เมื่อสมาชิกรุ่นหลานในบ้านมีปัญหาด้านพัฒนาการและต้องการการดูแลจำเป็นพิเศษ เช่น ออทิซึม สมาธิสั้น หรือพัฒนาการช้าไม่สมวัย ปัญหานี้ไม่ได้กระทบเพียงตัวเด็ก แต่ยังสั่นสะเทือนหัวใจคนทั้งครอบครัว ซึ่งรวมถึงคุณปู่คุณย่าคุณตาและคุณยายที่รักและห่วงใยทั้งลูกและหลานด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ท่านจะได้รับผลกระทบนี้ แต่ท่านอาจไม่เคยเอ่ยความรู้สึกเหล่านี้ออกมาเป็นคำพูดและได้แต่เก็บไว้เงียบ ๆ ในใจจนสะสมเป็นความเครียดและส่งกระทบด้านลบแบบอื่น ๆ ทั้งต่อตนเองและทุกคนในครอบครัว

จากประสบการณ์จริงที่ทีมบ้านอุ่นรักได้พูดคุยกับผู้ปกครองของเด็กที่ต้องการการดูแลจำเป็นพิเศษหลายครอบครัวมาหลายรุ่นนานนับ 30 กว่าปี เราได้ประมวลข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปู่ย่าตายายของเด็กมาเป็นบทความนี้ ด้วยความตั้งใจว่าเนื้อหาที่เราสื่ออกไปอาจช่วยให้ทุกคนเข้าใจหัวใจของคนในครอบครัวและทุกคนจะสามารถเดินเคียงข้างกันไปได้อย่างมั่นคงเพื่อช่วยกันดูแลพัฒนาการของเด็ก

5 ความรู้สึกที่คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายอาจต้องเผชิญ

1. ความโศกเศร้าแบบซ้อน ความเศร้าของปู่ย่าตายายจำนวนมากไม่ใช่ความเศร้าเพียงชั้นเดียว แต่เป็นความโศกเศร้าแบบซ้อน เป็นความเศร้าที่ไม่กล้าพูดออกมาเพราะไม่อยากดูอ่อนแอหรือซ้ำเติมลูกหลาน

  • เสียใจที่หลานไม่เป็นไปตามความคาดหวัง
  • เสียใจที่เห็นลูกของตน (พ่อแม่ผู้ปกครองของเด็ก) ต้องเหนื่อยและทุกข์ใจ

2. ความรู้สึกผิดและการโทษตัวเอง

  • ลังเลและสงสัยเรื่องพันธุกรรมหรือการเลี้ยงดูในอดีต
  • โทษตัวเองว่าตนน่าจะช่วยอะไรได้มากกว่านี้

3. ความสับสนต่อคำว่า “ปัญหาด้านพัฒนาการ” ความไม่เข้าใจว่าปัญหาด้านพัฒนาการเด็กคืออะไรกันแน่ ความต่างระหว่างรุ่น และการใช้ประสบการณ์เดิมในการพิจารณาเสนอทางแก้ไขปัญหา อาจส่งผลให้สมาชิกต่างรุ่นในครอบครัวเกิดความสับสนและขัดแย้งกันโดยไม่ได้ตั้งใจ

  • สงสัยว่าทำไมหลานดูเหมือนปกติบางวัน แต่ก็มีความยากลำบากด้านการสื่อสาร การควบคุมอารมณ์ และการแสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่เป็นปัญหาแฝงเร้นอยู่เสมอ
  • ความปกติของหลานแบบไม่สม่ำเสมอ (บางวันปกติ บางวันผิดปกติ) ทำให้ผู้ใหญ่หลายคนเข้าใจผิดไปว่าปัญหาที่เกิดเป็นเรื่องของนิสัย ความดื้อ หรือเด็กชอบเอาแต่ใจตนเอง
  • แม้ปู่ย่าตายายอาจเข้าใจแล้วว่าความปกติที่ไม่สม่ำเสมอต้องการการบำบัดรักษา แต่ก็ไม่มั่นใจในแนวทางการบำบัดรักษาสมัยใหม่ที่แตกต่างจากการเลี้ยงดูที่ตนเคยทำในอดีต ซึ่งความห่วงใยด้านแนวทางการบำบัดรักษานี้ก็อาจนำไปสู่ความเห็นต่างกับพ่อแม่ของเด็กโดยไม่ได้ตั้งใจ

4. ความเครียดจากบทบาทใหม่ ด้วยความห่วงใย ปู่ย่าตายายจึงกลายเป็นผู้ดูแลเสริมโดยไม่ทันตั้งตัวจนเกิดความเครียดตามมา

  • ร่างกายไม่พร้อมแต่ใจอยากช่วย
  • เหนื่อยแต่ไม่อยากบอกเพราะไม่อยากให้ลูกเป็นห่วงหรือไม่อยากปล่อยให้ลูกลำบากอยู่ตามลำพัง

