พ่อแม่หลายบ้านเริ่มกังวลว่าลูกอาจเป็นเด็กออทิสติกเมื่อพบว่าลูกไม่สบตา ไม่มองหน้า เรียกแล้วไม่หัน เวลาพ่อแม่ยิ้มให้หรือทักทายลูก ลูกกลับมองผ่านไปเหมือนไม่เห็นไม่ได้ยินอะไรเลย

หากพ่อแม่ยังไม่ทราบความจริงเบื้องหลังการไม่สบตา พฤติกรรมเหล่านั้นของลูกอาจกลายเป็นความเจ็บปวดเงียบ ๆ ของท่าน เพราะท่านก็เหมือนเรา ๆ ทั่วไปที่ใช้การสบตาเป็นวิธีพื้นฐานในการเชื่อมโยงความรู้สึกระหว่างกัน และเมื่อลูกไม่สบตา ไม่มองหน้า พ่อแม่จึงอดคิดไม่ได้ว่า…

  • ลูกกำลังปิดตัวเอง
  • ลูกไม่สนใจเรา หรือแม้แต่…
  • ลูกไม่รักเรา!

ความจริงนั้น “การไม่สบตา” กับ “ไม่รัก” เป็นคนละเรื่องกัน การไม่สบตาของลูกออทิสติกไม่ได้เกิดจากเขาไม่รักเรา แต่เป็นไปได้ว่ามันอาจเกิดจากการที่สมองของเขากำลังหาทางรับมือกับข้อมูลจำนวนมากที่ท่วมท้นและได้รับในเวลาเดียวกัน

  • เวลาที่คนทั่วไปสบตากับคู่สนทนา “การสบตา” นั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่ทำได้เลยแบบอัตโนมัติ…แต่
  • สำหรับลูกออทิสติก การมองตา มองหน้าใครสักคน อาจเป็นช่วงเวลาที่ลูกต้องใช้สมองเพื่อประมวลผลข้อมูลที่ถาโถมเข้ามาพร้อม ๆ กันทั้งสีหน้า แววตา น้ำเสียง จังหวะการพูด อารมณ์ที่ซ่อนอยู่บนใบหน้า ภาษาท่าทาง และการเคลื่อนไหวของดวงตาและร่างกายของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า

เมื่อลูกได้รับข้อมูลจำนวนมากพร้อม ๆ กัน สมองของลูกอาจประมวลผลไม่ทัน ดังนั้น ลูกจึง….

  • เลือกที่จะ “หลบตา” เพื่อให้ตัวเองรับมือกับโลกตรงหน้าได้ง่ายขึ้น หากต้องสบตากันตรง ๆ มันก็หนักเกินไปสำหรับระบบประสาทของลูกในขณะนั้น ๆ
  • ตัดสินใจ “มองเพียงแวบเดียว” แล้ว “หลบตา”
  • ฟังอยู่ตลอด แม้ “ไม่ได้มองหน้า”
  • เลือก “มองด้านข้าง” แทนการจ้องตาตรง ๆ
  • “หันหนี” เวลาถูกเรียกชื่อ แต่ยังรับรู้ว่าเรากำลังพูดกับเขา

สำหรับลูกออทิสติกที่มีปัญหาด้านการรับรู้ประสาทสัมผัส (Sensory Processing) การสบตาอาจทำให้ลูกอึดอัด กดดัน หรือเกิดความเหนื่อยล้าทางประสาทสัมผัสได้จริง ดังนั้น เมื่อพ่อแม่รู้ความจริงเบื้องหลังการไม่สบตา พ่อแม่ก็จะเข้าใจว่าลูกที่ไม่มองหน้า ไม่ได้แปลว่าลูกไม่รักเรา ลูกที่ไม่หันตามเสียงเรียก ไม่ได้แปลว่าเขาไม่รู้สึกผูกพันกับเรา แม้ลูกไม่สบตาและไม่แม้แต่จะหันมอง แต่เขาก็รักเราและกำลังพยายามหาวิธีสานความสัมพันธ์กับเราในแบบที่ระบบประสาทของเขาจะทำได้ดีที่สุดในขณะนั้น ๆ เท่านั้นเอง

ความเข้าใจความจริงอีกมากมายที่อยู่เบื้องหลังการไม่สบตาจะทำให้พ่อแม่เปลี่ยนแนวทางการฝึกลูกออทิสติกจาก “ทำอย่างไร? ให้ลูกจ้องตาเราได้นานที่สุด” เป็น “ควรทำอย่างไร? ให้ลูกรู้สึกปลอดภัยและสบายใจมากพอที่จะค่อย ๆ เชื่อมโยงกับเราผ่านการสบตา”

“ดนตรีบำบัด” เป็นหนึ่งในวิธีที่ทีมครูบ้านอุ่นรักใช้ประกอบการฝึกให้เด็กสบตา เมื่อใช้ดนตรีบำบัดแล้ว ครูพบว่า…

  • ในระหว่างที่เด็กฟังเพลง ร้องเพลง หรือเคลื่อนไหวตามจังหวะเพลง เด็ก ๆ ผ่อนคลายมากขึ้นและค่อย ๆ เรียนรู้การสบตาอย่างเป็นธรรมชาติได้ดีขึ้น
  • นักเรียนเริ่มมองหน้าครูได้บ่อยขึ้น สบตาได้นานขึ้น และยิ้มตอบเมื่อครูยิ้มให้ โดยไม่รู้สึกว่ากำลังถูกบังคับ

ในโพสต์หน้าของบ้านอุ่นรัก เราอยากพาทุกท่านไปดูว่า “ดนตรีบำบัด” ใช้จังหวะและเสียงเพลงช่วยลดความตึงเครียดจากการสบตาได้อย่างไร ติดตามอ่านกันให้ได้นะคะ

“บ้านอุ่นรัก” เสริมพัฒนาการเด็กออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้าไม่สมวัย

บ้านอุ่นรักสวนสยาม ถนนสวนสยาม 24 แยก 2 โทร 086 775 9656 | LINE ID: 0867759656

บ้านอุ่นรักธนบุรี ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26 โทร 087 502 5261 | LINE ID: @aunrak2

Image Credit: Google Gemini