี ถนนพุทธมณฑลสายสอง โทร 087 502 5261
วันและเวลาทำการ: จันทร์ – ศุกร์ | 09.00 น. – 15.00 น.
Photo Credit: Igor Omilaev | Unsplash
by admin | บทความบ้านอุ่นรัก
ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” ขอเสนอแนะหนึ่งแนวทาง คือ “การใช้ความรู้คู่ความรัก” เพื่อหาคำตอบ
แนวทาง:
- เราเปิดใจยอมรับว่าพัฒนาการของลูกน่าจะมีปัญหาและรีบพาลูกไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กหรือจิตแพทย์เด็ก ตลอดจนทีมบำบัดมืออาชีพด้วยความรวดเร็ว
- เราศึกษาหาวิธีแทรกแซงและกระตุ้นพัฒนาการเด็กในระหว่างวัน ให้มีกิจกรรมช่วยจัดสภาพการใช้เวลาของลูกอย่างหลากหลายและครอบคลุมพัฒนาการทุกด้าน ทั้งนี้ เราต้องสลับกับการปล่อยให้ลูกได้มีอิสระบ้าง และต้องทำเช่นนี้ทุกวัน ๆ ละบ่อย ๆ ซึ่งเราต้องใจเย็นและยอมรับว่าการกระตุ้นพัฒนาการเด็กนั้นจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานมากพอจนกว่าลูกจะเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ได้ในท้ายที่สุด
- เราเลี้ยงดูลูกด้วยความรัก ความเข้าใจ ไม่ปล่อยผ่าน แต่มุ่งสู่การส่งเสริมพัฒนาการรอบด้านให้กับลูก ๆ
- เรามีทัศนคติถูกต้อง กล่าวคือ “เรามีศักยภาพมากพอ เราช่วยลูกได้” และ “ลูกมีศักยภาพพิเศษสุดซ่อนอยู่ภายใน ลูกของเราเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ได้”
- เราศึกษาหาแนวทางการตอบสนองต่อพฤติกรรมต่าง ๆ ของลูกด้วยความเมตตาได้อย่างเหมาะสมและทำอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
ติดต่อ: ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก “บ้านอุ่นรัก” เพื่อสอบถามบริการของเราเกี่ยวกับการสร้างเสริมพัฒนาการเด็กออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้าไม่สมวัย ได้ที่
บ้านอุ่นรักสวนสยาม โทร 086 775 9656
บ้านอุ่นรักธนบุรี ถนนพุทธมณฑลสายสอง โทร 087 502 5261
Credits: SlidesCarnival Template | Pexels and Pixabay Photos
by admin | บทความทั่วไป
เด็กออทิสติก ตลอดจนเด็กดาวน์ซินโดรม สมาธิสั้น และเด็กที่วิตกกังวล อาจเดินเตร็ดเตร่จนพลัดหลงด้วยเหตุผลต่าง ๆ เช่น เด็กอยากเดินไปสถานที่อื่น ไปหยิบของที่อยู่ในอีกสถานที่หนึ่ง อยากหลบออกจากสถานการณ์ที่ตนไม่ชอบ หรืออาจแค่สับสนจับทิศทางไม่ถูกจนเดินหลงทาง เป็นต้น
เมื่อเราพบเด็กออทิสติกพลัดหลง ขอให้เข้าใจว่าแม้พ่อแม่ผู้ดูแลเด็กจะอดหลับอดนอนหรือสอดส่องเฝ้าดูเด็กด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุดแล้ว แต่เผลอนิดเดียว เด็กก็อาจเดินออกจากบ้านหรือเดินพ้นสายตาไปจากการดูแลของพ่อแม่ผู้ดูแลจนพลัดหลงได้ ซึ่งประเด็นนี้มี นิตยสารด้านกุมารเวชศาสตร์ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้เผยแพร่ข้อมูลจากการสำรวจพ่อแม่ผู้ดูแลเด็กออทิสติกว่าพ่อแม่ผู้ดูแลกลุ่มนี้ยอมสละเวลาของตนเอง ไม่ออกไปเที่ยว ไม่ออกไปทานอาหารนอกบ้าน และแม้แต่ไม่ได้หลับได้นอนเพื่อจะเฝ้าดู ระแวดระวัง อยากให้ลูกปลอดภัยและไม่พลัดหลง แต่ถึงกระนั้น ร้อยละ 49 ของพ่อแม่ผู้ดูแลก็ยังพบว่าลูก ๆ ออทิสติกของพวกเขาเคยเดินพลัดหลงไปจากพวกเขาอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา
จากข้อมูลข้างต้น ทำให้เราต้องตระหนักว่าสถานการณ์พลัดหลงอาจเกิดกับเด็กออทิสติกได้ ดังนั้น เมื่อเราพบเห็นเด็กออทิสติกที่พลัดหลงจากพ่อแม่ผู้ดูแลเด็ก เราสามารถช่วยกันส่งเด็กกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยด้วยการทำตาม 3 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้ คือ
1. หยุดเพื่อให้ความช่วยเหลือ หยุดและถามเด็กว่าเด็กต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ (ไม่ว่าเด็กจะตอบหรือไม่ ขอให้เราทำตามข้อ 2 และ 3 ต่อไป เพราะเด็กออทิสติกบางคนไม่พูด ไม่สบตา และไม่สื่อสารบอกความต้องการ)
2. ค้นหาและขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่
3. อยู่ตรงนั้นกับเด็กจนกว่าเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของหน่วยงานที่เราติดต่อไปจะมาถึง
“บ้านอุ่นรัก” ได้สืบค้นเบอร์โทรของหน่วยงานที่พอจะช่วยเรารับเรื่องกรณีพบเห็นเด็กออทิสติกพลัดหลง ดังนี้
• สายด่วนกระทรวง พ.ม. (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) โทร 1300
• สถานีวิทยุ จ.ส. 100 โทร 1137
• สถานีวิทยุข่าวจราจรและความปลอดภัย สวพ. 91 โทร 1644
• ศูนย์บริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โทร 1599
• สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย โทร 191
• สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งตำรวจท่องเที่ยว โทร 1155
• สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งตำรวจทางหลวง โทร 1193
• สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งตำรวจจราจร โทร 1197
• สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ กองบังคับการตำรวจจราจร โทร 02 354 6324
• มูลนิธิออทิสติกไทย โทร 099 454 5395
• มูลนิธิสถาบันแสงสว่าง 02 381 5362
• ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา โทร 080 775 2673 และ 02 973 2236-7
เครดิตบทความ: Community Resources | connectingforkids.org
คลิกลิงก์เพื่ออ่านบทความต้นฉบับ
https://connectingforkids.org/Community
เครดิตภาพ: Jonathan Sanchez | Unsplash