5. ความกลัวเกี่ยวกับอนาคต กลัวว่าใครจะดูแลหลานหรือหลานจะอยู่อย่างไรหากวันหนึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองหรือปู่ย่าตายายไม่อยู่ และกลัวว่าครอบครัวของลูกและหลานจะต้องลำบากไปตลอดชีวิต

เมื่อเราเข้าใจความรู้สึกของปู่ย่าตายายแล้ว ก้าวต่อไปที่บ้านอุ่นรักอยากชวนทุกครอบครัวมองร่วมกันคือการมองเห็นบทบาทของผู้สูงวัยในบ้านว่าท่านมีพลังเงียบที่สามารถเปลี่ยนเป็นที่พักใจ เป็นแรงหนุน และเป็นเพื่อนร่วมทางที่ดีที่สุดของพ่อแม่ในการดูแลหลานคนนี้ได้อย่างไร


7 บทบาทของคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายที่ช่วยพ่อแม่ได้ “ดีที่สุด”  การช่วยเหลือที่ทรงพลังที่สุดอาจไม่ใช่การช่วยแก้ปัญหาใหญ่ แต่คือการอยู่ข้าง ๆ อย่างเข้าใจ

บทบาทที่ 1 : ผู้ให้ “พื้นที่พักใจ” แก่พ่อแม่

  • ฟังโดยไม่สอน
  • ฟังโดยไม่รีบแก้
  • หลีกเลี่ยงคำว่า “สมัยก่อน…”

เพียงแค่เป็นคนที่รับฟังอย่างไม่ตัดสินก็ช่วยเยียวยาใจพ่อแม่ได้มากแล้ว

บทบาทที่ 2: ผู้รักษาบรรยากาศความอบอุ่นในบ้าน

  • ทำให้บ้านไม่กลายเป็นสนามบำบัดตลอดเวลา
  • มีเสียงหัวเราะ การกินข้าวร่วมกัน การคุยเรื่องทั่วไป
  • ทำให้หลานรู้สึกว่าตนมีคุณค่า ไม่ใช่ “ปัญหา”

บทบาทที่ 3: ผู้ช่วยงานเล็ก ๆ แต่ต่อเนื่อง เช่น

  • ช่วยทำกับข้าว
  • ช่วยรับ–ส่งหลาน
  • ช่วยงานบ้านเล็ก ๆ ที่ทำได้สม่ำเสมอ

ความช่วยเหลือเล็ก ๆ แต่สม่ำเสมอช่วยลดภาระพ่อแม่ได้มากกว่าความช่วยเหลือใหญ่ที่ไม่แน่นอน

บทบาทที่ 4: ผู้เป็น “สะพานเชื่อมอารมณ์” เชื่อมความเข้าใจระหว่าง พ่อแม่ ↔ พี่น้อง พ่อแม่ ↔ ญาติ พ่อแม่ ↔ ชุมชน สะพานเชื่อมอารมณ์นี้จะช่วยให้พ่อแม่ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวในเส้นทางนี้

บทบาทที่ 5: ผู้เคารพขอบเขตการตัดสินใจ

  • ไม่วิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นแย้งต่อหน้าบุคคลอื่นหรือต่อหน้าเด็ก
  • ไม่เปรียบเทียบพัฒนาการของหลานกับเด็กคนอื่น
  • ไม่ตัดสินวิธีเลี้ยงดู
  • แม้จะไม่เห็นด้วยทั้งหมด แต่เข้าใจขอบเขตในการแสดงความคิดเห็นและเคารพการตัดสินใจ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งของขวัญทางใจที่มีค่ามากสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็ก

บทบาทที่ 6: ผู้เป็นแบบอย่างของการยอมรับ

  • ยอมรับความแตกต่าง
  • ยอมรับความไม่สมบูรณ์
  • ยอมรับว่าการบำบัดรักษาปัญหาด้านพัฒนาการเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความพยายามในการลงมือทำและเวลา

การยอมรับว่าหลานที่บ้านมีพัฒนาการที่แตกต่างจากเด็กทั่วไปคือกุญแจสำคัญในการลดความขัดแย้งในครอบครัว

บทบาทที่ 7: ผู้ดูแลตัวเองให้แข็งแรง

  • หาเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ช่วยแบบไม่ฝืนร่างกาย ไม่ฝืนใจ
  • มีชีวิตของตัวเอง
  • ไม่เสียสละจนหมดแรง

คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายที่สุขภาพกายใจแข็งแรงคืออีกหนึ่งเสาหลักที่มั่นคงของครอบครัว การดูแลตัวเองของปู่ย่าตายายนี้ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่คือหัวใจสำคัญของการดูแลลูกและหลานที่ราบรื่นได้ในระยะยาว

บ้านอุ่นรัก” เสริมพัฒนาการเด็กออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้าไม่สมวัย (เด็กวัย 2-7 ขวบ)

บ้านอุ่นรักสวนสยาม ถนนสวนสยาม 24 แยก 2 | โทร 086 775 9656 | LINE ID: 0867759656

บ้านอุ่นรักธนบุรี ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26 | โทร 087 502 5261 | LINE ID: @aunrak2

Credit: Chat GPT & Meta AI Picture