เมื่อเด็กเล็กโดยเฉพาะเด็กที่มีภาวะออทิสติกเผชิญกับสถานการณ์ที่กดดันหรือไม่คุ้นเคย เช่น เสียงดัง คนแปลกหน้า หรือความเปลี่ยนแปลงในกิจวัตรประจำวัน เด็กอาจไม่สามารถบอกความรู้สึกของตนได้ด้วยคำพูดเหมือนเด็กทั่วไปแต่แสดงออกผ่านพฤติกรรมที่เป็น “กลไกการป้องกันตัว (Defense Mechanisms)” ซึ่งเป็นกระบวนการทางจิตใจตามธรรมชาติที่ใช้เพื่อจัดการกับความเครียด ความวิตกกังวล หรือสิ่งเร้ามาเข้ามากระตุ้นเกินขอบเขตความสามารถในการรับมือ

ตัวอย่าง Defense Mechanisms ที่อาจพบในเด็กออทิสติกวัยเด็กเล็ก

1. การถอยกลับ (Regression) | เด็กอาจกลับไปแสดงพฤติกรรมแบบเด็กวัยที่เล็กกว่าตน เช่น ดูดนิ้ว พูดอ้อแอ้ หรือเล่นของเล่นแบบเด็กเล็กเมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือเผชิญกับสิ่งใหม่

2. การปฏิเสธ (Denial) | เด็กอาจแสดงออกว่าไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น เช่น ทำเป็นไม่สนใจคำสั่ง หรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ท้าทายแม้จะมีทักษะเพียงพอ

3. การแสดงออกทางพฤติกรรม (Acting Out) | บางครั้งเด็กอาจแสดงพฤติกรรมรุนแรง เช่น ขว้างของ ใช้เสียงดัง หรือร้องไห้หนักเพื่อระบายความรู้สึกที่ไม่สามารถสื่อสารออกมาเป็นคำพูดได้

4. การแยกตัว (Withdrawal) | เด็กอาจหลีกเลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์ ไม่สบตา ไม่เล่นกับผู้อื่น หรือแยกตัวไปอยู่เงียบ ๆ เมื่อต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่คุ้นเคย

5. การเพ่งความสนใจไปยังสิ่งของหรือกิจกรรมซ้ำ ๆ (Repetitive Behaviors) | เด็กบางคนอาจหันไปเล่นของเดิม ๆ ซ้ำ ๆ หรือเคลื่อนไหวร่างกายในลักษณะซ้ำ ๆ เพื่อสร้างความรู้สึกที่ตนสามารถคาดเดาได้และรู้สึกถึงความปลอดภัย

มุมมองเชิงบวก: พฤติกรรมเหล่านี้ “ไม่ใช่การดื้อ” แต่คือการขอความช่วยเหลือ

ในสายตาของผู้ใหญ่ พฤติกรรมเหล่านี้ของเด็กอาจเข้าใจได้ยาก แต่ที่จริงมันคือสัญญาณขอความช่วยเหลือในแบบของเด็ก หากเราสังเกตอย่างใกล้ชิดด้วยความเข้าใจ เราจะพบว่าเด็กกำลังพยายามจัดการกับความรู้สึกของตนอย่างสุดความสามารถแล้วในโลกที่เขายังแปลความหมายได้อย่างไม่ครบถ้วน

แนวทางการช่วยเหลือโดยสรุป

• สังเกตอย่างไม่ตัดสิน: เมื่อเด็กมีพฤติกรรมที่ต่างออกไป พ่อแม่และครูควรเริ่มต้นจากการตั้งคำถามว่า “เกิดอะไรขึ้นกับเขา?” แทนที่จะคิดว่า “เขาดื้อ”

• ใช้วิธีสื่อสารทางเลือก: เสริมด้วยภาพ สัญลักษณ์ หรือท่าทางเพื่อช่วยให้เด็กสามารถบอกความรู้สึกหรือความต้องการได้มากขึ้น

• สร้างความคาดเดาได้: จัดกิจวัตรประจำวันที่สม่ำเสมอ ใช้ตารางภาพช่วยลดความไม่แน่นอน

• ปรึกษาทีมบำบัดมืออาชีพ: พฤติกรรมเหล่านี้ควรได้รับการวิเคราะห์และประเมินอย่างเป็นระบบโดยทีมแพทย์ นักจิตวิทยา และนักบำบัดเฉพาะทาง เช่น นักวิเคราะห์พฤติกรรม (ABA therapist) หรือนักกิจกรรมบำบัด (Occupational therapist) เพื่อหาแนวทางการสนับสนุนที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน

สรุป:

การเข้าใจ “กลไกป้องกันตัว” ในเด็กออทิสติกวัยเด็กเล็กจะช่วยให้พ่อแม่และครูไม่เพียงแค่ “มองเห็นพฤติกรรม” แต่เข้าใจ “ความรู้สึกเบื้องหลังพฤติกรรม” นั้นได้ลึกขึ้น ซึ่งจะทำให้ตระหนักได้ว่าพฤติกรรมแปลก ๆ ของเด็กนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่เด็กกำลังรอความเข้าใจจากเรา ซึ่งเราอาจช่วยเด็กเองในทันทีทันใดไม่ได้ แต่ทีมบำบัดเฉพาะทางจะเป็นผู้ช่วยสำคัญในการสร้างสะพานสื่อสารระหว่างโลกของเด็กกับโลกของเรา

เพราะทุกพฤติกรรม มีความหมายซ่อนอยู่เสมอและทุกก้าวเล็ก ๆ ของความเข้าใจ นำไปสู่พัฒนาการที่ยิ่งใหญ่ของเด็กได้เสมอ