
สำหรับเด็ก ๆ ที่จะเข้ามาเสริมพัฒนาการที่ “บ้านอุ่นรัก” คำถามแรกที่เราต้องสอบถามพ่อแม่ผู้ปกครองคือท่านได้พาเด็กไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวด้านพัฒนาการเด็กแล้วหรือยัง เพราะเราพิจารณาว่าข้อมูลเกี่ยวกับรากฐานของปัญหาที่ผู้ใหญ่รับทราบจากแพทย์คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการช่วยลูกหลานให้มีพัฒนาการรอบด้านที่ดียิ่งขึ้นซึ่งก็รวมถึงพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กที่เด็กจะสามารถควบคุมได้อย่างมั่นคงขึ้นต่อไปอย่างถูกทิศทางด้วย
ตามที่ได้เกริ่นไปในตอนที่ 1 แล้วว่ากล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็ก ๆ โดยเฉพาะเด็กเล็กวัยก่อนอนุบาลคือพื้นฐานสำคัญของการเขียน จับดินสอ หยิบจับของ เล่นของต่อ และดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน แต่หลายครอบครัวก็พบข้อสงสัยว่าทำไมลูกหลานที่บ้านยังทำกิจกรรมต่าง ๆ นี้ได้ช้า ไม่คล่อง หรือแม้แต่ชอบหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้มือ ซึ่งความจริงแล้วปัญหานี้อาจไม่ได้เกิดจาก “ความขี้เกียจ” หรือ “ไม่พยายาม” แต่มีสาเหตุเชิงพัฒนาการซ่อนอยู่หลายด้าน ดังนี้ คือ
1) ระบบประมวลผลประสาทสัมผัสทำงานไม่สมดุล (Sensory Processing Differences)
เด็กบางคนรับรู้สัมผัสมากเกินไป (Over-responsive) เช่น ไม่ชอบจับดินสอ กาว หรือเมล็ดต่าง ๆ เพราะรู้สึกไม่นุ่มมือหรือระคาย ในขณะที่อีกกลุ่มรับรู้น้อยเกิน (Under-responsive) จึงไม่รู้จังหวะแรง–เบา ไม่รับรู้ตำแหน่งนิ้วชัดเจน ทำให้ควบคุมมือได้ยาก ส่วนผลที่ตามมา คือ เด็กจับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้แต่ไม่มั่นคง หรือขาดความแม่นยำในการใช้มือน้อย ๆ ในการหยิบสิ่งของชิ้นเล็ก ๆ
2) ปัญหาการวางแผนการเคลื่อนไหว (Motor Planning / Dyspraxia)
เด็กที่มีภาวะนี้จะ “คิดภาพการเคลื่อนไหว” ในหัวได้ยาก เช่น รู้ว่าต้องตัดกระดาษ แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง หรือทำเป็นขั้นตอนต่อเนื่องไม่ได้ ส่งผลให้กระบวนการจัดลำดับ – เริ่มทำ – ควบคุมท่าทาง มีลักษณะติดขัด ผลที่ตามมา คือ การทำกิจกรรมที่ต้องอาศัยกล้ามเนื้อมัดเล็กที่ลักษณะที่ต้องใช้ความละเอียด เช่น ติดกระดุม เขียน วาดรูป จะทำได้ยากขึ้น
3) แรงกล้ามเนื้อมือไม่พอเพราะกล้ามเนื้อมัดใหญ่ยังไม่แข็งแรง
หากเด็กในวัย 2–6 ปี มีกล้ามเนื้อมัดใหญ่ไม่แข็งแรง (หัวไหล่ แขน ลำตัว ซึ่งเป็นฐานของการควบคุมปลายนิ้ว) การเคลื่อนไหวที่ละเอียดด้วยการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กก็จะสั่นหรือไม่มั่นคง ตัวอย่างที่พบบ่อย เช่น เด็กนั่งทำกิจกรรมได้ไม่นาน แขนล้าเร็ว หรือเด็กจับดินสอแล้วเขียนไม่นิ่ง
4) การประสานงานตา–มือ (Eye–Hand Coordination) ยังพัฒนาไม่เต็มที่
เด็กอาจใช้สายตามองตามวัตถุได้ แต่สั่งให้มือทำตามแบบไม่สอดคล้องกัน เช่น พยายามเอาลูกปัดร้อยเชือกแต่พลาดซ้ำ หรือวาดตามเส้นได้ไม่ตรง ผลคืองานที่ต้องใช้ “การดูไป–ทำไป” กลายเป็นเรื่องยาก
5) สมาธิสั้น ช่วงความสนใจอย่างจดจ่อสั้น ทำให้พลาดโอกาสฝึก
เด็กเล็กหลายคนมีช่วงความสนใจที่สั้นเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าสั้นมากจนทำกิจกรรมต่อเนื่องไม่ได้ เช่น นั่งทำเพียง 1–2 นาทีแล้วลุกหรือเปลี่ยนงานบ่อย
มือเล็ก ๆ ก็จะไม่ได้รับ “เวลาซ้อม” เพียงพอ
โดยสรุป แล้วปัญหากล้ามเนื้อมัดเล็กอาจเกิดได้จากหลายหลายปัจจัย ทั้งระบบประสาทสัมผัส การวางแผนการเคลื่อนไหว สมาธิ และกำลังของกล้ามเนื้อ แต่ที่แน่ ๆ คือไม่ได้เกิดจากความผิดของเด็กหรือพ่อแม่ผู้ปกครอง ดังนั้น หากคนที่บ้านสังเกตเห็นสัญญาณที่น่าสงสัย “บ้านอุ่นรัก” ขอแนะนำให้รีบหาทางช่วยสนับสนุนเด็ก ๆ ในลักษณะที่เหมาะสม ถูกต้อง และปลอดภัยด้วยการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กค่ะ
บทความหัวข้อ “เมื่อกล้ามเนื้อมัดเล็กของลูกต้องการความช่วยเหลือ” ยังมีอีกตอน ในตอนที่ 3 เราจะพาไปดูว่าอะไรคือ “วิธีช่วยให้กล้ามเนื้อมัดเล็กแข็งแรงขึ้น” ที่ทำได้ง่ายและเห็นผลเร็วขึ้นเมื่อนำไปปรับใช้ในการทำกิจวัตรประจำวันค่ะ
ติดตามอ่านกันนะคะ “บ้านอุ่นรัก” มั่นใจว่าทุกการศึกษาหาข้อมูลของพ่อแม่ผู้ปกครองคือการส่งมอบทักษะการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กที่มั่นใจให้กับลูกหลานได้ค่ะ
“บ้านอุ่นรัก” เสริมพัฒนาการเด็กออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้าไม่สมวัย (เด็กวัย 2-5 ขวบ) | วันและเวลาทำการ: จันทร์ – ศุกร์ | 09.00 น. – 15.00 น.
บ้านอุ่นรักสวนสยาม ถนนสวนสยาม 24 แยก 2 | โทร 086 775 9656 | LINE ID: 0867759656
บ้านอุ่นรักธนบุรี ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 26 | โทร 087 502 5261 | LINE ID: @aunrak2
